wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

final exam:Chemistry1

Total questions: 30

Worksheet time: 2hrs 30mins

Name
Class
Date
1.

 พันธะไอออนิก เกิดจากอะไร

a)

เกิดขึ้นระหว่างอะตอมของ อโลหะ กับ อโลหะ

b)

เกิดขึ้นระหว่างอะตอมของ โลหะ กับ โลหะ

c)

เกิดขึ้นระหว่างอะตอมของ โลหะ กับ อโลหะ

d)

ถูกทกข้อ

2.

จากรูปเป็นสมบัติของสารประกอบไอออนิกข้อใด

a)

มีความแข็งแต่เปราะ

b)

ตีเป็นแผ่นหรือยืดเป็นเส้นได้

c)

สถานะของแข็งไม่นำไฟฟ้า

d)

สถานะของเหลวนำไฟฟ้าได้

3.

สารประกอบที่เกิดจากไอออน Al3+ กับ SO42- มีสูตรเคมีตามข้อใด

a)

Al3(SO4)2

b)

Al4(SO4)3

c)

Al2(SO4)3

d)

Al4SO4

4.

ข้อใดเขียนสูตรสารประกอบได้ถูกต้อง

a)

Kl, MgCl2

b)

K2Cl, CaF2

c)

Li2Cl, Mg2Br

d)

NaS, RbCl

5.

CaSO4 อ่านชื่อว่าอย่างไร

a)

Calcium Sulfide

b)

Calcium Sulfate

c)

Carbon Sulfide

d)

Carbon Sulfate

6.

กฎออกเตด คือ

a)

การทำให้อิเล็กตรอนครบแปด

b)

การรับ-จ่ายอิเล็กตรอนระหว่างธาตุ

c)

การทำให้เวเลนต์อิเล็กตรอนครบแปด

d)

การใช้อิเล็กตรอนร่วมกันของธาตุ

7.

ข้อใดเรียกชื่อสารได้ถูกต้อง

a)

BaSO4 แบเรียมซัลไฟด์

b)

NaNO3 โซเดียมไนเตรต

c)

NH4Cl แอมโมเนียมคลอรีน

d)

CaO แคลเซียมออกซิไจด์

8.

จากปฏิกิริยา Ca (s) + O2 (g) ------> CaO (s)

พลังงานในข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยานี้

a)

พลังงานแลตทิช

b)

พลังงานการระเหิดของ Ca

c)

พลังงานไอออไนเซชันของธาตุออกซิเจน

d)

พลังงานการสลายพันธะของธาตุออกซิเจน

9.

การเกิดสารประกอบ Na2O เกี่ยวข้องกับพลังงานใน

ขั้นตอนต่างๆดังนี้

(I) Na (s) ----> Na(g) ∆H = E1 kJ

(II) Na (g) ----> Na+ (g) + e- ∆H = E2 kJ

(III) O2 (g) ----> 2O (g) ∆H = E3 kJ

(IV) O (g) + 2e- ----> O2- (g) ∆H = E4 kJ

(V) 2Na+ (g) + O2- (g) ----> Na2O (s) ∆H = E5 kJ

จากข้อมูลนี้ข้อใดผิด

a)

E2 มีค่ามากกว่า IE1 ของ 19K

b)

ขั้นที่ IV และ V เป็นขั้นตอนที่คายพลังงาน

c)

ขั้นที่ I , II , III เป็นขั้นตอนที่ดูดพลังงาน

d)

พลังงานแลตทิชมีค่าเท่ากับ E1 + 2E1 + 2E2 + E3 /2 + E4 + E5

10.

ผลึกไอออนิกแตกหัก เมื่อมีแรงเข้าไปกระทำ

เพราะเหตุใด

a)

ประจุชนิดเดียวกันผลักกัน

b)

อิเล็กตรอนหลุดออกจากผลึก

c)

จำนวนประจุบวกและลบไม่เท่ากัน

d)

อิเล็กตรอนเคลื่อนที่เร็วขึ้น เนื่องจากมีพลังงานจลน์มากขึ้น

11.

เราสามารถเขียนสมการไอออนิกสุทธิแสดงการเกิดปฏิกิริยาได้จากปฏิกิริยาที่กำหนดให้ ยกเว้น ข้อใด

a)

AgNO3 + KI

b)

CuSO4 + Na2S

c)

NH4NO3 + NaCl

d)

Pb(NO3)2 + AgBr

12.

เมื่อผสมสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ (CaCl2) กับโซเดียมฟอสเฟต (Na3PO4) เข้าด้วยกัน ข้อใดคือสมการไอออนิกสุทธิของปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น

a)

Ca2+ (aq) + Cl- (aq) ----> CaCl2 (aq)

b)

Na+ (aq) + Cl- (aq) ----> NaCl (aq)

c)

Ca2+ (aq) + PO43- (aq) ----> Ca3(PO4)2 (s)

d)

Na+ (aq) + PO43- (aq) ----> Na3PO4 (s)

13.

ข้อใดเป็นการเกิดพันธะโคเวเลนซ์

a)

ธาตุโลหะกับธาตุโลหะนำเวเลนซ์อิเล็กตรอนมาใช้ร่วมกันเป็นคู่ ๆ

b)

ธาตุโลหะกับธาตุอโลหะนำเวเลนซ์อิเล็กตรอนมาใช้ร่วมกันเป็นคู่ ๆ

c)

ธาตุอโลหะกับธาตุอโลหะนำเวเลนซ์อิเล็กตรอนมาใช้ร่วมกันเป็นคู่ ๆ

d)

ธาตุโลหะให้อิเล็กตรอนแก่ธาตุอโลหะ

14.

ข้อใด คือ ชื่อของจำนวนอะตอมในภาษากรีกที่ใช้เรียกชื่อสารโคเวเลนต์นี้ 3 , 5 , 6 , 7 , 10

a)

ไตร , เตตระ , เพนตะ , เฮกซะ , เดคะ

b)

ไตร , เตตระ , เฮกซะ, เฮปตะ, เดคะ

c)

ไตร , เพนตะ, ออกตะ , โนนะ , เดคะ

d)

ไตร , เพนตะ, เฮกซะ , เฮปตะ , เดคะ

15.

ในโมเลกุลของไนโตรเจน (N2) อะตอมทั้งสองสร้างพันธะกันแบบใด

a)

พันธะเดี่ยว

b)

พันธะคู่

c)

พันธะสาม

d)

ถูกทุกข้อ

16.

ข้อใดอ่านชื่อโมเลกุลตามสูตร N2O3 ได้ถูกต้อง

a)

ไดไนโตรเจนออกไซด์

b)

ไดไนโตรเจนไตรออกไซด์

c)

ไนโตรเจนเตตระออกไซต์

d)

ไนโตรเจนไตรออกไซต์

17.

สารในข้อใดมีรูปร่างเป็นพีระมิดคู่ฐานสามเหลี่ยม

a)

PCl5

b)

NH3

c)

ClBr5

d)

SiH4

18.

สารใดไม่ใช่สารประกอบโคเวเลนซ์ทั้งหมด

a)

NaCl HCl CCl4

b)

NaH NH3 CH4

c)

MgO FeO NaO

d)

SO2 NO2 CO2

19.

คาร์บอนเตตะคลอไรด์ มีสูตรโมเลกุลว่าอย่างไร

a)

CCl4

b)

CH4

c)

CF4

d)

C2Cl4

20.

ข้อใดสรุปถูกต้องเกี่ยวกับความยาวพันธะในโมเลกุลที่มี C สร้างพันธะกัน

a)

พันธะเดี่ยว > พันธะคู่ > พันธะสาม

b)

พันธะเดี่ยว < พันธะคู่ < พันธะสาม

c)

พันธะเดี่ยว > พันธะคู่ < พันธะสาม

d)

พันธะเดี่ยว = พันธะคู่ = พันธะสาม

21.

สารประกอบใดต่อไปนี้มีโครงสร้างแตกต่างจากข้ออื่น

a)

NF3

b)

SO3

c)

NO3-

d)

B(C6F5)3

22.

ข้อใดเขียนสูตรโครงสร้างแบบเส้นของสารประกอบโคเวเลนซ์ผิด

a)

O2 แบบเส้น O = O

b)

H2O แบบเส้น H – O – H

c)

CO2 แบบเส้น C = O = C

d)

SiO2 แบบเส้น O = Si = O

23.

พันธะและแรงระหว่างโมเลกุลใดที่แข็งแรงและทำให้สารมีจุดเดือด/จุดหลอมเหลวสูง

a)

แรงลอนดอน

b)

พันธะไฮโดรเจน

c)

แรงแวนเดอร์วาลส์

d)

แรงดึงดูดระหว่างขั้ว

24.

แรงระหว่างโมเลกุลคู่ใดแข็งแรงที่สุด

a)

เมทานอล - น้ำ

b)

เมทิลคลอไรด์ - เอทิลโบรไมด์

c)

ไดเมทิลอีเทอร์ - แอซิโตน

d)

ไอโอดีน - น้ำ

25.

สาร A เป็นสารที่มีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง นำไฟฟ้าได้ดีทั้งในสถานะของแข็งและของเหลว อนุภาคสาร A ยึดเหนี่ยวกันไว้ด้วยพันธะชนิดใด

a)

พันธะโคเวเลนต์

b)

พันธะโคออดิเนตโคเวเลนต์

c)

พันธะไอออนิก

d)

พันธะโลหะ

26.

เราใช้ประโยชน์จากสารประกอบโคเวเลนซ์มากมายหลายด้าน ยกเว้นข้อใด

a)

ใช้เพชรทำเครื่องประดับและวัสดุเจาะน้ำมัน

b)

ใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นเชื้อเพลิงยานอวกาศ

c)

ใช้ซิลิกอนไดออกไซด์ ทำกระจก และเครื่องประดับ

d)

ใช้ก๊าซแอมโมเนียในการสังเคราะห์สารเคมีและยา

27.

สาร ก ข และ ค มีสูตรเคมีและชนิดของพันธะเป็นไปตามกฎออกเตต ดังนี้

สาร ก : สูตรเคมี XY2 ยึดเหนี่ยวด้วยพันธะไอออนิก

สาร ข : สูตรเคมี JW3 ยึดเหนี่ยวด้วยพันธะไอออนิก

สาร ค : สูตรเคมี ZQ4 ยึดเหนี่ยวด้วยพันธะโคเวเลนต์

จากข้อมูล การระบุของธาตุในข้อใดเป็นไปไม่ได้

a)

ธาตุ X อยู่หมู่ 2

b)

ธาตุ Y อยู่หมู่ 7

c)

ธาตุ J อยู่หมู่ 5

d)

ธาตุ W อยู่หมู่ 7

28.

พันธะที่เกิดจากเวเลนซ์อิเล็กตรอนของอะตอม เคลื่อนที่ไปยังอะตอมอื่นๆ ทั่วทั้งก้อนได้ เรียกว่าอะไร

a)

พันธะไอออนิก

b)

พันธะโคเวเลนต์

c)

พันธะโลหะ

d)

พันธะไฮโดรเจน

29.

ข้อใดคือ "ชนิดของพันธะ" และ "สูตรโมเลกุล" ที่เกิดขึ้นจากธาตุโพแทสเซียม กับธาตุคลอรีน มาสร้างพันธะกัน

a)

พันธะโคเวเลนซ์ และ KCl

b)

พันธะไอออนิก และ KCl

c)

พันธะโคเวเลนซ์ และ PCl2

d)

พันธะไอออนิก และ PCl

30.

โมเลกุลของสารในข้อใดที่ อะตอมกลางมีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวเหลืออยู่ทุกโมเลกุล

a)

BeCl2 , PCl5

b)

C2H4 , C2H2

c)

PH3 , H2S

d)

SF6 , OF2