wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบปลายภาค 1/64 ชีววิทยา 5

Total questions: 30

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

parathormone มีผลต่อไตอย่างไร

a)

เพิ่มการดูด Ca2+ และฟอสเฟต

b)

ลดการดูด Ca2+ และฟอสเฟต

c)

เพิ่มการดูด Ca2+ แต่ขับฟอสเฟตออก

d)

เพิ่มการดูดฟอสเฟตแต่ขับ Ca2+ ออก

2.

ฮอร์โมนที่มีส่วนควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดคือ

a)

insulin

b)

Oxytocin

c)

insulin & adrenalin

d)

insulin , glucagon & adrenalin

3.

เซลล์ชนิด rod มีคุณสมบัติต่างจากชนิด cone คือ..

a)

แยกสีที่แตกต่างกันได้

b)

รับภาพได้เฉพาะในที่ๆมีแสงมาก

c)

รับภาพในแสงสลัวๆได้

d)

มองเห็นภาพได้ชัดเจนกว่า

4.

ลูกตาของคนมีความไวต่อสเปรคตรัมแสงสี

a)

แดง เขียว น้ำเงิน

b)

แดง เหลือง น้ำเงิน

c)

เหลือง เขียว น้ำเงิน

d)

แดง เหลือง น้ำตาล

5.

บริเวณโฟเวียจะพบว่า...

a)

มีเซลล์รูปแท่งมากกว่าบริเวณอื่น

b)

ไม่มีเซลล์รูปแท่งอยู่เลย

c)

มีเซลล์รูปกรวยมากกว่าบริเวณอื่น

d)

ไม่มีเซลล์รูปกรวยอยู่เลย

6.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงจุดบอดได้ถูกต้อง

a)

บริเวณที่มีเซลล์รูปกรวยหนาแน่น

b)

เป็นบริเวณเรตินาที่ไม่มีเซลล์รูปแท่งและรูปกรวยอยู่เลย

c)

บริเวณที่มีเซลล์รูปแท่งหนาแน่น

d)

ถูกทุกข้อ

7.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงจุดบอดได้ถูกต้อง

a)

บริเวณที่มีเซลล์รูปกรวยหนาแน่น

b)

บริเวณที่มีเซลล์รูปแท่งหนาแน่น

c)

เป็นบริเวณเรตินาที่ไม่มีเซลล์รูปแท่งและรูปกรวยอยู่เลย

d)

ถูกทุกข้อ

8.

เซลล์รับแสงพบบริเวณส่วนใดของนัยน์ตา

a)

โครอยด์

b)

เรตินา

c)

เลนส์ตา

d)

ม่านตา

9.

จากประโยคที่กำหนดให้ ให้นักเรียนเลือกข้อที่ถูกต้อง

a)

แอลแฟลกทอรีบัลบ์ เป็นสมองที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการรับรสชาติ

b)

การแก้ปัญหาสายตาสั้น คือต้องใส่แว่นที่ประกอบด้วยเลนส์เว้า

c)

โรดอปซิน คือสารที่ฝังอยู่ในเซลล์รับแสงรูปกรวย ซึ่งประกอบด้วยโปรตีนและเรตินอล

d)

ลิ้นเป็นอวัยวะที่รับรสชาติได้ 5 รส คือ หวาน เค็ม เผ็ด ขม เปรี้ยว

10.

หลังจากอ่านหนังสืออยู่ในห้องที่เปิดไฟสว่างได้ซักครู แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นภาพต้นไม้ได้อย่างชัดเจน เนื่องจากการปรับนัยน์ตาตามข้อใด

a)

กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาหดตัว ความนูนเลนส์ตาเพิ่มขึ้น ม่านตาหดตัว

b)

กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาหดตัว ความนูนเลนส์ตาเพิ่มขึ้น ม่านตาคลายตัว

c)

กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาคลายตัว ความนูนเลนส์ตาลดลง ม่านตาหดตัว

d)

กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาคลายตัว ความนูนเลนส์ตาลดลง ม่านตาคลายตัว

11.

ในชั้นเรตินาของนัยน์ตา พบว่าบริเวณ A เป็นที่รับภาพได้ชัดเจน แต่เมื่อแสงตกที่บริเวณ B จะไม่เกิดภาพ ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ A และ B

a)

A โฟเวีย B จุดบอด

b)

A เลนส์ตา ฺB เยื่อบุตา

c)

A โฟเวีย B เส้นประสาทตา

d)

A กระจกตา B รูม่านตา

12.

ตาบอดสี เกิดจากโครงสร้างใดของนัยน์ตาถูกทำลาย

a)

เซลล์รูปแท่ง

b)

เซลล์รูปกรวย

c)

เลนส์ตา

d)

กระจกตา

13.

จากรูปหมายเลข 1 คืออะไร

a)

สเคลอรา

b)

คลอรอยด์

c)

เรตินา

d)

คอเนีย

14.

หมายเลข 4 คืออะไร

a)

โฟเวียร์

b)

คลอรอยด์

c)

เรตินา

d)

ไอริส

15.

หมายเลข 8 คืออะไร

a)

โฟเวียร์

b)

เลนส์

c)

เรตินา

d)

รูม่านตา

16.

อวัยวะใดที่ช่องที่แสงเข้า สามารถขยายและหดได้

a)

ม่านตา

b)

รูม่านตา

c)

เลนส์ตา

d)

กระจกตา

17.

นักเรียนเห็นเป็นเลขใดบ้าง

a)

78 45 42

b)

78 46 42

c)

73 45 42

d)

73 46 42

18.

จากภาพนี้ เป็นคนสายตาแบบใด

a)

สายตาปกติ

b)

สายตาสั้น

c)

สายตายาว

19.

สายตาสั้น สาเหตุเกิดจาก ?

a)

เลนส์ตาโค้งมากเกินไป

b)

กระจกตาโค้งมากเกินไป

c)

กระบอกตาสั้นเกินไป

d)

จอประสาทตาโค้งมากเกินไป

20.

อวัยวะเป้าหมาย (Target organ) ของฮอร์โมน หมายถึงข้อใด

a)

อวัยวะที่สร้างฮอร์โมน

b)

อวัยวะที่ควบคุมการสร้างฮอร์โมน

c)

อวัยวะที่ฮอร์โมนออกฤทธิ์

d)

ถูกทุกข้อ

21.

FSH. อวัยวะเป้าหมายคือ

a)

รังไข่

b)

มดลูก

c)

ต่อมไทรอย

d)

ต่อมหมวกไต

22.

ข้อความใดที่ไม่เป็นความจริง

a)

ก. ผู้หญิงปกติจะไม่สามารถสร้างฮอร์โมนเพศชายออกมาได้เลย

b)

ข. อะดรีนัลคอร์เทกซ์ เป็นต่อมไร้ท่อที่สร้างสารสเตียรอยด์ได้มากชนิดที่สุด

c)

ค. รังไข่เป็นอวัยวะที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปร่าง และหน้าที่การทำงานได้มากที่สุด

d)

ง. ต่อมใต้สมองพูหน้าเป็นต่อมไร้ท่อที่มีชนิดของเซลล์มากที่สุด

23.

จากภาพที่วงกลม คือต่อมไร้ท่อที่ชื่อว่าอะไร

a)

ต่อมไทรอยด์

b)

ต่อมไทมัส

c)

ต่อมหมวกไต

24.

อวัยวะเป้าหมายของฮอร์โมน B คือข้อใด

a)

มดลูก

b)

อัณฑะ

c)

รังไข่

25.

1. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวเกี่ยวกับฮอร์โมนไม่ถูกต้อง

a)

1. สร้างจากต่อมไร้ท่อ เช่น ถุงน้ำดี ต่อมน้ำนม

b)

2. เป็นสารเคมีที่ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลของร่างกาย

c)

3. สามารถควบคุมการหลั่งโดยอาศัยระบบประสาทและสารเคมี

d)

4. อาศัยระบบหมุนเวียนเลือดในการออกฤทธิ์ไปยังอวัยวะเป้าหมาย

26.

ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานโดยที่ร่างกายมีการสร้างฮอร์โมนนี้เป็นปกติ แต่ตัวรับผิดปกติจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง

a)

คอร์ติซอล

b)

อินซูลิน

c)

กลูคากอน

d)

ADH

27.

ทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของอวัยวะสืบพันธุ์ไม่ให้เติบโตเร็วเกินไปก่อนถึงช่วงวัยเจริญพันธุ์ และทำให้ร่างกายรับรู้ว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน

a)

เอนโดรฟิน

b)

เมลาโทนิน

c)

โพรแลคติน

d)

แคลซิโทนิน

28.

สถานการณ์ในข้อใดที่จะส่งผลให้ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตส่วนในหลั่งฮอร์โมนออกมามากกว่าระดับปกติ

a)

ดื่มน้ำปริมาณมาก

b)

กินขนมรสหวานจัด

c)

ไฟไหม้บ้าน

d)

สอบตกวิชาชีววิทยา

29.

ระบบสำคัญที่ควบคุมกระบวนการส่วนใหญ่ในร่างกายคือข้อใด

a)

ระบบประสาทและระบบต่อมไร้ท่อ

b)

ระบบประสาทและระบบสืบพันธุ์

c)

ระบบขับถ่ายและระบบประสาท

d)

ระบบขับถ่ายและระบบสืบพันธุ์

30.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับคุณสมบัติของฮอร์โมน

a)

เป็นสารเคมีที่มีผลต่ออวัยวะหรือเนื้อเยื่อทั่วไป

b)

สามารถออกฤทธิ์ได้เมื่อมีความเข้มข้นสูงเท่านั้น

c)

เป็นสารเคมีไปสู่อวัยวะเป้าหมายตามท่อลำเลียง

d)

เป็นสารเคมีที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะเป้าหมาย