wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

วิชาภาษาไทย๕ รหัสวิชา ท๒๓๑๐

Total questions: 60

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

เรื่องพระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อสมุทร แสดงให้เห็นความรักของใครกับใครมากที่สุด

a)

แม่กับลูก

b)

ภรรยากับสามี

c)

นักบวชกับสาวก

d)

สัตว์กับมนุษย์

2.

ข้อใดกล่าวถึงพระโยคีได้ถูกต้องที่สุด

a)

อายุห้าร้อยปีเศษ

b)

มีเวทมนตร์ปราบสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายได้

c)

รับประทานผลไม้และเผือกมันเป็นอาหาร

d)

มีพละกำลังมากพวกเรือแตกมาอาศัยอยู่ด้วย

3.

ข้อใดเป็นคุณลักษณะพิเศษของเงือก

a)

ตาสว่างเห็นชัดในเวลากลางคืน

b)

มีพละกำลังมากในเวลากลางคืน

c)

มีความรอบรู้เรื่องสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในทะเล

d)

หยั่งรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า

4.

การกระทำของพระอภัยมณีตรงกับข้อใด

a)

น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า

b)

หนีไปตายเอาดาบหน้า

c)

รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

d)

ปากเป็นเอกเลขเป็นโทโบราณว่า

5.

เรื่องพระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ ใครเป็นผู้แสดงบทบาทมากที่สุด

a)

โยคี

b)

เงือก

c)

นางผีเสื้อสมุทร

d)

พระอภัยมณี

6.

ความเชื่อในเรื่องใดมีอิทธิพลต่อนางผีเสื้อสมุทรมากที่สุด

a)

ความเชื่อเรื่องความฝัน

b)

ความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม

c)

ความเชื่อเรื่องลางสังหรณ์

d)

ความเชื่อเรื่องเวทมนตร์คาถา

7.

เมื่อนักเรียนอยู่ในภาวะวิกฤต จะนำแบบอย่างที่ดีในด้านใด ของพระอภัยมณีมาเป็นตัวอย่าง

a)

การให้อภัย

b)

การมีปิยวาจา

c)

การให้ความรัก

d)

การตั้งสติอย่างมั่นคง

8.

ถ้าเปรียบกับปัจจุบันวิธีการพูดของโยคีเปรียบเทียบได้กับบุคคลในข้อใด

a)

ผู้มีศีล

b)

ผู้มีความรู้

c)

ผู้ที่อดทน

d)

ผู้มีอำนาจ

9.

เรื่องพระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องใด

a)

การให้อภัย

b)

การรู้จักควบคุมอารมณ์

c)

การมีความซื่อสัตย์สุจริต

d)

การวางแผนด้วยความรอบคอบ

10.

เหตุใดนางผีเสื้อจึงยอมไปถือศีลภาวนาตามคำแนะนำของพระอภัยมณี

a)

เพราะนางเชื่อความฝัน

b)

เพราะนางไว้วางใจในตัวพระอภัยมณี

c)

เพราะนางกลัวจะเป็นอันตราย

d)

เพราะนางกลัวพระอภัยมณีจะสิ้นรักนาง

11.

เรื่อง “เห็นแก่ลูก” จัดเป็นงานเขียนประเภทใด

a)

นวนิยาย

b)

บทความ

c)

เรื่องสั้น

d)

บทละครพูด

12.

เค้าโครงเรื่อง “เห็นแก่ลูก” ได้มาจากที่ใด

a)

ผู้เขียนผูกเรื่องขึ้นมาเอง

b)

บทละครของชาวตะวันตก

c)

เรื่องแปลจากนวนิยายชาวตะวันตก

d)

เรื่องสั้นของชาวตะวันตก

13.

ผู้แต่งมีจุดประสงค์ในการแต่งเรื่อง “เห็นแก่ลูก” อย่างไร

a)

แสดงความรักของพ่อกับลูก

b)

สำหรับไว้เล่นละคร

c)

เพื่อชี้ให้เห็นถึงการเลี้ยงดูลูก

d)

แสดงถึงความเสียสละของบิดา

14.

ตัวละครเอกของเรื่องคือผู้ใด

a)

แม่ลออ

b)

พระยาภักดีนฤนาถ

c)

นายล้ำ

d)

แม่นวล

15.

ฉากหรือเหตุการณ์ในเรื่อง “เห็นแก่ลูก” เกิดขึ้นที่ใด

a)

ที่ห้องทำงาน

b)

ที่สโมสร

c)

ที่ห้องรับแขก

d)

ที่ห้องหนังสือ

16.

เนื้อเรื่องตอนใดที่เป็นจุดขัดแย้งที่สำคัญของเรื่อง

a)

อ้ายคำไม่ไว้ใจนายล้ำ

b)

นายล้ำจะบอกความจริงแก่แม่ลออ

c)

นายล้ำไม่ยอมรับเงิน

d)

พระยาภักดีนฤนาถจะทำร้ายนายล้ำ

17.

บุคคลที่เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ตอนจุดสุดยอดของเรื่อง

a)

นายล้ำ

b)

แม่ลออ

c)

แม่นวล

d)

พระยาภักดีนฤนาถ

18.

บุคคลที่มีบทบาทในการคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างนายล้ำกับพระยาภักดีนฤนาถ คือใคร

a)

อ้ายคำ

b)

แม่ลออ

c)

แม่นวล

d)

ถูกทั้งข้อ ข. และ ค.

19.

ในเรื่อง “เห็นแก่ลูก” ใครคือผู้ที่เห็นแก่ลูกอย่างแท้จริง

a)

นายล้ำ

b)

พระยาภักดีนฤนาถ

c)

แม่นวล

d)

ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.

20.

นายล้ำให้เหตุผลอย่างไรที่ต้องการจะพบลูก

a)

เพื่อขอเงินใช้

b)

เพื่อขออาศัยอยู่ด้วย

c)

เพื่อแสดงความเป็นพ่อ

d)

เพื่อต้องการพบหน้าลูก

21.

กลวิธีที่ผู้แต่งใช้ในการดำเนินเรื่องคือข้อใด

a)

เป็นบทบรรยาย

b)

ให้ตัวละครเป็นผู้เล่า

c)

ใช้การอธิบายประกอบฉาก

d)

ใช้บทสนทนาของตัวละคร

22.

ประโยคที่ว่า “อ้อ ! นั่นรูปแม่ลออฉายเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง” คำว่า ฉาย หมายความว่า อะไร

a)

ถ่าย

b)

วาด

c)

อัดสำเนา

d)

พิมพ์

23.

ประโยคที่ว่า “หล่อนได้เขียนรูปพ่อของหล่อนขึ้นไว้ในใจ” หมายความว่าอย่างไร

a)

ความคิดถึง

b)

ความนึกคิด

c)

ความคำนึง

d)

ความห่วงใย

24.

ความดีของนายล้ำตรงกับข้อใดมากที่สุด

a)

ความซื่อตรง ซื่อสัตย์

b)

ความรับผิดชอบ

c)

ความรักที่มีต่อลูก

d)

การยอมรับสภาพตนเอง

25.

ผู้ใดคือผู้เสียสละอย่างแท้จริง

a)

นายล้ำ

b)

แม่ลออ

c)

แม่นวล

d)

พระยาภักดีนฤนาถ

26.

แม่ลออมีลักษณะนิสัยอย่างไร

a)

ความซื่อตรง

b)

ฉลาดมีไหวพริบ

c)

เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

d)

สุภาพอ่อนน้อม

27.

ทำไมพระยาภักดีนฤนาถจึงไม่ต้องการให้นายล้ำแสดงตนเป็นพ่อกับแม่ลออ

a)

เพราะนายล้ำยากจน

b)

เพราะไม่เคยเลี้ยงดูลูก

c)

เพราะนายล้ำเคยถูกจำคุก

d)

เพราะนายล้ำมีอาชีพทุจริต

28.

ทำไมนายล้ำจึงไม่มีความเกรงกลัวต่อพระยาภักดีนฤนาถ

a)

เพราะเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน

b)

เพราะพระยาภักดีนฤนาถก็เคยฉ้อโกงเหมือนกัน

c)

เพราะนายล้ำเคยเป็นเจ้านายของพระยาภักดีนฤนาถ

d)

เพราะนายล้ำกำความลับของพระยาภักดีนฤนาถ

29.

เพราะเหตุใดนายล้ำไม่แสดงตัวเป็นพ่อ

a)

เพราะอายที่ตัวเองเคยถูกจำคุก

b)

เพราะพระยาภักดีนฤนาถให้เงินนายล้ำ

c)

เพราะไม่ต้องการให้ลูกผิดหวังในตัวนายล้ำ

d)

เพราะแม่นวลได้ยกลูกให้แก่พ่อบุญธรรมไปแล้ว

30.

ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะของเรื่อง “เห็นแก่ลูก”

a)

บอกส่วนประกอบของฉาก

b)

มีการอธิบายลักษณะของตัวละครไว้

c)

มีการกำหนดตัวละครในแต่ละฉาก

d)

มีการกำหนดดนตรีและเพลงประกอบเรื่อง

31.

ประโยคที่ว่า “ไปเป็นโทษเสียสิบปียังไงล่ะครับ” หมายความว่าอย่างไร

a)

ถูกจำคุก

b)

คุมนักโทษ

c)

ต้องหนีโทษ

d)

เป็นผู้ดูแลเรือนจำ

32.

จุดจบของเรื่อง “เห็นแก่ลูก” จบลงในลักษณะใด

a)

นายล้ำยอมรับเงินแล้วก็หนีไป

b)

นายล้ำบอกความจริงแก่แม่ลออ

c)

นายล้ำไม่เปิดเผยตัวเองกับแม่ลออ

d)

นายล้ำยกลูกสาวให้แก่พระยาภักดีนฤนาถ

33.

ข้อใดคือโครงเรื่องของเรื่อง “เห็นแก่ลูก”

a)

ความรักของบุตรบุญธรรม

b)

ความรักของบุตรที่มีต่อบิดา

c)

ความเสียสละของบิดา

d)

ความรักของบิดาบุญธรรม

34.

พระยาภักดีนฤนาถ มีลักษณะนิสัยอย่างไร

a)

เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

b)

รักความยุติธรรม

c)

หวาดระแวง สงสาร

d)

เห็นแก่ตัว

35.

ประโยคที่ว่า “ให้เขาคงนับถือรูปผมอันเก่านั้น” หมายความว่าอย่างไร

a)

แม่ลออเชื่อว่าพ่อรักตน

b)

แม่ลออเชื่อว่าพ่อเป็นคนดี

c)

แม่ลออเชื่อว่าพ่อตายแล้ว

d)

แม่ลออเชื่อว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่

36.

ผู้แต่งเรื่อง “เห็นแก่ลูก” คือใคร

a)

รัชกาลที่ 3

b)

รัชกาลที่ 4

c)

รัชกาลที่ 5

d)

รัชกาลที่ 6

37.

นายล้ำต้องโทษเพราะเหตุใด

a)

เล่นไพ่

b)

ค้าฝิ่น

c)

เมาอาละวาด

d)

เล่นหวย

38.

กลวิธีใดที่ผู้เขียนใช้ในการอธิบายลักษณะนิสัยของตัวละคร

a)

บทสนทนา

b)

บทอธิบาย

c)

บทบรรยาย

d)

พฤติกรรมของตัวละคร

39.

เหตุใดจึงมีการยืมคำภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย

a)

เพราะในปัจจุบันมีคนนิยมใช้กันมาก

b)

เพราะมีวิทยากรเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย

c)

เพราะมีการติดต่อระหว่างประเทศทั้งด้านการทูตการค้าขาย

d)

· เพราะภาษาต่างประเทศมีมากจึงต้องนำมาใช้ในประเทศไทยบ้าง

40.

สาเหตุที่ทำให้ภาษาต่างประเทศเข้ามาในภาษาไทยมากที่สุด

a)

อิทธิพลทางภูมิศาสตร์

b)

อิทธิพลทางด้านการพาณิชย์

c)

อิทธิพลทางด้านการทูต

d)

อิทธิพลทางด้านศิลปกรรม

41.

ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้มีภาษาต่างประเทศเข้ามาปะปนในภาษาไทย

a)

มีอาณาเขตใกล้เคียงติดต่อกัน

b)

นับถือสถาบันกษัตริย์เหมือนกัน

c)

มีการไปศึกษาต่อต่างประเทศ

d)

ความเจริญทางเทคโนโลยี

42.

ข้อใดเป็นคำที่มาจากภาษาต่างประเทศทุกคำ

a)

เกาเหลา ข้าวเปล่า

b)

บันได แก้วน้ำ

c)

ทุเรียน มะขาม

d)

กัลปังหา กีตาร์

43.

ข้อใดเป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษทุกคำ

a)

คอนเสิร์ต แท็กซี่ นอต

b)

เกียร์ ดีเซล จับกัง

c)

ทีวี บัดกรี ชอล์ก

d)

จาระบี เรดาห์ สักหลาด

44.

ข้อใดเป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษทุกคำ

a)

กงสุล คาเฟ่ แท็กซี่ เทนนิส

b)

เรสเตอรองท์ บุฟเฟต์ บูเกต์ เบคอน

c)

ไวโอลิน เต็นท์ เกียร์ แบตเตอรี่

d)

เนกไท เครดิต แคชเชียร์ โชเฟอร์

45.

ข้อใดเป็นคำที่มาจากภาษาจีนทุกคำ

a)

โบตั๋น กุยช่าย เท็มปุระ

b)

คะน้า ท้อ สึนามิ

c)

ก๋วยเตี๋ยว โจ๊ก โอเลี้ยง

d)

จับเลี้ยง ซาโยนาระ โหวงเฮ้ง

46.

ประโยคใดมีคำที่มาจากภาษาจีน

a)

อย่าลืมปิดไฟทุกครั้งก่อนนอน

b)

ฉันไม่ชอบเดินคนเดียวตอนเย็น

c)

คุณครูบอกให้จัดโต๊ะและเก้าอี้ให้เรียบร้อย

d)

มีพระห้อยคอแล้วรู้สึกเป็นสิริมงคล

47.

คำข้อใดมาจากภาษาญี่ปุ่น

a)

สาเก ยูโด

b)

กะปิ จวน

c)

ขนมปัง ซามูไร

d)

ปิ่นโต คาเฟ่

48.

ข้อใดเรียงจากคำยืมภาษาจีน ญี่ปุ่น อังกฤษ

a)

กุยช่าย เซรุ่ม ซาโยนาระ

b)

สเต๊ก วาซาบิ อั้งโล่

c)

สึนามิ ไช้เท้า ทอฟฟี่

d)

ซาเล้ง ซาบะ แยม

49.

“โอเลี้ยง อั้งยี่ เซียมซี ตั้วโผ” เป็นคำมาจากภาษาใด

a)

ภาษาจีน

b)

ภาษาญี่ปุ่น

c)

ภาษาอาหรับ

d)

ภาษาชวา – มลายู

50.

“นายทรงกลดเป็นนักเรียนที่ได้รับโควตาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่” คำที่ขีดเส้นใต้ เป็นคำที่มาจากภาษาใด

a)

อังกฤษ

b)

จีน

c)

เขมร

d)

ญี่ปุ่น

51.

ข้อใดไม่มีคำที่มาจากภาษาเขมร

a)

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบ

b)

คุณปู่ทำลายกนกแก้วลายไทยงามวิจิตร

c)

ให้รื่นเริงสุขสำราญเหมือนดอกไม้บานยามเช้า

d)

เพลงลาวดำเนินทรายมีทำนองไพเราะอ่อนหวาน

52.

“บันดาลลงบันได บันทึกให้ดูจงดี

รื่นเริงบันเทิงมี บันลือลั่นสนั่นดัง”

คำว่า “บัน” ที่ปรากฏในบทร้อยกรองข้างต้น เป็นคำที่มาจากภาษาใด

a)

อังกฤษ

b)

จีน

c)

เขมร

d)

ชวา-มลายู

53.

ข้อใดกล่าวถึงคำทับศัพท์ได้ถูกต้องที่สุด

a)

การทับศัพท์เป็นการบัญญัติศัพท์ขึ้นใหม่ เพื่อใช้สื่อความหมายได้ตรงกัน

b)

การทับศัพท์เป็นการสร้างคำใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีต่างประเทศ

c)

การทับศัพท์เป็นการถ่ายเสียงภาษาเดิม ออกเป็นภาษาไทยตามที่ออกเสียงกัน

d)

การทับศัพท์เป็นการปรับปรุงคำให้ใช้สื่อความหมาย ในเฉพาะกลุ่มวงการต่างๆ

54.

ข้อใดจำเป็นต้องใช้คำต่างประเทศ

a)

ราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินขึ้นๆลงๆ ตามกลไกการตลาด

b)

รัฐบาลประกาศกำจัดคอร์รัปชั่นให้หมดไปจากประเทศไทย

c)

ยักษ์ใหญ่มือถือทุ่มโปรโมชั่นใหม่ๆ เฉือนกันดุเดือด

d)

เวลาขับรถต้องคาดเซฟตีเบลต์ทุกครั้ง

55.

ข้อใดจำเป็นต้องใช้คำทับศัพท์

a)

สร้างภาพว่าอินโนเซ้นต์ บื้อเหมือนคุณยาย

b)

ให้กินกันแบบฟรี ฟรี ชื่อเสียงขึ้นชื่อลือชา

c)

ที่เธอเข้ามาชมเหมือนสะสมแสตมป์เซเว่น

d)

เป็นของกำนัลให้นางไว้ใช้ มีซีม่ากับคาลามายด์

56.

ข้อใดเป็นคำทับศัพท์ทุกคำ

a)

หม่อง แฟลต ดีวีดี

b)

อะไหล่ โลหะ ตำรวจ

c)

เปิงมาง กุหลาบ คีย์บอร์ด

d)

บาทหลวง สบู่ กะละแม

57.

ข้อใดเป็นคำศัพท์บัญญัติทุกคำ

a)

คอมพิวเตอร์ ซีพียู อนันต์

b)

เครื่องพิมพ์ ธนาคาร ห้องชุด

c)

อินฟินิตี้ ก้านควบคุม โน้มถ่วง

d)

บล็อก ภูมิแพ้ วัคซีน

58.

คนที่รู้อะไรด้านเดียว แล้วก็เข้าใจว่าว่าสิ่งนั้นเป็นอย่างนั้น"

a)

ตาบอดได้แว่น

b)

ตาบอดคลำช้าง

c)

ตาบอดสอดตาเห็น

d)

ตาบอดตาใส

59.

ข้อใดมีความหมายว่า "ไม่ยอมถอย"

a)

ถึงพริกถึงขิง

b)

ถึงไหนถึงกัน

c)

ถึงเนื้อถึงตัว

d)

ลงไม้ลงมือ

60.

"พกหินดีกว่าพกนุ่น" หมายความว่าอย่างไร

a)

หินหนักกว่านุ่น

b)

ไปไหนควรเอาหินไปด้วย

c)

ทำงานหนักได้ประโยชน์กว่างานเบา

d)

ให้ใจคอหนักแน่นอย่าหูเบาใจเบา