wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Astro6(เอกภพและกาแล็กซี่)

Total questions: 50

Worksheet time: 17mins

Name
Class
Date
1.

เอกภพกำเนิดมาจากอะไร

a)

การระเบิดครั้งใหญ่ที่เรียกว่า บิกแบง

b)

การระเบิดครั้งใหญ่ที่เรียกว่า บิกบูม

c)

การระเบิดครั้งใหญ่ของดวงอาทิตย์

d)

การระเบิดครั้งใหญ่ของอนุภาคมูลฐาน

2.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นการศึกษาของEdwin Hubble

ซึ่งสนับสนุนการขยายตัวของเอกภพ

a)

การวัดการเลื่อนตำแหน่งของสเปกตรัมจากกาแล็กซีเทียบกับระยะห่างของโลก

b)

ศึกษาโครงสร้างของกาแล็กซีว่าประกอบด้วยดาวฤกษ์จำนวนมาก

c)

สร้างสมการเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของทฤษฎีสัมพัทธภาพ

d)

ไม่มีข้อถูก

3.

หลังบิกแบงประมาณ 1,000ปี เกิดกาแล็กซีที่มีสารเบื้องต้นซึ่งใช้ก่อกำเนิดเป็นดาวฤกษ์รุ่นแรก คือข้อใด

a)

ฮีเลียม โปรตอน

b)

ฮีเลียม นิวตรอน

c)

ไฮโดรเจน ฮีเลียม

d)

นิวเคลียส ไฮโดรเจน

4.

หลังจากเกิดบิกแบงประมาณ 10-6วินาที อุณหภูมิของเอกภพลดลงเหลือประมาณสิบล้านล้านเคลวิน ทำให้

ควาร์กเกิดการรวมตัวกันกลายเป็นอะไร

a)

อะตอมของฮีเลียม

b)

นิวเคลียสของฮีเลียม

c)

อะตอมของไฮโดรเจน

d)

นิวเคลียสของไฮโดรเจน

5.

ขณะเกิดบิกแบงจะเกิดอนุภาคมูลฐานตามข้อใด

a)

ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวทริโน โฟตอน

b)

ควาร์ก แอนติควาร์ก อิเล็กตรอน นิวทริโน

c)

ควาร์ก แอนติควาร์ก อิเล็กตรอน โปรตอน

d)

ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวทริโน แอนตินิวทริโน

6.

ทฤษฎีการกำเนิดของเอกภพมีหลายทฤษฎี แต่ทฤษฎีที่อธิบายได้น่าสนใจมาก คือข้อใด

a)

ทฤษฎีบิกแบง

b)

ทฤษฎี ภาวะคงที่

c)

ทฤษฎีการระเบิดครั้งใหญ่

d)

ทฤษฎีบิกแบงและทฤษฎี ภาวะคงที่

7.

ทฤษฎีบิกแบงสามารถใช้อธิบายอุณหภูมิของเอกภพและปริมาณของอนุภาคในเอกภพได้ตามข้อใด

ก. อุณหภูมิของเอกภพลดลง

ข. อุณหภูมิของเอกภพเพิ่มขึึ้น

ค. ปริมาณของอนุภาคน้อยกว่าปฏิอนุภาค

ง. ปริมาณของอนุภาคมากกว่าปฏิอนุภาค

a)

ก และ ค

b)

ข และ ค

c)

ก และ ง

d)

ข และ ง

8.

แรงในข้อใดที่ทำให้กลุ่มของดาวฤกษ์อยู่รวมกันจนเป็นกาแล็กซีได้

a)

แรงแม่เหล็กไฟฟ้า

b)

แรงนิวเคลียร์

c)

แรงโน้มถ่วง

d)

แรงสู่ศูนย์กลาง

9.

หลังจากเกิดบิกแบงนานเท่าใด ถึงจะเกิดนิวตรอน

a)

10-6 วินาที

b)

3 นาที

c)

300,000 ปี

d)

1,000 ล้านปี

10.

เอ็ดวิน ฮับเบิล ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องในข้อใดที่ทำให้พบว่าเอกภพมีการขยายตัว

a)

การวัดการเลื่อนตำแหน่งของสเปคตรัมจากกาแล็กซีเทียบกับระยะห่างจากโลก

b)

ศึกษาโครงสร้างของกาแล็กซีว่าประกอบด้วยดาวฤกษ์จำนวนมาก

c)

การสร้างสมการเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของทฤษฎีสัมพัทธภาพ

d)

การสังเกตการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์โดยใช้การวัดสเปคตรัม

11.

อุณหภูมิพื้นหลังของเอกภพปัจจุบันลดลงเหลือกี่เคลวิน

a)

2.72เคลวิน

b)

2.73เคลวิน

c)

2.74เคลวิน

d)

2.75เคลวิน

12.

จากรูป คืออะตอมของอนุภาคใดต่อไปนี้

a)

ควาร์ก

b)

นิวทิโน

c)

นิวเคลียสของฮีเลียม

d)

อะตอมของฮีเลียม

13.

จากรูป คืออะตอมของอนุภาคใดต่อไปนี้

a)

ควาร์ก

b)

นิวทิโน

c)

นิวเคลียสของฮีเลียม

d)

อะตอมของฮีเลียม

14.

หลังบิกแบง ขนาดของเอกภพมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

a)

หลังบิกแบงเอกภพมีขนาดใหญ่ขึ้น

b)

หลังบิกแบงเอกภพมีขนาดใหญ่ขึ้น แล้วเล็กลง

c)

หลังบิกแบงเอกภพมีขนาดใหญ่ขึ้น แล้วคงที่

d)

หลังบิกแบงเอกภพมีขนาดเล็กลง

15.

หลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบงมีกี่ข้อ อะไรบ้าง

a)

1 ข้อ ได้แก่ การขยายตัวของเอกภพ

b)

1 ข้อ ได้แก่ อุณหภูมิพื้นหลังอวกาศ

c)

2 ข้อ ได้แก่ การขยายตัวของเอกภพและอุณหภูมิพื้นหลังอวกาศ

d)

ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน

16.

อุณหภูมิของเอกภพจะลดลง หลังจากกำเนิดเอกภพ

a)

ถูก

b)

ผิด

17.

ในช่วง 10 ยกกำลัง -32 วินาที หลังบิกแบง เอกภพมีแต่อะตอมของไฮโดรเจนและฮีเลียม

a)

ถูก

b)

ผิด

18.

ไมโครเวฟพื้นหลังเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่หลงเหลืออยู่จากการกำเนิดเอกภพ

a)

ถูก

b)

ผิด

19.

ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วในการเคลื่อนที่ของกาแล็กซีออกจากผู้สังเกตกับระยะทางของกาแล็กซีจากผู้สังเกต เป็นหลักฐานหนึ่งที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง

a)

ถูก

b)

ผิด

20.

ระบบสุริยะอยู่ที่บริเวณใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก

a)

ถูก

b)

ผิด

21.

ทฤษฎีบิกแบงมีใจความว่าอย่างไร

a)

จุดเริ่มต้นของเวลาและเอกภพกำเนิดขึ้นจากจุดเล็ก ๆ ที่มีสภาวะร้อนจัดและมีความหนาแน่นสูงมากเกิดการขยายตัว

b)

จักรวาลไม่มีจุดกำเนิดและไม่จุดจบ จักรวาลมีสภาพดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนานแล้ว และจะคงอยู่ในสภาพนี้ตลอดไปชั่วกาลนาน

c)

การขยายตัวของเอกภพออกไปด้วยความเร็วสูง ก็จะมีความเร็วช้าลง และหยุดการเคลื่อนที่ในที่สุด หลังจากนั้นกาแล็กซีก็จะกลับมายังจุดเริ่มต้นทำให้การระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งหนี่ง

d)

ถูกต้องทุกข้อ

22.

เหตุใดทฤษฏีบิกแบงจึงน่าเชื่อถือ

a)

เพราะมีหลักฐานที่สนับสนุน

b)

เพราะนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นไปได้

c)

เพราะสามารถพิสูจน์ทฤษฎีบิกแบงได้

d)

เพราะทฤษฎีอื่น ๆ มีความเป็นไปได้น้อยกว่า

23.

ข้อใดเป็นอนุภาคมูลฐานต่าง ๆ

ก. โปรตอน ข. อิเล็กตรอน

ค. ควาร์ก ง. นิวตริโน

จ. นิวตรอน

a)

ข้อ ก ข และ ค

b)

ข้อ ก ง และ จ

c)

ข้อ ข ค และ ง

d)

ข้อ ค ง และ จ

24.

ข้อใดคือแรงพื้นฐานในธรรมชาติ

a)

แรงเข้มและแรงอ่อน

b)

แรงดึงดูดและแรงผลัก

c)

แรงโน้มถ่วงและแรงแม่เหล็กไฟฟ้า

d)

ถูกต้องทั้งข้อ 1 และ 3

25.

กาแล็กซีประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

ดวงอาทิตย ดวงจันทร์ และโลก

b)

กระจุกดาว หลุมดำ และเนบิวลา

c)

ดาวหาง อุกกาบาต และดาวเทียม

d)

วัตถุท้องฟ้า อนุภาคมูลฐาน และพลังงานพื้นฐาน

26.

การที่ศูนย์กลางของกาแล็กซีมีหลุมดำมีผลอย่างไร

a)

ทำให้ดาวเคราะห์โคจรรอบดาวฤกษ์เป็นวงรี

b)

ทำให้เกิดดาวเคราะห์ สสารมืด และพลังงานต่าง ๆ

c)

ทำให้เกิดแรงโน้มถ่วงที่ดึงดูดดาวฤกษ์และสสารต่าง ๆ ให้มาอยู่รวมกัน

d)

ทำให้เกิดแรงสู่ศูนย์กลางกาแล็กซีแล้ววัตถุท้องฟ้าทั้งหมดจะเข้าสู่ศูนย์กลาง

27.

ข้อใดเป็นรูปแบบของกาแล็กซี

a)

กาแล็กซีรีและกาแล็กซีรีก้นหอย

b)

กาแล็กซีลูกสะบ้าและกาแล็กซีเบ้ากลม

c)

กาแล็กซีไร้รูปแบบและกาแล็กซีทรงกลม

d)

กาแล็กซีก้นหอยและกาแล็กซีก้นหอยมีคาน

28.

มีดุมโป่งนูนบริเวณศูนย์กลาง มีแขนเป็นกังหันทอดออกไปด้านนอก หมายถึงกาแล็กซีรูปแบบใด

a)

กาแล็กซีรี

b)

กาแล็กซีก้นหอย

c)

กาแล็กซีลูกสะบ้า

d)

กาแล็กซีไร้รูปแบบ

29.

ข้อใดถูกต้อง

a)

เนบิวลาคือกลุ่มแก๊สและฝุ่นขนาดใหญ่ในอวกาศ

b)

เนบิวลาคือเงาที่เกิดจากการกั้นแสงของฝุ่นที่หนาทึบ

c)

เนบิวลาคือกลุ่มแก๊สเรืองแสงเนื่องจากมีอุณหภูมิร้อนจัด

d)

เนบิวลาคือกลุ่มก้อนพลังงานที่ไม่สามารถตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้

30.

ตามทฤษฎีบิ๊กแบง เอกภพในขณะที่เริ่มกำเนิดมีลักษณะเป็นอย่างไร

a)

มีขนาดเล็กมาก และมีอุณหภูมิสูงมาก

b)

มีสสารมืด และพลังงานมืดจำนวนมาก

c)

มีกาแล็กซี และดาวฤกษ์จำนวนหลายล้านดวง

d)

มีขนาดใหญ่มาก และมีอุณหภูมิเท่ากับปัจจุบัน

e)

มีการรวมตัวกันของอนุภาคเป็นอะตอมไฮโดรเจนและฮีเลียม

31.

เมื่อเทียบจุดกำเนิดของเอกภพ เอกภพในปัจจุบันมีลักษณะอย่างไร

a)

มีอุณหภูมิต่ำ และนิ่งอยู่กับที่

b)

มีอุณหภูมิต่ำและหดตัวอยู่ตลอดเวลา

c)

มีอุณหภูมิต่ำ และขยายตัวอยู่ตลอดเวลา

d)

มีอุณหภูมิสูงมาก และหดตัวอยู่ตลอดเวลา

e)

มีอุณหภูมิสูงมาก และขยายตัวอยู่ตลอดเวลา

32.

การค้นพบข้อมูลใดที่เป็นการสนับสนุนแนวคิดของทฤษฎีบิกแบง

a)

การแผ่คลื่นวิทยุของกาแล็กซี

b)

การแผ่รังสีอินฟาเรดของดาวหาง

c)

การแผ่รังสีเอกซ์ของซากซูเปอร์โนวา

d)

การแผ่รังสีไมโครเวฟพื้นหลังในเอกภพ

e)

การแผ่รังสีแกมมาของดาวนิวตรอน

33.

นักวิทยาศาสตร์ใช้ข้อมูลใดจากกาแล็กซีเป็นหลักฐานสนับสนุนการขยายตัวของเอกภพ

a)

ระยะห่างของกาแล็กซีกับโลก

b)

การแผ่รังสีของกาแล็กซี

c)

อุณหภูมิของการแล็กซี

d)

รูปร่างของกาแล็กซี

e)

อายุของกาแล็กซี

34.

นักวิทยาศาสตร์สามารถสังเกตรูปร่างของกาแลกซีทางช้างเผือกได้อย่างไร

a)

สังเกตจากกลุ่มดาวแมงป่อง

b)

สังเกตจากกลุ่มดาวคนยิงธนู

c)

สังเกตทางช้างเผือกบนท้องฟ้า

d)

ภาพจากกล้องโทรทรรศน์อินฟราเรด

e)

ส่งดาวเทียมออกไปถ่ายภาพกาแล็กซี

35.

ข้อใดเป็นปฏิอนุภาค

a)

ควาร์ก

b)

อิเล็กตรอน

c)

นิวทริโน

d)

โพซิตรอน

e)

โฟตอน

36.

หลักฐานใดบ้างที่สันบสนุนทฤษฎีบิกแบง

a)

1.การขยายตัวของจักรวาล

b)

2.อุณหภูมิพื้นหลังของอวกาศ

c)

3.หลักฐานทางธรณีวิทยา

d)

ข้อที่ 1 และ 2

e)

ผิดทุกข้อ

37.

ข้อความใดต่อไปนี้ผิด

ก. ทฤษฎิบิกแบงเป็นทฤษฎีกำเนิดจักรวาล โดยพลังงานในจักรวาลเริ่มเปลี่ยนเป็นสสารที่จุดบิกแบง ซึ่งเป้นจัดเริ่มต้นของจักรวาลและเวลา

ข. โปรตอนและนิวตรอนเกิดจากการรวมตัวของควาร์กในรูปแบบเดียวกัน

ค. สสารของจักรวาลในปัจจุบันเกิดจากอนุภาค เนื่องจากในธรรมชาติมีอนุภาคมากกว่าปฏิยานุภาค

ง. ดาวฤกษ์รุ่นแรกมีธาตุฮีเลียมและธาตุไฮโดรเจนเป็นสารตั้งต้น

จ. ธาตุทุก ๆ ธาตุที่มีมวลอะตอมากกว่าเลียม เกิดจากปฏิกิริยาเมอร์โมนิวเคลียร์ในดาวฤกษ์ขนาดใหญ่

a)

ก และ ข

b)

ข และ จ

c)

ก และ จ

d)

ข และ ค

e)

ค และ จ

38.

1 ปีแสง เท่ากับระยะที่แสงเคลื่อนที่ได้ในเวลา 1 ปี มีค่าเท่ากับระยะทางกี่กิโลเมตร

a)

9.46 x 1012

b)

9.46 x 1013

c)

9.46 x 1014

d)

9.46 x 1015

e)

9.46 x 1016

39.

กาแล็กซีทางช้างเผือกมีรูปร่างของกาแล็กซีแบบใด

a)

กาแล็กซีทรงรี

b)

กาแล็กซีกังหัน

c)

กาแล็กซีลูกสะบ้า

d)

กาแล็กซีไร้รูปร่าง

40.

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ข้อใดถุกต้อง

a)

1. กาแล็กซีคืออาณาจักรหรือระบบของดาวฤกษ์จำนวนนับแสนล้านดวง โดยมีหลุมดำมวลยิ่งยวดเป็นศูนย์กลางของกาแล็กซี

b)

2. นักดาราศาสตร์ใช้เกณฑ์ลักษณะรูปร่างแบ่งกาแล็กซีเป็น 2 แบบ ได้แก่ กาแล็กซีปกติ และกาแลกซีไร้รูปร่าง

c)

3.กาแล็กซีปกติแบ่งออกได้ 3 ประเภท คือ กาแล็กซีทรงรี กาแล็กซีกังหัน และกาแล้กซีลูกสะบ้า

d)

4.ระบบสุริยะอยู่ในกาแล็กซีแมกเจลแลนใหญ่

e)

ถูกทั้งข้อ 1,2 และ 3

41.

ข้อใดเรียงลำดับการเกิดจากก่อนไปหลังได้ถูกต้อง

a)

นิวเคลียสไฮโดรเจน / อะตอมไฮโดรเจน / นิวเคลียสฮีเลียม / อะตอมฮีเลียม

b)

อะตอมไฮโดรเจน / อะตอมฮีเลียม / นิวเคลียสไฮโดรเจน / นิวเคลียสฮีเลียม

c)

นิวเคลียสไฮโดรเจน / นิวเคลียสฮีเลียม / อะตอมไฮโดรเจน / อะตอมฮีเลียม

d)

นิวเคลียสไฮโดรเจน / อะตอมไฮโดรเจน / นิวเคลียสฮีเลียม / อะตอมฮีเลียม

42.

นักวิทยาศาสตร์ประมาณขอบเขตของจักรวาลได้ประมาณกี่ล้านปีแสง

a)

12,000 ล้านปีแสง

b)

13,000 ล้านปีแสง

c)

14,000 ล้านปีแสง

d)

15,000 ล้านปีแสง

e)

16,000 ล้านปีแสง

43.

ในปัจจุบันทฤษฎีการกำเนิดจักรวาลใดได้รับการยอมรับมากที่สุด

a)

Big Bang Theory

b)

Black Hole Theory

c)

The Steady State Theory

d)

Time Dilation Theory

44.

ขณะเกิดบิกแบง พลังงานที่ยังไม่เปลี่ยนเป็นสสารจะอยู่ในรูปของอะไร

a)

นิวเคลียส

b)

นิวตรอน

c)

โฟตอน

d)

โปรตอน

45.

ตามทฤษฎีบิกแบง ปริมาณของอนุภาคและปฏิอนุภาคควรมีความสัมพันธ์กันอย่างไร หลังเกิดบิกแบงจึงมีสสารเกิดขึ้นได้

a)

ปริมาณอนุภาค เท่ากับ ปฏิอนุภาค

b)

ปริมาณอนุภาค น้อยกว่า ปฏิอนุภาค

c)

ปริมาณอนุภาค มากกว่า ปฏิอนุภาค

d)

ยังสรุปไม่ได้

46.

หลังเกิดบิกแบง อุณหภูมิของเอกภพจะค่อยๆลดลง จนกระทั่งเกิดธาตุใดเป็นสารเบื้องต้น

a)

ออกซิเจน และ ไฮโดรเจน

b)

ออกซิเจน และ ฮีเลียม

c)

ไฮโดรเจน และ ฮีเลียม

d)

ไฮโดรเจน และ ไนโตรเจน

47.

ระบบที่มีขนาดใหญ่รองลงมาจากเอกภพ หมายถึงข้อใด

a)

ระบบของดาวฤกษ์

b)

เนบิวลา

c)

กระจุกกาแล็กซี

d)

ระบบสุริยะ

48.

กาแล็กซีรูปแบบใด มีการค้นพบมากที่สุด

a)

ไร้รูปแบบ

b)

ลูกสะบ้า

c)

วงรี

d)

กังหัน

49.

สิ่งที่ทำให้กาแล็กซีต่าง ๆ มีรูปร่างแตกต่างคือข้อใด

a)

อายุของกาแล็กซี

b)

ขนาดของกาแล็กซี

c)

มวลของสสารทั้งหมดในกาแล็กซี

d)

ความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของกาแล็กซี

50.

ข้อสังเกตใดคือประจักษ์พยานที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง

a)

การขยายตัวของเอกภพ และอุณหภูมิพื้นหลังของอวกาศเพิ่มขึ้น

b)

การขยายตัวของเอกภพและอุณหภูมิพื้นหลังของอวกาศลดลง

c)

การหดตัวของเอกภพและอุณหภูมิพื้นหลังของอวกาศลดลง

d)

การหดตัวของเอกภพและอุณหภูมิพื้นหลังของอวกาศเพิ่มขึ้น