wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบ วิทยาศาสตร์ ม.2 2/2565

Total questions: 30

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

วิธีการกลั่นน้ำให้บริสุทธิ์โดยการกลั่นแบบธรรมดา สานในข้อใดใช้วิธีการนี้แยกไม่ได้

a)

น้ำทะเล

b)

น้ำคลอง

c)

น้ำเชื่อม

d)

น้ำผสมเอทานอล

2.

การแยกน้ำมันดิบที่ใช้กันในปัจจุบัน คือวิธีการใด

a)

การกลั่นลำดับส่วน

b)

การตกตะกอนลำดับส่วน

c)

การสลายด้วยความร้อน

d)

ต้มให้เดือด

3.

การกลั่นลำดับส่วนมีข้อดีอย่างไร

a)

ประหยัดเวลา ราคาถูก

b)

แยกสารที่มีจุดเดือดต่ำได้

c)

แยกสารที่มีปริมาณน้อยๆ ผสมอยู่

d)

แยกสารที่มีจุดเดือดต่างกันน้อยๆ ได้

4.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับความหมายของการกลั่น (Distillation)

a)

กระบวนการแยกสารออกจากสารละลายที่ประกอบด้วยของแข็งละลายในของเหลว

b)

กระบวนการแยกสารออกจากสารเนื้อเดียว

c)

กระบวนการแยกสาร (ของแข็ง) ออกจากสารละลาย

d)

กระบวนการแยกสารออกจากสารเนื้อผสมที่มีของแข็งละลายในของเหลว

5.

ในกระบวนการกลั่นแยกสาร ขั้นตอนที่สารผ่านเครื่องควบแน่นเพื่อประโยชน์ใด

a)

เปลี่ยนสถานะของสารจากของเหลวเป็นแก๊ส

b)

เพิ่มอุณหภูมิและความดันก่อนเปลี่ยนสถานะ

c)

เปลี่ยนทั้งสถานะและอุณหภูมิสารให้สูงขึ้น

d)

เปลี่ยนสถานะของสารจากแก๊สหรือไอเป็นของเหลว

6.

การแยกน้ำออกจากน้ำทะเลใช้วิธีการใดสะดวกที่สุด

a)

กลั่นลำดับส่วน เพื่อแยกน้ำที่บริสุทธิ์ออกมา

b)

ระเหยแห้ง เพราะน้ำเท่านั้นที่ระเหยได้

c)

กลั่นแบบธรรมดา เพราะน้ำเท่านั้นที่ระเหยได้

d)

ใช้สารส้มกวนให้เกลือในน้ำทะเลตกตะกอน จะได้น้ำจืดแยกออกมา

7.

ปิโตรเลียมเมื่อผ่านกระบวนการกลั่น ได้ผลผลิตเรียงตามลำดับก่อนหลังได้ถูกต้องตามข้อใด    ก. น้ำมันดีเซล       ข. น้ำมันเบนซิน      ค. น้ำมันก๊าด      ง.ไม่เป็นพิษ      จ.ยางมะตอย    ช. หาได้ง่าย ราคาปานกลาง

a)

ช >> ข >> ค >> ก >> ง >> จ

b)

ช >> ง >> ก >> ค >> ข >> จ

c)

จ >> ก >> ข >> ง >> ค >> ช

d)

ช >> ค >> ง >> ข >> ก >> จ

8.

การกลั่นแยกสารโดยการกลั่นด้วยไอน้ำ จะไม่สามารถกระทำได้ในกรณีใด

a)

สารนั้นไม่ละลายน้ำ

b)

สารนั้นละลายน้ำได้

c)

สารนั้นระเหยได้ง่าย

d)

สารนั้นต้องมีจุดเดือดต่ำกว่านั้น

9.

หลักสำคัญในการสกัดสารให้บริสุทธิ์โดยวิธีโครมาโทกราฟี คือข้อใด

a)

สารผสมนั้นจะต้องละลายน้ำ

b)

ตัวทำละลายจะทำให้ของผสมบริสุทธิ์

c)

สารละลายแต่ละชนิดมีความสามารถในการละลายและถูกดูดซับได้ต่างกัน

d)

สารผสมจะแยกออกจากกันทันทีที่ถูกละลาย    

10.

ในการทำโครมาโทกราฟีกระดาษ กระดาษทำหน้าที่อะไร

a)

เป็นตัวทำละลายของสารที่ต้องการแยก

b)

เป็นทางผ่านของสารที่ต้องการแยก ทำให้สารเคลื่อนที่ไปได้

c)

เป็นตัวดูดซับสาร ทำให้สารเคลื่อนที่ได้ดี และแยกออกมาก่อน

d)

เป็นตัวดูดซับสาร ทำให้สารเคลื่อนที่ได้ช้า จึงเคลื่อนที่ออกมาทีหลัง

11.

วิธีใดต่อไปนี้ใช้แยกสารเนื้อเดียว 

   ก. การกรอง         ข. การระเหิด          ค. การใช้แม่เหล็กดูด        ง. โครมาโทกราฟี

ข้อที่ถูกต้องคือ

a)

ข้อ ก, ข, ค, ง.

b)

ข้อ ก, ค, ง.

c)

ข้อ ง.

d)

ข้อ ก, ข, ค.

12.

การสกัดสารให้บริสุทธิ์โดยวิธีโครมาโทรกราฟีอาศัยหลักในข้อใด

a)

ตัวทำละลายจะทำให้ของผสมบริสุทธิ์

b)

สารผสมจะแยกออกจากกันทันทีเมื่อถูกละลาย

c)

สารผสมจะต้องละลายน้ำได้

d)

สารแต่ละชนิดมีความสามารถในการละลาย และมีขนาดของอนุภาคต่างกัน

13.

ข้อใดควรใช้วิธีโครมาโทกราฟี

a)

สกัดสีออกจากดอกกุหลาบ

b)

แยกน้ำมันออกจากรำข้าว

c)

วิเคราะห์ว่าสีแดงในสีผสมอาหารเป็นสารใด

d)

สกัดน้ำมันหอมระเหยออกจากใบยูคาลิปตัสโดยใช้ไอน้ำ

14.

สารที่แยกออกจากกันโดยวิธีโครมาโทกราฟีต้องมีสมบัติดังนี้ ยกเว้น ข้อใด

a)

ถูกดูดซับโดยตัวดูดซับต่างกัน

b)

มีสีต่างกัน

c)

มีอัตราการเคลื่อนที่บนตัวดูดซับต่างกัน

d)

ความสามารถในการละลายต่างกัน

15.

ตัวเลือกใดเรียงลำดับกระบวนการกลั่นได้ถูกต้อง

a)

การเดือด การควบแน่น การระเหย

b)

การเดือด การกลายเป็นไอ การควบแน่น

c)

การเดือด การควบแน่น การกลายเป็นไอ

d)

การระเหย การเดือด การควบแน่น

16.

ถ้าเอาน้ำหวานสีแดงไปกลั่น จะได้น้ำที่มีลักษณะอย่างไร

a)

ได้น้ำสีชมพู และรสหวานเล็กน้อย

b)

ได้น้ำไม่มีสี แต่รสหวานเล็กน้อย

c)

ได้น้ำไม่มีสีและไม่มีรส

d)

ได้น้ำที่มีสีแต่ไม่มีรสหวาน

17.

ถ้าต้องการแยกปรอทออกจากของผสมระหว่างปรอทกับเหล็ก ควรเลือกใช้วิธีใด

a)

ให้ความร้อนเพื่อให้ปรอทกลายเป็นไอ

b)

ลดอุณหภูมิเพื่อให้ปรอทกลายเป็นของแข็ง หยิบออกง่าย

c)

ใช้วิธีทางกายภาพ เช่น เทปรอทออกจากเหล็กซึ่งเป็นของแข็ง

d)

ใช้วิธีกลั่นอย่างง่ายแยกปรอทออกจากเหล็ก

18.

วิธีที่ประหยัดและสะดวกที่สุดในการแยกเกลือออกจากน้ำทะเล คือข้อใด

a)

การกลั่น

b)

การระเหย

c)

การกรอง

d)

การตกผลึก

19.

ตัวทำละลายที่นิยมใช้สกัดน้ำมันพืช คือข้อใด

a)

น้ำกลั่น

b)

เอทานอล

c)

เฮกเซน

d)

อีเทน

20.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการสกัดด้วยตัวทำละลาย

a)

สกัดน้ำมันหอมระเหยออกจากต่อมกลิ่นสัตว์

b)

สกัดสารมีสีออกจากพืช

c)

สกัดน้ำมันพืชจากเมล็ดพืช

d)

ใช้สกัดยาออกจากสมุนไพร

21.

โครงสร้างโลกแบ่งตามลักษณะทางเคมีได้ 3 ชั้น อะไรบ้าง

a)

ชั้นเปลือกโลก ชั้นใต้เปลือกโลก ชั้นแก่นโลก

b)

ชั้นเปลือกโลก ชั้นหินหนืด ชั้นแก่นโลก

c)

ชั้นเปลือกโลก ชั้นเนื้อโลก ชั้นแก่นโลก

d)

ชั้นเปลือกโลก ชั้นเนื้อโลก ชั้นธรณีภาค

22.

เปลือกโลกแบ่งออกเป็น 2 บริเวณ ข้อใดถูกที่สุด

a)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีปและเปลือกโลกภาคพื้นน้ำ

b)

เปลือกโลกภาคพื้นดินและเปลือกโลกภาคพื้นน้ำ

c)

เปลือกโลกชั้นนอกและเปลือกโลกชั้นใน

d)

เปลือกโลกภาคพื้นทวีปและเปลือกโลกภาคพื้นสมุทร

23.

ธรณีภาคมีความหมายตรงตามข้อใด

a)

ชั้นเนื้อโลกส่วนบนกับชั้นเปลือกโลก

b)

ชั้นเนื้อโลกส่วนล่างกับชั้นแก่นโลก

c)

ชั้นในเนื้อโลกทั้งหมดกับชั้นเปลือกโลก

d)

ชั้นเปลือกโลกเพียงอย่างเดียว

24.

โครงสร้างโลกชั้นใดมีสถานะเป็นของเหลว

a)

เปลือกโลก

b)

เนื้อโลกตอนล่าง

c)

แก่นโลกชั้นนอก

d)

แก่นโลกชั้นใน

25.

แก่นโลกมีธาตุใดเป็นส่วนประกอบหลัก

a)

อลูมิเนียมและนิกเกิล

b)

เหล็กและนิกเกิล

c)

ซิลิกอนและนิกเกิล

d)

อลูมิเนียมและซิลิกอน

26.

ชั้นใดของโลกมีอุณหภูมิสูงที่สุด

a)

ชั้นแมนเทิล

b)

ชั้นแก่นโลก

c)

ชั้นเปลือกโลกชั้นใน

d)

ระหว่างชั้นแก่นโลกกับชั้นแมนเทิล

27.

ชั้นใดของโลกมีความหนามากที่สุด

a)

เนื้อโลก

b)

แก่นโลก

c)

เปลือกโลกทวีป

d)

เปลือกโลกมหาสมุทร

28.

โครงสร้างใดของโลกมีความดัน ความหนาแน่นน้อยที่สุด

a)

เปลือกโลก

b)

เนื้อโลกชั้นบน

c)

เนื้อโลกชั้นล่าง

d)

แก่นโลก

29.

โครงสร้างโลกชั้นใดเป็นสาเหตุทำไมโลกมีสนามแม่เหล็กโลก

a)

เนื้อโลกชั้นบน

b)

เนื้อโลกชั้นล่าง

c)

แก่นโลกชั้นบน

d)

แก่นโลกชั้นล่าง

30.

บริเวณในข้อใดที่มีโอกาสเกิดภูเขาไฟมากที่สุด

a)

แนวรอยต่อระหว่างแผ่นธรณีภาค

b)

บริเวณที่มีการมุดตัวของแผ่นธรณีภาค

c)

บริเวณที่มีการชนกันของแผ่นธรณีภาค

d)

บริเวณที่มีการแยกห่างจากกันของแผ่น