NEW
Font size
Worksheetsอุณหภูมิ การวัด และผลของความร้อนต่อการเปลี่ยนแปลงของสาร
Total questions: 20
Worksheet time: 1hrs 10mins
ข้อใดอธิบายความหมายของอุณหภูมิได้ถูกต้อง
ระดับความเย็นที่ปรากฎในวัตถุนั้นๆ
ระดับความร้อนที่ปรากฎในวัตถุนั้นๆ
ปริมาณอากาศร้อนที่อยู่ในวัตถุนั้นๆ
ปริมาณอากาศเย็นที่ปรากฎในวัตถุนั้นๆ
ข้อใดหมายถึงจุดเยือกแข็ง
น้ำเปลี่ยนสถานะจากของเหลวกลายเป็นไอน้ำ
น้ำเปลี่ยนสถานะจากของแข็งกลายเป็นไอน้ำ
น้ำเปลี่ยนสถานะจากของเหลวกลายเป็นของแข็ง
น้ำเปลี่ยนสถานะจากไอน้ำกลายเป็นของแข็ง
น้ำจะกลายเป็นไอน้ำเมื่ออุณหภูมิเท่ากับ 100 องศาเซลเซียส ข้อใดถูกต้อง
น้ำจะกลายเป็นไอน้ำเมื่ออุณหภูมิเท่ากับ 200 °F
น้ำจะกลายเป็นไอน้ำเมื่ออุณหภูมิเท่ากับ 373 K
น้ำจะกลายเป็นไอน้ำเมื่ออุณหภูมิเท่ากับ 70 °R
ไม่มีข้อถูก
หากอุณหภูมิภายนอกร่างกายเท่ากับ 50 องศาฟาเรนไฮด์ จะมีค่ามากหรือน้อยกว่าอุณหภูมิภายในร่างกาย 37 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่างกันกี่องศาเซลเซียส
มากกกว่า ต่างกัน 10 องศา
น้อยกว่า ต่างกัน 10 องศา
มากกว่า ต่างกัน 27 องศา
น้อยกว่า ต่างกัน 27 องศา
น้ำที่อยู่ในอุณหภูมิ 150 องศาฟาเรนไฮด์, 150 เคลวิน, 150 องศาโรเมอร์ จะมีสถานะของน้ำเป็นอย่างไร ตามลำดับ
ของแข็ง ของเหลว ก๊าซ
ของเหลว ของแข็ง ก๊าซ
ก๊าซ ก๊าซ ก๊าซ
ของเหลว ของเหลว ของเหลว
ประยุทธ์ไปเที่ยวที่ออสเตรเลีย แล้วมาบอกเดชา ว่าที่นั่นหนาวมากอุณหภูมิ 283 เคลวิน แต่ประวิทย์ บอกว่าที่อิตาลีหนาวกว่าเพราะอุณหภูมิเพียง 5 องศาเซลเซียส ถามว่า ที่ไหนหนาวกว่ากัน และต่างกันกี่องศาเซลเซียส
ออสเตรเลีย หนาวกว่าอุณหภูมิต่างกัน 5 องศาเซลเซียส
อิตาลี หนาวกว่าอุณหภูมิต่างกัน 5 องศาเซลเซียส
ออสเตรเลีย หนาวกว่าอุณหภูมิต่างกัน 10องศาเซลเซียส
อิตาลี หนาวกว่าอุณหภูมิต่างกัน 10 องศาเซลเซียส
ข้อใดผิด
0 องศาเซลเซียส = 32 องศาฟาเรนไฮด์
32 องศาฟาเรนไฮด์ = 0 องศาโรเมอร์
0 องศาโรเมอร์ = 32 เคลวิน
273 เคลวิน = 0 องศาเซลเซียส
น้ำจะแข็งตัวเมื่ออุณหภูมิเท่าใด
สูงกว่า 0 องศาเซลเซียส
ต่ำกว่า 10 องศาเซลซียส
เท่ากับ 10 องศาเซลเซียส
เท่ากับ 0 องศาเซลเซียส
ถ้า C = 30 องศาเซลเซียส เท่ากับกี่โรเมอร์
24 °R
30 °R
36 °R
42 °R
ของเหลวที่นิยมใช้บรรจุอยู่ในเทอร์มอมิเตอร์วัดไข้ คืออะไร
น้ำ
ปรอท
น้ำมัน
กาว
วัตถุในข้อใดเมื่อได้รับความร้อนเท่ากันจะขยายตัวมากที่สุด
เหล็ก
ปรอท
น้ำมัน
ออกซิเจน
ความจุความร้อนจำเพาะหมายถึงข้อใด
พลังงานความร้อนที่ให้แก่สาร
พลังงานความร้อนที่ให้กับสารต่อหนึ่งหน่วยมวล
พลังงานความร้อนมี่ให้แก่สารต่ออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น
พลังงานความร้อนที่ให้กับสารต่อหนึ่งหน่วยมวลต่ออุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น
น้ำแข็งมวล 20 กรัม อุณหภูมิ -5 °C ละลายเป็นน้ำหมดที่ 40 °C ต้องใช้ปริมาณความร้อนเท่าใด กำหนดให้ ความร้อนแฝงของการหลอมเหลวน้ำแข็ง เท่ากับ 333 KJ/Kg ความร้อนจำเพาะของน้ำแข็ง เท่ากับ 2.08 KJ/Kg.K และความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ 4.186 KJ/Kg.K
10,216.8 J
10,220.7 J
10,500 J
11,000 J
ถ้านักเรียนมีกาแฟร้อนอยู่หนึ่งถ้วย ต้องการทำให้เย็นโดยเร็ว นักเรียนจะทำอย่างไร
แช่ในน้ำเย็น
แช่ในน้ำแข็ง
เป่าด้วยพัดลม
ตั้งไว้นอกห้องที่มีพัดลม
ถ้านักเรียนต้องการทำให้น้ำแข็งมวล 10 กรัม ที่อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส เกิดการหลอมเหลว กลายเป็นของเหลวได้หมดพอดี จะต้องใช้ปริมาณความร้อนเท่าใด (ความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของน้ำมีค่า เท่ากับ 333×103 J/Kg
3,330 J
3,450 J
3,500 J
4,000 J
หมาหันมา หันหมา เห็นหูหมา หูหมาหนา หมูหนี หมีเห็นหมู เห็นหมูหัน หูหนี หมีหันดู หมีหมาหา เห็นหมู หันหูดี สรุปมีสัตว์กี่ชนิด
3 ชนิด หมา หมู หมี
4 ชนิด หมา หมู หมี หนู
2 ชนิด หมา และ หมี
1 ชนิด หมา
มีคน 100 คน ยืนบนหน้าผา อยากรู้ว่า คนที่เท่าไหร่จะตกหน้าผาตาย
คนที่เจ็ด
คนที่แปด
คนที่เก้า
คนที่สิบ
จากภาพ จุดเยือกแข็ง ของน้ำมีค่าตรงกับข้อใด
80 องศาโรเมอร์
273 เคลวิน
0 องศาฟาเรนไฮต์
373 เคลวิน
เมื่อ สาร ได้รับพลังงานความร้อนจนกลายเป็น ไอ การเคลื่อนไหวของโมเลกุลของสารจะเป็นไปตามข้อใด
เคลื่อนที่ช้าลง
เคลื่อนที่เข้าหากัน
จับตัวกันแน่น
เคลื่อนที่เร็วและเป็นอิสระ
ในการสร้างรางรถไฟ เพราะเหตุใด จึงต้องเว้นช่องว่างระหว่างรอยต่อของรางแต่ละท่อนให้ห่างกันพอสมควร
เพื่อระบายความร้อนของรางเมื่อถูกแดดเผาตลอดทั้งวัน
เพื่อลดปริมาณการใช้ราง เป็นการลดค่าใช้จ่าย
เพื่อให้การเคลื่อนที่ของล้อกับรางรถไฟมีประสิทธิภาพขึ้น
เพื่อให้มีช่อว่างสำหรับให้เหล็กที่ทำรางรถไฟขยายตัวเมื่อถูกแดดเผา
