wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การให้การปรึกษา_ป.จิตเวช

Total questions: 15

Worksheet time: 13mins

Name
Class
Date
1.

กระบวนการช่วยเหลือโดยมีการพบปะเป็นการส่วนตัว เป็นการให้คำปรึกษาลักษณะใด

a)

การให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคล

b)

การให้คำปรึกษาเป็นรายกลุ่ม

c)

การให้คำปรึกษาครอบครัว

d)

การให้คำปรึกษาแบบเพื่อน

2.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ขั้นตอนกระบวนการให้คำปรึกษารายบุคคล

a)

ผู้ให้คำปรึกษาต้องทำให้ผู้รับคำปรึกษาเกิด ความอบอุ่น สบายใจ และไว้วางใจ

b)

ผู้ให้คำปรึกษาช่วยให้ผู้รับคำปรึกษาได้สำรวจปัญหา และปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาด้วยตัวของเขาเอง

c)

ให้คำปรึกษาช่วยให้ผู้รับ คำปรึกษาเข้าใจปัญหา สาเหตุ และความต้องการของตนเอง

d)

ผู้ให้คำปรึกษาจะต้องพยายามชี้แจงให้สมาชิกกล้า อภิปรายปัญหาตัวเอง อย่างเปิดเผย

3.

การพัฒนาความไวในการรับรู้และการแสดงความรู้สึก เป็นเอกลักษณ์เด่นของทฤษฏีใด

a)

ทฤษฎีการให้คำปรึกษาแบบเกสตัลท์ (Gestalt therapy)

b)

ทฤษฎีการสื่อสาร (communication theory)

c)

ทฤษฎีการให้คำปรึกษาครอบครัวของซะเทียร์

d)

ทฤษฎีการให้คำปรึกษาของโรเจอร์ (Rogerian therapy)

4.

ข้อใดไม่ได้เป็นการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก แนวคิดของ พาพลอฟ

a)

เมื่อให้อาหาร สุนัข น้ำลายไหล

b)

เมื่อสั่นกระดิ่งอย่างเดียว สุนัขจะเห่า

c)

เมื่อสั่นกระดิ่ง สุนัขชูหูฟัง

d)

หลังจากสั่นกระดิ่งหลายๆครั้งพร้อมให้อาหาร สุดท้ายสั่นกระดิ่งอย่างเดียว สุนัขก็น้ำลายไหล

5.

การให้คำปรึกษาแบบกลุ่มควรมีจำนวนสมาชิกในกลุ่มกี่คน

a)

น้อยกว่า 10 คน

b)

มากกว่า 10 คน แต่ไม่เกิน 12

c)

มากกว่า 12 คน แต่ไม่เกิน 15

d)

มากกว่า 15 คน

6.

กระท่อมออกฤทธิ์ต่อร่างกายอย่างไร

a)

กระตุ้นประสาท

b)

กดประสาท

c)

หลอนประสาท

d)

หลอนประสาทและกระตุ้น

7.

สารเสพติดประเภทออกฤทธิ์กดประสาทจะก่อให้เกิดอาการแบบใด

a)

เกิดภาพหลอน

b)

ริมฝีปากแห้ง

c)

ควบคุมตนเองไม่ได้

d)

สมองมีอาการมึนงง

8.

ผู้เสพจะมีอาการประสาทหลอน ฝันเฟื่อง หูแว่ว ได้ยินเสียงประหลาดหรือเห็นภาพหลอนที่น่าเกลียดน่ากลัว ควบคุมตนเองไม่ได้ ในที่สุดมักป่วยเป็นโรคจิต เป็นอาการของผู้ติดสารเสพติดที่จำแนกตามการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ประเภทใด

a)

หลอนประสาท

b)

กระตุ้นประสาท

c)

กดประสาท

d)

ออกฤทธิ์ผสมผสาน

9.

คนไข้เริ่มวางแผนและมีการตั้งเป้าหมายในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อยู่ในระยะใดของทฤษฎีลำดับขั้นของการเปลี่ยนแปลง (Stage of Change Theory)

a)

Pre-contemplation

b)

Contemplation

c)

Preparation

d)

Action

10.

ข้อใดเป็นบทบาทที่สำคัญของพยาบาลของระยะ contemplation ของ stage of change

a)

ให้ความรู้เรื่องสารเสพติด

b)

สร้างสัมพันธภาพที่ดี และความไว้วางใจ

c)

ทำพันธะสัญญากับตนเองในการเลิกสารเสพติด

d)

เสริมสร้างแรงจูงใจและความเชื่อมั่นในตนเอง

11.

ข้อใดเป็นการใช้กลไกทางจิตชนิดเก็บกด (repression)

a)

ลืมคำตอบในวิชาที่จะสอบวันนี้

b)

จำเหตุการณ์อุบัติเหตุรุนแรงก่อนหน้านี้ไม่ได้

c)

ลืมวันเกิดของเพื่อนสนิท

d)

จำไม่ได้ว่าเก็บเงินไว้ที่ไหน

12.

การระบายความคับข้องใจหรืออารมณ์โกรธที่มีอยู่ขณะนั้น ไปสู่คนหรือ สิ่งของที่ไม่ได้เป็นต้นเหตุของความโกรธ เป็นกลไกทางจิตชนิดใด

a)

Reaction Formation

b)

Regression

c)

Displacement

d)

Rationalization

13.

ข้อดีของการปรับตัวโดยการใช้กลไกป้องกันตนเอง

4 lines
14.

ข้อเสียของการปรับตัวโดยการใช้กลไกป้องกันตนเอง

4 lines
15.

ข้อใดไม่ใช่สาเหตุการใช้กลไกป้องกันตนเอง

a)

รักษาสมดุลทางจิต

b)

มีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น

c)

ช่วยให้เกิดการปรับตัว

d)

ให้คลายความตึงเครียดลง