wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ปฏิกิริยาเคมี

Total questions: 40

Worksheet time: 1hrs 20mins

Name
Class
Date
1.

เราเรียกสารสองชนิดที่เข้าทำปฏิกิริยากัน

ว่าอะไร

a)

ผลิตภัณฑ์

b)

สารตั้งต้น

c)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

d)

สารกำหนดปริมาณ

2.

ข้อสังเกตใดที่แสดงว่ามีการเกิดปฏิกิริยาเคมี


ตัวเลือกที่ 1 : ตัวเลือกที่ 2 : ตัวเลือกที่ 3 : ตัวเลือกที่ 4 :

a)

การเกิดตะกอน

b)

การเกิดฟองแก๊ส

c)

สีของสารละลายเปลี่ยน

d)

ถูกทุกข้อ

3.

ข้อใดไม่เกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

การเทน้ำตาลทรายลงในน้ำ

b)

การสลายตัวของไฮรเจนเปอร์ออกไซด์

c)

การสังเคราะห์แสงของพืช

d)

การเผาไหม้ของเชื้อเพลิง

4.

แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2)ถูกปล่อยออกจากโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก

a)

ก่อให้เกิดหมอกควัน

b)

ทำให้เกิดฝนกรด

c)

ทำให้เกิดสนิม

d)

สามารถใช้ฆ่าเชื้อโรค

5.

ปฏิกิริยาสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช ใช้สารใดเป็นสารตั้งต้นในการเกิดปฏิกิริยา

a)

น้ำ(H2O) และ แก๊สออกซิเจน(O2)

b)

น้ำ(H2O) และ แสงแดด

c)

แสงแดด และ คลอโรฟิลล์

d)

น้ำ(H2O) และ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์(CO2)

6.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเกิดฝนกรด

a)

ฝนกรดมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

b)

เกิดจากการกระทำของมนุษย์เท่านั้น

c)

เกิดจากการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม

d)

ฝนกรดคือฝนที่มีค่า pH ต่ำกว่า 5.6

7.

ข้อใดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสนิมเหล็ก

a)

น้ำหรือความชื้น กับแก๊สออกซิเจน

b)

แก๊สไนโตรเจน กับ น้ำหรือความชื้น

c)

แก๊สออกซิเจน กับ แสดงแดด

d)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำหรือความชื้น

8.

Zn(s) +2HCl(aq) → ZnCl2 (aq) + H2(g)

จากสมการเคมีที่กำหนดให้ข้างต้น สารชนิดใดมีสถานะเป็นของแข็ง

a)

Zn

b)

HCl

c)

ZnCl2

d)

H2

9.

แก๊สโพรเพน(C3H8) เกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้กับแก๊สออกซิเจน(O2)ในอากาศ เกิดเป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์(CO2)และไอน้ำ(H2O) และความร้อน

a)

C3H8(g) + O2(g) → CO2(g) + H2O(g) + ความร้อน

b)

C3H8(g) + O2(g) → CO2(g) + H2O(g)

c)

C3H8(s) + O2(g) → CO2(g) + H2O(l) + ความร้อน

d)

C3H8(g) + O2(g) → CO2(g) + H2O(l)

10.

จากสมการที่กำหนดให้ต่อไปนี้

Al (s) + NaOH(aq) → Na3AlO3 (aq) + H2(g)

เมื่อทำการดุลสมการแล้วจำนวนโมลของ Al จะเป็นเท่าใด

a)

2

b)

3

c)

4

d)

5

11.

ข้อใดเป็นการเกิดปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเร็วมาก

a)

การเน่าเปื่อยของสิ่งมีชีวิต

b)

การลุกไหม้ของเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์

c)

การย่อยอาหารในกระเพาะอาหาร

d)

การเกิดสนิมเหล็ก

12.

การเผาไหม้แบบสมบูรณ์จะเกิดขึ้นเมื่อใด

และได้แก๊สชนิดใดเป็นสารผลิตภัณฑ์

a)

เมื่อมีออกซิเจนเพียงพอ

ได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

b)

เมื่อมีออกซิเจนไม่เพียงพอ

ได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

c)

เมื่อมีออกซิเจนเพียงพอ

ได้แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์

d)

เมื่อมีออกซิเจนไม่เพียงพอ

ได้แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์

13.

การละลายของน้ำแข็งเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบใด

a)

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

b)

การเปลี่ยนแปลงทางเคมี

c)

การเปลี่ยนสูตรเคมีของสาร

d)

การเปลี่ยนแปลงแบบคายความร้อน

14.

การเปลี่ยนแปลงแบบใดที่ทำให้เกิดสารใหม่

a)

การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ

b)

การเปลี่ยนแปลงทางเคมี

c)

การคายความร้อน

d)

การดูดความร้อน

15.

ปฏิกิริยาเคมีที่มีการถ่ายเทพลังงานให้กับสิ่งแวดล้อมเรียกว่าอะไร

a)

ปฏิกิริยาดูดความร้อน

b)

ปฏิกิริยาคายความร้อน

c)

ปฏิกิริยาออกซิเดชัน

d)

ปฏิกิริยาการเผาไหม้

16.

ข้อใดเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

ผ่าฟืน

b)

กินยาลดกรดเข้าไปในกระเพาะอาหาร

c)

ปั้นดินน้ำมัน

d)

บดเนื้อ

17.

ข้อใด ไม่ใช่ ปฏิกิริยาเคมี

a)

จุดธูปไหว้พระ

b)

เติมน้ำตาลลงในกาแฟร้อน

c)

บ่มมะม่วงให้สุก

d)

อาหารบูดเนื่องจากอากาศร้อน

18.

การเขียนสมการเคมีฝั่งซ้ายมือจะเป็นสารใด

a)

สารผลิตภัณฑ์

b)

สารตั้งต้น

c)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

d)

ตัวหน่วงปฏิกิริยา

19.

สมการเคมีฝั่งขวามือจะเป็นสารใด

a)

สารผลิตภัณฑ์

b)

สารตั้งต้น

c)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

d)

ตัวหน่วงปฏิกิริยา

20.

  \rightarrow\   ในสมการเคมีหัวลูกศรจะชี้ไปยังสารใด

a)

สารผลิตภัณฑ์

b)

สารตั้งต้น

c)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

d)

ตัวหน่วงปฏิกิริยา

21.

(s) หมายถึงสารมีสถานะใด

a)

แก๊ส

b)

ของเหลว

c)

สารละลาย

d)

ของแข็ง

22.

(l) หมายถึงสารมีสถานะใด

a)

แก๊ส

b)

ของเหลว

c)

สารละลาย

d)

ของแข็ง

23.

(g) หมายถึงสารมีสถานะใด

a)

แก๊ส

b)

ของเหลว

c)

สารละลาย

d)

ของแข็ง

24.

(aq) หมายถึงสารมีสถานะใด

a)

แกีส

b)

ของเหลว

c)

สารละลาย

d)

ของแข็ง

25.

HCl(aq) + NaOH(aq)  \rightarrow  NaCl(aq) + H2O(l) 
สารตั้งต้นของปฏิกิริยานี้ได้แก่สารใด

a)

HCl และ H2O

b)

NaOH และ NaCl

c)

HCl และ NaOH

d)

NaCl และ H2O

26.

เมื่อนำสังกะสี(Zn) มาทำปฏิกิริยากับกรดเกลือ(HCl) จะเกิดซิงค์คลอไรด์(ZnCl2) และแก๊สไฮโดรเจน(H2) เขียนสมการเคมีได้ตามข้อใด

a)

Zn(s) + 2HCl(l) \rightarrow   ZnCl2(l) + H2(g)

b)

Zn(s) + 2HCl(l) \rightarrow   ZnCl2(aq) + H2(g)

c)

Zn(s) + 2HCl(aq) \rightarrow   ZnCl2(aq) + H2(g)

d)

Zn(s) + 2HCl(aq) \rightarrow   ZnCl2(l) + H2(g)

27.

สารประกอบ HCl ประกอบด้วยธาตุกี่ชนิด

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

28.

สารประกอบ C6H12O6 ประกอบด้วย

อะตอมของอ๊อกซิเจนกี่ตัว

a)

3

b)

6

c)

12

d)

24

29.

สารประกอบ 2HNO ประกอบด้วยอะตอมของธาตุไนโตรเจนกี่ตัว

a)

1

b)

2

c)

4

d)

6

30.

ธาตุโซเดียมมีสัญลักษณ์ตรงกับข้อใด

a)

S

b)

Si

c)

Na

d)

Mg

31.

ธาตุฟอสฟอรัสมีสัญลักษณ์ตรงกับข้อใด

a)

K

b)

P

c)

F

d)

Be

32.

Ar คือสัญลักษณ์ของธาตุใด

a)

อะลูมิเนียม

b)

อาร์กอน

c)

กำมะถัน

d)

อ๊อกซิเจน

33.

สมการในข้อใดสมดุล

a)

CH4+4Br2--->CBr4+4HBr

b)

CH4+Br2--->CBr4+4HBr

c)

CH4+4Br2--->CBr4+HBr

d)

CH4+Br2--->CBr4+HBr

34.

จากสมการเคมี A ---> B+C สารใดเป็นสารตั้นต้น

a)

A

b)

B

c)

C

d)

B+C

35.

จากสมการเคมี A ---> B+C ลูกศรหมายถึงอะไร

a)

การเปลี่ยนแปลงสารเคมีในปฏิกิริยา

b)

เวลาในการดำเนินปฏิกิริยา

c)

การเปลี่ยนสถานะ

d)

การให้ความร้อน

36.

จากสมการเคมี A ---> B+C สารผลิตภัณฑ์คือข้อใด

a)

A

b)

B

c)

C

d)

B+C

37.

ธาตุตัวแรกของตารางธาตุคือธาตุใด

a)

ไฮโดรเจน

b)

ไนโตรเจน

c)

ฮีเลียม

d)

เบอรินเลียม

38.

ข้อความที่เขียนแสดงผลิตภัณฑ์เรียกว่าอะไร

a)

สารผสม

b)

สมการเคมี

c)

สารเนื้อเดียว

d)

สารประกอบ

39.

ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงเกิดขึ้นอย่างไร

a)

แก๊สมีเทน+แก๊สออกซิเจน - แก๊สคาร์บอนไดออกไซต์+น้ำ

b)

โลหะ+ออกซเจน - โลหะออกไซต์

c)

เหล็ก+ออกซิเจน - เหล็กออกไซต์

d)

กรด+เบส - เกลือ+น้ำ

40.

ปฏิกิริยาดูดความร้อน และคายความร้อน เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

a)

การดูดความร้อน คือ ดูดความร้อนเข้าไปเหลือแต่ความเย็นที่ปกคลุมอยู่ภายนอกวัตถุ การคายความร้อน คือ การคายความร้อนออกมาทำให้วัตถุภายนอกร้อนไปด้วย

b)

เหมือนกัน ไม่มีข้อแตกต่างกัน

c)

การคายความร้อน คือ การคายความเย็นออกมาทำให้ภายนอกเย็น การดูดความร้อน คือ ดูดความร้อนเข้าไปเหลือแต่ความเย็นภายนอกวัตถุ

d)

ไม่มีข้อใดถูก