NEW
Font size
Worksheetsราชาธิราช (ตอน สมิงพระรามอาสา) (จำนวน ๒๐ ข้อ)
Total questions: 20
Worksheet time: 20mins
๑. เรื่องราชาธิราชแต่งขึ้นในรัชสมัยใด
ก. พระเจ้ากรุงธนบุรี
ข. พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ค. พระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ง. พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
๒. เรื่องราชาธิราชมีวัตถุประสงค์ในการแต่งตามข้อใด
ก. เพื่อเป็นคติบำรุงปัญญาแก่ประชาชน
ข. เพื่อใช้เป็นตำราในการทำสงคราม
ค. เพื่อให้เกิดความรักชาติบ้านเมืองของตน
ง. เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่แม่ทัพนายกองทั้งหลาย
๓. เรื่องราชาธิราชได้เค้าโครงเรื่องมาจากเอกสารตามข้อใด
ก. พงศาวดารพม่า
ข. พงศาวดารมอญ
ค. ประวัติศาสตร์พม่า
ง. ประวัติศาสตร์มอญ
๔. ใครเป็นผู้จับตัวสมิงพระรามไปเป็นเชลย และจองจำไว้ ณ กรุงอังวะ
ก. พระเจ้ากรุงต้าฉิง
ข. มังรายกะยอฉะวา
ค. พระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง
ง. พระเจ้าฝรั่งมังศรีฉะวา
๕. พระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง เมื่อได้รับพระราชสาส์นของพระเจ้ากรุงจีนแล้ว พระองค์ทรงรู้สึกตามข้อใด
ก. รู้สึกดีพระทัยที่จะได้ดูทหารขี่ม้าสู้กันตัวต่อตัว
ข. รู้สึกเสียพระทัยเพราะคงไม่มีทหารพม่าคนใดอาสาออกต่อสู้
ค. รู้สึกดีพระทัยที่จะได้ทอดพระเนตรการสู้รบที่ถูกต้องเป็นธรรม
ง. รู้สึกเสียพระทัยเพราะการสู้รบครั้งนี้ทหารของพระองค์คงพ่ายแพ้แน่นอน
๖. เหตุใดสมิงพระรามจึงกล่าวว่า “เหมือนหาบสองบ่าอาสาสองเจ้าหาควรไม่”
ก. เพราะคนเราไม่ควรทำงานสองอย่างพร้อม ๆ กัน
ข. เพราะตนเองนั้นเป็นชาวมอญไม่ควรไปรับใช้ชาวพม่า
ค.เพราะตนเองอาสามาสู้รบกับพม่าแล้วยังจะอาสาไปสู้รบกับจีนอีก
ง. เพราะตนเองนั้นเป็นข้าของพระเจ้าราชาธิราชแล้วยังจะมารับใช้พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องอีก
๗. เหตุใดสมิงพระรามจึงเปลี่ยนใจคิดอาสาออกไปต่อสู้กับกามะนี
ก. เพื่อหวังอามิสสินจ้างรางวัล
ข. เพื่อตัดกำลังข้าศึกมิให้ยกล่วงไปถึงหงสาวดี
ค. เพื่อไม่ให้ใครมาดูถูกว่าทหารมอญไม่มีฝีมือในการต่อสู้
ง. เพื่อแสดงให้เห็นว่าทหารมอญนั้นมีฝีมือเหนือกว่าทหารพม่า
๘. ข้อใดเป็นคำกล่าวที่ไม่ถูกต้อง
ก. ช้างดีต่อเมื่อขี่จึงจะรู้ว่าดี
ข. ม้าดีต่อเมื่อเอามือแตะหลังดูจึงจะรู้ว่าดี
ค. ทหารดีถ้าอาสาออกทำศึกสงครามจึงจะรู้ว่าดี
ง. สตรีงามต้องถึงพร้อมด้วยมีวิชาความรู้จึงจะนับว่างาม
๙. ข้อใดคือความหมายของคำว่า “ม้าเชลยศักดิ์”
ก. ม้าของเชลย
ข. ม้าของพระเจ้าแผ่นดิน
ค. ม้าของผู้ถูกข้าศึกจับตัวได้
ง. ม้าที่ไม่ใช่ม้าหลวงคือม้าของชาวบ้าน
๑๐. ข้อใดกล่าวไว้ไม่ถูกต้อง
ก. สมิงพระรามไม่เลือกม้าที่เป็นม้าหลวง
ข. สมิงพระรามเลือกม้าของหญิงม่าย
ค. สมิงพระรามเลือกม้าตัวที่ใช้มือแตะหลังแล้วอ่อนหลังทรุดลง
ง. สมิงพระรามขอทดลองฝึกหัดม้าเพื่อให้เชื่องก่อน
๑๑. เมื่อได้ม้าสมใจแล้ว สมิงพระรามได้ทูลขออะไรจากพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องอีก
ก. ผ้าโพกศีรษะ
ข. แหวนสอดก้อย
ค. ขอเหล็กกับตะกรวย
ง. เสื้อสีชมพูขลิบทองจีบเอว
๑๒. สมิงพระรามวางแผนในการเอาชนะกามะนีอย่างไร
ก. ชวนกามะนีขี่ม้าวิ่งประลองฝีเท้ากัน
ข. ชวนกามะนีร่ายรำเพลงดาบบนหลังม้าหน้าที่นั่ง
ค. ชวนกามะนีร่ายรำเพลงทวนบนหลังม้าหน้าที่นั่ง
ง. ชวนกามะนีขี่ม้าโจนข้ามฟากลำมาบกว้าง ๕ วา
๑๓. เมื่อกามะนีเสียทีแก่สมิงพระรามแล้ว พระเจ้ากรุงจีนทรงกระทำตามข้อใด
ก. เตรียมบุกเข้าตีกรุงอังวะ
ข. ส่งทูตมาขอตัวสมิงพระรามไปอยู่ยังกรุงจีน
ค. ส่งพระราชสาส์นมาท้ารบกับพระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง
ง. ให้เลิกทัพกลับไปยังกรุงจีนตามที่ได้ให้สัญญาไว้
๑๔. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของพระเจ้ากรุงจีนที่กล่าวไว้ในเรื่องราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา
ก. รักษาคำสัตย์
ข. มีใจเป็นธรรม
ค. มีน้ำใจนักกีฬา
ง. รักลูกเมียประดุจชีวิต
๑๕. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของสมิงพระราม
ก. รักศักดิ์ศรี
ข. รักษาคำสัตย์
ค. โหดเหี้ยม เล่ห์เหลี่ยมมาก
ง. กล้าหาญ เฉลียวฉลาด รอบคอบ
๑๖. สมิงพระรามมีนิสัยเช่นไร
ก. หลอกลวง
ข. ซื่อสัตย์
ค. ชอบโอ้อวดตนเอง
ง. รักตัวกลัวตาย
๑๗. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุสำคัญในการรบชนะกามะนีของสมิงพระราม
ก. มีม้าดี กำลังมาก
ข. ทำอุบายเพื่อกาจุดอ่อนของกามะนี
ค. มีตระกรวยกับขอเหล็กเป็นเครื่องราง
ง. หลอกล่อให้ม้าของกามะนีอ่่อนกำลังลง
๑๘. พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องเรียกพระราชกุมารว่า เชลย ตรงกับสำนวนใด
ก. ได้คืบจะเอาศอก
ข. ปลาหมอตายเพระาปาก
ค. น้ำขุนไว้ใน น้ำใสไว้นอก
ง. ใกล้เกลือกินด่าง
๑๙. ข้อใดให้ความหมายของคำศัพท์ไม่ถูกต้อง
ก. พระเพลา หมายถึง หัวเข่า
ข. พระวิสูตร หมายถึง ม่าน
ค. พานพระศรี หมายถึง พานหมาก
ง. พระราชนัดดา หมายถึง หลาน
๒๐. สมิงพระรามกลับกรุงหงสาวดีด้วยเหตุอันใด
ก. คิดถึงบ้าน
ข. เกิดความเบื่อหน่ายในตัวพระราชธิดา
ค. เกิดความน้อยใจที่ถูกเรียกว่าเชลย
ง. ไม่ต้องการเลี้ยงบุตร
