NEW
Font size
Worksheetsอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
Total questions: 20
Worksheet time: 37mins
แก๊สไฮโดรเจนทำปฏิกิริยากับแก๊สไอโอดีน เกิดเป็นไฮโดรเจนไอโอไดด์ ถ้าแกน Y = HI จะได้กราฟเส้นใด
A
B
C
D
ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ NH3(g) จาก H2(g) และ N2(g) โดยมีอัตราการเกิดผลผลิตเท่ากับ 0.80 mol /dm3.s
จงหาอัตราการลดลงของสารตั้งต้น N2 เป็น mol/dm3 .s
1.2
2.4
0.8
0.4
0.65
ปฏิกิริยา 2 NH3 → N2 + 3H2 ที่ 300 Co พบว่าความเข้มข้นของ NH3 ลดลงจาก 0.0150 mol/L เป็น
0.0020 mol/L ในเวลา 100 วินาที จงคำนวณอัตราการเกิด N2 ในหน่วย mol/L⋅s
1.3 x 10-4
2.6 x 10-4
4.3 x 10-5
6.5 x 10-5
8.5 x 10-5
เมื่อให้ความร้อนกับ NO2(g) จะเกิดการสลายตัวเป็น NO(g) และ O2 ขณะเริ่มต้นปฏิกิริยามีสาร NO2
เท่ากับ 0.180 mol/dm3 หลังจากนั้น 60 วินาที จะมี NO2 เหลืออยู่ 0.120 mol/dm3 จงหาอัตราการ
สลายตัวของ NO2 และอัตราการเกิด O2 ในหน่วยmol/dm3.s ตามลำดับ
0.0005 และ 0.0005
0.001 และ 0.0005
0.001 และ 0.001
0.0005 และ 0.001
0.0005 และ 0.038
ก๊าซ AB2 สลายตัวได้ตามสมการ 2AB2(g) —— 2AB(g) + B2(g) ถ้าอัตราการสลายตัวของ AB2 เท่ากับ k1 mol.dm–3 . s–1 อัตราการเกิด B2 จะเป็นเท่าไร
k1/4
K1/2
k1
2k1
2K1/2
กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงพลังงานของปฏิกิริยา
A(g) + B(g) —— C(s) + D(g) มีลักษณะตามกราฟ พลังงานก่อกัมมันต์
และพลังงานที่ดูดหรือ คาย มีค่าเท่าใด
พลังงานก่อกัมมันต์ = 12 kJ / molและ ดูดพลังงาน = 7 kJ / mol
พลังงานก่อกัมมันต์ = 12 kJ / molและ ดูดพลังงาน = 4 kJ / mol
พลังงานก่อกัมมันต์ = 15 kJ / mol และ ดูดพลังงาน = 4 kJ / mol
พลังงานก่อกัมมันต์ = 12 kJ / mol และ คายพลังงาน = 4 kJ / mol
พลังงานก่อกัมมันต์ = 14 kJ / mol และ คายพลังงาน = 8 kJ / mol
กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงพลังงานของปฏิกริยา
A(g) + B(g) ----- C(s) + D(g) มีลักษณะตามกราฟ พลังงานก่อกัมมันต์ และพลังงานที่ดูดหรือ คาย มีค่าเท่าใด
พลังงานก่อกัมมันต์ = 20 kJ / molและ ดูดพลังงาน = 2 kJ / mol
พลังงานก่อกัมมันต์ = 20 kJ / mol และ ดูดพลังงาน = 3 kJ / mol
พลังงานก่อกัมมันต์ = 15 kJ / mol และ คายพลังงาน = 2 kJ / mol
พลังงานก่อกัมมันต์ = 15 kJ / mol และ คายพลังงาน = 3 kJ / mol
พลังงานก่อกัมมันต์ = 25 kJ / mol และ คายพลังงาน = 3 kJ / mol
พิจารณารูปต่อไปนี้การเปรียบเทียบ
พลังงานก่อกัมมันต์ และการบอกชนิดของปฏิกิริยา
I และปฏิกิริยา II ในข้อใดถูกต้อง
ตามทฤษฎีการชนกันของโมเลกุล ข้อใดเป็นขั้นตอนที่กำหนดอัตราเร็วของปฏิกิริยารวม
ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยที่ดำเนินไปช้าที่สุด
ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยที่ดำเนินไปเร็วที่สุด
ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยขั้นแรก
ปฏิกิริยาขั้นตอนย่อยขั้นสุดท้าย
ปฏิกิริยาขั้นตอนแรกและขั้นสุดท้าย
ปฏิกิริยา Zn(s) + H2SO4(aq) ----- ZnSO4(aq) + H2(g) ปฏิกิริยาคายความร้อน ถ้าใส่ผงสังกะสีในกรดซัลฟิวริกเจือจางที่ (i) 25 องศาเซลเซียส และ (ii) 35 องศาเซลเซียส กรณี (ii) จะเกิดผลอย่างไร เมื่อเทียบ
กับ กรณี (i)
ก. อนุภาคต่างๆ มีพลังงานจลน์สูงขึ้น
ข. พลังงานกระตุ้นลดลง
ค. อนุภาคต่างๆ ชนกันบ่อยครั้งขึ้น
ง. ปฏิกิริยาจะเกิดเร็วขึ้น
จ. ก๊าซไฮโดรเจนที่เกิดขึ้นมีปริมาณน้อยลง
ข้อใดถูกต้อง
ก ข และ ค เท่านั้น
ก ค และ ง เท่านั้น
ก ข ค และ ง เท่านั้น
ก ข ค ง และ จ
ก เท่านั้น
ข้อใดเป็นเหตุผลที่ถูกต้องที่สุดเพื่อแสดงว่า อัตราการเกิดปฏิกิริยาจะเพิ่มขึ้น เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น
โมเลกุลของสารนั้นจะมีการชนกันมากขึ้น
จะทำให้ความดันเพิ่มขึ้น
ทำให้พลังงานกระตุ้นเพิ่มขึ้น
โมเลกุลบางส่วนมีพลังงานสูงเกิดขึ้น
โมเลกุลบางส่วนมีพลังงานต่ำลง
ในปฏิกิริยาดูดความร้อน สารตั้งต้น สารผลิตภัณฑ์ กำหนดให้ความแตกต่างของพลังงานระหว่างสาร
ทั้งสองมีค่าเท่ากับ 20 กิโลจูลต่อโมล และพลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยามีค่า 50 กิโลจูลต่อโมล ดังนั้นถ้า
เติมคะตะไลต์ลงไปปฏิกิริยาจะมีผลอย่างไร
ปฏิกิริยาจะคายความร้อนและมีพลังงานกระตุ้นมากกว่าเดิม
ปฏิกิริยาจะดูดความร้อนและมีพลังงานกระตุ้นเท่าเดิม
ปฏิกิริยาจะคายความร้อนและพลังงานกระตุ้นน้อยกว่าเดิม
ปฏิกิริยาจะดูดความร้อนเท่าเดิม และมีพลังงานกระตุ้นน้อยกว่าเดิม
ปฏิกิริยาจะคายความร้อนเท่าเดิม และมีพลังงานกระตุ้นน้อยกว่าเดิม
ข้อใดมีผลทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน
เพิ่มอุณหภูมิ ลดความดัน
เพิ่มพื้นที่ผิว ใส่ตัวเร่งปฏิกิริยา
เพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้นเพิ่มพลังงานก่อกัมมันต์
เพิ่มพื้นที่ผิว เพิ่มขนาดภาชนะที่บรรจุ
ลดพื้นที่ผิว ลดขนาดภาชนะที่บรรจุ
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี คือ
ความเข้มข้นของสารละลาย ความดัน ตัวเร่งปฏิกิริยา พันธะโควาเลนต์
พันธะโควาเลนต์ อุณหภูมิ ความเข้มข้นของสารละลาย ความดัน
อุณหภูมิ ความเข้มข้นของสารละลาย พื้นที่ผิว ตัวเร่งปฏิกิริยา
อุณหภูมิ พันธะโควาเลนต์ พื้นที่ผิวตัวเร่งปฏิกิริยา
อุณหภูมิ พันธะไอออนิก พื้นที่ผิวตัวเร่งปฏิกิริยา
ใส่แท่งโลหะสังกะสีรูปทรงกลม 1 cm3 ลงในกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.1 โมล/ลิตร 20 cm3 แล้วเขย่า
เบาๆ ถ้าเพิ่มสิ่งต่อไปนี้ เป็นสองเท่า อะไรจะทำให้อัตราเร็วของการเกิดก๊าซไฮโดรเจนเพิ่มมากที่สุด
พื้นที่ผิวของ Zn
ปริมาตรของ Zn
ปริมาตรของ HCl
ความเข้มข้นของ HCl
ความเข้มข้นของ Zn
พิจารณาสมการต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม
1. แก๊สไฮโดรเจน + แก๊สออกซิเจน ---> น้ำ
2. แมกนีเซียม + แก๊สออกซิเจน ----> แมกนีเซียมออกไซด์
3. กรดไฮโดรคลอริก + โซเดียมไฮดรอกไซด์ ----> โซเดียมคลอไรด์ + น้ำ
การเปลี่ยนแปลงในข้อใด จัดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมีทั้งหมด
1 และ 2
2 และ 3
3 และ 1
1 , 2 และ 3
2 เท่านั้น
เมื่อเติมน้ำส้มสายชูลงในโซดาอบขนมปัง พบว่าโซดาอบขนมปังละลาย และมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ข้อมูลในข้อใดไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา
ใช้น้ำส้มสายชูที่ผลิตจากพืชแทนน้ำส้มสายชูที่ผลิตจากกรดแร่
แช่น้ำส้มสายชูให้เย็นก่อนที่จะผสมกับโซดาอบขนมปัง
ใช้น้ำส้มสายชูบริสุทธิ์แทนน้ำส้มสายชูที่เจือจาง
บดโซดาอบขนมปังก่อนที่จะเติมน้ำส้มสายชู
ใช้น้ำส้มสายชูให้มีปริมาตรมากขึ้น 2 เท่า
ปฏิกิริยาของแผ่นโลหะอะลูมิเนียมน้ำหนัก 10.0 กรัม กับสารละลายกรดซัลฟิวริกเข้มข้น 0.10 โมลาร์ ปริมาตร 20 มิลลิลิตร ที่ 25 °C ทำให้เกิดแก๊สไฮโดรเจนขึ้นดังสมการ
2Al(s) + 3H2SO4(aq) <-------> Al2(SO4)3(aq) + 3H2(g)
การปรับการทดลองตามข้อใดจะทำให้อัตราการเกิดแก๊สไฮโดรเจนลดลงจากเดิม
ทำปฏิกิริยาที่ 35 °C
เติมน้ำลงไป 10.0 มิลลิลิตร
ใช้กรดที่มีความเข้มข้น 0.12 โมลาร์
ใช้ผงโลหะอะลูมิเนียมน้ำหนัก 10.0 กรัม
ลดความเข้มข้นของสารทั้ง r และ p
ข้อใดที่แสดงว่าผิวสัมผัสมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา
กระดาษฝอยติดไฟได้เร็วกว่าแผ่นกระดาษ
แผ่นสังกะสีปกติทำปฏิกิริยากับกรดไฮโดรคลอริกได้ช้ากว่าแผ่นสังกะสีที่มีลวดทองแดงพันอยู่
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใช้เชื้อเพลิงยูเรเนียมที่เป็นแท่งยาวทำให้มีอายุการใช้งานนานกว่าที่ใช้เป็นก้อนเล็ก ๆ
แบตเตอรี่รถยนต์ที่มีจำนวนแผ่นตะกั่วมากกว่าให้กำลังไฟฟ้าสูงกว่าที่มีจำนวนแผ่นน้อยกว่า
ถูกทุกข้อ
ข้อใดเป็นกิจกรรมหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมีทั้งหมด
การสังเคราะห์แสงของพืช กลิ่นหอมที่เกิดจากยาดับกลิ่น
การเกิดหินงอกหินย้อย การเผากระดาษ
การจุดพลุดอกไม้ไฟ เมฆรวมตัวเป็นฝน
การเกิดสนิมเหล็ก การสูบลมยางล้อรถยนต์
การต้มไข่ การเกิดหินงอกหินย้อย
