NEW
Font size
Worksheetsบทที่ 2 การรักษาดุลยภาพของสารต่างๆในร่างกาย
Total questions: 22
Worksheet time: 14mins
1. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่หน้าที่ของไต
กรองของเสียออกจากเลือด
รักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย
ควบคุมเมแทบอลิซึมของร่างกาย
ดูดกลับแร่ธาตุที่มีประโยชน์เข้าสู่เลือด
2. บริเวณใดของหน่วยไตที่มีการดูดกลับสารที่มีประโยชน์เข้าสู่หลอดเลือด
ท่อรวม
ท่อหน่วยไต
โกลเมอรูลัส
รีนัลอาร์เตอรี
3. ข้อใดกล่าวถึงการกรองของเสียของหน่วยไตได้ถูกต้อง
เลือดผ่านเข้าสู่หน่วยไตทางหลอดเลือดรีนัลเวน
โปรตีนเป็นสารที่มีประโยชน์จึงถูกดูดกลับเข้าสู่เลือดอีกครั้ง
โบว์แมนส์แคปซูลเป็นเยื่อกรองให้สารผ่านเข้าสู่ห่อหน่วยไต
ของเหลวและสารขนาดเล็กจะผ่านการกรองของโกลเมอรูลัส
4. สารในข้อใดจะไม่ถูกขับออกมาพร้อมปัสสาวะ
น้ำ
ยูเรีย
โปรตีน
กรดยูริก
5. กระบวนการใดของร่างกายมีผลทำให้ระดับ H+ ในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น
การขับถ่าย
การย่อยอาหาร
การแลกเปลี่ยนแก๊ส
การหายใจระดับเซลล์
6. อวัยวะสำคัญในการรักษาดุลยภาพกรด-เบสของเลือดคือข้อใด
ตับ ไต
ไต ปอด
ตับ ปอด
ปอด ลำไส้เล็ก
7. หากเลือดมีความเป็นกรดสูง ร่างกายจะมีการรักษาดุลยภาพความเป็นกรด-เบส อย่างไร
ดูดกลับ H+ และ NH+4 เข้าสู่เลือด
เพิ่มการหายใจออกเพื่อกำจัด CO2
ขับ Na+ และ HCO-3 ออกจากเลือด
เพิ่มการหายใจเข้าเพื่อนำ O2 เข้าสู่ร่างกาย
8. หลังจากออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นเวลานาน ร่างกายมีกลไกการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิอย่างไร
ลดอัตราเมแทบอลิซึม และหลอดเลือดหดตัว
เพิ่มอัตราเมแทบอลิซึม และหลอดเลือดหดตัว
อัตราเมแทบอลิซึมคงที่ และหลอดเลือดหดตัว
ลดอัตราเมแทบอลิซึม และหลอดเลือดขยายตัว
9. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่โครงสร้างในการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกาย
ปอด
ผิวหนัง
หลอดเลือดฝอย
สมองส่วนไฮโพทาลามัส
10. ศูนย์ควบคุมการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายคือสมองส่วนใด
ซีรีบรัม
ซีรีเบลลัม
ไฮโพทาลามัส
เมดัลลาออบลองกาตา
11. ถ้าอุณหภูมิภายนอกร่างกายลดต่ำลงมาก ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร
รูขุมขนขยายตัวมากขึ้น
หลอดเลือดที่ผิวหนังขยายตัว
กล้ามเนื้อโครงร่างหดตัวเร็วขึ้น
อัตราเมแทบอลิซึมของร่างกายลดลง
12. เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเรียกว่าอะไร
ซีรุ่ม
วัคซีน
แอนติเจน
แอนติบอดี
13. ข้อใดกล่าวถึงการป้องกันเชื้อโรคของผิวหนังได้ไม่ถูกต้อง
ผิวหนังผลิตเหงื่อที่มีฤทธิ์เป็นเบส
ผิวหนังเป็นด้านป้องกันด้านแรกของร่างกาย
ผิวหนังมีสารกลุ่มเคราตินช่วยป้องกันการติดเชื้อ
ผิวหนังสามารถหลุดลอกทำให้เชื้อจุลินทรีย์หลุดไปด้วย
14. เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใดสามารถหลั่งสารอิสตามีนที่ทำให้เกิดการอักเสบในบริเวณที่มีการติดเชื้อ
เบโซฟิล
โมโนไซต์
ลิมโฟไซต์
นิวโทรฟิล
15. ปริมาณของเซลล์ชนิดใดในร่างกายมนุษย์ที่สามารถแสดงถึงการติดเชื้อโรคต่าง ๆ
เซลล์ประสาท
เซลล์ไขกระดูก
เซลล์เม็ดเลือดขาว
เซลล์เม็ดเลือดแดง
16. ข้อใดกล่าวถึงชนิดของเซลล์ทีและหน้าที่ได้ถูกต้อง
เซลล์ทีผู้ช่วย : ทำลายแอติเจนที่เข้าสู่ร่างกาย
เซลล์ทีผู้ช่วย : กระตุ้นเซลล์ทีให้สร้างแอนติบอดี
เซลล์กดภูมิคุ้มกัน : ทำลายเซลล์ทีผู้ช่วยที่หมดอายุ
เซลล์ทีทำลายสิ่งแปลกปลอม : กระตุ้นเซลล์บีให้สร้างแอนติบอดี
17. ลักษณะใดเป็นอาการของโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตนเอง
เซลล์เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย
เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลายอย่างรุนแรง
เซลล์เม็ดเลือดขาวสร้างสารพิษขึ้นมาแทนแอนติบอดี
เซลล์ของร่างกายถูกทำลายโดยแอนติบอดีที่ร่างกายสร้างขึ้น
18. โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องเกิดจากการติดเชื้อประเภทใด
เชื้อไวรัส HIV
เชื้อไวรัส RSV
เชื้อไวรัส HPV
เชื้อแบคทีเรีย E. coli
19. เซลล์เป้าหมายของเชื้อไวรัส HIV คือเซลล์ใด
เซลล์บี
เซลล์ที
เซลล์โมโนไซต์
เซลล์เม็ดเลือดแดง
20. การกระทำในข้อใดทำให้เชื้อเอดส์เข้าสู่ร่างกายได้
สัมผัสผิวหนังกัน
ใช้ห้องน้ำร่าวมกัน
ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
รับประทานอาหารร่วมกัน
21. เพราะเหตุใดผู้ที่รับประทานอาหารที่เค็มจัดจึงมีโอกาสเกิดความผิดปกติกับไตได้มากกว่าบุคคลอื่น
เกิดการสะสมของโซเดียมที่ไต ทำให้ไตบวม
ไตทำงานหนักขึ้นเพื่อกำจัดเกลือที่มากเกินความต้องการ
อาหารที่มีรสชาติเค็มจัด ทำให้ความเข้มข้นของเลือดสูงขึ้น
อาหารเค็มจัดมีโซเดียมคลอไรด์มาก ทำให้ไตต้องดูดน้ำกลับเพิ่มมากขึ้น
22. เซลล์ลิมโฟไซต์ชนิดบีกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมด้วยวิธีใด
สร้างแอนติเจนที่จำเพาะ
สร้างแอนติบอดีที่จำเพาะ
สร้างเซลล์พลาสมาเพื่อกลืนกินเชื้อโรค
กระตุ้นการทำงานของเซลล์ทีทำลายสิ่งแปลกปลอม
