Worksheetsแบบทดสอบกลางภาค รายวิชา ว30205 ติวโอเนต
Total questions: 30
Worksheet time: 38mins
ข้อใดเรียงลำดับของกลุ่มพืชที่เกิดขึ้นทดแทนกันในการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ ซึ่งเกิดขึ้นในชีวนิเวศ ป่าฝนเขตร้อนชื้นได้ถูกต้อง
1. ไม้พุ่ม ==>ไม้ใหญ่ ==>พืชจำพวกหญ้า
2. พืชจำพวกหญ้า ==> ไม้พุ่ม ==> ไม้ใหญ่
3. ไม้พุ่ม ==> พืชจำพวกหญ้า ==> ไม้ใหญ่
4. พืชจำพวกหญ้า==> ไม้ใหญ่ ==> ไม้พุ่ม
5. ไม้ใหญ่ ==> ไม้พุ่ม ==> พืชจำพวกหญ้า
พื้นที่ใดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ
1. พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม
2. พื้นที่มีการเผาทำลายป่า
3. พื้นที่ป่าที่เกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง
4. พื้นที่ถูกปกคลุมด้วยลาวาจากภูเขาไฟ
5. พื้นที่ทำไร่ของชาวเขาที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง
ป่าแห่งหนึ่งถูกปล่อยทิ้งร้างไว้เป็นเวลานานหลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่ายาวนาน 1สัปดาห์ ซึ่งทำให้ต้นไม้และสัตว์ในพื้นที่ล้มตายกลายเป็น พื้นที่ว่างเปล่า
จากข้อมูลป่าแห่งนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแทนที่รูปแบบใด และเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นเป็นลำดับแรกในการเปลี่ยนแปลงแทนที่นี้
1. แบบทุติยภูมิ และมีการอพยพของสัตว์เข้าไปในพื้นที่เพื่ออยู่อาศัย
2. แบบทุติยภูมิ และมีการงอกของเมล็ดพืชที่ฝังอยู่ใต้ดินเมื่อดินมีความชื้นที่เหมาะสม
3. แบบปฐมภูมิ และมีกลุ่มสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เช่น แบคทีเรีย เป็นสิ่งมีชีวิตผู้บุกเบิก
4. แบบปฐมภูมิ และมีการอพยพของสัตว์เข้าไปในพื้นที่เมื่อมีแหล่งอาหารเกิดขึ้น
5. แบบปฐมภูมิ และมีการงอกของเมล็ดพืชที่ฝังอยู่ใต้ดินเมื่อดินมีความชื้นที่เหมาะสม
ในระบบนิเวศที่สมดุลแห่งหนึ่ง มีการถ่ายทอดพลังงานในรูปสายใยอาหาร ดังแผนภาพ
ข้อใดอธิบายการถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหารนี้ไม่ถูกต้อง
1. หญ้าเป็นผู้ผลิต จะมีมวลชีวภาพมากกว่าสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นในระบบนิเวศ
2. ถ้ามีการฉีดสารเคมีกำจัดวัชพืช นกจะมีการสะสมสารเคมีมากกว่าหอยทาก
3. ถ้ากบและนกมีจำนวนลดลง แมลงและหอยทากจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเพราะผู้ล่าลดลง
4. พลังงานในโซ่อาหารจะถ่ายทอดไปที่เหยี่ยวมากที่สุด เพราะเป็นผู้บริโภคขั้นสุดท้าย
5. ถ้ากระต่ายเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้จำนวนแมลงและหอยทากลดลงเพราะอาหารน้อยลง
สายใยอาหารของระบบนิเวศหนึ่ง แสดงดังภาพ
ถ้ามีงูที่กินเฉพาะหนูนาและปลาเล็กเป็นอาหารเข้ามาในระบบนิเวศแห่งนี้โดยที่นกไม่กินงูชนิดนี้เป็นอาหาร ข้อใดกล่าวถูกต้อง
1. นกและงูมีมวลชีวภาพสูงที่สุดในระบบนิเวศนี้
2. มวลชีวภาพของต้นข้าวน้อยกว่ามวลชีวภาพของหนูนา
3. ผลผลิตข้าวที่ได้จากระบบนิเวศนี้มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น
4. งูจะเป็นผู้บริโภคลำดับสุดท้ายเพียงชนิดเดียวในระบบนิเวศนี้
5. ปลาเล็กจะเป็นผู้บริโภคลำดับที่ 2 และ 3 ในสายใยอาหารนี้
กระบวนการใดที่ทำให้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศเพิ่มขึ้นและลดลง ตามลำดับ
1. การคายน้ำ การหายใจ
2. การสังเคราะห์ด้วยแสง การหายใจ
3. การหายใจ การย่อยสลายซากพืชและซากสัตว์
4. การย่อยสลายซากพืชและซากสัตว์ การสังเคราะห์ด้วยแสง
5. การสังเคราะห์ด้วยแสง การย่อยสลายซากพืชและซากสัตว์
ปัจจุบันสัตว์หลายชนิดได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายประการ เช่น การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย และการล่าสัตว์ของมนุษย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและสภาพอากาศที่แปรปรวนของโลก เช่น อุณหภูมิร้อนจัดหรือหนาวจัด หรือมีฤดูกาลที่ยาวนานกว่าปกติ ส่งผลให้สัตว์ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง ซึ่งไม่เหมาะกับการดำรงชีวิต สัตว์บางชนิดจึงหาอาหารได้ยากขึ้น การเจริญเติบโตของเชื้อโรคและปรสิตบางชนิดที่เป็นอันตรายต่อสัตว์เพิ่มขึ้น ทำให้ประชากรสัตว์บางชนิดไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพดังกล่าวได้และลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว
จากข้อมูลผลกระทบต่อสัตว์ในข้อใดที่ไม่ได้เกิดจากภาวะโลกร้อน
1. การเพิ่มขึ้นของจำนวนพยาธิในปลา เพราะอุณหภูมิของน้ำเพิ่มสูงขึ้น
2. หมีขาวสามารถล่าอาหารได้น้อยลง เพราะมีการละลายของแผ่นน้ำแข็งมากขึ้น
3. การสูญพันธุ์ของสิงโตภูเขา เพราะพื้นที่ป่าถูกตัดทำลายจึงถูกล่าได้ง่ายขึ้น
4. อัตราการตายของกวางเรนเดียร์เพิ่มขึ้น เพราะสภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้หาอาหารยาก
5. อัตราการรอดของลูกเพนกวินลดลง เพราะแม่เพนกวินต้องใช้เวลาในการหาอาหารนานขึ้น
โครโมโซมที่เห็นเป็นเส้นหนาขณะแบ่งเซลล์ เกิดจากการขดตัวของโครงสร้างในข้อใดจึงจะถูกต้องที่สุด
1. โปรตีน
2. ดีเอ็นเอ
3. โครมาทิด
4. โครมาติน
5. สารพันธุกรรม
ตารางแสดงจำนวนแพลงก์ตอน และปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำของแหล่งน้ำ 2 บริเวณ ทั้งก่อนและหลังการสร้างโรงงาน เป็นดังนี้
จากข้อมูล หลังสร้างโรงงาน ข้อความใดกล่าวได้ถูกต้อง
1. แหล่งน้ำบริเวณที่ 2 มีจำนวนแพลงก์ตอนมากขึ้น ทำให้น้ำมีคุณภาพดีขึ้น
2. แหล่งน้ำบริเวณที่ 1 มีค่า BOD สูงกว่าบริเวณที่ 2 บริเวณที่ 1 จึงมีคุณภาพน้ำต่ำกว่า
3. แหล่งน้ำบริเวณที่ 1 มีค่า DO สูงกว่าบริเวณที่ 2 บริเวณที่ 1 จึงมีคุณภาพน้ำดีกว่า
4. แหล่งน้ำบริเวณที่ 1 แพลงก์ตอนใช้ออกซิเจนมากกว่าบริเวณที่ 2 บริเวณที่ 1 จึงมีค่า BOD สูงกว่า
5. แหล่งน้ำบริเวณที่ 1 มีจำนวนแพลงก์ตอนน้อยกว่าบริเวณที่ 2 แสดงว่าบริเวณที่ 1 ได้รับผลเสียจากโรงงาน มากกว่า
เหตุการณ์ในข้อใดที่พบเฉพาะในการแบ่งเซลล์แบบไมโอซีสเท่านั้น
1. การเข้าคู่กันของโครโมโซมคู่เหมือน
2. การจำลองตัวเองของโครโมโซมเป็น 2 โครมาทิด
3. การแยกกันของโครมาทิดที่ยึดติดกันไปยังแต่ละขั้ว
4. การแบ่งเซลล์เริ่มต้นจากเซลล์ที่มีโครโมโซมเท่ากับ 2n
5. การแบ่งเซลล์ในขั้นตอนสุดท้ายจะได้เซลล์ที่มีโครโมโซม 2 ชุด
ถ้าพ่อมีหมู่เลือด A แม่มีหมู่เลือด B และลูกคนแรก มีหมู่เลือด O
ลูกคนต่อมาจะมีโอกาสมีหมู่เลือดใด
1. A หรือ B
2. B หรือ AB
3. A หรือ AB
4. A B หรือ AB
5. A B AB หรือ O
ชายคนหนึ่งตาบอดสี แต่งงานกับหญิงตาปกติ แล้วมีลูกชายคนแรกตาบอดสี
ข้อใดกล่าวถึงลักษณะตาบอดสีในครอบครัวนี้ได้ถูกต้อง
1. ชายทุกคนจะตาบอดสี
2. ลูกสาวทุกคนจะตาปกติ แต่เป็นพาหะ
3. ลูกชายมีโอกาสตาบอดสีมากกว่าลูกสาว
4. ลูกชายแต่ละคนมีโอกาสตาบอดสีร้อยละ 50
5. ลูกชายและลูกสาวแต่ละคนมีโอกาสตาบอดสี
ร้อยละ 25
โรคฮีโมฟีเลียเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมโดยยีนบนโครโมโซมเพศ เพดดิกรีแสดงการถ่ายทอดลักษณะโรคฮีโมฟีเลียของครอบครัวหนึ่ง เป็นดังแผนภาพ
จากข้อมูลบุคคลใดที่ไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นพาหะของโรคฮีโมฟีเลีย
1. รุ่นที่ I คนที่ 2
2. รุ่นที่ II คนที่ 3
3. รุ่นที่ II คนที่ 4
4. รุ่นที่ III คนที่ 5
5. รุ่นที่ III คนที่ 1
สีขนของสัตว์ชนิดหนึ่งถูกควบคุมด้วยยีน Agouti มีแอลลีล 2 แบบ คือ A และ a โดยแอลลีล A ควบคุมลักษณะขนสีเหลืองซึ่งเป็นลักษณะเด่น และ แอลลีล a ควบคุมลักษณะขนสีดำซึ่งเป็นลักษณะด้อย
เพดดิกรีของสัตว์ชนิดนี้ในป่าแห่งหนึ่ง เป็นดังแผนภาพ
จากข้อมูล สัตว์ตัวใดที่สามารถระบุคู่ยีนได้แน่นอนว่าเป็น Aa
1. รุ่นที่ I ตัวที่ 2
2. รุ่นที่ I ตัวที่ 4
3. รุ่นที่ II ตัวที่ 2
4. รุ่นที่ II ตัวที่ 4
5. รุ่นที่ III ตัวที่ 2
การถ่ายทอดทางพันธุกรรมของโรคกล้ามเนื้อลีบ ซึ่งควบคุม
ด้วยยีนด้อยบนโครโมโซม X ของครอบครัวหนึ่ง เป็นดังนี้
กำหนดให้ A (บุคคลที่ 3 ในรุ่นที่ 2) คือผู้หญิงที่มีอาการของโรค
แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นพาหะของโรคกล้ามเนื้อลีบหรือไม่
เมื่อ A แต่งงานกับชายปกติ และก่อนตัดสินใจมีลูกพวกเขาจึงไปขอคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อวางแผนการมีลูกในอนาคตการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการถ่ายทอดพันธุกรรมของโรคกล้ามเนื้อลีบในข้อใดไม่ถูกต้อง
1. ถ้า A ไม่เป็นพาหะของโรค ลูกสาวทุกคนไม่มีโอกาสเป็นโรค
2. ถ้า A ไม่เป็นพาหะของโรค ลูกชายทุกคนไม่มีโอกาสเป็นโรค
3. ถ้า A เป็นพาหะของโรค ลูกสาวแต่ละคนมีโอกาสร้อยละ 50 ที่จะเป็นโรค
4. ถ้า A เป็นพาหะของโรค ลูกชายแต่ละคนมีโอกาสร้อยละ 50 ที่จะเป็นโรค
5. ถ้า A เป็นพาหะของโรค ลูกสาวแต่ละคนมีโอกาสร้อยละ 50 ที่จะเป็นพาหะของโรค
ในการตรวจดีเอ็นเอของพ่อและลูก ของเขา 4 คน ได้ภาพลายพิมพ์ดีเอ็นเอ ช่องหมายเลข 1 ,2, 3, 4 และ5 ดังนี้
ช่องหมายเลขใดคือ ดีเอ็นเอของพ่อ
1. ช่องที่ 1
2. ช่องที่ 2
3. ช่องที่ 3
4. ช่องที่ 4
5. ช่องที่ 5
ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ ของพ่อแม่สองครอบครัว และลูกสามคน ได้แก่ A B และC เป็นดังภาพ
จากข้อมูล ข้อใดระบุความสัมพันธ์ของครอบครัวได้ถูกต้อง
1. A B และ C เป็นลูกของครอบครัวที่ 1
2. A B และ C เป็นลูกของครอบครัวที่ 2
3. A กับ C เป็นลูกของครอบครัวที่ 2 และ B เป็นลูกของครอบครัวที่ 1
4. A กับ C เป็นลูกของครอบครัวที่ 1 และ B เป็นลูกของครอบครัวที่ 2
5. A เป็นลูกของครอบครัวที่ 1 และ B กับ C เป็นลูกของครอบครัวที่ 2
กลไกใดที่ทำให้สิ่งมีชีวิตมีการแปรผันทางพันธุกรรมเพิ่มขึ้น
1. การโคลน
2. การคัดเลือก
3. การแบ่งเซลล์แบบไมโทซีส
4. การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ
5. การปฏิสนธิระหว่างเซลล์สืบพันธุ์
ข้อใดคือสาระสำคัญของทฤษฎีการคัดเลือกตามธรรมชาติ
1. สิ่งมีชีวิตแต่ละรุ่นมีจำนวนน้อย
2. สิ่งมีชีวิตแต่ละรุ่นมีความแตกต่างจากรุ่นเดิม
3. ลูกที่มีลักษณะไม่เหมาะสมสามารถปรับตัวจนอยู่รอดได้
4. สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในธรรมชาติมีอยู่อย่างไม่จำกัด
5. ลูกที่มีลักษณะไม่เหมาะสมสามารถถ่ายทอดลักษณะไปยังลูกรุ่นต่อไปได้
การค้นพบว่าข้าวพันธุ์พื้นบ้านไทยมียีนที่ช่วยให้ข้าวสามารถต่อต้านเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จึงนำมาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์จนได้สายพันธุ์ข้าวที่สามารถต้านทานแมลงศัตรูพืชได้ จัดเป็นการใช้ประโยชน์จากเรื่องใด
1. ความหลากหลายทางพันธุกรรม
2. ความหลากหลายของสปีชีส์
3. ความหลากหลายของระบบนิเวศ
4. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์ในระบบนิเวศ
5. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิตในระบบนิเวศ
ข้อใดเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพไม่ถูกต้อง
1. การตรวจหาคนร้ายโดยใช้ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ
2. การระบุความต่างระหว่างแฝดร่วมไข่ด้วยลายพิมพ์ดีเอ็นเอ
3. การอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ให้มีลักษณะคงเดิมด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
4. การสร้างกระต่ายที่เหมือนกับกระต่ายต้นแบบด้วยการโคลนจากเซลล์ตับ
5. การสร้างแบคทีเรียที่ผลิตน้ำมันจากยีนของสาหร่ายด้วยการใช้โมเลกุลดีเอ็นเอลูกผสม
ข้อใดไม่ใช่ผลของการคัดเลือกทางธรรมชาติที่เกิดจากความแตกต่างของโครงสร้างร่างกาย
1. ยีราฟมีลำคอยาว เพื่อให้สามารถเล็มกินใบไม้บนต้นไม้สูงๆได้
2. กระต่ายเลพัสมีขนสีขาวที่กลมกลืนกับหิมะ เพื่อช่วยพรางตัวในการหลบหลีกศัตรู
3. สุนัขจิ้งจอกทะเลทรายมีหาง หู และขายาว เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการระบายความร้อน
4. กิ้งก่า ทะเลทรายมักออกหากินตอนกลางคืน เพื่อหลีก เลี่ยงอากาศร้อนในตอนกลางวัน
5. นกกระจาบมีจะงอยปากใหญ่และแข็งแรงเพื่อให้สามารถกินเมล็ดพืชขนาดใหญ่และมีเปลือกแข็งได้
ข้อใดกล่าวถึงความหลากหลายทางชีวภาพไม่ถูกต้อง
1. การล่าสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์อาจทำให้ความหลากหลายของสปีชีส์ลดลง
2. การเกิดภัยพิบัติจะทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพเปลี่ยนแปลงไป
3. การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนของมนุษย์อาจส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศอื่นด้วย
4. การละลายของธารน้ำแข็งจะส่งผลต่อความหลากหลายของระบบนิเวศเฉพาะแถบขั้วโลก
5. การดื้อยาปฏิชีวนะของแบคทีเรียเป็นผลจากความหลากหลายทางพันธุกรรมของแบคทีเรีย
การใช้เทคโนโลยีชีวภาพในข้อใด ที่ทำให้ได้ลูกรุ่นใหม่มีลักษณะเหมือนเดิมทุกประการ
1. การปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมมะลิโดยการใช้รังสีแกมมา
2. การผสมพันธุ์โคเนื้อ ให้มีลักษณะใหม่ตามที่ต้องการ
3. การตัดต่อยีนของข้าวโพดให้มีความต้านทานต่อเชื้อรา
4. การคัดเลือกพันธุ์ปลาทับทิมจากการผสมข้ามสายพันธุ์
5. การโคลนลูกวัวนมโดยใช้เซลล์เต้านมจากวัวนมต้นแบบ
แมลงสาบเป็นพาหะที่ก่อให้เกิดโรคหลายชนิดในมนุษย์ เช่น วัณโรคอหิวาตกโรค และโรคภูมิแพ้ โดยผลการวิจัยหนึ่งพบว่าแมลงสาบเยอรมันสามารถปรับตัวให้มีความต้านทานต่อยาฆ่าแมลง ที่มีฤทธิ์รุนแรงที่สุดได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังพบว่าลูกแมลงสาบเยอรมันรุ่นต่อๆมา มีความต้านทานต่อยาฆ่าแมลง เช่นกันแม้ไม่เคยสัมผัสกับยาฆ่าแมลงเหล่านั้นมาก่อน จากข้อมูล ข้อใดกล่าวถึงความต้านทานต่อยาฆ่าแมลงของแมลงสาบไม่ถูกต้อง
1. ลูกแมลงสาบที่มีความต้านทานต่อยาฆ่าแมลง เกิดจากสิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์กัน
2. ยีนควบคุม ความต้านทานต่อยาฆ่าแมลงสามารถถ่ายทอดไปยังแมลงสาบรุ่นถัดไปได้
3. ความต่อยาฆ่าแมลง ของแมลงสาบเป็นผลของความหลากหลายทางพันธุกรรม
4. ความต้านทานต่อยาฆ่าแมลงนี้ เป็นความหลากหลายทางชีวภาพระดับเดียวกันกับการดื้อยาปฏิชีวนะของแบคทีเรีย
5. ความต้านทานต่อยาฆ่าแมลงของแมลงสาบทำให้มนุษย์มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคบางชนิด จากแมลงสาบมากขึ้น
ถ้างูกินกบในสระพลังงานของลำดับขั้นอาหารในกบถูกถ่ายทอดไปยังอยู่ได้ประมาณร้อยละเท่าใด
1. 1
2. 10
3. 20
4. 90
5. 100
แพลงก์ตอนบลูม คือ ปรากฎการณ์ที่แพลงก์ตอนพืชมีการเจริญเติบโต และเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในน้ำมีธาตุอาหารสูงและมีสภาวะที่เหมาะสมกับการเจริญของแพลงก์ตอนพืช จึงมองเห็นน้ำเป็นสีต่างๆ ซึ่งแพลงก์ตอนพืชที่มีจำนวนมากจะบดบังแสงอาทิตย์จึงส่งผลกระทบต่อการสังเคราะห์แสงของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำอื่นๆ แม้ว่าแพลงก์ตอนพืชจำนวนมากนี้จะตายจึงถูกย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ซึ่งต้องใช้แก๊สออกซิเจนปริมาณมาก ทำให้ปริมาณ แก๊สออกซิเจนในน้ำลดลง ระบบนิเวศแหล่งน้ำแห่งหนึ่ง มีสายใยอาหารเป็นดังแผนภาพ
ถ้าระบบนิเวศแหล่งน้ำแห่งนี้เกิดแพลงก์ตอนบลูม จะส่งผลต่อองค์ประกอบของระบบนิเวศนี้อย่างไร
1. อาหารของแพลงก์ตอนสัตว์จะลดลง
2. จำนวนของสาหร่ายและหอยฝาเดียวจะลดลง
3. ในช่วงเวลากลางคืนปริมาณแก๊สออกซิเจนในน้ำจะมากกว่าเวลากลางวัน
4. หากแพลงก์ตอนพืชสะสมสารพิษภายในเซลล์หอยสองฝาจะสะสมสารพิษมากที่สุด
5. การถ่ายทอดพลังงานจากแพลงก์ตอนพืชไปยังหมึกมากกว่าแพลงก์ตอนพืชไปยังดาวทะเล
ข้อมูลพื้นที่ของภาคต่างๆ ในประเทศไทยและพื้นที่ป่าไม้ที่เหลือ อยู่ของแต่ละภาค ดังตาราง
ข้อใดสรุปได้เหมาะสมที่สุด
1. พื้นที่ป่าไม้ในภาคต่างๆ ยังมีปริมาณค่อนข้างมาก
2. ภาคเหนือ น่าจะเป็นแหล่งของต้นน้ำลำธารที่สำคัญที่สุด
3. ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก มีพื้นที่ป่าไม้เท่ากัน
4. ภาคใต้ มีพื้นที่ป่าไม้คิดเป็นร้อยละของพื้นที่ของภาคน้อยที่สุด
5. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีป่าไม้น้อยเพราะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง
ข้อใดจัดเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่มีชีวิตซึ่งอยู่ในสถานะของแข็งและเป็นทรัพยากรธรรมชาติประเภทที่ฟื้นฟูหรือสร้างทดแทนได้
1. ดิน
2. แร่
3. ป่าไม้
4. แสงแดด
5. ถุงพลาสติก
ปัจจัยใดไม่ทำให้สิ่งมีชีวิตเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
1. ภัยพิบัติ
2. การลดลงของประชากร
3. การอพยพที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
4. การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ
5. การขาดความหลากหลายทางพันธุกรรม
