wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบปลายภาคเรียนที่ ๑ ม.๕ วิชาภาษาไทย

Total questions: 40

Worksheet time: 32mins

Name
Class
Date
1.

เรื่อง คัมภีร์ฉันทศาสตร์ แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ มีจุดประสงค์ในการแต่งอย่างไร

a)

รวบรวมคัมภีร์เก่ามาใช้ในการรักษาโรคระบาด

b)

แต่งขึ้นเพื่อใช้เป็นคัมภีร์แพทย์ที่ถูกต้องที่สุด

c)

รวบรวมคัมภีร์แพทย์ที่มีผู้แต่งไว้แล้วให้สมบูรณ์ที่สุด

d)

แต่งขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางรักษาโรคสำหรับแพทย์

ในโรงพยาบาล

2.

“ข้าขอประนมหัดถ์ พระไตรรัตนนาถา ตรีโลกอมรมา อภิวาทนาการ อนึ่งข้าอัญชลี พระฤๅษีผู้ทรงญาณ แปดองค์เธอมีฌาน โดยรอบรู้ในโรคา” ข้อความนี้แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทใด

a)

ฉันท์

b)

กาพย์

c)

โคลง

d)

กลอน

3.

“เรียนรู้คัมภีร์ไสย สุขุมไว้อย่าแพร่งพราย ควรกล่าวจึ่งขยาย อย่ายื่นแก้วแก่วานร” ข้อความนี้มีคุณค่า ทางวรรณศิลป์อย่างไร

a)

ใช้โวหารเปรียบเทียบ

b)

ใช้คำที่เหมาะกับเนื้อเรื่อง

c)

ใช้คำง่ายที่มีความหมายลึกซึ้ง

d)

ใช้สำนวนไทยประกอบการอธิบาย

4.

ความรู้ตามคัมภีร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์สัมพันธ์กับข้อใดในปัจจุบัน

a)

แพทย์อาสา

b)

แพทย์ชนบท

c)

แพทย์ทางเลือก

d)

แพทย์ประจำตำบล

5.

เนื้อหาคัมภีร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ตอนที่เรียนเน้นหนักในเรื่องใด

a)

คุณสมบัติของแพทย์

b)

สรรพคุณของสมุนไพร

c)

การชันสูตรโรคที่เกิดกับเด็ก

d)

ตำรายาไทยที่ใช้ในสมัยโบราณ

6.

ข้อความใดที่แสดงว่าตำราแพทย์ของไทยมีความสัมพันธ์กับพระพุทธศาสนา

a)

ไหว้ครูกุมารภัจ ผู้เจนจัดในคัมภีร์

b)

โมโหอย่าหลงเล่ห์ ด้วยกาเมมิจฉาใน

c)

หมอนวดแลหมอยา ผู้เรียนรู้คัมภีร์ไสย์

d)

ไม่รู้คัมภีร์เวช ห่อนเห็นเหตุซึ่งโรคทำ

7.

โรคใดไม่จัดอยู่ในลักษณะของทับ 8 ประการ

a)

ซาง

b)

สำรอก

c)

กำเดา

d)

จุกเสียด

8.

แพทย์แผนปัจจุบันนำความรู้เรื่องใดไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองได้

a)

ความรู้เรื่องการตรวจโรค

b)

คำแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่

c)

คำแนะนำในการดูแลรักษาผู้ป่วย

d)

การใช้หลักธรรมในการดำเนินชีวิต

9.

ถ้าต้องการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพืชสมุนไพรในคัมภีร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์แหล่งเรียนรู้ใดเหมาะสมที่สุด

a)

มหาวิทยาลัยเกษตร

b)

กระทรวงสาธารณสุข

c)

สวนพฤกษศาสตร์ทั่วไป

d)

โรงพยาบาลอภัยภูเบศร

10.

ปิตตํ แปลว่าอะไร

a)

ผ้าปิดแผล

b)

น้ำดีจากตับ

c)

ลำไส้

d)

ผิวหนัง

11.

ยากวาด สัมพันธ์กับข้อใด

a)

ปิดที่แผล

b)

ป้ายที่ลิ้นหรือในลำคอ

c)

ถูที่หลัง

d)

ทาที่หน้า

12.

อาการไข้หนักมาก ตรงกับข้อใด

a)

เพศไข้

b)

ครุกรรม

c)

โรคนั้น คือโทโส

d)

เห็นโทษเข้าเป็นตรี

13.

เนื้อความข้อใดไม่มีกล่าวไว้ในคัมภีร์ปฐมจินดาร์

a)

ครรภ์รักษา

b)

โรคเด็ก

c)

การฉีดยาสลบ

d)

การคลอด

14.

แพทย์ต้องยึดถือสิ่งใดเป็นสรณะ

a)

วัดวาอาราม

b)

โบสถ์

c)

พระรัตนตรัย

d)

ศาลพระภูมิ

15.

ในร่างกายของเรามีสิ่งใด ทำหน้าที่คอยป้องกันเชื้อโรค

a)

น้ำลาย

b)

น้ำตา

c)

น้ำเหลือง

d)

น้ำดี

16.

ผู้ที่หลงใหลในความเสมอภาคจนเลยเถิดไป จะเป็นคนเช่นไร

a)

ขี้โมโหเอาแต่ใจตัวเอง

b)

เถรตรง ยอมหักไม่ยอมงอ

c)

แข็งกระด้าง ไม่อ่อนน้อมถ่อมตน

d)

เห็นแก่ตัว ไม่เอาใครทั้งสิ้น

17.

การที่เด็กๆ เติบโตมามีปัญหาเป็นเพราะอะไรมีส่วนอย่างสำคัญอย่างยิ่ง

a)

ความเสื่อมทรามของสังคมไทย

b)

ความไม่รับผิดชอบของบิดามารดา

c)

ความโง่เขลาของเด็ก

d)

พระสงฆ์ไม่ทำหน้าที่สั่งสอนประชาชน

18.

ข้อใดไม่ได้ทำให้บทความมีคุณค่าเหนือกาลเวลา

a)

เลือกประเด็นที่เป็นปัญหาของบ้านเมืองมาคิดใคร่ครวญอย่างลึกซึ้ง

b)

เสนอความคิดเห็นที่คมคาย

c)

ใช้กลวิธีเขียนที่มีศิลปะ

d)

แทรกสุภาษิตไว้เหมาะกับเรื่อง

19.

ความนิยมเป็นเสมียน หมายถึงอะไร

a)

การนิยมเข้ารับราชการ

b)

การสมัครใจเป็นนักเขียน

c)

เจ้าหน้าที่พิมพ์หนังสือ

d)

การนิยมทำงานเป็นคนถือหนังสือ

20.

ค่านิยมยกย่องการเป็นข้าราชการ ส่งผลอย่างไร

a)

ทำให้ผู้มีการศึกษาทำงานอยู่แต่ในเมืองหลวงไม่ไปทำอาชีพในภูมิลำเนาของตนเอง

b)

ทำให้คนไทยใฝ่รู้มากขึ้น

c)

ทำให้คนไทยไปศึกษาต่างประเทศมากขึ้น

d)

ทำให้คนไทยเรียนเก่งขึ้น

21.

“ต้องไปกินข้าวตามกุ๊กช้อป” คำว่า กุ๊กช้อป หมายถึงอะไร

a)

ภัตตาคารที่มีพ่อครัวทำอาหารไทย

b)

ภัตตาคารที่มีพ่อครัวทำอาหารฝรั่ง

c)

ภัตตาคารที่มีพ่อครัวทำอาหารเวียดนาม

d)

ภัตตาคารที่มีพ่อครัวทำอาหารจีน

22.

เรื่อง โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน เป็นงานเขียนประเภทใด

a)

บทความแสดงความคิดเห็น

b)

ความเรียงร้อยแก้ว

c)

เรียงความทั่วไป

d)

บทความโต้ตอบ

23.

เรื่อง โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียนให้ข้อคิดใดแก่ผู้อ่าน

a)

ให้รู้จักการวางตัวให้เหมาะสมไม่ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมตามผู้อื่น

b)

ให้ใช้ความรู้ความสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม

c)

อาชีพที่เหมาะสำหรับคนไทย คือ อาชีพเกษตรกรรม

d)

ไม่ให้ลืมความเป็นมาของตนเอง ให้รู้จักปรับตัว

24.

ค่านิยมความเป็นเสมียนในสมัยรัชกาลที่ 6 นั้นเกิดขึ้นกับบุคคลใด

a)

ชาวนา

b)

คนไทยทั่วไป

c)

ผู้ได้รับการศึกษา

d)

ผู้มีความสามารถในการเขียน

25.

ในตอนจบของเรื่อง โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน ใช้วิธีจบอย่างไร

a)

จบด้วยข้อคิดที่ให้ผู้อ่านคิดตาม

b)

จบด้วยประเด็นที่ให้ผู้อ่านโต้แย้ง

c)

จบด้วยคำถามที่ให้ผู้อ่านไปคิดต่อ

d)

จบด้วยข้อเท็จจริงที่ให้ผู้อ่านไปสรุป

26.

ชื่อบทความ โคลนติดล้อ เป็นการใช้โวหารภาพพจน์ประเภทใด

a)

อุปมา

b)

อธิพจน์

c)

ปฏิพากย์

d)

อุปลักษณ์

27.

“ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครรัก ไม่มีใครอาลัย” ข้อความนี้เป็นการใช้คำลักษณะใด

a)

การซ้ำคำ

b)

การเน้นคำ

c)

การเล่นคำ

d)

การใช้คำง่าย

28.

“ในเงินเดือน 15 บาทนี้ พ่อเสมียนยังอุตส่าห์จำหน่ายจ่ายทรัพย์ได้ต่างๆ เช่น นุ่งผ้าม่วงสี ใส่เสื้อขาว สวมหมวกสักหลาด และในเวลาที่กลับจากออฟฟิศแล้วต้องสวมกางเกงแพรจีนด้วย และจะต้องไปดูหนังอีกอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เป็นอย่างน้อย” การใช้จ่ายลักษณะนี้ตรงกับสำนวนไทยว่าอย่างไร

a)

คางคกขึ้นวอ

b)

กระเชอก้นรั่ว

c)

เกี่ยวแฝกมุงป่า

d)

เห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง

29.

ค่านิยมความเป็นเสมียนสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ใด

a)

การปฏิรูปการศึกษา

b)

การปฏิรูปการปกครอง

c)

การพัฒนาระบบราชการไทย

d)

การพัฒนาประเทศตามแบบยุโรป

30.

เรื่อง โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน สะท้อนภาพสังคมในข้อใด

a)

การศึกษา

b)

การดำรงชีวิต

c)

สภาพเศรษฐกิจ

d)

การประกอบอาชีพ

31.

ภาษาไทยมาตรฐาน มีลักษณะอย่างไร

a)

เป็นภาษาที่ใช้ในเมืองหลวง

b)

เป็นภาษาของผู้ที่มีการศึกษา

c)

เป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารของบุคคลในระดับสูง

d)

เป็นภาษาที่พัฒนาแล้วใช้รูปแบบไวยากรณ์ของ ต่างชาติ

32.

เหตุใดจึงกล่าวว่า ภาษา เป็นวัฒนธรรมของชาติ

a)

เพราะภาษาเป็นเครื่องมือบันทึกเรื่องราวของคนในชาติ

b)

เพราะภาษาเป็นสิ่งที่คนในชาติสร้างขึ้นและพัฒนาไปตามยุคสมัย

c)

เพราะภาษามีบทบาทต่อประเทศชาติตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันต่อไปถึงอนาคต

d)

เพราะภาษาเป็นเครื่องแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของคนในชาติที่สร้างสมกันมาช้านาน

33.

การอนุรักษ์ภาษาทำได้อย่างไร

a)

พัฒนาภาษาไปตามยุคสมัย

b)

รับภาษาอื่นเข้ามาเมื่อภาษาของเราไม่พอใช้

c)

ใช้ภาษาแบบแผนในการสื่อสารทางราชการ

d)

ภูมิใจในภาษาตนและใช้ภาษาให้ถูกต้องตาม หลักภาษา

34.

นายกิตติศักดิ์ไปพูดให้ร้ายนางสาวอารีวรรณต่อหน้าสาธารณชน แล้วมางุบงิบขอโทษในภายหลัง เหตุการณ์นี้ถ้าจะใช้เป็นสำนวนไทยให้ถูกต้องตามวัฒนธรรมการใช้ภาษา ควรใช้ว่าอย่างไร

a)

ถ่มน้ำลายรดฟ้า

b)

ปัสสาวะให้พ้นตัว

c)

ตบหัวที่ศาลา ไปขอขมาที่บ้าน

d)

ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มิด

35.

ภาษาถิ่นใดเป็นคำพูดห้วนๆ สั้นๆ

a)

ภาษาถิ่นใต้

b)

ภาษาถิ่นกลาง

c)

ภาษาถิ่นเหนือ

d)

ภาษาถิ่นอีสาน

36.

การแบ่งประเภทของภาษาถิ่นใช้หลักการในการแบ่งอย่างไร

a)

แบ่งตามสภาพสังคม

b)

แบ่งตามสภาพภูมิศาสตร์

c)

แบ่งตามสภาพการปกครอง

d)

แบ่งตามขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม

37.

วรรณกรรมเป็นผลผลิตของการใช้ภาษาให้ถูกต้องตามวัฒนธรรมข้อใด

a)

ใช้ภาษาถูกต้องตามความหมาย

b)

ใช้ภาษาถูกต้องตามสำนวนภาษา

c)

ใช้ภาษาถูกต้องตามแบบแผนของภาษา

d)

ใช้ภาษาถูกต้องตามหลักการใช้ภาษาเชิงสร้างสรรค์

38.

คำในข้อใดใช้เป็นคำลงท้ายประโยคทุกคำ

a)

หา จา แน

b)

เจ้า ใช่ กอ

c)

ตะ เด้อ ฮื่อ

d)

สิ นอ เห่ย

39.

ภาษาถิ่น หมายถึงภาษาที่มีลักษณะอย่างไร

a)

ภาษาของชนกลุ่มน้อยที่ใช้สื่อสารเฉพาะท้องถิ่น

b)

ภาษาที่ใช้ในการถ่ายทอดวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่น

c)

ภาษาย่อยของภาษาใดภาษาหนึ่งแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น

d)

ภาษาที่มีต้นเค้ามาจากแหล่งเดียวกัน แต่มาแตกต่างตามสภาพภูมิศาสตร์

40.

การที่ชาวบ้านในบางท้องถิ่นไม่ได้ใช้ภาษาถิ่นนั้นๆ แต่ไปใช้ภาษาถิ่นอื่นน่าจะมีสาเหตุมาจากอะไร

a)

การศึกษาภาษา

b)

การอพยพย้ายถิ่น

c)

การรับวัฒนธรรม

d)

การผสมกลมกลืนทางเชื้อชาติ