wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ระบบนิเวศ

Total questions: 31

Worksheet time: 27mins

Name
Class
Date
1.

ระบบนิเวศ (Ecosystems) คือ?

a)

ระบบนิเวศบนบก เช่น ป่าไม้ ทุ่งหญ้า ทะเลทราย

b)

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ณ ที่ใดที่หนึ่ง

c)

กลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่เป็นชนิดเดียวกัน อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน

d)

สิ่งมีชีวิตที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสารอินทรีย์ให้กลายเป็นสารอนินทรีย์ ทำหน้าที่สลายซากสิ่งมีชีวิต

2.

ข้อใดคือปัจจัยทางกายภาพทั้งหมด?

a)

อุณหภูมิ ความชื้น แสงแดด

b)

อุณหภูมิ ทุนดรา แร่ธาตุ

c)

อุณหภูมิ ป่าดิบ แร่ธาตุ

d)

อุณหภูมิ ทุนดรา น้ำ

3.

ระบบนิเวศประกอบด้วยองค์ประกอบใด

a)

สิ่งมีชีวิต สิ่งไม่มีชีวิต สิ่งแวดล้อม

b)

สิ่งมีชีวิต, สิ่งแวดล้อม

c)

สิ่งไม่มีชีวิต, สิ่งแวดล้อม

d)

สิ่งมีชีวิต, สิ่งไม่มีชีวิต ผู้ย่อยสลย

4.

สิ่งมีชีวิตชนิดใดที่มีความสัมพันธ์แบบ +,+ ; +,0 และ +,- เรียงลำดับ

a)

ผีเสื้อกับดอกไม้ , เพลี้ยกับมดดำ, เห็บกับสุนัข

b)

นกเอี้ยงกับควาย, เฟิร์นบนต้นไม้, ฝอยทองบนต้นไม้

c)

เสือกับอีแร้ง, กล้วยไม้บนต้นไม้, กาฝากบนต้นมะม่วง

d)

ฉลามกัเหาฉลาม, ปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเล, พยาธิตัวตืดกับคน

5.

ต้นไม้แต่ละต้นในป่าทึบจะแข่งกันให้มีลำต้นสูงเพื่อให้ได้รับแสงสว่าง โดยไม่ถูกบดบังจากต้นไม้อื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง จัดเป็นความสัมพันธ์แบบใด

a)

ภาวะปรสิต

b)

ภาวะแข่งขัน

c)

ภาวะอิงอาศัย

d)

ภาวะการณได้ประโยชน์ร่วมกัน

6.

จากภาพเป็นรูปแบบความสัมพันธ์แบบใด

a)

ภาวะพึ่งพากัน

b)

ภาวะปรสิต

c)

ภาวะการณแก่งแย่งแข่งขัน

d)

ภาวะอิงอาศัย

7.

ความสัมพันธ์ระหว่างผีเสื้อกับดอกไม้เป็นแบบเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตชนิดใด

a)

หมัดกับสุนัข

b)

กล้วยไม้กับต้นไม้ใหญ่

c)

กาฝากกับต้นมะม่วง

d)

ปูเสฉวนกับดอกไม้ทะเล

8.

ต้นทานตะวันกับผึ้งมีความสัมพันธ์กันอย่างไร

a)

ทั้งสองชนิดได้ประโยชน์ร่วมกัน

b)

ทั้งสองชนิดต้องพึ่งพากันและกัน

c)

ชนิดหนึ่งได้ประโยชน์อีกชนิดเสียประโยชน์

d)

ชนิดหนึ่งได้ประโยชน์อีกชนิดไม่ได้และไม่เสียประโยชน์

9.

"เหาฉลามได้รับอาหารจากการกินเศษอาหารของฉลาม" เหาฉลามและฉลามมีความสัมพันธ์กันอย่างไร

a)

ทั้งสองชนิดได้ประโยชน์ร่วมกัน

b)

ทั้งสองชนิดได้พึ่งกันและกัน

c)

ชนิดหนึ่งได้ประโยชน์ อีกชนิดหนึ่งเสียประโยชน์

d)

ชนิดหนึ่งได้ประโยชน์ อีกชนิดหนึ่งไม่ได้ไม่เสียประโยชน์

10.

"เห็ดราบนกองเศษพืชที่ตายแล้ว" เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งใดในระบบนิเวศ

a)

ผู้ผลิตกับผู้ย่อยสลายอินทรียสาร

b)

ผู้ผลิตกับผู้บริโภค

c)

เหยื่อกับผู้ล่า

d)

สารอินทรีย์กับผู้ย่อยสลายอินทรียสาร

11.

การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม และผลกระทบที่เกิดขึ้น ข้อใดไม่สอดคล้องกัน

a)

การเกิดสึนามิ-พื้นที่ชายหาดลดลง

b)

การตัดไม้ทำลายป่า-ภัยพิบัติดินถล่ม

c)

การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ-เพิ่มพื้นที่ป่า

d)

การเพิ่มขึ้นของฝุ่นละอองในอากาศจากการเผาไหม้-โรคหลอดลมอักเสบ

12.

ข้อใดเป็นการปรับตัวเพื่อเข้ากับสิ่งแวดล้อมอย่างถาวร

a)

ต้นไม้เอนลำต้นเข้าหาแสงเพื่อรับแสงแดด

b)

ต้นกุหลาบให้ดอกขนาดใหญ่ในหน้าหนาว

c)

ต้นกระบองเพชรเปลี่ยนใบเป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำ

d)

ต้นไม้ทิ้งใบในหน้าแล้ง

13.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่น่าจะพบได้น้อยที่สุดในระบบนิเวศน้ำไหล

a)

ผู้ผลิตมีโครงสร้างสำหรับใช้ในการยึดเกาะบริเวณริมตลิ่งได้ดี

b)

ปลามีรูปร่างแหลมหัวแหลมท้าย

c)

ปลามีรูปร่างแบนและอาศัยอยู่บริเวณหน้าดิน

d)

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดใหญ่มีความสามารถในการว่ายน้ำได้ดี

14.

ถ้าเดินทางขึ้นไปอุทยานแห่งชาตอดอยอินทนนท์ในประเทศไทย จะไม่พบระบบนิเวศแบบใด

a)

ป่าดิบชื้น

b)

ป่าดิบเขา

c)

ป่าเบญจพรรณ

d)

ป่าเต็งรัง

15.

ระบบนิเวศบนบกในข้อใดไม่พบในภาคใต้ของประเทศไทย

a)

ป่าดิบชื้น

b)

ป่าเบญจพรรณ

c)

ป่าพรุ

d)

ป่าเต็งรัง

16.

ไบโอมทะเลทรายมีลักษณะเด่นต่างจากไบโอมอื่นอย่างไร

a)

อุณหภูมิต่ำในช่วงหน้าร้อน

b)

มีฝนตกตลอดทั้งปี

c)

ชั้นดินจับตัวกันเป็นน้ำแข็ง

d)

มีภูมิอากาศร้อนจัดและแห้งแล้ง

17.

ข้อใดคือลักษณะของไบโอมป่าดิบชื้น

a)

มีฤดูหนาวยาวนาน และฤดูร้อนสั้น

b)

เป็นป่าผลัดใบ  พบไม้ผลัดใบทั้งไม้ยืนต้นและไม้พุ่ม

c)

ภูมิอากาศร้อนชื้นตลอดปี และมีฝนตกชุก

d)

มักเกิดไฟป่าอยู่เสมอ เพราะมีสภาพอากาศแห้ง

18.

ไบโอมแหล่งน้ำเค็มกับไบโอมแหล่งน้ำจืดมีลักษณะต่างกันอย่างไร

a)

ไบโอมแหล่งน้ำจืดมีน้ำไหล

b)

ไบโอมแหล่งน้ำจืดมีน้ำขึ้นน้ำลง

c)

ไบโอมแหล่งน้ำเค็มมีน้ำขึ้นน้ำลง

d)

ไบโอมแหล่งน้ำเค็มมีน้ำไหล

19.

การเกิดพายุรุนแรง แผ่นดินไหว ไฟป่า การถางป่า

หลังจากนั้นปล่อยทิ้งไว้จนเกิดกลุ่มสิ่งมีชีวิต

เป็นการเกิดการเปลี่ยนแปลงแทนที่ในลักษณะใด

a)

แบบปฐมภูมิ

b)

แบบทุติยภูมิ

c)

แบบใช้เวลายาวนาน

d)

แบบใช้เวลาน้อย

20.

ข้อใดคือความหมายของ Aquatic Ecosystem

a)

ระบบนิเวศริมเขา

b)

ระบบนิเวศทะเล

c)

ระบบนิเวศทุ่งหญ้า

d)

ระบบนิเวศป่าไม้

21.

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศได้แก่ปัจจัยใดบ้าง

a)

ปัจจัยทางชีวภาพ, ปัจจัยทางเคมี

b)

ปัจจัยทางชีวภาพ, ปัจจัยทางกายภาพ

c)

ปัจจัยทางกายภาพ, ปัจจัยทางเคมี

d)

ปัจจัยทางเคมี, ปัจจัยอื่นๆ

22.

ข้อใดคือความหมายของคำว่า ประชากร

a)

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อาศัยในโลกนี้

b)

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อาศัยอยู่ในที่เดียวกัน

c)

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อาศัยอยู่ในทุกที่ที่มีสภาพแวดล้อมเดียวกัน

d)

สิ่งมีชีวิตที่เป็นชนิดเดียวกัน อาศัยอยู่ในที่เดียวกัน ในช่วงเวลาหนึ่ง

23.

ปัยจัยที่กำหนดให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากรคือข้อใด

a)

อาหารและที่อยู่อาศัย

b)

กลุ่มของประชากรอื่นในที่อยู่อาศัยเดียวัน

c)

อาหารและปรสิตรวมถึงผู้ล่า

d)

อัตราการเกิดและการตายอัตราการอพยพเข้าแบะอพยพออก

24.

การไหลของพลังงานในระบบนิเวศหมายถึงอะไร?

a)

การส่งผ่านของพลังงานในองค์ประกอบของระบบนิเวศ

b)

การเคลื่อนที่ของสัตว์ในธรรมชาติ

c)

การเจริญเติบโตของพืช

d)

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

25.

การทำลายสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศส่งผลกระทบอย่างไร?

a)

ทำให้เกิดการเจริญเติบโตของพืช

b)

นำไปสู่ความเสียหายของระบบนิเวศ

c)

ทำให้สัตว์มีชีวิตอยู่ได้ง่ายขึ้น

d)

ไม่มีผลกระทบใดๆ

26.

ข้อใดเป็นตัวอย่างของระบบนิเวศน้ำจืด

a)

ป่าชายเลน, แนวปะการัง

b)

มหาสมุทร, ทะเลลึก

c)

ทุ่งหญ้า, ป่าสน

d)

ทะเลสาบ, แม่น้ำ, บึง

27.

วิธีใดช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้ดีที่สุด

a)

ใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย

b)

ตัดไม้ทำลายป่าเพื่อขยายพื้นที่การเกษตร

c)

ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

d)

ล่าสัตว์ป่าเพื่อนำมาใช้ประโยชน์

28.

ไบโอมประเภทใดจัดอยู่ในเขตอบอุ่น

a)

ไบโอมไทกา

b)

ไบโอมป่าฝน

c)

ไบโอมทุนดรา

d)

ไบโอมป่าผลัดใบ

29.

เกณฑ์ในการจำแนกไบโอมชนิดต่างๆ คือข้อใด

a)

ภูมิประเทศ

b)

ขนาดประเทศ

c)

อุณภูมิและปริมาณน้ำฝน

d)

ถูกทุกข้อ

30.

ไบโอมใดอยู่ในเขตขั้วโลก

a)

ป่าไทกา

b)

ทุนดรา

c)

สะวันนา

d)

ทะเลทราย

31.

แพรี่ สเตป และแพมพัส

เป็นชื่อที่ใช้เรียกไบโอมใด

a)

ชาปาร์รัล

b)

สะวันนา

c)

ป่าเขตร้อน

d)

ทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น