NEW
Font size
Worksheetsข้อสอบปลายภาค วิทยาศาสตร์ 3 ม.2 ครูธนาวุฒิ
Total questions: 40
Worksheet time: 20mins
“การทำให้องค์ประกอบของสารผสมแยกตัวออกจากกัน แล้วกลับมาเป็นสารบริสุทธิ์อีกครั้ง” ข้อความดังกล่าว เกี่ยวข้องกับเรื่องใดมากที่สุด
กระบวนการแยกสาร
ความเข้มข้นของสารละลาย
สารละลาย กรด - เบส
ปฏิกิริยาทางเคมี
การแยกสารในข้อใดต่อไปนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับการแยกสารผสมเนื้อเดียว
การกลั่นด้วยไอน้ำ
การสกัดด้วยตัวทำละลาย
โครมาโทกราฟีด้วยกระดาษ
การแยกสารด้วยอำนาจแม่เหล็กและการหยิบออก
สารที่สามารถแยกองค์ประกอบด้วยวิธีการนำไปให้ความร้อนจนของเหลวระเหยออกไปหมดเหลือไว้เพียงแต่องค์ประกอบที่เป็นของแข็ง ประโยคที่ขีดเส้นใต้คือวิธีการแยกสารแบบใด
การกลั่นด้วยไอน้ำ
การระเหยแห้ง
โครมาโทกราฟีด้วยกระดาษ
การสกัดด้วยตัวทำละลาย
“หากหนูนำหมึกสีหยดบนกระดาษกรอง ทั้ง 2 จุด แล้วนำกระดาษดังกล่าวจุ่มลงในบีกเกอร์ที่บรรจุด้วยตัวทำละลายเอทานอล ผลปรากฏว่าสีที่หยด 2 จุดในกระดาษนั้นเกิดการเคลื่อนที่ในระยะทางต่างกัน และสามารถหาค่า Rf ได้”
การทดลองของหนูคือวิธีการแยกสารแบบใด
การกลั่นด้วยไอน้ำ
การระเหยแห้ง
โครมาโทกราฟีด้วยกระดาษ
การสกัดด้วยตัวทำละลาย
จากข้อที่ 4 ค่า Rf ที่กล่าวมา คือ
ค่าความเข้มข้นของสารละลาย
ค่าความเป็นกรด เบสของสารละลาย
ค่าของจุดหลอมเหลวและจุดเดือด
ค่าเฉพาะตัวของสารแต่ละชนิดในตัวทำละลายและตัวดูดซับ
วิธีโครมาโทกราฟีเหมาะสำหรับใช้ในการแยกสารผสมที่มีลักษณะเป็นอย่างไร
สารผสมเนื้อเดียวที่มีปริมาณมาก ๆ
มีสารที่เป็นองค์ประกอบซึ่งไม่มีสี
มีสารเป็นองค์ประกอบที่ละลายได้ต่างกัน
มีสารเป็นองค์ประกอบที่ถูกดูดซับได้เท่ากัน
จากภาพ เป็นการแยกสารด้วยวิธีโครมาโทกราฟีแบบกระดาษกรอง สารสีใดละลายได้ดีที่สุด
สีชมพู
สีเขียว
สีแดง
สีดำ
หลักการในข้อใดที่ถูกนำมาใช้ในการแยกสารโดยวิธีการโครมาโทกราฟี
ความแตกต่างของน้ำหนักของตัวถูกละลายแต่ละชนิดที่จะใช้แยก
ความสามารถในการเคลื่อนที่ด้วยตนเองบนกระดาษกรอง
ความสามารถในการละลายและการถูกดูดซับของสาร
ความหนาแน่นของตัวถูกละลายแต่ละชนิด
การผลิตเกลือสมุทรอาศัยหลักการของการแยกสารใด ?
การโครมาโทกราฟีกับการระเหิดของสาร
การระเหยแห้งกับการตกผลึก
การกรองแห้งกับการกลั่น
การใช้กรวยแยกกับการกรอง
หากต้องการทำให้น้ำเชื่อมเหลือแต่น้ำตาลอย่างเดียว นักเรียนควรเลือกวิธีการแยกสารใดที่เหมาะสมที่สุด
การกรอง
การโครมาโทกราฟี
การระเหยจนแห้ง
การกลั่นด้วยไอน้ำ
ข้อมูลตารางบันทึกผลการทดสอบ ตัวอักษรที่ระบุในข้อใด คือผลของการทดสอบที่ถูกต้อง
A = ไม่พบตะกอนใดๆเกิดขึ้น B = มีตะกอนสีขาวเกิดขึ้น
A = มีตะกอนน้ำตาลไหม้เกิดขึ้น B = ไม่พบตะกอนใดๆ
A = มีตะกอนสีขาวเกิดขึ้น B = มีตะกอนน้ำตาลไหม้เกิดขึ้น
ผลทดสอบทั้ง A และ B = ไม่พบตะกอนใดๆเกิดขึ้น
การเลือกวิธีแยกสารผสม ควรคำนึงถึงสิ่งใดมากที่สุด
สมบัติของบุคคลที่ลงมือทำการทดสอบ
สมบัติของเครื่องมือ/อุปกรณ์ที่ใช้แยก
สมบัติของสารที่เป็นส่วนประกอบ
สมบัติของภาชนะที่ใส่สารผสมนั้น
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความหมายของการกลั่น (Distillation)
กระบวนการแยกสารออกจากสารละลายที่ประกอบด้วยของแข็งละลายในของเหลว
กระบวนการแยกสารออกจากสารเนื้อเดียวเท่านั้น
กระบวนการแยกสารจากของแข็งทำให้กลายเป็นไอ
กระบวนการแยกสารออกจากสารเนื้อผสมให้กลายเป็นของแข็ง
หากนักเรียนทดสอบการแยกสารโดยการกลั่น สารหรือของเหลวที่แยกออกมาจะต้องมีสมบัติด้านใดที่แตกต่างกัน
สถานะ
จุดเดือด
จุดหลอมเหลว
ความสามารถในการละลาย
ในกระบวนการกลั่นแยกสาร ขั้นตอนที่ของเหลวหรือสารนั้นได้รับความร้อนจนกลายเป็นไอ นักเรียนคิดว่าข้อใดคือกระบวนการทำให้ของเหลวที่กลายเป็นไอกลับเข้าสู่สถานะของเหลวบริสุทธิ์อีกครั้ง
กระบวนการเปลี่ยนแปลงของค่า ph
กระบวนการสลายตัวของโมเลกุลของของเหลว
กระบวนการเพิ่มอุณหภูมิและความดันของสาร
กระบวนการควบแน่นของของเหลว
กระบวนการกลั่น ขั้นตอนที่สารหรือไอของเหลวผ่านเครื่องควบแน่นเพื่อประโยชน์ในข้อใด
เปลี่ยนสถานะของสารจากของเหลวเป็นแก๊ส
เพิ่มอุณหภูมิและความดันก่อนเปลี่ยนสถานะ
เปลี่ยนทั้งสถานะและอุณหภูมิสารให้สูงขึ้น
เปลี่ยนสถานะของสารจากแก๊สหรือไอเป็นของเหลว
วิธีการกลั่นน้ำให้บริสุทธิ์ โดยการกลั่นแบบธรรมดา ของเหลวในข้อใดใช้วิธีการนี้แยกไม่ได้
น้ำทะเล
น้ำคลอง
น้ำเชื่อม
น้ำผสมเอทานอล
จากข้อความที่กำหนดให้ ใช้ตอบคำถามในข้อที่ 18 - 19
เตรียมสารดังไปนี้
สารที่ 1 น้ำ H2O ( มีจุดเดือด 100 ๐C )
สารที่ 2 โซเดียมคลอไรด์ NaCl ( มีจุดเดือด 1,465 ๐C )
เมื่อครูนำสารทั้ง 2 มาผสมเข้าด้วยกันแล้วนำไปทดสอบแยกสารโดยการกลั่นเพื่อแยกสารให้บริสุทธิ์อีกครั้ง
หากนักเรียนให้ความร้อนแก่สารผสมดังกล่าวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
สารที่ 1 จะระเหยกลายเป็นไอแล้วควบแน่นเป็นของเหลวบริสุทธิ์
สารที่ 2 จะระเหยกลายเป็นไอแล้วควบแน่นเป็นของเหลวบริสุทธิ์
สารทั้ง 2จะระเหยกลายเป็นไอแล้วควบแน่นเป็นของเหลวบริสุทธิ์
สารผสมดังกล่าวไม่มีการเกิดผลใดๆ
จากข้อ 18 เพราะเหตุใดสารที่ 1 ถึงเดือดกลายเป็นไอแล้วควบแน่นเป็นของเหลวบริสุทธิ์ก่อนสารที่ 2
เพราะจุดเดือดของน้ำซึ่งเป็นของเหลวนั้นต่ำกว่าจุดเดือดของเกลือแกงที่เป็นของแข็งเมื่อนำไปผสมเข้าด้วยกัน
เพราะเกลือแกงจะระเหิดขึ้นแล้วเกิดกลิ่นมากกว่าน้ำ
เพราะน้ำซึ่งเป็นของเหลวสามารถเพิ่มจุดเดือดได้มากกว่าของแข็ง
เพราะของเหลวบางชนิดอาจมีจุดเดือดต่ำกว่าของเหลวด้วยกัน
ตัวเลือกข้อใดเรียงลำดับกระบวนการกลั่นได้ถูกต้อง
การเดือด การควบแน่น การระเหยแห้ง
การเดือด การกลายเป็นไอ การควบแน่น
การเดือด การควบแน่น การกลายเป็นไอ
การระเหยแห้ง การเดือด การควบแน่น
การแยกสารออกจากส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ใบ ดอก ควรใช้วิธีใด
โครมาโทกราฟี
การกลั่นลำดับส่วน
การกลั่นแบบธรรมดา
การสกัดด้วยตัวทำละลาย
ตัวทำละลายที่นิยมใช้สกัดน้ำมันพืช คือข้อใด
น้ำกลั่น
เบนซิน
เฮกเซน
อีเทน
ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการสกัดด้วยตัวทำละลาย
สกัดน้ำมันพืชจากเมล็ดพืช
สกัดสารมีสีออกจากพืช
สกัดน้ำมันหอมระเหยออกจากต่อมกลิ่นของสัตว์
ใช้สกัดยาออกจากสมุนไพร
กระบวนการแยกสารที่ตัวละลายแยกตัวออกจากสารละลายที่อิ่มตัวคือข้อใด
การตกตะกอน
การตกผลึก
การระเหิด
การโครมาโทกราฟี
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสารละลาย
มีทั้งสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส
มีองค์ประกอบของสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน
เป็นสารเนื้อผสมที่มีขนาดอนุภาคเล็กกว่า 10-7 cm
เมื่อทดสอบสมบัติของสารจะแสดงสมบัติเหมือนกันทุกส่วน
ข้อใดจัดเป็นสารละลายทั้งหมด
น้ำเชื่อม น้ำส้มสายชู น้ำมันเบนซิน
ทองคำ แก๊สหุงต้ม ไฮโดรเจน
โซดาไฟ ทองคำขาว แอมโมเนียมไนเตรต
ปรอท กำมะถัน น้ำด่างทับทิม
ข้อใดไม่ใช่สารละลายทั้งหมด
ไฮโดรเจน อะลูมิเนียม แคลเซียม
นิโครม ทองเหลือง นาก
สำริด น้ำเชื่อม ทองเหลือง
อากาศ น้ำหวานสีแดง น้ำปลา
ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับสารละลายน้ำเชื่อม
น้ำตาลเป็นตัวทำละลาย น้ำเป็นตัวละลาย
น้ำตาลเป็นตัวละลาย น้ำเป็นตัวทำละลาย
น้ำตาลและน้ำ เป็นตัวละลายทั้งคู่
น้ำตาลและน้ำ เป็นตัวทำละลายทั้งคู่
สารละลายในข้อใดคือตัวทำละลายที่พบมากที่สุดในชีวิตประจำวันของนักเรียน
กรดซัลฟิวริก แก๊สออกซิเจน
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สมีเทน
โซเดียมไฮดรอกไซด์ โพแทสเซียมไนเตรต
เอทานอล น้ำ
สารใดเป็นสารละลายที่มีตัวละลายและตัวทำละลายสถานะเดียวกัน
ทองแดง
น้ำปูนใส
เหรียญบาท
น้ำเกลือ
แอลกอฮอล์เช็ดแผลที่แพทย์นำมาใช้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค มีปริมาณของตัวทำละลายและตัวละลายตรงกับข้อใดมากที่สุด
เอทานอล ร้อยละ 70 , น้ำ ร้อยละ 30
เอทานอล ร้อยละ 80 , น้ำ ร้อยละ 20
เอทานอล ร้อยละ 90 , น้ำ ร้อยละ 10
เอทานอล ร้อยละ 97 , น้ำ ร้อยละ 3
สารละลายชนิดหนึ่งประกอบด้วยสาร A B C และ D ผสมปนกันอยู่ในปริมาณตามตารางและสารทั้ง 4 ชนิดมีสถานะเดียวกันทั้งหมด นักเรียนคิดว่าสารใดเป็นตัวทำละลายของสารละลายชนิดนี้
สาร A
สาร B
สาร C
สาร D
ตารางแสดงสถานะของสารดังต่อไปนี้
จากตาราง ถ้าครูสายสุดานำ สาร ก , ข , ค และ ง ผสมกันได้สารละลายซึ่งมีสถานะเป็นของเหลว ดังนั้น สารที่เป็นตัวทำละลายคือข้อใด
สาร ก
สาร ข
สาร ค
สาร ง
ปัจจัยที่มีผลต่อการละลายของสารในข้อใด ไม่เกี่ยวข้อง
ชนิดของตัวทำละลายและตัวละลาย
สภาวะความเป็นกรด - เบส
อุณหภูมิ
ความดัน
การบอกค่าความเข้มข้นของสารละลาย จะมีการหาค่าทั้งหมด 3 วิธี ข้อใดต่อไปนี้ไม่เกี่ยวข้อง
บอกเป็นร้อยละโดยมวลต่อสารละลาย
บอกเป็นร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร
บอกเป็นร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร
บอกเป็นร้อยละโดยมวลต่อมวล
แทฮยอนนำน้ำตาลทรายจำนวน 40 กรัม ละลายในน้ำทำให้เป็นสารละลายปริมาตร 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร สารละลายนี้มีความเข้มข้นร้อยละเท่าใดโดยมวลต่อปริมาตร
10 กรัม
20 กรัม
30 กรัม
40 กรัม
การละลายของสาร จะสามารถละลายได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง
1) อุณหภูมิ 2) ชนิดของสาร 3) ความดันบรรยากาศ 4) สิ่งแวดล้อม
1 และ 2
2 และ 3
1 และ 3
3 และ 4
ถ้ายุนกินำเกลือแกงไปละลายน้ำ คนให้ละลายจนหมด แล้วคนต่อไปพร้อมกันเติมเกลือแกงเพิ่มจนไม่สามารถละลายได้อีก เรียกสภาวะเช่นนี้ว่าอย่างไร
การอิ่มตัว
การควบแน่น
การละลายยิ่งยวด
การระเหย
หากการละลายของสารละลายมีอุณหภูมิลดลงและแตกต่างจากอุณหภูมิของตัวทำละลาย เรียกว่า...?
การละลายแบบดูดซับความเย็น
การละลายแบบคายความร้อน
การละลายแบบดูดความร้อน
การละลายแบบคายความชื้น
อาจารย์แดงเตรียมน้ำที่อุณหภูมิ 28 ๐C เติม NaOH ลงไปในหลอดทดลองแล้วเขย่า พบว่าสารละลายมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็น 48 ๐C การทดลองของอาจารย์แดงดังกล่าว เกี่ยวข้องกับข้อใดมากที่สุด
การละลายแบบดูดซับความเย็น
การละลายแบบคายความร้อน
การละลายแบบดูดความร้อน
การละลายแบบคายความชื้น
การละลายแบบกระตุกจิตกระชากใจ
