wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บทที่ ๑ ลักษณะบังคับของคำประพันธ์

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

ฉันทลักษณ์ คือ ตำราที่ว่าด้วยวิธีร้อยกรองถ้อยคำหรือเรียบเรียงถ้อยคำให้เป็นระเบียบตามลักษณะบังคับและบัญญัติที่นักปราชญ์ได้วางเป็นแบบไว้

a)

ถูก

b)

ผิด

2.

ถ้อยคำที่ร้อยกรองขึ้นตามลักษณะบัญญัติแห่งฉันทลักษณ์ เรียกว่า คำประพันธ์ (กำชัย ทองหล่อ, ๒๕๑๙ : ๕๓๙)

a)

ถูก

b)

ผิด

3.

คำประพันธ์แยกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือ ร้อยแก้ว กับ ร้อยกรอง

a)

ถูก

b)

ผิด

4.

ในคัมภีร์สุโพธาลังการ อธิบายถึงคำประพันธ์ว่า การประพันธ์ หรือ พันธะ หมายถึง การแต่งเรื่อง หรือผูกเรื่อง จำแนกเป็น ๓ ประเภท คือ

๑. ปัชชะ ได้แก่ คาถา ร้อยกรอง

๒. คัชชะ ได้แก่ จุณณียบท ความเรียง

๓. วิมิสสะ ได้แก่ ผสม ทั้งสองอย่างประสมกัน (แย้ม ประภัศร์ทอง, ๒๕๐๔ : ๔)

a)

ถูก

b)

ผิด

5.

ในอลังการศาสตร์ได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับคำประพันธ์ไว้ว่า คำประพันธ์เป็น ๒ อย่าง คือ ร้อยกรองที่เป็นฉันท์ และไม่ได้ร้อยกรองเป็นฉันท์ ประเกทแรกชื่อว่า ปทฺย อีกประเภทนั้นชื่อว่า คทฺย ที่ร้อยกรองเป็นทั้ง ปทย และ คทฺย นั้น ชื่อว่า มิศร (ป.ส. ศาสตรี, ๒๕๐๔ : ๕)

a)

ถูก

b)

ผิด

6.

คำว่า คาถา ร้อยกรอง หรือ ฉันท์ ในความหมายนี้ หมายถึง คำประพันธ์ที่ตรงกับ

ความหมายของคำว่า ร้อยกรอง ที่เราใช้ในปัจจุบันคู่กับคำว่าร้อยแก้ว นั่นเอง

a)

ถูก

b)

ผิด

7.

คำว่า คาถา ในภาษาบาลีนั้น หมายถึงคำประพันธ์แต่ละบท อย่างเช่นหนังสือเรื่อง

มหาชาติ แต่เดิมนั้นเป็นภาษาบาลี เรียกว่า คาถาพัน เพราะมีอยู่ด้วยกัน ๑,๐๐๐ คาถา คือ คำประพันธ์บาลีพันบท

a)

ถูก

b)

ผิด

8.

จุณณียบท นั้น คือบทบาลีที่แทรกไว้ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ อธิบายว่า บทบาลีเล็กน้อยที่ยกขึ้นแสดงก่อนเนื้อความ

a)

ถูก

b)

ผิด

9.

คำประพันธ์ของไทยที่ตรงกับความหมายของร้อยกรอง แบ่งเป็นประเภทได้ดังนี้ คือ กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ และร่าย

a)

ถูก

b)

ผิด

10.

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๕ สำนักวัฒนธรรมได้ใช้คำว่า "ร้อยกรอง" สำหรับเรียกวรรณกรรมประเภทที่มีลักษณะบังคับในการแต่งหรือกำหนดคณะ เข้าคู่กับคำว่า "ร้อยแก้ว" นับแต่นั้นมาคำว่า "ร้อยแก้ว" และ "ร้อยกรอง" ก็ใช้กันแพร่หลายในความหมายนี้ (ฐะปะนีย์ นาครทรรพ, ๒๕๑๕ : ๒๐๕)

a)

ถูก

b)

ผิด

11.

คำมาตราวัดที่กล่าวนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่า metre ในภาษาบาลีสันสกฤต เรียกว่า ฉันท์ บทประพันธ์ร้อยกรองบทหนึ่ง ๆ ภาษาอังกฤษเรียกว่า stanza บาลีเรียกว่า คาถา สันสกฤตเรียกว่า โศลก

a)

ถูก

b)

ผิด

12.

ร้อยกรอง คือ คำประพันธ์ หรือ ถ้อยคำที่ได้เรียบเรียงขึ้นโดยมีข้อบังคับจำกัดคำ วรรคตอน และมีสัมผัสตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้แต่ละประเภท เมื่อเราอ่าน บทร้อยกรองเราจะเห็นลักษณะเด่นที่แตกต่างไปจากบทร้อยแก้วตรงที่มีเสียงคล้องจองกันฟังรื่นหู

a)

ถูก

b)

ผิด

13.

ร้อยแก้ว กับ ร้อยกรอง นั้น เริ่มใช้เมื่อตั้งวรรณคดีสมาคมขึ้น โดยใช้คำว่า ร้อยกรอง แทนคำว่า กวีนิพนธ์ ซึ่งแต่เดิมหมายถึง โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน

a)

ถูก

b)

ผิด

14.

ลักษณะบังคับที่บัญญัติไว้ในการเขียนคำประพันธ์มีอยู่

๘ ประการ ได้แก่ ๑. คณะ ๒. พยางค์

๓. สัมผัส ๔. ครุลหุ ๕. เอกโท ๖. คำเป็นคำตาย

๗. คำนำ และ ๘. คำสร้อย

a)

ถูก

b)

ผิด

15.

คณะ คือ การกำหนดลักษณะและจำนวนของบาท วรรค และพยางค์ในแต่ละบทของ คำประพันธ์แต่ละชนิด

a)

ถูก

b)

ผิด

16.

พยางค์ คือ จำนวนคำที่บรรจุลงในแต่ละวรรค หรือแต่ละบาท หรือแต่ละบท ของคำประพันธ์แต่ละชนิด ในตำราฉันท์เรียกพยางค์หรือคำว่า อักษร ก็มี ตัวอย่างของพยางค์ที่บรรจุลงในแต่ละวรรค เช่น กลอนที่มี ๖ คำ ในแต่ละวรรค เรียกว่า กลอนหก

a)

ถูก

b)

ผิด

17.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่มีสัมผัสนอก

a)

เป็นเคราะห์กรรมจำพลัดพราก เอ็งพ้นจากเบญจเพสแล้วหรือหลาน

b)

ถึงกูตายภายหลังให้ลือชื่อ ว่าใจซื่อถือสัตย์บริสุทธิ์

c)

ใครจะอยู่ค้ำฟ้าทั้งตาปี ถึงพระอินทร์พรหมจันทร์ย่อมบรรลัย

d)

ประเพณีตีงูให้หลังหัก มันก็มักทำร้ายเมื่อภายหลัง

18.

กิตติกร ก้อนแก้ว มีคำลหุกี่คำ

a)

๑ คำ

b)

๒ คำ

c)

๓ คำ

d)

๔ คำ

19.

จากโคลงสี่สุภาพต่อไปนี้มีคำเอกกี่คำและคำโทกี่คำ

a)

คำเอก ๗ คำ คำโท ๕ คำ

b)

คำเอก ๕ คำ คำโท ๔ คำ

c)

คำเอก ๗ คำ คำโท ๔ คำ

d)

ผิดทุกข้อ

20.

"เขลงเขืองขวงจวงกร่างโกงกางเฉียง ยูงยางเหียงปลังปรางปรงหางหงส์" คำประพันธ์ต่อไปนี้มีคำตายกี่คำ

a)

๒ คำ

b)

๓ คำ

c)

๔ คำ

d)

ไม่มีข้อใดถูกต้อง

21.

ข้อใดไม่เป็น คำนำ

a)

ตั้งเอ๋ยตั้งไข่ จะตั้งไยไข่กลมก็ล้มสิ้น

b)

สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสน ไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม

c)

เมื่อนั้น เจ้าเงาะแสนกลคนขยัน

d)

ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด คิดถึงบาทบพิตรอดิศร

22.

ข้อใดไม่มีคำสร้อย

a)

ช่วยชี้ชวนชม พฤกษ์นา

b)

จากนางยิ่งตนตาย ทีหนึ่ง นะแม่

c)

สรวมทิพย์สุธาสรง สายสวาท พี่เอย

d)

พระคุณพระครอบฟ้า ดินขาม

23.

คำครุ คือ คำที่มีเสียงหนัก คำลหุ คือคำที่มีเสียงเบา คำประพันธ์ประเภทฉันท์ เป็นคำประพันธ์ที่บังคับเสียงหนัก (ครุ) และเสียงเบา (ลหุ)

a)

ถูก

b)

ผิด

24.

คำเอกโท คำเอกคำโทใช้เป็นคำบังคับในคำประพันธ์ประเภทโคลง และ ร่าย คำเอกในฉันทลักษณ์หมายถึงคำที่มีวรรณยุกต์เอกปรากฎอยู่ เช่น แม่ ย่า หนึ่ง อยู่ ร่าย ส่วนคำโท ก็หมายถึงคำที่มีวรรณยุกต์โทปรากฎอยู่ เช่น หญ้า แพ้ ใช้ น้อย เบื้อง คำที่ไม่ปรากฏรูปวรรณยุกต์ เรียกว่า คำสุภาพ เช่น รัก เธอ คน เดียว

a)

ถูก

b)

ผิด

25.

เมื่อไม่มีคำโทตรงนั้นก็ให้ใช้คำโทโทษแทนได้ เช่น ใช้คำว่า น่า แทนคำว่า หน้า ใช้คำว่า ซู่ แทนคำว่า สู้

a)

ถูก

b)

ผิด

26.

คำเป็น คือ คำที่ประสมหรือสะกดด้วยสระเสียงยาว (ทีฆสระ) ในมาตรา ก กา และคำที่มีตัวสะกดในมาตรา กง กน กม เกย เกอว (รวมทั้งสระเสียงสั้นที่มีเสียงตัวสะกดอยู่ด้วย ๔ ตัว คือ อำ ใอ ไอ เอา)

a)

ถูก

b)

ผิด

27.

"โรงเรียนไทรโยคมณีกาญจน์วิทยา" มีคำตายกี่คำ

a)

มีคำตาย ๑ คำ

b)

มีคำตาย ๒ คำ

c)

มีคำตาย ๓ คำ

d)

มีคำตาย ๔ คำ

28.

คำเอกคำโทใช้เป็นคำบังคับในคำประพันธ์ประเภทใด

a)

กลอนและกาพย์

b)

โคลงและฉันท์

c)

ร่าย

d)

โคลงและร่าย

29.

คำประพันธ์ที่บังคับเสียงหนัก (ครุ) และเสียงเบา (ลหุ) คือคำประพันธ์ประเภทใด

a)

กลอน

b)

โคลง

c)

ร่าย

d)

ฉันท์

30.

คำหลังของคำสร้อยห้ามใช้คำตาย ตัวอย่างเช่น แม่นะ แต่จะเป็น แม่นา พี่นะ ก็จะเป็น พี่นา อนึ่ง ในคำสร้อยจะไม่นิยมใช้คำที่มีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง

a)

ถูก

b)

ผิด