NEW
Font size
Worksheetsโวหารภาพพจน์
Total questions: 20
Worksheet time: 40mins
ข้อใดมีโวหารภาพพจน์เช่นเดียวกับ “หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ”
ก้อยกุ้งปรุงประทิ่นวางถึงลิ้นดิ้นแดโดย
เมื่อลมพัดใบไม้สะบัดโบกมือเรียกใคร
สุดเอยสุดสวาท โฉมประหลาดล้ำเทพอัปสร
. เหลือบเห็นสตรีวิไลลักษณ์ พิศพักตร์ผ่องเพียงแขไข
“สายธาราดั่งนาฬิกาแก้ว แว่วแว่วจ๊อกจ๊อกเซาะซอกหิน” ข้อความที่ขีดเส้นใต้ใช้ภาพพจน์ ชนิดใด
สัทพจน์
อุปมา
อุปลักษณ์
บุคลาธิษฐาน
“ธรรมชาติต่างสลดหมดความคะนองทุกสิ่งทุกอย่าง” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด
อุปมา
อุปลักษณ์
บุคคลวัต
สัทพจน์
“บุหลันลอยเลื่อนฟ้้ไม่ราคี รัศมีส่องสว่างดั่งกลางวัน” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด
อุปมา
อุปลักษณ์
บุคลวัต
สัทพจน์
“เธอคือสายน้ำฉ่ำชื่นใจ จากวันนี้ไปฉันไม่ทุกข์ตรม” เป็นโวหารภาพพจน์ชนิดใด
อุปมา
อุปลักษณ์
บุคลวัต
สัทพจน์
“น้าพุพุ่งซ่าไหลมาฉาดฉาน เห็นตระการมันไหลจอกโครมจอกโครม” เป็นโวหารภาพพจน์ ชนิดใด
อุปมา
อปุลักษณ์
บุคลวัต
สัทพจน์
นวนิยายเรื่องใดผู้แต่งตั้งชื่อเรื่องโดยใช้ภาพพจน์แบบปฏิพำกย์
. เขียนฝันด้วยชีวิต
ห้องสีขาว เจ้าสาวชุดดำ
เด็ดดอกฟ้า
หงส์สะบัดลาย
ข้อใดเป็นโวหารภาพพจน์ปฏิพำกย์
อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้หรือ
ฉันเอาฟ้าห่มให้หายหนาว ดึกดื่นกินแสงดาวต่างข้าว
. เธอตายเพื่อจะปลุกให้คนตื่น เธอตายเพื่อผู้อื่นนับหมื่นแสน
โอ้หนาวอื่นพอขืนอารมณ์ได้ แต่หนาวใจยากแค้นนี้แสนเข็ญ
“วังเอ๋ยวังเวง หง่างเหง่งย่าค่าระฆังขาน
ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน” คำประพันธ์นี้มีการใช้โวหารภาพพจน์ชนิดใด
อุปมา
อุปลักษณ์
บุคลวัต
สัทพจน์
ข้อใดไม่แสดงภาพพจน์แบปฏิพากย์
ตัวเจ้าจะสำราญระริกรื่น ข้านี้นับวันคืนละห้อยไห้
เจ้ามาได้ผัวดีมีทรัพย์มาก มาลืมเรือนเพื่อนยากแต่เก่าก่อน
เพราะถิ่นนี้มีฟ้ากว้างกว่ากว้าง มีความมืดที่เวิ้งว้างสว่างไสว
บ้างเป็นเงินเกลี้ยงเกลาขาวสะอาด บ้างเป็นชาติทองแท้แลอร่าม
ข้อใดเป็นการใช้โวหารภาพพจน์แบบกล่าวเกินจริง
ฉันแว่วเสียงเธอเพ้อครวญริมทะเลแห่งนี้
ถ้าวันนี้ยังมีเขาอยู่ เราคงยืนสู้ดูโลกอย่างทระนง
ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
เพราะเธอเหมือนหลักไม้ตั้งตรงนั่น ไม้เลื้อยอย่างฉันได้พันอาศัย
“พอแดดพริ้มยิ้มพรายกับชายฟ้ำ โลกก็จ้าแจ่มหวังด้วยรังสี” ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์ เช่นเดียวกับคำประพันธ์นี้
สนธยาจะใกล้ค่ำ คำนึงหน้ำเจ้าตาตรู
บ้านข้าอยู่บนดอย เมฆหมอกลอยเต็มท้องฟ้า
บุปผชาติชูสีและมีกลิ่น อยู่ในถิ่นที่ไกลเช่นไพรสณฑ์
หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ แพนดอกฉ่ำร้อยช่อวรวิจิตร
ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์ชนิดอวพจน์
ร้อนตับจะแตก
เหนื่อยสายตัวแทบขาด
คอยฉันสักอึดใจเดียวเท่านั้น
หลอกหลอนหัวใจฉันไปขยี้
ข้อใดใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติมากที่สุด
รุกขชาติดำษดูระดะป่า สกุณาจอแจประจำจับ
ข่อยมะขามตำมทางสล้างเรียง นกเขาเคียงคู่คูประสานคำ
จนไก่เถื่อนเตือนขันสนั่นแจ้ว ดุเหว่าแว่วหวาดหมายว่าสายสมร
ย่ามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลักพริกพลิกแพลงตะแคงหงาย
“เราต่างคงความกร่อนในควมแกร่ง
และคงความเข้มแข็งในความเปราะ
สะอื้นไห้ในเสียงหัวเราะ
และเงียบเสนาะเสียงดนตรี” ข้อความนี้ใช้โวหารภาพพจน์ชนิดใด
อุปมา
สัทพจน์
ปฏิพากย์
อวพจน์
ข้อใดกล่าวถึงโวหารภาพพจน์ได้ถูกต้อง
การใช้ภาษาเพื่ออธิบายเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมา
การใช้ถ้อยคำที่ทำให้ผู้รับสารเกิดมโนภาพหรือเกิดจินตนาการถ่ายทอดอารมณ์
การยกตัวอย่างเหตุการณ์ประกอบเพื่อให้มีความเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆมากขึ้น
การเปรียบเทียบที่เรียกสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยใช้คำอื่นแทนเพื่อให้เกิดความหลากหลาย
ข้อใดคือความหมายของโวหารภาพพจน์แบบบุคลาธิษฐาน
ก. การใช้ถ้อยคำที่มีความหมายตรงกันข้ามหรือขัดแย้งกันมากล่าวร่วมกันได้อย่าง กลมกลืน
การใช้ถ้อยคำที่เลียนเสียงธรรมชาติ เพื่อช่วยสื่อให้ผู้รับสารรู้สึกเหมือนได้ยิน เสียงโดยธรรมชาติของสิ่งนั้น ๆ
การเปรียบเทียบโดยการนำเอาสิ่งไม่มีชีวิตหรือมีชีวิต แต่ไม่ใช่คนมากล่าวถึง ราวกับเป็นคนหรือทำกิริยาอาการอย่างคน
การเปรียบเทียบที่เรียกสิ่งหนึ่งสิ่งใด โดยใช้คำอื่นแทนคำที่ใช้เรียกนั้นเกิดจาก การเปรียบเทียบและ ตีความซึ่งใช้กันมานานจนเป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไป
ข้อใดมีการใช้โวหารภาพพจน์
บริเวณนั้นเป็นทุ่งโล่งลิบตา ฟากตรงข้ามจอมปลวกเป็นป่าที่เจ้าของเพิ่งถาง
แดดเช้าส่องมาอบอุ่น คนเลี้ยงวัวยังคงย่ำเท้าไปข้างหน้าอย่างไม่เร่งร้อน
เด็กชายวิ่งวนไปรอบๆ บ้านดินทรายยื่นดอกไม้แกว่งไกวหลอกล่อ
เธอน่ะกำลังถูกความฟุ้งเฟ้อครอบงำเสียจนตาบอด
ข้อใดมีการใช้โวหารภาพพจน์แบบอติพจน์
เด็กน้อยเปรียบดังผ้าขาวอันบริสุทธิ์
เขาร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด
ต้นข้าวโน้มตัวลงนอน
เสียงลมพัดหวีดหวิว
เหตุใดจึงต้องมีการใช้โวหารภาพพจน์ในวรรณคดีและวรรณกรรม
เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง
เพื่อทดสอบความรู้ความเข้าใจในการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม
เพื่อให้ผู้รับสารซาบซึ้งและมีความรู้สึกร่วมตรงตามความปรารถนาของผู้ส่งสาร
เพื่อให้ผู้รับสารได้รับความรู้ที่แฝงอยู่ในวรรณคดีและวรรณกรรมเรื่องนั้น อย่างแท้จริง
