wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Transport of plants

Total questions: 30

Worksheet time: 2hrs 39mins

Name
Class
Date
1.

ในการแลกเปลี่ยนแก๊สของพืชบริเวณใดของใบที่มีการถ่ายเทความร้อนได้เป็นอย่างดี เพื่อลดอุณหภูมิของใบให้ต่ำลง

a)

Mesophyll

b)

Root hair

c)

Lenticel

d)

Root hair

2.

ปัจจัยในข้อใดมีความสัมพันธ์กับการคายน้ำของพืชน้อยที่สุด

a)

การเปิด – ปิดของปากใบ

b)

แรงดันราก

c)

การดูดซึมน้ำ

d)

การลำเลียงน้ำและเกลื่อแร่

3.

ข้อใดต่อไปนี้เกี่ยวข้องน้อยที่สุดกับการปรับตัวเพื่อลดการคายน้ำของพืช (O-net 51)

a)

การมีเปลือกแข็งหุ้มลำต้น

b)

การมีใบเข็มของต้นกระบองเพชร

c)

การสังเคราะห์ด้วยแสงในเวลากลางคืน

d)

การมีปากใบด้านหลัง (ventral) ใบของผักตบชวา

4.

ข้อใดไม่ถูกเกี่ยวกับการลำเลียงในพืช

(PAT2 .ค.2552)

a)

การลำเลียงน้ำจากรากขึ้นไปสู่บริเวณยอดของไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เกี่ยวข้องกับแรงดึงจากการคายน้ำที่ใบ และแรงดันรากมากที่สุด

b)

การแพร่ของน้ำในไซเลมเข้าสู่โฟลเอม ทำให้แรงดันที่ใช้ในการลำเลียงสารอาหารในซีฟทิวบ์

c)

การลำเลียงธาตุอาหารแบบใช้พลังงาน ทำให้พืชสามารถสะสมธาตุอาหารสำคัญบางชนิดได้

d)

การลำเลียงน้ำและแร่ธาตุเข้าสู่เอนโดเดอร์มิส ทำให้พืชสามารถสะสมธาตุอาหารสำคัญบางชนิดได้

5.

ปัจจัยใดมีผลทําให้ปากใบเปิด (โอลิมปิกชีววิทยา.55)

A. ภายในใบมี CO2 สูง

B. ภายในใบมี abscisic acid สูง

C. เซลล์คุมมีแรงดันเต่งเพิ่มขึ้น

D. เซลล์คุมมีการเคลื่อนที่ของ K+ เข้าสู่เซลล์มากขึ้น

a)

A และ B

b)

B และ C

c)

C และ D

d)

A และ D

6.

กระบวนการที่มีส่วนสำคัญที่สุดสำหรับการลำเลียงน้ำจากรากไปในท่อไซเลมสู่ส่วนต่าง ๆ ของพืชที่อยู่สูงมาก ๆ ได้แก่

a)

Guttation

b)

Cohesion

c)

Transpiration pull

d)

Root Pressure

7.

โครงสร้างของพืชที่ทำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นการลำเลียงน้ำ ภายในลำต้นและรากของพืชคือ

(O-NET.2550)

a)

Pericycle

b)

Casparian Strip

c)

Cortex

d)

Endodermis

8.

กลไกการลำเลียงสารอาหาร (อินทรีย์สาร) ผ่านทาง Phloem สมมุติฐานของนักวิทยาศาสตร์ท่านใด

a)

มึนซ์ (Munch)

b)

ดอนแนน (Donnan)

c)

โลปูชินสกี (Lopushinsky)

d)

โรเบิร์ต บราวน์ (Robert Brown)

9.

การลำเลียงน้ำจากเซลล์หนึ่งสู่อีกเซลล์หนึ่งโดยผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ เป็นการลำเลียงน้ำแบบใด

a)

Apoplast pathway

b)

Simplast pathway

c)

transmembrane pathway

d)

Ttranspiration pull pathway

10.

ข้อใดไม่ใช่การลำเลียงน้ำภายในไซเล็ม

a)

การซึมตามรูเล็ก

b)

แรงดึงจากการคายน้ำ

c)

แรงดันเต่ง

d)

ความดันราก

11.

สารที่เซลล์เอพิเดอร์มิส (epidermal cell) สร้างขึ้นเพื่อลดการคายน้ำ คือสารใด

a)

ไคติน (chitin)

b)

ซูเบอริน (suberin)

c)

ลิกนิน (lignin)

d)

คิวติน (cutin)

12.

น้ำของดินเข้าสู่ไซเล็มของราก ไม่ได้อาศัยการเคลื่อนที่ในข้อใด

a)

Symplast

b)

Apoplast

c)

Root pressure

d)

Transpiration pull

13.

แรงที่สำคัญที่สุดที่ทำให้น้ำเคลื่อนที่ไปตามไซเล็ม คือแรงใด

a)

Transpiration pull

b)

Osmosis

c)

Root pressure

d)

Capillary action

14.

ถ้าควั่นเปลือกของต้นไม้ออกจะกระทบกับระบบใดของพืช

a)

การคายน้ำ

b)

การลำเลียงน้ำ

c)

การสังเคราะห์ด้วยแสง

d)

การลำเลียงอาหาร

15.

ข้อใด คือลักษณะของพืชขาดธาตุแคลเซียม

a)

ใบเหลือง ใบมีขนาดเล็กลง ลำต้นแคระ

b)

ระบบรากไม่เจริญเติบโต ใบแก่และใบจะเปลี่ยนจากสีเขียวกลายเป็นสีแดงหรือม่วง

c)

ใบที่เจริญขึ้นมาใหม่จะหงิกงอ ตายอดไม่เจริญ อาจมีจุดดำที่เส้นใบ รากสั้น

d)

มีใบสีเหลืองระหว่างเส้นใบ ถ้าขาดธาตุนี้อย่างรุนแรง ใบจะมีสีขาว และแห้งตาย

16.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ Translocation

a)

ลำเลียงในรูปของสารละลายกลูโคส

b)

แหล่งสร้างอยู่บริเวณปลายราก

c)

มีทิศทางการลำเลียงจากรากไปยังปลายยอด

d)

ภายในใบ น้ำจากท่อไซเล็มจะออสโมซิสเข้าสู่ท่อโฟลเอ็มลำเลียงอาหารไปยังราก

e)

ภายในราก น้ำจากท่อไซเล็มจะออสโมซิสเข้าสู่ท่อโฟลเอ็มลำเลียงอาหารไปยังใบ

17.

ภาวะใดที่พืชคายน้ำได้ดี

a)

มีแสงแดดจ้า

b)

มีพายุลมแรง

c)

อุณหภูมิของอากาศต่ำ

d)

ความชื้นของอากาศสูง

18.

แร่ธาตุที่พืชต้องการมากที่สุดคือข้อใด

a)

แคลเซียม แมกนีเซียม ไนโตรเจน

b)

ไนโตรเจน โพแทสเซียม แคลเซียม

c)

โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ไนโตรเจน

d)

แมกนีเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส

19.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง

a)

แร่ธาตุเข้าสู่ขนรากโดยการแพร่ น้ำเข้าสู่รากพืชโดยการออสโมซิส

b)

แร่ธาตุเข้าสู่ขนรากโดยการออสโมซิส น้ำเข้าสู่ขนรากด้วยแพร่

c)

แร่ธาตุและน้ำเข้าสู่ขนรากด้วยการออสโมซิสเท่านั้น

d)

แร่ธาตุและน้ำเข้าสู่ขนรากโดยการลำเลียงสารแบบใช้ตัวพาเท่านั้น

20.

ปัจจัยในข้อใดที่ทำให้พืชคายน้ำทางปากใบได้น้อยลง

a)

ลมพัดแรง

b)

อากาศชื้น

c)

อุณหภูมิสูง

d)

ความเข้มแสงมาก

21.

ข้อใดกล่าวถึงทิศทางการลำเลียงน้ำ แร่ธาตุ และอาหาร ได้ถูกต้อง

a)

ทิศทางการลำเลียงอาหารในเนื้อเยื่อโฟลเอ็มจะมีทิศทางลำเลียงขึ้นเท่านั้น

b)

ทิศทางการลำเลียงอาหารในเนื้อเยื่อไซเล็มจะมีทิศทางลำเลียงขึ้นเท่านั้น

c)

ทิศทางการลำเลียงน้ำในเนื้อเยื่อไซเล็มเอ็มจะมีทิศทางลำเลียงทั้งขึ้นและลง

d)

ทิศทางการลำเลียงอาหารในเนื้อเยื่อโฟลเอ็มจะมีทิศทางลำเลียงทั้งขึ้นและลง

22.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของขนราก

a)

ดูดซึมน้ำ

b)

ดูดซึมน้ำตาล

c)

ดูดซึมแร่ธาตุ

d)

เพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสในราก

23.

จากวีดีโอเป็นการคายน้ำรูปแบบใด

a)

Stomatal transpiration 

b)

Cuticular transpiration

c)

Lenticular transpiration

d)

Guttation

24.

ข้อใดสัมพันธ์กับรูปภาพ

a)

guttation

b)

hydrophyte

c)

xerophyte

d)

transmembrane

25.

ข้อใดเป็นปากใบที่อยู่ลึกเข้าไปในเนื้อใบเซลล์คุมอยู่ลึกกว่าหรือต่ำกว่าชั้น เซลล์เอพิเดอร์มิส เป็นปากใบชนิดปากใบแบบจม (sunken stomata)

a)
b)
c)
d)
26.

การลำเลียงอาหารของพืชเกิดขึ้นในเวลาใด

a)

กลางวัน

b)

กลางคืน

c)

ตอนเช้าตรู่

d)

ตลอดเวลา

27.

การลำเลียงอาหารจากใบไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช ส่วนใหญ่แล้วใช้วิธีการใด

a)

การออสโมซิส

b)

การแพร่

c)

การพา

d)

แรงดันเต่ง

28.

ถ้าพืชมีอาการ ใบเหลือง จากใบล่างไปยังยอดใบ แสดงว่าพืชขาดธาตุใด

a)

N

b)

P

c)

K

d)

H

29.

ถ้าแม่สิตางศุ์ต้องการเร่งดอก ต้องให้ธาตุอาหารใดเป็นหลักแก่พืช

a)

โพแทสซียม

b)

ฟอสฟอรัส

c)

ไนโตรเจน

d)

โมลิบดีนัม

30.

ข้อใดคือบทบาทของธาตุเหล็กในการเจริญเติบโตของพืช

a)

ช่วยในการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์

b)

ช่วยในการออกดอก

c)

ช่วยในการออกผล

d)

กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์