wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบปลายภาคครั้งที่2 วิชาภาษาไทยม.3

Total questions: 60

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 1 - 5

บางสิ่งมีค่าโดยไม่มีราคาและบางสิ่งมีราคาโดยไม่มีค่า แต่ทั้ง ค่า และ ราคา ล้วนแต่เป็นคำที่โลกสมมุติขึ้น จะต่างกันก็ตรงที่ว่า เมื่อพูดถึง ราคา เราสัมผัสหรือวัดด้วยเงิน แต่เมื่อพูดถึง ค่า เราวัดและสัมผัสมันด้วยใจ ด้วยความความรู้สึก บางครั้งดอกไม้เล็ก ๆ ริมทาง หรือน้ำเย็น ๆ สักขันที่หยิบยื่นด้วยใจ ก็เป็นสิ่งที่มีค่าต่อผู้รับอย่างประมาณมิได้ แม้มันจะไม่มีราคาค่างวด ตรงกันข้าม สุรานอกจิบละสองหมื่น ขวดละสองแสนอย่างที่เคยเป็นข่าว แม้จะมีราคาสูงยิ่งแต่ก็มิแน่ใจว่ามันจะเปี่ยมด้วย ค่า ที่สัมผัสได้สักเสี้ยวหนึ่งของน้ำเย็นหนึ่งขันที่ไม่มีราคานั้น ในสังคมที่วัดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วย ราคา เราจะพบว่าบุคคลที่มีราคาโดย ไม่มีค่าและบุคคลที่มีค่าโดยไม่มีราคานั้นมีให้เห็นได้กลาดเกลื่อน จะเจ็บปวดอยู่บ้างก็ตรงคนที่มีราคานั้นเป็นที่ยอมรับมากกว่าคนที่มีค่า คนที่มีความรู้สูง ๆ ชนิดที่สามารถขายความรู้ความชำนาญได้ในราคาดีเป็นเงินเดือนเรือนหมื่นเรือนแสน เป็นที่ชื่นชมอยากจะเอาอย่างกัน โดยไม่มีคำถามว่าความรู้ราคาแพงหรือผลงานราคาแพงเหล่านั้นทำให้คนผู้นั้นมี ค่า ได้จริงหรือไม่ ในขณะเดียวกันบุคคลที่มีค่าแต่ไม่มีราคา เพราะไม่เคยขายความคิดหรือหลักการ แม้จะมีผู้พยายามซื้ออยู่ตลอดเวลาก็ตามนั้น เป็นบุคคลที่สังคมเราตระหนักถึงมากน้อยแค่ไหน ในเมื่อ ค่า ในยุคสมัยนี้สับสนปนเปวัด ค่า ด้วยราคาของเงินทั้งนั้น


1.ข้อเขียนนี้เป็นข้อความลักษณะใด

a)

ให้ความรู้

b)

ให้คติสอนใจ

c)

ส่งเสริมความคิด

d)

ส่งเสริมการแสดงความคิดเห็น

2.

2. หลักเกณฑ์การวัด ค่าของคน ของผู้เขียนคือข้อใด


อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 1 - 5

บางสิ่งมีค่าโดยไม่มีราคาและบางสิ่งมีราคาโดยไม่มีค่า แต่ทั้ง ค่า และ ราคา ล้วนแต่เป็นคำที่โลกสมมุติขึ้น จะต่างกันก็ตรงที่ว่า เมื่อพูดถึง ราคา เราสัมผัสหรือวัดด้วยเงิน แต่เมื่อพูดถึง ค่า เราวัดและสัมผัสมันด้วยใจ ด้วยความความรู้สึก บางครั้งดอกไม้เล็ก ๆ ริมทาง หรือน้ำเย็น ๆ สักขันที่หยิบยื่นด้วยใจ ก็เป็นสิ่งที่มีค่าต่อผู้รับอย่างประมาณมิได้ แม้มันจะไม่มีราคาค่างวด ตรงกันข้าม สุรานอกจิบละสองหมื่น ขวดละสองแสนอย่างที่เคยเป็นข่าว แม้จะมีราคาสูงยิ่งแต่ก็มิแน่ใจว่ามันจะเปี่ยมด้วย ค่า ที่สัมผัสได้สักเสี้ยวหนึ่งของน้ำเย็นหนึ่งขันที่ไม่มีราคานั้น ในสังคมที่วัดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วย ราคา เราจะพบว่าบุคคลที่มีราคาโดย ไม่มีค่าและบุคคลที่มีค่าโดยไม่มีราคานั้นมีให้เห็นได้กลาดเกลื่อน จะเจ็บปวดอยู่บ้างก็ตรงคนที่มีราคานั้นเป็นที่ยอมรับมากกว่าคนที่มีค่า คนที่มีความรู้สูง ๆ ชนิดที่สามารถขายความรู้ความชำนาญได้ในราคาดีเป็นเงินเดือนเรือนหมื่นเรือนแสน เป็นที่ชื่นชมอยากจะเอาอย่างกัน โดยไม่มีคำถามว่าความรู้ราคาแพงหรือผลงานราคาแพงเหล่านั้นทำให้คนผู้นั้นมี ค่า ได้จริงหรือไม่ ในขณะเดียวกันบุคคลที่มีค่าแต่ไม่มีราคา เพราะไม่เคยขายความคิดหรือหลักการ แม้จะมีผู้พยายามซื้ออยู่ตลอดเวลาก็ตามนั้น เป็นบุคคลที่สังคมเราตระหนักถึงมากน้อยแค่ไหน ในเมื่อ ค่า ในยุคสมัยนี้สับสนปนเปวัด ค่า ด้วยราคาของเงินทั้งนั้น

a)

ค่าของคนอยู่ที่ใจ

b)

ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน

c)

ค่าของคนอยู่ที่ความดีงาม

d)

ค่าของคนอยู่ที่ความคิดและหลักการ

3.

3. ผู้เขียนมีน้ำเสียงเช่นไรเมื่อพูดถึงคนที่มีค่าแต่สังคมไม่ยอมรับ


อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 1 - 5

บางสิ่งมีค่าโดยไม่มีราคาและบางสิ่งมีราคาโดยไม่มีค่า แต่ทั้ง ค่า และ ราคา ล้วนแต่เป็นคำที่โลกสมมุติขึ้น จะต่างกันก็ตรงที่ว่า เมื่อพูดถึง ราคา เราสัมผัสหรือวัดด้วยเงิน แต่เมื่อพูดถึง ค่า เราวัดและสัมผัสมันด้วยใจ ด้วยความความรู้สึก บางครั้งดอกไม้เล็ก ๆ ริมทาง หรือน้ำเย็น ๆ สักขันที่หยิบยื่นด้วยใจ ก็เป็นสิ่งที่มีค่าต่อผู้รับอย่างประมาณมิได้ แม้มันจะไม่มีราคาค่างวด ตรงกันข้าม สุรานอกจิบละสองหมื่น ขวดละสองแสนอย่างที่เคยเป็นข่าว แม้จะมีราคาสูงยิ่งแต่ก็มิแน่ใจว่ามันจะเปี่ยมด้วย ค่า ที่สัมผัสได้สักเสี้ยวหนึ่งของน้ำเย็นหนึ่งขันที่ไม่มีราคานั้น ในสังคมที่วัดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วย ราคา เราจะพบว่าบุคคลที่มีราคาโดย ไม่มีค่าและบุคคลที่มีค่าโดยไม่มีราคานั้นมีให้เห็นได้กลาดเกลื่อน จะเจ็บปวดอยู่บ้างก็ตรงคนที่มีราคานั้นเป็นที่ยอมรับมากกว่าคนที่มีค่า คนที่มีความรู้สูง ๆ ชนิดที่สามารถขายความรู้ความชำนาญได้ในราคาดีเป็นเงินเดือนเรือนหมื่นเรือนแสน เป็นที่ชื่นชมอยากจะเอาอย่างกัน โดยไม่มีคำถามว่าความรู้ราคาแพงหรือผลงานราคาแพงเหล่านั้นทำให้คนผู้นั้นมี ค่า ได้จริงหรือไม่ ในขณะเดียวกันบุคคลที่มีค่าแต่ไม่มีราคา เพราะไม่เคยขายความคิดหรือหลักการ แม้จะมีผู้พยายามซื้ออยู่ตลอดเวลาก็ตามนั้น เป็นบุคคลที่สังคมเราตระหนักถึงมากน้อยแค่ไหน ในเมื่อ ค่า ในยุคสมัยนี้สับสนปนเปวัด ค่า ด้วยราคาของเงินทั้งนั้น

a)

น้อยเนื้อต่ำใจ

b)

ขมขื่นใจ

c)

ท้อแท้ใจ

d)

เศร้าใจ

4.

4. ท่านคิดว่าทรรศนะของผู้เขียนน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงไร


อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 1 - 5

บางสิ่งมีค่าโดยไม่มีราคาและบางสิ่งมีราคาโดยไม่มีค่า แต่ทั้ง ค่า และ ราคา ล้วนแต่เป็นคำที่โลกสมมุติขึ้น จะต่างกันก็ตรงที่ว่า เมื่อพูดถึง ราคา เราสัมผัสหรือวัดด้วยเงิน แต่เมื่อพูดถึง ค่า เราวัดและสัมผัสมันด้วยใจ ด้วยความความรู้สึก บางครั้งดอกไม้เล็ก ๆ ริมทาง หรือน้ำเย็น ๆ สักขันที่หยิบยื่นด้วยใจ ก็เป็นสิ่งที่มีค่าต่อผู้รับอย่างประมาณมิได้ แม้มันจะไม่มีราคาค่างวด ตรงกันข้าม สุรานอกจิบละสองหมื่น ขวดละสองแสนอย่างที่เคยเป็นข่าว แม้จะมีราคาสูงยิ่งแต่ก็มิแน่ใจว่ามันจะเปี่ยมด้วย ค่า ที่สัมผัสได้สักเสี้ยวหนึ่งของน้ำเย็นหนึ่งขันที่ไม่มีราคานั้น ในสังคมที่วัดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วย ราคา เราจะพบว่าบุคคลที่มีราคาโดย ไม่มีค่าและบุคคลที่มีค่าโดยไม่มีราคานั้นมีให้เห็นได้กลาดเกลื่อน จะเจ็บปวดอยู่บ้างก็ตรงคนที่มีราคานั้นเป็นที่ยอมรับมากกว่าคนที่มีค่า คนที่มีความรู้สูง ๆ ชนิดที่สามารถขายความรู้ความชำนาญได้ในราคาดีเป็นเงินเดือนเรือนหมื่นเรือนแสน เป็นที่ชื่นชมอยากจะเอาอย่างกัน โดยไม่มีคำถามว่าความรู้ราคาแพงหรือผลงานราคาแพงเหล่านั้นทำให้คนผู้นั้นมี ค่า ได้จริงหรือไม่ ในขณะเดียวกันบุคคลที่มีค่าแต่ไม่มีราคา เพราะไม่เคยขายความคิดหรือหลักการ แม้จะมีผู้พยายามซื้ออยู่ตลอดเวลาก็ตามนั้น เป็นบุคคลที่สังคมเราตระหนักถึงมากน้อยแค่ไหน ในเมื่อ ค่า ในยุคสมัยนี้สับสนปนเปวัด ค่า ด้วยราคาของเงินทั้งนั้น

a)

น่าเชื่อถือ เพราะเป็นเรื่องจริงซึ่งพบได้ในสังคมทั่วไป

b)

ยังไม่น่าเชื่อ เพราะข้อสนับสนุนยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร

c)

ยังไม่น่าเชื่อ เพราะเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว

d)

น่าเชื่อ เพราะผู้เขียนให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง

5.

5. ผู้เขียนเสนอทรรศนะเช่นไร


อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 1 - 5

บางสิ่งมีค่าโดยไม่มีราคาและบางสิ่งมีราคาโดยไม่มีค่า แต่ทั้ง ค่า และ ราคา ล้วนแต่เป็นคำที่โลกสมมุติขึ้น จะต่างกันก็ตรงที่ว่า เมื่อพูดถึง ราคา เราสัมผัสหรือวัดด้วยเงิน แต่เมื่อพูดถึง ค่า เราวัดและสัมผัสมันด้วยใจ ด้วยความความรู้สึก บางครั้งดอกไม้เล็ก ๆ ริมทาง หรือน้ำเย็น ๆ สักขันที่หยิบยื่นด้วยใจ ก็เป็นสิ่งที่มีค่าต่อผู้รับอย่างประมาณมิได้ แม้มันจะไม่มีราคาค่างวด ตรงกันข้าม สุรานอกจิบละสองหมื่น ขวดละสองแสนอย่างที่เคยเป็นข่าว แม้จะมีราคาสูงยิ่งแต่ก็มิแน่ใจว่ามันจะเปี่ยมด้วย ค่า ที่สัมผัสได้สักเสี้ยวหนึ่งของน้ำเย็นหนึ่งขันที่ไม่มีราคานั้น ในสังคมที่วัดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วย ราคา เราจะพบว่าบุคคลที่มีราคาโดย ไม่มีค่าและบุคคลที่มีค่าโดยไม่มีราคานั้นมีให้เห็นได้กลาดเกลื่อน จะเจ็บปวดอยู่บ้างก็ตรงคนที่มีราคานั้นเป็นที่ยอมรับมากกว่าคนที่มีค่า คนที่มีความรู้สูง ๆ ชนิดที่สามารถขายความรู้ความชำนาญได้ในราคาดีเป็นเงินเดือนเรือนหมื่นเรือนแสน เป็นที่ชื่นชมอยากจะเอาอย่างกัน โดยไม่มีคำถามว่าความรู้ราคาแพงหรือผลงานราคาแพงเหล่านั้นทำให้คนผู้นั้นมี ค่า ได้จริงหรือไม่ ในขณะเดียวกันบุคคลที่มีค่าแต่ไม่มีราคา เพราะไม่เคยขายความคิดหรือหลักการ แม้จะมีผู้พยายามซื้ออยู่ตลอดเวลาก็ตามนั้น เป็นบุคคลที่สังคมเราตระหนักถึงมากน้อยแค่ไหน ในเมื่อ ค่า ในยุคสมัยนี้สับสนปนเปวัด ค่า ด้วยราคาของเงินทั้งนั้น

a)

ทรรศนะเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริง

b)

ทรรศนะเกี่ยวกับค่านิยม

c)

ทรรศนะเกี่ยวกับนโยบาย

d)

ทรรศนะเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและค่านิยมผสมผสานกัน

6.

อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 6 - 10

มีมติให้ปีพุทธศักราช สองห้าหนึ่งแปดประกาศรับนับถือ

เป็นปีหญิงระหว่างประเทศเหตุผลคือ ต้องการความร่วมมือเพื่อช่วยกัน

ทั้งบุรุษสตรีอิตถีเพศ ทุกประเทศทั่วโลกร่วมสร้างสรรค์

ยกระดับเพศหญิงสิ่งสำคัญ เสมอภาคเทียมทันเท่าเพศชาย

ช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้สตรี มีบทบาทเต็มที่คือเป้าหมาย

ชี้ให้เห็นคุณค่าน่าเสียดาย ประโยชน์อันมากมายของสตรี

แก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติ โดยจำกัดขอบเขตของหน้าที่

หากเปลี่ยนค่านิยมใหม่ได้ผลดี หญิงอาจมีค่าล้นเพราะผลงาน

ถ้ามาตรแม้นสตรีมีโอกาส แสดงความสามารถในหลายด้าน

มีหน้าที่มีสิทธิ์ร่วมกิจการ ช่วยประสานประโยชน์ให้ในสังคม


6. กลอนนี้มีเจตนารมณ์อย่างไร

a)

ชี้ความเสมอภาค

b)

อยากให้ผู้หญิงเด่น

c)

ให้ความเป็นธรรมในสังคมไทย

d)

ให้เห็นความสามารถของหญิงไทย

7.

7. การเลือกปฏิบัติ มีความหมายตรงกับข้อใด


อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 6- 10

มีมติให้ปีพุทธศักราช สองห้าหนึ่งแปดประกาศรับนับถือ

เป็นปีหญิงระหว่างประเทศเหตุผลคือ ต้องการความร่วมมือเพื่อช่วยกัน

ทั้งบุรุษสตรีอิตถีเพศ ทุกประเทศทั่วโลกร่วมสร้างสรรค์

ยกระดับเพศหญิงสิ่งสำคัญ เสมอภาคเทียมทันเท่าเพศชาย

ช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้สตรี มีบทบาทเต็มที่คือเป้าหมาย

ชี้ให้เห็นคุณค่าน่าเสียดาย ประโยชน์อันมากมายของสตรี

แก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติ โดยจำกัดขอบเขตของหน้าที่

หากเปลี่ยนค่านิยมใหม่ได้ผลดี หญิงอาจมีค่าล้นเพราะผลงาน

ถ้ามาตรแม้นสตรีมีโอกาส แสดงความสามารถในหลายด้าน

มีหน้าที่มีสิทธิ์ร่วมกิจการ ช่วยประสานประโยชน์ให้ในสังคม

a)

เลือกผู้ที่เหมาะสมกว่า

b)

เห็นคุณค่าของคนเก่ง

c)

ให้สิทธิแก่บุรุษเหนือสตรี

d)

ลิดรอนผลประโยชน์ที่ควรได้

8.

8. วรรคที่ว่า ต้องการความร่วมมือเพื่อช่วยกัน มีความหมายตรงกับข้อใด


อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 6 - 10

มีมติให้ปีพุทธศักราช สองห้าหนึ่งแปดประกาศรับนับถือ

เป็นปีหญิงระหว่างประเทศเหตุผลคือ ต้องการความร่วมมือเพื่อช่วยกัน

ทั้งบุรุษสตรีอิตถีเพศ ทุกประเทศทั่วโลกร่วมสร้างสรรค์

ยกระดับเพศหญิงสิ่งสำคัญ เสมอภาคเทียมทันเท่าเพศชาย

ช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้สตรี มีบทบาทเต็มที่คือเป้าหมาย

ชี้ให้เห็นคุณค่าน่าเสียดาย ประโยชน์อันมากมายของสตรี

แก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติ โดยจำกัดขอบเขตของหน้าที่

หากเปลี่ยนค่านิยมใหม่ได้ผลดี หญิงอาจมีค่าล้นเพราะผลงาน

ถ้ามาตรแม้นสตรีมีโอกาส แสดงความสามารถในหลายด้าน

มีหน้าที่มีสิทธิ์ร่วมกิจการ ช่วยประสานประโยชน์ให้ในสังคม

วมกิจการ ช่วยประสานประโยชน์ให้ในสังคม

a)

สตรีร่วมมือกับบุรุษ

b)

ราษฎรร่วมมือกับรัฐบาล

c)

ประเทศไทยร่วมมือกับสหประชาชาติ

d)

ประชาชนให้ความร่วมมือในการจัดงานนี้

9.

9. ท่านได้ข้อคิดสำคัญว่าอย่างไรจากคำกลอนข้างบนนี้


อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 6 - 10

มีมติให้ปีพุทธศักราช สองห้าหนึ่งแปดประกาศรับนับถือ

เป็นปีหญิงระหว่างประเทศเหตุผลคือ ต้องการความร่วมมือเพื่อช่วยกัน

ทั้งบุรุษสตรีอิตถีเพศ ทุกประเทศทั่วโลกร่วมสร้างสรรค์

ยกระดับเพศหญิงสิ่งสำคัญ เสมอภาคเทียมทันเท่าเพศชาย

ช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้สตรี มีบทบาทเต็มที่คือเป้าหมาย

ชี้ให้เห็นคุณค่าน่าเสียดาย ประโยชน์อันมากมายของสตรี

แก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติ โดยจำกัดขอบเขตของหน้าที่

หากเปลี่ยนค่านิยมใหม่ได้ผลดี หญิงอาจมีค่าล้นเพราะผลงาน

ถ้ามาตรแม้นสตรีมีโอกาส แสดงความสามารถในหลายด้าน

มีหน้าที่มีสิทธิ์ร่วมกิจการ ช่วยประสานประโยชน์ให้ในสังคม

a)

ควรเปลี่ยนค่านิยมที่มีต่อสตรีเสียใหม่

b)

ควรรีบช่วยเหลือสตรีที่ขาดโอกาสในการศึกษา

c)

ถ้ารู้จักใช้สตรีให้สมบทบาท จะได้ประโยชน์มาก

d)

ควรให้โอกาสสตรีได้แสดงความสามารถในด้านต่าง ๆ

10.

10.ข้อใดสรุปใจความของคำกลอนบทนี้ได้ดีที่สุด


อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 6-10

มีมติให้ปีพุทธศักราช สองห้าหนึ่งแปดประกาศรับนับถือ

เป็นปีหญิงระหว่างประเทศเหตุผลคือ ต้องการความร่วมมือเพื่อช่วยกัน

ทั้งบุรุษสตรีอิตถีเพศ ทุกประเทศทั่วโลกร่วมสร้างสรรค์

ยกระดับเพศหญิงสิ่งสำคัญ เสมอภาคเทียมทันเท่าเพศชาย

ช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้สตรี มีบทบาทเต็มที่คือเป้าหมาย

ชี้ให้เห็นคุณค่าน่าเสียดาย ประโยชน์อันมากมายของสตรี

แก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติ โดยจำกัดขอบเขตของหน้าที่

หากเปลี่ยนค่านิยมใหม่ได้ผลดี หญิงอาจมีค่าล้นเพราะผลงาน

ถ้ามาตรแม้นสตรีมีโอกาส แสดงความสามารถในหลายด้าน

มีหน้าที่มีสิทธิ์ร่วมกิจการ ช่วยประสานประโยชน์ให้ในสังคม

a)

ควรให้สตรีมีสิทธิเท่าเทียมบุรุษไม่ว่าในเรื่องใด ๆ

b)

สังคมไทยควรให้ความเสมอภาคแก่บุรุษและสตรีเท่าเทียมกัน

c)

สังคมไทยจะพัฒนา ถ้าสตรีได้มีโอกาสเท่าเทียมบุรุษ

d)

หญิงไทยควรมีอิสระเสรีเท่าเทียมชายไทยทุกประการ

11.

ผู้ประพันธ์วรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีคือใคร

a)

รัชกาลที่ ๒

b)

สุนทรภู่

c)

ชิต บุรทัต

d)

ดอกไม้สด

12.

วันสุนทรภู่คือวันใด

a)

29 กรกฎาคมของทุกปี

b)

10 ธันวาคมของทุกปี

c)

26 มิถุนายนของทุกปี

d)

11 กันยายนของทุกปี

13.

ข้อใดคือลักษณะคำประพันธ์ของวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี

a)

กาพย์ยานี ๑๑

b)

กลอนนิทาน

c)

โคลงสี่สุภาพ

d)

กาพย์ฉบัง ๑๖

14.

สุนทรภู่แต่งพระอภัยมณีเพื่อวัตถุประสงค์ใด

a)

เพื่อเลี้ยงปากท้องระหว่างติดคุก

b)

แต่งเพื่อถวายเจ้านาย

c)

แต่งเพื่อบันทึกเหตุการณ์

d)

แต่งเพื่อใช้เป็นบทแสดงละคร

15.

ข้อใดไม่ใช่ตัวละครเรื่องพระอภัยตอนหนีนางผีเสื้อสมุทร

a)

นางเงือก

b)

โยคี

c)

สุดสาคร

d)

สินสมุทร

16.

เรื่องพระอภัยมณีตอนหนีนางผีเสื้อสมุทรแสดงให้เห็นความรักระหว่า

ใครกับใครมากที่สุด

a)

แม่กับลูก

b)

ภรรยากับสามี

c)

นักบวชกับสาวก

d)

สัตว์กับมนุษย์

17.

สินสมุทรมีอายุกี่ปี

a)

๗ปี

b)

๘ปี

c)

๙ปี

d)

๑๐ปี

18.

ทรงกำลังดังพระยาคชาพลาย มีเขี้ยวคล้ายชนนีมีศักดา จากบทประพันธ์ข้างต้นกล่าวถึงตัวละครใด

a)

นางผีเสื้อสมุทร

b)

พระอภัยมณี

c)

โยคี

d)

สินสมุทร

19.

ทรงกำลังดังพระยาคชาพลาย "คชาพลาย" หมายถึงสัตว์ใด

a)

ช้าง

b)

มังกร

c)

เสือ

d)

พญานาค

20.

ข้อใดกล่าวถึงพระโยคีได้ถูกต้อง

a)

อายุห้าร้อยปีเศษ

b)

มีเวทมนตร์ปราบสิ่งชั่วร้ายได้หมดสิ้น

c)

รับประทานผลไม้และเผือกมันเป็นอาหาร

d)

มีพละกำลังมาก

21.

ข้อใดคือคุณลักษณะพิเศษของเงือก

a)

ตาสว่างเห็นชัดในเวลากลางคืน

b)

ตาสว่างเห็นชัดในเวลากลางวัน

c)

มีความรอบรู้เรื่องสิ่งมีชีวิตในทะเล

d)

หยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า

22.

เรื่องพระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อสมุทร ตัวละครใดมีบทบาทมากที่สุด

a)

โยคี

b)

เงือก

c)

นางผีเสื้อ

d)

โยคี

23.

ความเชื่อใดที่มีผลต่อนางผีเสื้อสมุทรมากที่สุด

a)

ความเชื่อเรื่องความฝัน โชคลาง

b)

ความเชื่อในกฎแห่งกรรม

c)

ความเชื่อเรื่องเวทมนตร์คาถา

d)

ความเชื่อเรื่องลางสังหรณ์

24.

เหตุใดนางผีเสื้อสมุทรถึงยอมไปถือศีลตามคำแนะนำของพระอภัยมณี

a)

เพราะนางเชื่อเรื่องความฝัน

b)

เพราะนางรักและไว้วางใจในตัวพระอภัยมณี

c)

เพราะนางกลัวตาย

d)

เพราะนางกลัวพระอภัยมณีจะสิ้นรักนาง

25.

ความสามรถด้านใดที่สินสมุทรมีเหมือนพระอภัยมณี

a)

การเป่าปี่

b)

การใช้อาวุธ

c)

การใช้คาถาอาคม

d)

การมีพลังกำลัง

26.

เสด็จขึ้นทรงบ่าจะพาไป พระหน่อไทให้ขี่ภริยา จากข้อความที่ขีดเส้นใต้หมายถึงใคร

a)

พระอภัยมณี

b)

สุดสาคร

c)

นางผีเสื้อสมุทร

d)

สินสมุทร

27.

จะเกิดชาติไหนขอให้พบประสบกัน อย่าโศกศัลย์แคล้วคลาดเหมือนชาตินี้ จากบทประพันธ์ข้างต้นสะท้อนเกี่ยวกับความเชื่อด้านใดในพระพุทธศาสนา

a)

การทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

b)

การเวียนว่ายตายเกิด

c)

การละเว้นความชั่ว

d)

ตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์

28.

แล้วชี้หน้าด่าอึงหึงนางเงือก ทำซบเสือกสอพลออีตอแหล จากบทประพันธ์ข้างต้นกวีใช้ลีลาการประพันธ์รูปแบบใด

a)

นารีปราโมทย์

b)

เสาวรจนี

c)

พิโรธวาทัง

d)

สัลลาปังคพิสัย

29.

เหล่าฉลามล้วนฉลามตามกันมา ค่อยเคลื่อนคลาคล้ายคล้ายในสายชล

ฉนากอยู่คู่ฉนากไม่จากคู่ ขึ้นฟ่องฟูพ่นฟองละอองฝน จากบทประพันธ์ข้างต้นกวีใช้โวหารภาพพจน์แบบใด

a)

บรรยายโวหาร

b)

อุปมาโวหาร

c)

พรรณนาโวหาร

d)

สัทพจน์

30.

ข้อใดคือแก่นเรื่องของพระอภัยมณีตอนหนีนางผีเสื้อสมุทร

a)

ความรักชนะทุกสิ่ง

b)

การเห็นเห็นผิดเป็นชอบ ลุ่มหลงในรัก

c)

ความรักของบิดาที่มีต่อบุตร

d)

การเสียสละความรัก

31.

1. ระดับภาษามีกี่ระดับ

a)

3 ระดับ

b)

4 ระดับ

c)

5 ระดับ

d)

6 ระดับ

32.

2. เฮ้อ! เซ็ง เงินทองก็ไม่ค่อยจะมี จากข้อความเป็นภาษาในระดับใด

a)

ภาษาระดับทางการ

b)

ภาษาระดับกึ่งทางการ

c)

ภาษาระดับไม่เป็นทางการ

d)

ภาษาระดับกันเอง

33.

3.ข้อใดใช้ภาษาระดับทางการได้ถูกต้อง

a)

คลอดบุตร

b)

เผาศพ

c)

ทิ้งจดหมาย

d)

ตีตรา

34.

4. ข้อใดใช้ภาษาเขียนที่ถูกต้อง

a)

การออกกำลังกายมีประโยชน์ทำให้หุ่นเพรียวลมสมส่วน

b)

มัคคุเทศก์พาคณะท่องเที่ยวนั่งรถชมวิวก่อนขึ้นภูกระดึง

c)

การฉายภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ ทำให้คนดูเบื่อ

d)

นักแข่งจักรยานทีมชาติไทยประสบอุบัติเหตุในการแข่งขันทัวร์ออฟไทยแลนด์

35.

14.หนังสือที่ใช้ติดต่อกับหน่วยงานราชการหรือติดต่อในวงการธุรกิจ ควรใช้ภาษาในระดับใด

a)

ภาษาระดับพิธีการ

b)

ภาษาระดับทางการ

c)

ภาษาระดับกึ่งทางการ

d)

ภาษาระดับไม่เป็นทางการ

36.

15.ถ้าหากส่งสารผิดระดับจะเกิดผลเสียในข้อใดมากที่สุด

a)

ความในสารไม่ชัดเจน

b)

การสื่อสารไม่สัมฤทธิ์ผล

c)

สื่อความหมายไม่ถูกต้อง

d)

ภาษาไม่ไพเราะ สละสลวย

37.

คำในข้อใด ไม่ใช่ คำไทยแท้

a)

ปี

b)

ศึก

c)

ใหญ่

d)

อักษร

38.

ความสัมพันธ์ทางศาสนา ทำให้ประเทศไทยได้รับภาษาใดมาในประเทศไทย

a)

เขมร

b)

จีน

c)

บาลี

d)

ชวา-มลายู

39.

ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะของคำไทยแท้

a)

มักเป็นคำโดด

b)

มักมีตัวการันต์

c)

สะกดตรงตามมาตรา

d)

มีรูปวรรณยกต์เป็นเครื่องหมายกำกับ

40.

คำในข้อใด ไม่ใช่ ภาษาบาลี

a)

กรรณ

b)

ลัทธิ

c)

เมตตา

d)

สังข์

41.

ข้อใดสอนให้คนมีปัญญาแต่มิให้อวดรู้

a)

สูงอย่าให้สูงกว่าฐานนานไปล้ม จะเรียนคมเรียนเถิดอย่าเปิดฝัก

b)

อย่าดูถูกบุญกรรมว่าทำน้อย น้ำตาลย้อยมากเมื่อไรได้หนักหนา

c)

เพชรอย่างดีมีค่าราคายิ่ง ส่งให้ลิงจะรู้ค่าราคาหรือ

d)

เป็นบ้าจี้นิยมชมว่าเอก คนโหยกเหยกรักษายากลำบากหมอ

42.

ข้อใดสอนให้กตัญญู

a)

คนสามขามีปัญญาหาไว้ทัก ที่ไหนหลักแหลมคำจงจำเอา

b)

แต่ไม้ไผ่อันหนึ่งตันอันหนึ่งแขวะ สีแหยะแหยะตอกตะบันเป็นควันฉิว

c)

ค่อยดำเนินตามไต่ผู้ไปหน้า ใจความว่าผู้มีคุณอย่าหุนหวน

d)

ต้องว่องไวในทำนองคล่องท่าทาง ตบหัวผางเดียวม้วนจึงควรล้อ

43.

ข้อใดเป็นค่านิยมในสังคมไทยในเรื่องการพึ่งพาอาศัยกัน

a)

ของสิ่งใดเจ้าว่างามต้องตามเจ้า ใครเคยเล่าจะไม่งามตามเสด็จ

b)

ต่อผู้ดีมีปัญญาจึงหารือ ให้เขาลือเสียว่าชายนี้ขายเพชร

c)

ถึงเพื่อนฝูงที่ชอบพอขอกันได้ ถ้าแม้ให้เสียทุกคนกลัวคนขอ

d)

ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย

44.

สำนวนใดสอนคนให้รู้จักใคร่ครวญไตร่ตรองก่อนจะพูด

a)

อันเสาหินแปดศอกตอกเป็นหลัก ไปมาผลักบ่อยเข้าเสายังไหว

b)

เห็นตอหลักปักขวางหนทางอยู่ พิเคราะห์ดูควรทึ้งแล้วจึงถอน

c)

ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย

d)

ล้องูเห่าเล่นก็ได้ใจกล้ากล้า แต่ว่าอย่ายักเยื้องเข้าเบื้องหาง

45.

คำประพันธ์ในข้อใดสอนให้เรามีสติรู้ตัวอยู่เสมอ

a)

ของสิ่งใดเจ้าว่างามต้องตามเจ้า ใครเลยเล่าจะไม่งามตามเสด็จ

b)

ค่อยดำเนินตามไต่ผู้ไปหน้า ใจความว่าผู้มีคุณอย่าหุนหวน

c)

เห็นตอหลักปักขวางหนทางอยู่ พิเคราะห์ดูควรทึ้งแล้วจึงถอน

d)

อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา ส่องดูหน้าเสียทีหนึ่งแล้วจึงนอน

46.

“เพชรอย่างดีมีค่าราคายิ่ง ส่งให้ลิงจะรู้ค่าราคาหรือ” คำประพันธ์ข้างต้นสอดคล้องกับสำนวนใด

a)

ตาบอดได้แว่น

b)

ไก่ได้พลอย

c)

หัวล้านได้หวี

d)

นิ้วด้วนได้แหวน

47.

“อันเสาหินแปดศอกตอกเป็นหลัก ไปมาผลักบ่อยเข้าเสายังไหว

จงฟังหูไว้หูคอยดูไป เชื่อน้ำใจดีกว่าอย่าเชื่อยุ”

คำประพันธ์ข้างต้นมุ่งสอนให้คนเราระวังเรื่องใด

a)

การฟังและการพูด

b)

การพูดและการเขียน

c)

การอ่านและการฟัง

d)

การเขียนและการอ่าน

48.

“เอาหลังตากแดดเป็นนิจคิดคำนวณ รู้ถี่ถ้วนจึงสบายเมื่อปลายมือ”

จากบทกลอนข้างต้นให้ข้อคิดในข้อใด

a)

ให้มีความคิดและสงสารคนที่ทำงานหนักเพื่อเลี้ยงชีพ

b)

ให้รู้จักใช้จ่ายอย่างประหยัดเพื่ออนาคตจะได้สบาย

c)

ให้รู้จักกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ

d)

ให้รู้จักขยันในการทำงาน อนาคตจะได้สบาย

49.

ข้อใดเป็นลักษณะธรรมชาติของมนุษย์เรา

a)

ถึงบุญมีไม่ประกอบชอบไม่ได้ ต้องอาศัยคิดดีจึงมีผล

b)

ถึงเพื่อนฝูงที่ชอบพอขอกันได้ ถ้าแม้ให้เสียทุกคนกลัวคนขอ

c)

วาสนาไม่คู่เคียงเถียงเขายาก ถึงมีปากมีเสียเปล่าเหมือนเต่าหอย

d)

หญิงเรียกแม่ชายเรียกพอยอไว้ใช้ มันชอบใจข้างปลอบไม่ชอบดุ

50.

ข้อใดมีการใช้คำเปรียบเทียบ

a)

เป็นบ้าจี้นิยมชมว่าเอก

b)

คนโหยกเหยกรักษายากลำบากหมอ

c)

อันยศศักดิ์มิใช่เหล้าเมาแต่พอ

d)

ถ้าเขายอเหมือนอย่างเกาให้เราคัน

51.

เรื่องพระบรมราโชวาทมีจุดมุ่งหมายในการแต่งอย่างไร

a)

เพื่อสอนลูก

b)

เพื่อเป็นข้อบังคับให้ลูกปฏิบัติ

c)

เพื่อเป็นแนวคิดสำหรับผู้ที่จะไปศึกษาต่างประเทศ

d)

เพื่อแสดงพระปรีชาญาณแห่งพระมหากษัตริย์ไทย

52.

พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นตัวอย่างของโวหารชนิดใด

a)

เทศนาโวหาร

b)

บรรยายโวหาร

c)

สาธกโวหาร

d)

พรรณนาโวหาร

53.

พระบิดาแห่งกฎหมายไทยคือใคร

a)

พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์

b)

พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์

c)

พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม

d)

พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช

54.

เงินพระคลังข้างที่มีที่มาจากเงินใด

a)

เงินถุงแดง

b)

เงินกลางปี

c)

เงินเบี้ยหวัด

d)

เงินพดด้วง

55.

“เป็นทรัพย์มรดกอันประเสริฐดีกว่าทรัพย์สินเงินทองอื่นๆ” ข้อความนี้หมายถึงข้อใด

a)

ยศถาบรรดาศักดิ์

b)

ความเพียร

c)

ความซื่อสัตย์

d)

ความรู้

56.

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงยกข้อความว่า

"ชีวิตสังขารของมนุษย์ไม่ยืดยาวเหมือนเหล็กเหมือนศิลา"

มาสั่งสอนพระราชโอรสเกี่ยวกับเรื่องใด

a)

การศึกษา

b)

การใช้จ่ายทรัพย์

c)

ความประพฤติ

d)

การรับราชการ

57.

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถือคติข้อใดในการอบรมพระราชโอรส

a)

รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี

b)

เอาน้ำเย็นเข้าลูบ

c)

บัวไม่ให้ซ้ำน้ำไม่ให้ขุ่น

d)

น้ำร้อนปลาเป็นน้ำเย็นปลาตาย

58.

ข้อความต่อไปนี้แสดงว่าผู้กล่าวต้องการสอนในเรื่องใด


"จงรู้ไว้เถิดว่าถ้าเมื่อได้ทำความผิดมาเมื่อใดจะได้รับโทษโดยทันทีการมีพ่อเป็นพระเจ้าแผ่นดินนั้นจะไม่เป็นการช่วยเหลืออุดหนุนแก้ไขอันใดได้เลย”

a)

ไม่ให้หลงยศศักดิ์ของตน

b)

ไม่ให้กระทำความผิดใด ๆ

c)

ไม่ให้ถืออำนาจประพฤติมิชอบ

d)

ไม่ให้สำคัญผิดว่าจะได้รับความช่วยเหลือ

59.

ผลประโยชน์อันใดที่จะได้อยู่ในเวลามีพ่อและไม่มีพ่อนั้นจะถือเอาเป็นแม่นว่าคงที่อยู่นั้นไม่ได้ จะต้องมีบ้านเรือนบุตรภรรยามากขึ้น คงจะต้องใช้มากขึ้น” ข้อความข้างต้นนี้ผู้กล่าวต้องการสอนเกี่ยวกับเรื่องใด

a)

ความรู้จักประมาณในการใช้จ่าย

b)

ความไม่แน่นอนในการดำรงชีวิต

c)

ความไม่ประมาทในการครองทรัพย์

d)

ความประหยัดในการเลี้ยงดูครอบครัว

60.

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์ที่จะส่งพระราชโอรสทุกพระองค์ไปศึกษาต่างประเทศเพราะเหตุใดเป็นสำคัญ

a)

ทรงเล็งเห็นว่าเป็นวิชาเป็นมรดกที่ติดตัวไม่สูญหาย

b)

ทรงต้องการให้พระราชโอรสมีความรู้ดีทุกพระองค์

c)

ทรงต้องการแสดงความยุติธรรมแก่พระราชโอรสทุกพระองค์

d)

ทรงต้องการให้พระราชโอรสมีความรู้ทุกด้านสาขาวิชาเพื่อจะได้ช่วยกันพัฒนาประเทศ