wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ชีววิทยาพื้นฐาน

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

กลุ่มเซลล์จำนวนมากที่มีรูปร่างเฉพาะและมีการทำงานเหมือนกัน เรียกว่าอะไร

a)

tissue

b)

organ

c)

organell

d)

system

2.

ภายในเซลล์ถัดจากเยื่อหุ้มเซลล์เข้าไปจะประกอบด้วยส่วนใด

a)

ไซโทพลาซึมและผนังเซลล์

b)

ไซโทพลาซึมและนิวเคลียส

c)

ไซโทพลาซึมและออร์แกเนลล์ต่างๆ

d)

ไซโทพลาซึม ผนังเซลล์ และ นิวเคลียส

3.

สารพลังงานสูงจะถูกสร้างขึ้นภายในออร์แกเนลล์ชนิดใดของเซลล์

a)

ไลโซโซม

b)

เซนทริโอล

c)

แวคิวโอล

d)

ไมโทคอนเดรีย

4.

เซลล์ในข้อใดน่าจะพบคอลจิคอมแพลกซ์เป็นจำนวนมาก

a)

เซลล์ผลิตน้ำย่อยที่ตับอ่อน

b)

เซลล์กระดูก

c)

เซลล์เม็ดเลือดแดง

d)

เซลล์เยื่อบุผิวหนัง

5.

ข้อใดถูกต้องในเรื่องของเอนโดพลาสมิกเรติคิวลัม

a)

ชนิดผิวขรุขระมีไรโบโซมเกาะ ชนิดเรียบกำจัดสารพิษ

b)

เซลล์ผิวเรียบสร้างโปรตีน ชนิดผิวขรุขระ สร้างสเตอรอยด์

c)

ชนิดผิวขรุขระเท่านั้นที่ทำหน้าที่ลำเลียงสาร

d)

ทั้งสองชนิดทำหน้าที่เหมือนกันแต่ชนิดผิวขรุขระทำได้ดีและเร็วกว่า

6.

เยื่อหุ้มเซลล์มีคุณสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่านหมายถึง

a)

ไม่ยอมให้สารที่มีโมเลกุลใหญ่ผ่าน

b)

ไม่ยอมให้สารอินทรีย์ทุกชนิดผ่าน

c)

ยอมให้สารต่างชนิดกันผ่านได้ด้วยอัตราไม่เท่ากัน

d)

ยอมให้น้ำผ่านได้อย่างเดียว

7.

ข้อใดที่พบได้ในเซลล์พืช แต่ไม่พบในเซลล์สัตว์

a)

เยื่อหุ้มเซลล์, คลอโรพลาสต์

b)

ผนังเซลล์, แวคิวโอล

c)

ผนังเซลล์, เยื่อหุ้มเซลล์

d)

ผนังเซลล์, คลอโรพลาสต์

8.

โครงสร้างใดของเซลล์บ่งชี้ได้ว่าพบเฉพาะในเซลล์สัตว์

a)

เยื่อหุ้มเซลล์ ผนังเซลล์

b)

เซนตริโอล ไลโซโซม

c)

คลอโรพลาสต์ ไมโทคอนเดรีย

d)

แวคิวโอล ไรโบโซม

9.

สารที่เรียกว่า เซลลูโลส (cellulose) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของโครงสร้างในข้อใด

a)

ผนังเซลล์

b)

นิวเคลียส

c)

เยื่อหุ้มเซลล์

d)

ไซโทพลาซึม

10.

สามารถพบ ออร์แกเนลล์ต่างๆ ของเซลล์ได้ที่ส่วนใด

a)

แวคิวโอล

b)

ไซโทพลาซึม

c)

ไลโซโซม

d)

เอนโดพลาสมิกเรติคิวลัม

11.

หน้าที่ของผนังเซลล์ เป็นดังข้อใด

a)

ลำเลียงและขนส่งโปรตีน

b)

เป็นเยื่อเลือกผ่าน

c)

ทำให้เซลล์คงรูปอยู่ได้

d)

ควบคุมปริมาณสารที่ผ่านเข้าและออกจากเซลล์

12.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการแพร่

a)

ออสโมซีสเป็นการแพร่ของน้ำผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

b)

สารจะแพร่จากที่ที่มีอนุภาคของสารมากไปสู่ที่ที่มีอนุภาคของสารน้อยกว่า

c)

จะแพร่จากสารละลายที่มีความเข้มข้นมากไปสู่สารละลายที่มีความเข้มข้นน้อย

d)

ของแข็งแพร่ในของเหลวได้ ถ้าของแข็งละลายได้ในของเหลว

13.

กระบวนการเอกโซไซโทซีสเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในข้อใด

a)

การทำลายเชื้อโรคของเม็ดเลือดขาว

b)

การนำอนุภาคขนาดใหญ่เข้าสู่เซลล์ของอะมีบา

c)

การขับเกลือแร่ส่วนเกินออกทางเหงือกของปลาทะเล

d)

การหลั่งเอนไซม์ย่อยอาหารออกมาจากเยื่อบุผิวลำไส้เล็ก

14.

การแพร่แบบฟาซิลิเทต (facilitated diffusion) สัมพันธ์กับข้อใด

a)

เป็นการเคลื่อนที่ของอนุภาคสารจากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง

b)

มีโปรตีนแทรกอยู่ในเยื่อหุ้มเซลล์เป็นตัวพาลำเลียงสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

c)

ลำเลียงสารที่มีโมเลกุลเล็กๆ และไม่มี ประจุไฟฟ้าได้รวดเร็วกว่าการแพร่ธรรมดา

d)

เป็นการลำเลียงสารต้องใช้พลังงาน

15.

การแลกเปลี่ยนแก๊สที่ถุงลมในปอด(alveolus) เข้าสู่หลอดเลือดฝอยอาศัยวิธีในข้อใด

a)

การแพร่ธรรมดา

b)

ออสโมซีส

c)

แอกทีฟทรานสปอร์ต

d)

เอกโซไซโทซีส

16.

การหลั่งเอนไซม์เพปซิน ออกจากผนังกระเพาะอาหารอาศัยกระบวนการใด

a)

กระบวนการแพร่

b)

กระบวนการเอกโซไซโทซีส

c)

การลำเลียงแบบฟาซิลิเทต

d)

การลำเลียงแบบใช้พลังงาน

17.

ปรากฏการณ์ใดต่อไปนี้จะเกิดกับเซลล์พืชที่แช่ในสารละลายไฮโพโทนิก

a)

เซลล์เต่ง

b)

เซลล์แตก

c)

เซล์เหี่ยว

d)

เซลล์เหมือนเดิม

18.

การนำสารเข้าสู่เซลล์แบบฟิโนไซโทซีสมีกลไกอย่างไร

a)

ยื่นเยื่อหุ้มเซลล์โอบล้อมอาหารให้กลายเป็นถุงแล้วหลุดเข้าไปในไซโทพลาซึมของเซลล์

b)

เว้าเยื่อหุ้มเซลล์เข้าแล้วสารนั้นเข้าหลุดเข้าไปในถุงแล้วเข้าสู่ไซโทพลาซึมของเซลล์

c)

โมเลกุลของสารมาเกาะติดกับเยื่อหุ้มเซลล์ แล้วหลุดเข้าไปในไซโทพลาซึมของเซลล์

d)

มีตัวพาบริเวณเยื่อหุ้มเซลล์ เพื่อนำสารโมเลกุลใหญ่เข้าไปในไซโทพลาซึมของเซลล์

19.

ออสโมซีส หมายถึงข้อใด

a)

การแพร่ของสารที่มีสารมากไปยังที่มีสารน้อย

b)

การแพร่ของน้ำจากน้ำมากกว่าไปยังน้ำน้อยกว่า

c)

การแพร่ของน้ำผ่านเยื่อเลือกผ่าน

d)

การแพร่ของสารผ่านเยื่อเลือกผ่าน

20.

การแพร่แบบใดที่ต้องอาศัยพลังงานจากเซลล์

a)

ออสโมซีส

b)

การแพร่แบบธรรมดา

c)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

d)

การแพร่แบบแอคทีฟทรานสปอร์ต

21.

ถ้าเทน้ำเชื่อมและน้ำลงในแก้วเปล่าจะเกิดอะไรขึ้น

a)

น้ำและน้ำเชื่อมไม่มีการแพร่

b)

น้ำจะแพร่อย่างเดียวเข้าไปในน้ำตาลเพราะโมเลกุลเล็กกว่า

c)

น้ำจะแพร่เข้าไปในน้ำตาลและน้ำตาล จะแพร่เข้าไปในน้ำ

d)

น้ำจะแพร่เข้าไปในน้ำตาลได้ เมื่อมีเยื่อมากั้นกลางของสารทั้งสองชนิด

22.

เรียงลำดับปริมาณนน้ำที่เสียไปในแต่ละวันจากมากไปน้อย

a)

ปัสสาวะ เหงื่อ การหายใจ อุจจาระ

b)

การหายใจ เหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ

c)

ปัสสาวะ การหายใจ เหงื่อ อุจจาระ

d)

ปัสสาวะ เหงื่อ อุจจาระ การหายใจ

23.

สัตว์เลือดอุ่น หมายถึงสัตว์พวกใด

a)

สัตว์ที่มีอุณหภูมิของเลือดอยู่ในระดับต่ำ

b)

สัตว์ที่มีอุณหภูมิของร่างกายคงที่

c)

สัตว์ที่มีอุณหภูมิของร่างกายเท่ากับอุณหภูมิของอากาศ

d)

สัตว์ที่มีอุณหภูมิของร่างกายเปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อม

24.

ในฤดูหนาวสัตว์จำพวก งู กิ้งก่า จะเคลื่อนไหวช้า ไม่ว่องไว เซื่องซึม ทั้งนี้เนื่องจากสาเหตุใด

a)

สัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์เลือดเย็น

b)

ระบบการทำงานของร่างกายเปลี่ยนแปลง

c)

อัตราเมแทบอลิซึมในร่างกายต่ำ

d)

อากาศหนาวเย็นทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไป

25.

เราจะรู้สึกไม่สบาย เพราะไม่สามารถขับเหงื่อออกได้ในวันที่อากาศเป็นอย่างไร

a)

อากาศร้อนความชื้นต่ำ

b)

อากาศร้อนความชื้นสูง

c)

อากาศหนาวความชื้นต่ำ

d)

อากาศหนาวความชื้นสูง

26.

อะมีบา พารามีเซียม กำจัดน้ำที่ออกจากเซลล์อย่างไร

a)

โดยใช้การแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

b)

โดยใช้คอนแทรกไทด์แวคิวโอล

c)

โดยกระบวนการออสโมซีส

d)

โดยใช้กระบวนการเอกโซไซโทซีส

27.

พืชที่ปากใบเปิดอยู่ตลอดเวลาคือพืชที่อยู่บริเวณใด

a)

ในทะเลทราย

b)

ที่แห้งแล้ง

c)

ฝนตกชุก

d)

อยู่ทุกบริเวณ

28.

การระบายความร้อนของแมวทำได้โดยการ

a)

หายใจด้วยปาก

b)

มีขนสั้นเกรียม

c)

เลียอุ้มเท้าของตนเอง

d)

ออกทางลิ้น

29.

ส่วนที่ทำหน้าที่กรองสารออกจากเลือดในหน่วยไต ได้แก่ ข้อใด

a)

ผนังเส้นเลือดฝอยของโกลเมอรูลัส

b)

ผนังเส้นเลือดฝอยที่พันอยู่รอบหน่วยไต

c)

ผนังของท่อไตส่วนต้น

d)

ผนังของท่อไตรวม

30.

สารชนิดใดไม่สามารถผ่านโกลเมอรูลัสของหน่วยไตได้

a)

น้ำ

b)

เม็ดเลือดขาว

c)

กลูโคส

d)

แร่ธาตุ

31.

การดูดกลูโคส กรดอะมิโน แร่ธาตุกลับคืนสู่หลอดเลือดเกิดขึ้นบริเวณใดของไต

a)

โกรเมอฮูลัส

b)

ท่อไต

c)

ท่อหน่วยไต

d)

กรวยไต

32.

ข้อใดกล่าวถึงไตเทียมได้ถูกต้อง

a)

ใช้ในการปลูกไตให้กับผู้ที่ไตวาย

b)

เครื่องมือที่ทำหน้าที่ขจัดของเสียออกจากเลือดแทนไต

c)

อุปกรณ์ที่ใส่ในร่างกายผู้ที่ไตพิการ

d)

เนื้อเยื่อที่ผลิตมาเพื่อกรองของเสีย

33.

ค่า pH ของเลือดจะเป็นอย่างไรหลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก

a)

ค่า pH เป็นเบสเพราะมีความเข้มข้นของ OH- ในเลือดต่ำ

b)

ค่า pH เป็นเบส เพราะมีความเข้มข้นของ OH- ในเลือดสูง

c)

ค่า pH เป็นกรดเพราะมีความเข้มข้นของ H+ ในเลือดต่ำ

d)

ค่า pH เป็นกรด เพราะมีความเข้มข้นของ H+ ในเลือดสูง

34.

ผิวหนังมีบทบาทในการป้องกันและทำลายเชื้อโรคหรือแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร

a)

ห่อหุ้มร่างกายไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย

b)

มีต่อมเหงื่อและต่อมไขมันหลั่งกรดบาง ชนิดออกมา ทำให้ไม่เหมาะต่อการเจริญ ของจุลินทรีย์

c)

กลุ่มเซลล์เม็ดเลือดขาวคอยจับสิ่งแปลกปลอมที่ผ่านชั้นหนังแท้เข้ามาได้

d)

ข้อ ก. และ ข้อ ข.

35.

กลไกข้อใดจัดเป็นการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ

a)

การหลั่งเหงื่อ กรดไขมัน และกรดแลกติก ทำให้ผิวหนังมีสภาพเป็นกรด

b)

การสร้างเมือกและชีเลียภายในท่อทางเดินหายใจท่อปัสสาวะและช่องคลอด

c)

การหลั่งไลโซโซมในน้ำตาและน้ำลายเพื่อช่วยทำลายเชื้อโรค

d)

การทำลายเชื้อโรคของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์

36.

ข้อใดไม่จัดเป็นภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด

a)

การไม่เป็นโรคอีสุกอีใสอีกเมื่อเคยเป็นแล้ว

b)

กรดแลกติกที่ขับออมาจากเหงื่อ สามารถยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์บางชนิด

c)

น้ำเมือกขนจมูกและชีเลียของ หลอดลมดักจับสิ่งแปลกปลอมในระบบหายใจ

d)

การไอ การจาม และการอาเจียนเป็นกลไกในการขจัดสิ่งแปลกปลอม

37.

ข้อใดกล่าวถึงเซรุ่มไม่ถูกต้อง

a)

ไม่ใช้วัคซีน

b)

อาจทำให้มีอาการแพ้อย่างรุนแรงได้

c)

สามารถผลิตจากสารพิษหรือทอกซอยด์ที่ทำให้หมดสารพิษแล้ว

d)

การนำเอาแอนติบอดีเข้าสู่ร่างกาย โดยตรงทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคได้ทันที

38.

ผู้ที่เป็นสิวจะมีหนองสีขาวขุ่นเกิดจากสิ่งใด

a)

ซากเม็ดเลือดขาวที่ตายแล้ว

b)

ซากของแบคทีเรียที่ตายแล้ว

c)

ซากของเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวที่มีชีวิตอยู่

d)

ซากเม็ดเลือดแดงและแบคทีเรียที่ตายแล้ว

39.

การฉีดวัคซีนและการฉีดเซรุ่มเข้าสู่ร่างกายมีความเหมือนและความแตกต่างกันอย่างไร

a)

เหมือนกัน เพราะต่างก็กระตุ้นร่างกาย ให้สร้างแอนติบอดีขึ้นมาต่อต้านเชื้อโรค

b)

เหมือนกัน เพราะต่างก็เป็นการฉีด แอนติบอดีเข้าสู่ร่างกายเพื่อต่อต้านเชื้อโรค

c)

ต่างกัน เพราะวัคซีนเป็นการฉีด แอนติเจนแต่เซรุ่มเป็นการฉีดแอน ติบอดีเข้าร่างกาย

d)

ต่างกัน เพราะวัคซีนเป็นการฉีด แอนติบอดีแต่เซรุ่มเป็นการฉีดแอนติเจนเข้าร่างกาย

40.

โรคในข้อใดจำเป็นต้องให้เซรุ่มแก่ผู้ป่วยจึงรักษาโรคได้ทันเวลา

a)

บาดทะยัก

b)

พิษงู

c)

คอตีบ

d)

ไอกรน