NEW
Font size
Worksheetsภาษาไทย(เพิ่มเติม) ม.5
Total questions: 20
Worksheet time: 15mins
1.ข้อใดคือความหมายของวรรณกรรมท้องถิ่น
ก.วรรณกรรมที่ชาวบ้านสร้างขึ้นมาในท้องถิ่นของตน
ข.วรรณกรรมที่ชาวบ้านสร้างขึ้นมาโดยใช้ภาษาในท้องถิ่นและสืบทอดโดยการเล่า
ค.วรรณกรรมที่ชาวบ้านสร้างขึ้นเพื่อแสดงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นตังเอง
ง.วรรณกรรมที่ชาวบ้านสร้างขึ้นมาให้เป็นสมบัติของลูกหลาน
2.ข้อใดคือวรรณกรรมพื้นบ้านประเภทมุขปาฐะ
ก.การร้องหมอลำ
ข.การเล่นหมากรุก
ค.การร้องเพลงไทยเดิม
ง.การสร้างบ้านเรือนไทย
3.ทำไมจึงเกิดการเล่นปริศนาคำทาย
ก.เพราะอวดฉลาด
ข.เพราะต้องการลองภูมิปัญญา
ค.เพื่อความสนุกสนาน
ง.ถูกทุกข้อ
4.ปริศนาคำทายโคลงสี่สุภาพจัดเป็นปริศนาประเภทใด
ก.คำกลอน
ข.คำสุภาพ
ค.คำสุภาษิต
ง.คำพังเพย
5.ปริศนาคำทายมักจะนำเรื่องเกี่ยวกับอะไรมาเป็นคำถาม
ก.พืช
ข.สัตว์
ค.ธรรมชาติ
ง.ถูกทุกข้อ
6.ข้อใดคือลักษณะวรรณกรรมท้องถิ่น
ก. ภาษาที่ใช้เป็นภาษาถิ่น
ข. ลีลาการแสดงทันสมัย
ค. การแต่งกายทันสมัย
ง. คำประพันธ์
7.ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับเพลงพื้นบ้าน
ก. เป็นเพลงที่เกิดจากคนในท้องถิ่น
ข. ใช้ภาษาเรียบง่ายไม่ซับซ้อน
ค. เป็นเพลงที่ระบุนามผู้แต่งไว้ชัดเจน
ง. มีลักษณะเฉพาะตัวในแต่ละท้องถิ่น
8.อะไรเอ่ย กอไผ่เต็มกอ หาข้อไม่พบ
ก.คิ้ว
ข.ผม
ค.ฟัน
ง.เล็บ
9.ปริศนาคำทาย มีความหมายว่าอย่างไร
ก. การละเล่นเพื่อฝึกเชาวน์ปัญญาของเด็ก ๆ
ข. การอธิบายวัตถุสิ่งของเหล่านั้นด้วยสำนวนถ้อยคำที่คล้องจองกัน
ค. การแสดงความหมายโดยนัยของวัตถุสิ่งของ บางครั้งก็พยายามใช้ถ้อยคำที่ส่อความหมายสองแง่
ง. ถ้อยคำที่ผูกเป็นเงื่อนงำ เพื่อให้แก้ให้ทายระหว่างบุคคลในสังคมเดียวกัน หรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน
10.ไอ้ไหรหา คันเบ็ดเจ็ดทุ่ง ข้ามคุ้งพระยาแมน ใครทายได้จะให้แหวน
จากปริศนาคำทายข้างต้นเป็นของภาคใด
ก. ภาคอีสาน
ข. ภาคใต้
ค. ภาคกลาง
ง. ภาคเหนือ
11. ห้อยอยู่หลัก ตักก็เต็ม บ่ตักก็เต็ม แม่นอีหยัง
จากปริศนาคำทายข้างต้นเป็นของภาคใด
ก. ภาคอีสาน
ข. ภาคใต้
ค. ภาคกลาง
ง. ภาคเหนือ
12.อะไรเอ่ย ตัดโคนก็ไม่ตาย ตัดปลายก็ไม่เน่า
ก. เล็บ
ข. เส้นผม
ค. สิว
ง. หู
13.อะไรเอ่ย หลังคาติดกับตัว โผล่หัวออกนอกชายคา
ก. เต่า
ข. กระท่อม
ค. เด็กทารก
ง. ไก่
14.อะไรเอ่ยต้นเท่าครก ใบปรกดิน
ก. มะนาว
ข. พริก
ค.ตะไคร้
ง. ข่า
15.สำนวน คืออะไร
ก. ถ้อยคำที่กล่าวเป็นชั้นเชิงชวนให้คิด ไม่แปลความหมายตรงตัว แต่เป็นที่เข้าใจกันของคนในสังคมที่เป็นเจ้าของภาษา
ข. ภาษิตที่เป็นโวหารโบราณที่สืบทอดกันมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงความหมาย
ค. ถ้อยคำโวหารที่มีความหมายแสดงถึงนิสัยใจคอและพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งด้านดีและด้านชั่ว
ง. คำกล่าวเพื่อเตือนใจ ซึ่งมักจะเป็นคำที่คล้องจองกัน
16. ภาษิต คืออะไร
ก. คำกล่าวหรือถ้อยคำที่มีคติชวนฟังหรือกลุ่มคำพิเศษที่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบเพื่อเตือนใจ
ข. ถ้อยคำหรือโวหารที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตในสังคม
ค. ถ้อยคำสั้น ๆ ตั้งแต่หนึ่งพยางค์ขึ้นไป เน้นความหมายและมีใจความกระชับ
ง. ถ้อยคำโวหารที่เรียบเรียงเป็นสำนวน มีความหมายไม่ตรงตัว และมักมีที่มาจากนิทาน
17. ชุบมือเปิบ เป็นสำนวนที่หมายถึงอะไร
ก. แส่หาเรื่อง
ข. เปิดเผยหมดสิ้น
ค. เอาเปรียบ
ง. ได้ดีแล้วหยิ่ง
18.กินน้ำพริกถ้วยเดียว เป็นสำนวนที่หมายถึงอะไร
ก. เพื่อนที่รักกันมาก
ข. ลงเรือลำเดียวกัน
ค. กระทำผิดไปแล้ว และไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดนั้นได้
ง. มีภรรยาคนเดียว ไม่ยินดีกับสาวอื่น
19. ดอกไม้ริมทาง หมายถึงอะไร
ก. หญิงงามแต่ไม่มีคู่ครอง
ข. ผู้หญิงใจง่าย
ค. ผิดหวังจากความรัก
ง. ผู้หญิงที่สูงศักดิ์ แต่ไม่ได้แต่งงาน
20. ความหมายของสำนวน "กินจนพุงแตก"
ก. ไม่รู้จักบุญคุณผู้อุปการะเลี้ยงดูหรือเนรคุณผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ
ข. รู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไรลงไป แต่ตีหน้าซื่อแสร้งทำเป็นไม่รู้
ค. รับเงินสินบน ทำหน้าที่โดยทุจริตมามากจนเรื่องแดงออกมาเป็นที่รู้กันไปทั่ว
ง. คนเราควรกินแต่พออิ่ม ไม่กินทิ้งกินขว้าง
