wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System)

Total questions: 12

Worksheet time: 6mins

Name
Class
Date
1.

การอักเสบเป็นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มใด

a)

กลุ่มฟาโกไซต์

b)

กลุ่มโมโนไซต์

c)

กลุ่มนิวโทรฟิล

d)

กลุ่มลิมโฟไซต์

2.

เมื่อโมโนไซต์แทรกตัวออกจากหลอดเลือดฝอยไปตามเนื้อเยื่อ จะมีการขยายขนาดเซลล์ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อเปลี่ยนไปเป็นอะไร

a)

เซลล์แมสต์

b)

ฟาโกไซโทซิส

c)

ฮีสตามีน

d)

แมโครฟาจ

3.

เซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มลิมโฟไซต์มีกี่ชนิด อะไรบ้าง

a)

1 ชนิด คือ เซลล์แมสต์

b)

1 ชนิด คือ เซลล์บี

c)

2 ชนิด คือ เซลล์บีและเซลล์ที

d)

2 ชนิด คือ นิวโทรฟิลและโมโนไซต์

4.

เซลล์พลาสมา ทำหน้าที่อะไร

a)

สร้างและหลั่งแอนติบอดี

b)

จดจำแอนติเจนชนิดเดิม

c)

ขนายขนาดให้กลายมาเป็นแมโครฟาจ

d)

ขยายหลอดเลือดฝอย เพื่อนำเลือดและเม็ดเลือดขาวมาสะสมมากขึ้น

5.

แอนติเจน คืออะไร

a)

โมเลกุลของสารหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายแล้วไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างแอนติบอดี

b)

โปรตีนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับกลไกการต่อต้านและทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ

c)

เซลล์ที่กระตุ้นการทำงานและการแบ่งเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มลิมโฟไซต์

d)

เซลล์ที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส

6.

เมื่อเซลล์ทีผู้ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์บีและ cytotoxic T cell แล้ว จะเกิดเหตุการณ์ใดต่อจากนี้

a)

จะทำการเพิ่มจำนวนตัวเองและพัฒนาไปเป็นเซลล์พลาสมา และเซลล์ความจำแล้วทำลายแอนติเจน

b)

โปรตีนจะเข้าจับกับแอนติเจนเป้าหมายได้อย่างจำเพาะ

c)

ตอบสนองและสร้างแอนติบอดีได้อย่างรวดเร็ว

d)

ทำลายเซลล์แปลกปลอมหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส และกระตุ้นการทำงานและการแบ่งเซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มลิมโฟไซต์

7.

ข้อใดไม่ใช่ภูมิคุ้มกันรับมา

a)

ทารกได้รับแอนติบอดีตั้งแต่อยู่ในครรภ์ผ่านทางรก

b)

ทารกได้รับแอนติบอดีผ่านทางน้ำนมแม่

c)

การฉีดเซรุ่มหรือซีรัม

d)

การฉีดวัคซีน

8.

ข้อใดไม่ใช่โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

a)

โรคเอดส์

b)

โรคลมชัก

c)

โรคลูปัส

d)

โรคภูมิแพ้

9.

โรคภูมิแพ้ สามารถแก้ไขอาการแพ้ได้ด้วยวิธีการให้ยาชนิดใด

a)

ยาแอนติฮิสตามีน

b)

ยานอนหลับ

c)

ยาพาราเซตามอล

d)

ยาพิราเวียร์

10.

ข้อใดไม่ใช่พฤติกรรมที่นำไปสู่การติดเชื้อ HIV

a)

การได้รับเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ที่มีเชื้อ HIV

b)

การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกัน

c)

การดื่มน้ำร่วมกันกับผู้ที่มีเชื้อ HIV

d)

การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน

11.

เมื่อเกิดการอักเสบ ฟาโกไซต์จะทำลายเชื้อโรคโดยการกินที่เรียกว่า

a)

ฟาโกไซโทซิส

b)

พิโนไซโทซิส

c)

การแพร่

d)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

12.

ข้อใดไม่ใช่เนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอมในระบบภูมิคุ้มกัน

a)

ทอนซิล

b)

เนื้อเยื่อน้ำเหลือง

c)

ไส้ติ่ง

d)

ม้าม