wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สมดุลเคมี

Total questions: 20

Worksheet time: 2hrs 5mins

Name
Class
Date
1.

การเปลี่ยนแปลงในข้อใดต่อไปนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้

ก) น้ำระเหยกลายเป็นไอในภาชนะปิด

ข) เกล็ดไอโอดีนละลายน้ำ

ค) เนื้อหมูถูกทิ้งไว้ 3 วัน แล้วเน่า

ง) ลูกเหม็นระเหิดในที่โล่งแจ้ง

a)

ก. เท่านั้ น

b)

ก. และ ข.

c)

ก. ข. และ ค.

d)

ก. และ ง.

e)

ง เท่านั้น

2.

ถ้าปฏิกิริยาต่อไปนี้อยู่ในภาวะสมดุล

X(s) + Y2+(aq) <-------> X2+(aq) + Y(s)

ข้อสรุปใดถูกต้อง

a)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์เท่ากัน

b)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์คงที่

c)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้นเท่ากัน

d)

ความเข้มข้นของสารผลิตภัณฑ์เท่ากัน

e)

ความเข้มข้นของสารผลิตภัณฑ์และสารตั้งต้นไม่ทำปฏิกิริยากัน

3.

การเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้เกิดในภาชนะเปิด ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่สามารถผันกลับได้

a)

2Cu2+(aq) + [Fe(CN)6]4-(aq) <------> Cu2[Fe(CN)6](s)

b)

CO32-(aq) + 2H+(aq) <------> H2O(l) + CO2(g)

c)

H2O(s) + ความร้อน <-------> H2O(l)

d)

[Co(H2O)6]2+(aq) + 4Cl-(aq) <-----> [CoCl4]2-(aq) + 4H2O(l)

e)

2Cu2+(aq) + [Fe(CN)6]4-(l) <------> Cu2[Fe(CN)6](s)

4.

การเตรียมแก๊สคลอรีนวิธีหนึ่งเตรียมได้ดังนี้

4HCl(g) + O2(g) <-----> 2Cl2(g) + 2H2O(g) + ความร้อน

ถ้าต้องการแก๊สคลอรีน (Cl2) มากขึ้นโดยอาศัยหลักของเลอชาเตอลิเอ ไม่ควรใช้วิธีใด

a)

เพิ่ม O2 หรือ HCl อย่างใดอย่างหนึ่ง

b)

ลดอุณหภูมิ

c)

เพิ่มความดันของภาชนะ

d)

ลดปริมาตรของภาชนะ

e)

ทำน้ำให้กลายเป็นของเหลว

5.

กำหนดสมการที่อยู่ในภาวะสมดุลดังนี้

1. 2A(g) + B(g) <-----> 2C(g) + 2E(g) ----- K1

2. C(g) <----> 3D(g) + E(g) ------K2

3. 4C(g) <-----> 6D(g) + 2A(g) + B(g) -----K3

จงหาค่าของ K3

a)

2K2 x K1

b)

2K2 / K1

c)

K22 x K1

d)

K22 / K1

e)

2K2 / K1/2

6.

พิจารณาค่า K ของปฏิกิริยาต่อไปนี้

A + B <------> 2C ------- K1 = X

D + E <------> A + C ------- K2 = Y

E + F <------> 2B + G ------- K3 = Z

ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา 3A + F 3C + G + D มีค่าเท่าใด

a)

X3YZ2

b)

X3Z2 / Y

c)

X2Z / Y

d)

X2/ZY

e)

X1/2/ZY

7.

ปฏิกิริยาระหว่าง A กับ B ได้ C เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน แสดงด้วยสมการต่อไปนี้

2A (g) + B (g) <------> 2C (g)

การเปลี่ยนแปลงปัจจัยในข้อใดที่มีผลต่อสมดุลของระบบนี้ ซึ่งจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่เพิ่มปริมาณของ C

a)

อุณหภูมิต่ำหรือความดันสูง

b)

อุณหภูมิต่ำหรือความดันต่ำ

c)

อุณหภูมิสูงหรือความดันสูง

d)

อุณหภูมิสูงหรือความดันต่ำ

e)

อุณหภูมิสูงหรือปริมาตรสูง

8.

เมื่อเติมสารละลายไฮโดรเจนซัลไฟด์ลงในสารละลาย Pb2+ จะให้ตะกอน PbS สมดุลเคมีที่เกิดขึ้นเป็นดังนี้

Pb2+(aq) + H2S(aq) <------> PbS(s) + 2H+(aq)

ในภาวะใดที่ทำให้ PbS ตกตะกอนมากที่สุด

a)

เติม Pb(NO3)2 มากขึ้น

b)

เติม H+ ให้มากขึ้น

c)

ลดความเข้มข้นของ H2S

d)

เติม KI ลงในสารละลาย

e)

เติม KI และ น้ำ ลงในสารละลาย

9.

จากกราฟที่กำหนดให้คำกล่าวใดถูกต้อง

a)

เป็นกราฟที่ได้จากการรบกวนสมดุลโดยการเพิ่มสาร C

b)

เป็นกราฟที่ได้จากการรบกวนสมดุลโดยการเพิ่มอุณหภูมิ

c)

เป็นกราฟที่ได้จากการรบกวนสมดุลโดยการเพิ่มตัวเร่งปฏิกิริยา

d)

เป็นกราฟที่ได้จากการรบกวนสมดุลโดยการเพิ่มสาร C และ B

e)

เป็นกราฟที่ได้จากการรบกวนสมดุลโดยการเพิ่มสาร B

10.

ในขวดอัดลมปิดฝาสนิท มีสมดุลดังนี้ H2O(l) + CO2(g) <------> H2CO3(l)

ถ้าต้องการให้ H2CO3 ลดลงควรทำอย่างไร

a)

ปิดฝาขวด

b)

เพิ่มปริมาตรช่องว่างที่คอขวด

c)

เพิ่มปริมาตรของน้ำ

d)

ลดความดัน

e)

ข้อ ก และ ข

11.

ปฏิกิริยา N2 + 3H2 <------> 2NH3 เป็นปฏิกิริยาการคายความร้อนสภาวะทั้งหมดในข้อใดมีผลทำให้ NH3 ลดลง

a)

เพิ่ม H2 เพิ่มความร้อน เพิ่มปริมาตร

b)

ลด NH3 ลดความร้อน ลดความดัน

c)

ลด NH3 ลดความร้อน ลดความดัน

d)

ลด N2 เพิ่มความร้อน ลดความดัน

e)

เพิ่ม NH3 ลดความร้อน เพิ่มปริมาตร

12.

พิจารณาค่า K ของปฏิกิริยาต่อไปนี้

A(g) + B(g) <------> 2C(g) ----- K1

D(g) + E(g) <------> A(g) + C(g) ----- K2

E(g) + F(g) <------> 2B(g) + G(g) ----- K3

ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา 3A(g) + F(g) <-----> 3C(g) + D(g) + G(g) มีค่าเท่าใด

a)

K1K32/K2

b)

K12K3/K2

c)

K12K2/K3

d)

K1K3/K2

e)

K2/K1K23

13.

กำหนดให้ NO2(g) <-----> NO(g) + O(g) K = 6.8 x 10–49

O3(g) + NO(g) <-----> NO2(g) + O2(g) K = 5.8 x 10–34

ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาต่อไปนี้มีค่าเท่าใด

O2(g) + O(g) <------> O3(g)

a)

2.5X1081

b)

8.7X1014

c)

1.2X10-15

d)

3.9X10-19

e)

4.2X10-22

14.

จากค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาต่อไปนี้

2 A(g) <------> C(g) + X(g) : K1 = 5.0 x 10–2

X(s) + B(g) <------> A(g) + D(g) : K2 = 8.0 x 10–2

C(g) + D(g) <------> A(g) + B(g) : K3

ค่าของ K3 คือข้อใด

a)

0.013

b)

0.004

c)

250

d)

400

e)

2500

15.

ปฏิกิริยา N2O4 (g) ↔ 2NO2 (g) ที่อุณหภูมิหนึ่งมีค่าคงที่สมดุลเท่ากับ 4.0

และมีความเข้มข้น NO2 ที่จุดสมดุลเท่ากับ 2.0 M เมื่อเพิ่มปริมาตรของ

ภาชนะเป็นสองเท่าที่อุณหภูมิเดียวกัน จะมีความเข้มข้นของ NO2 เท่าใด

a)

0.11

b)

0.52

c)

0.96

d)

1.00

e)

1.24

16.

ที่ภาวะสมดุลของปฏิกิริยา 3H2(g) + N2(g) ↔ 2NH3(g) ถ้ามีปริมาณ

H2 ,N2 , และ NH3 อย่างละ 1.00 , 2.00 และ 3.00 mol/L ที่ 500 ºC

อยากทราบว่าปฏิกิริยานี้จะมีค่าคงที่สมดุลเท่าใด

a)

1.23

b)

2.45

c)

3.00

d)

4.56

e)

5.23

17.

X เป็นสารไม่บริสุทธิ์วิเคราะห์พบว่ามี C7H6O2 70% โดยน้ำหนัก เมื่อนำ X 4 กรัม มาสกัดด้วยตัวทำละลายอินทรีย์ 50 cm3 และ น้ำ 25 cm3 (สมมติว่าตัวทำละลายอินทรีย์และน้ำไม่ละลายกันปริมาตรยังคงเดิม ส่วนสารมลทินอื่นๆละลายน้ำได้ทั้งหมด ) เมื่อปล่อยให้เกิดการแพร่กระจายในชั้นทั้งสองเรียบร้อยแล้ว แยกเอาชั้นอินทรีย์ไประเหยทำให้แห้ง ได้สาร C7H6O2 2.44 กรัม จงหาอัตราส่วนความเข้มข้นของ C7H6O2 ที่ละลายในชั้นอินทรีย์และน้ำ

a)

3.33

b)

5.67

c)

9.56

d)

12.03

e)

20.29

18.

ที่สภาวะสมดุล ค่า Kc ของสมการ H2(g) + CO2(g) ↔ H2O(g) + CO(g)

เท่ากับ 4.2 ที่อุณหภูมิ 1650 ºC เมื่อเริ่มปฏิกิริยานำ CO2 0.8 โมล ฉีดเข้าไปใน

ภาชนะขนาด 5 ลิตร ที่มี H2 อยู่ 0.80 โมล จงคำนวณหาความเข้มข้นของสารผลิตภัณฑ์ที่ภาวะสมดุล

a)

0.107

b)

1.012

c)

2.01

d)

2.21

e)

2.402

19.

แก๊ส PCl5 สลายตัวได้แก๊ส PCl3 และ Cl2 ดังสมการ

PCl5 (g) ↔ PCl3 (g) + Cl2 (g)

เมื่อนำ PCl5 จำนวนหนึ่งมาทำให้สลายตัวจนกระทั่งระบบเข้าสู่ภาวะสมดุล

ปรากฏว่าเหลือ PCl5 0.125 M และ มี Cl2 เกิดขึ้น 0.075 M ถ้าต้องการให้

PCl3 ที่ภาวะสมดุลเหลือเพียง 0.050 M จะต้องเติม Cl2 ลงไปอีกเท่าใด

a)

0.00021

b)

0.00089

c)

0.08500

d)

0.09700

e)

1.02400

20.

จากค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาต่อไปนี้

2 A(g) <-----> C(g) + X(g) : K1 = 5.0 x 10–2

X(s) + B(g) <-----> A(g) + D(g) : K2 = 8.0 x 10–2

C(g) + D(g) <------> A(g) + B(g) : K3

ค่าของ K3 คือข้อใด

a)

50

b)

100

c)

150

d)

200

e)

250