wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

หินและซากดึกดำบรรพ์

Total questions: 48

Worksheet time: 42mins

Name
Class
Date
1.

นักธรณีวิทยาจำแนกหินออกเป็น 3 ประเภท โดยใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการ จำแนกหิน

a)

ลักษณะการเกิด

b)

องค์ประกอบ

c)

ความเข้มของหิน

d)

ขนาดของผลึกในหิน

2.

หินประเภทใดที่ไม่ใช่หินใน 3 ประเภทที่นักธรณีวิทยาแบ่ง

a)

หินหนืด

b)

หินอัคนี

c)

หินแปร

d)

หินชั้น

3.

หินที่พบมากตามพื้นดิน เป็นหินชนิดใด

a)

หินหนืด

b)

หินอัคนี

c)

หินตะกอน

d)

หินแปร

4.

หินที่พบมากที่สุดในโลก

a)

หินหนืด

b)

หินอัคนี

c)

หินตะกอน

d)

หินแปร

5.

ซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิลมักจะพบในหินชนิดใด

a)

หินอัคนี

b)

หินแปร

c)

หินตะกอน

d)

ถูกทุกข้อ

6.

หินแปรชนิดใดมีความแข็งแรงและทนทาน

a)

หินชนวน

b)

หินควอร์ตไซต์

c)

หินไนส์

d)

หินอ่อน

7.

หินชนิดใดที่มีน้ำหนักเบา ลอยน้ำได้

a)

หินไนส์

b)

หินพัมมิซ

c)

หินดินดาน

d)

หินกรวดมน

8.

หินแปรมีลักษณะทั่วไปเป็นอย่างไร

a)

มีผลึกแวววาว

b)

สีสวยงามค่อนข้างมีน้ำหนัก

c)

ผลึกก้อนใหญ่

d)

เนื้อแน่น หรือมีริ้วขนาน

9.

หินกลายเป็นดินได้ด้วยสาเหตุใด

a)

การกัดเซาะ

b)

การผุพัง

c)

การทับทม

d)

ถูกทุกข้อ

10.

องค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลงหินตะกอนไปเ

4 lines
11.

หินกลายเป็นดินได้ด้วยสาเหตุใด

a)

การกัดเซาะ

b)

การผุพัง

c)

การทับทม

d)

ถูกทุกข้อ

12.

องค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลงหินตะกอนไปเป็นหินอัคนีคือ

a)

ความร้อนและความดัน

b)

การหลอมเหลวและการตกผลึก

c)

การกัดเซาะและการทับถม

d)

ความดันและการกัดเซาะ

13.

ข้อใดมีอิทธิพลทำให้หินผุพัง

a)

ความร้อน ลม

b)

พืชที่ขึ้นบนหิน

c)

น้ำ น้ำแข็ง

d)

ถูกทุกข้อ

14.

ข้อใดเป็นขั้นตอนของการเกิดหินตะกอน

a)

กัดกร่อน -> พังทลาย->พัดพา->ทับถม->เกิดหินใหม่

b)

ทับทม -> กัดกร่อน->พังทลาย-> ทับถม ->เกิดหินใหม่

c)

พังทลาย -> พัดพา -> ทับถม -> กัดกร่อน -> เกิดหินใหม่

d)

กัดกร่อน -> พังพา -> ทับถม -> พังทลาย ->เกิดหินใหม่

15.

หินตะกอนมีโอกาสพบมากบริเวณใด

a)

บนยอดเขา

b)

ริมแม่น้ำ

c)

ชายทะเล

d)

ถูกทุกข้อ

16.

สภาวะใดที่ทำให้หินอัคนีกลายเป็นหินแปร

a)

การผุพังและทับถม

b)

การหลอมเหลวและตกผลึก

c)

ความร้อนและความดัน

d)

การกร่อนและการพัดพา

17.

ปราสาทหินโบราณในแถบภาคอีสาน เขมรและลาว หลายแห่งทำมากจากหินประเภทใด

a)

หินศิลาแลง

b)

หินอ่อน

c)

หินปูน

d)

หินแกรนิต

18.

ในการจำแนกหินออกเป็นประเภทต่า

4 lines
19.

ปราสาทหินโบราณในแถบภาคอีสาน เขมรและลาว หลายแห่งทำมากจากหินประเภทใด

a)

หินศิลาแลง

b)

หินอ่อน

c)

หินปูน

d)

หินแกรนิต

20.

ในการจำแนกหินออกเป็นประเภทต่างๆ นิยมใช้เกณฑ์อะไร

a)

สี

b)

มวล

c)

ลักษณะการเกิด

d)

ความหนาแน่น

21.

หินหนืดที่อยู่ภายในเปลือกโลก เรียกว่าอะไร

a)

ลาวา

b)

แมกมา

c)

หินภูเขาไฟเหลว

d)

หินหลอมเหลว

22.

จากข้อความ ข้อใดบ้างที่เป็นสมบัติของหินตะกอน

a)

1. เกิดจากการทับถม อัดแน่นจึงแข็งกว่าหินแปร

b)

2. เกิดจากการผุพังของหินอัคนี หินตะกอนและหินแปร

c)

3. เกิดเฉพาะในแหล่งน้ำ เพราะเป็นบริเวณที่มีการตกตะกอน

23.

การสึกกร่อน พัดพา ทับถม จะเกิดขึ้นในหินชนิดใดง่ายที่สุด

a)

หินไนส์

b)

หินบะซอลต์

c)

หินทราย

d)

หินชนวน

24.

หินในข้อใดนำไปใช้ประโยชน์ได้ถูกต้องที่สุด

a)

หินชนวน - ทำตุ๊กตา

b)

หินไนส์ - ทำครก

c)

หินทราย - ทำถนน

d)

หินปูน - ทำครก

25.

นักธรณีวิทยา���ำแนกหินออกเป็น 3 ประเภท โดยใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการ จำแนกหิน

4 lines
26.

นักธรณีวิทยาแยกหินออกเป็น 3 ประเภท โดยใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการจำแนกหิน

a)

ลักษณะการเกิด

b)

องค์ประกอบ

c)

ความหนาแน่นของหิน

d)

ขนาดของผลึกในหิน

27.

หินประเภทใดที่ไม่ใช่หินใน 3 ประเภทที่นักธรณีวิทยาแบ่ง

a)

หินหนืด

b)

หินอัคนี

c)

หินแปร

d)

หินชั้น

28.

หินที่พบมากตามพื้นดิน เป็นหินชนิดใด

a)

หินหนืด

b)

หินอัคนี

c)

หินตะกอน

d)

หินแปร

29.

หินที่พบมากที่สุดในโลก

a)

หินหนืด

b)

หินอัคนี

c)

หินตะกอน

d)

หินแปร

30.

ซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิลมักจะพบในหินชนิดใด

a)

หินอัคนี

b)

หินแปร

c)

หินตะกอน

d)

ถูกทุกข้อ

31.

หินแปรชนิดใดมีความแข็งแรงและทนทาน

a)

หินชนวน

b)

หินควอร์ตไซต์

c)

หินไนส์

d)

หินอ่อน

32.

หินชนิดใดที่มีน้ำหนักเบา ลอยน้ำได้

a)

หินไนส์

b)

หินพัมมิซ

c)

หินดินดาน

d)

หินกรวดมน

33.

หินแปรมีลักษณะทั่วไปเป็นอย่างไร

a)

มีผลึกแวววาว

b)

สีสวยงามค่อนข้างมีน้ำหนัก

c)

ผลึกก้อนใหญ่

d)

เนื้อแน่น หรือมีริ้วขนาน

34.

หินกลายเป็นดินได้ด้วยสาเหตุใด

4 lines
35.

องค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลงหินตะกอนไป

4 lines
36.

หินกลายเป็นดินได้ด้วยสาเหตุใด

a)

การกัดเซาะ

b)

การผุพัง

c)

การทับทม

d)

ถูกทุกข้อ

37.

องค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลงหินตะกอนไปเป็นหินอัคนีคือ

a)

ความร้อนและความดัน

b)

การหลอมเหลวและการตกผลึก

c)

การกัดเซาะและการทับถม

d)

ความดันและการกัดเซาะ

38.

ข้อใดมีอิทธิพลทำให้หินผุพัง

a)

ความร้อน ลม

b)

พืชที่ขึ้นบนหิน

c)

น้ำ น้ำแข็ง

d)

ถูกทุกข้อ

39.

ข้อใดเป็นขั้นตอนของการเกิดหินตะกอน

4 lines
40.

หินตะกอนมีโอกาสพบมากบริเวณใด

a)

บนยอดเขา

b)

ริมแม่น้ำ

c)

ชายทะเล

d)

ถูกทุกข้อ

41.

สภาวะใดที่ทำให้หินอัคนีกลายเป็นหินแปร

a)

การผุพังและทับถม

b)

การหลอมเหลวและตกผลึก

c)

ความร้อนและความดัน

d)

การกร่อนและการพัดพา

42.

ปราสาทหินโบราณในแถบภาคอีสาน เขมรและลาว หลายแห่งทำมากจากหินประเภทใด

a)

หินศิลาแลง

b)

หินอ่อน

c)

หินปูน

d)

หินแกรนิต

43.

ปราสาทหินโบราณในแถบภาคอีสาน เขมรและลาว หลายแห่งทำมากจากหินประเภทใด

a)

หินศิลาแลง

b)

หินอ่อน

c)

หินปูน

d)

หินแกรนิต

44.

ในการจำแนกหินออกเป็นประเภทต่างๆ นิยมใช้เกณฑ์อะไร

a)

สี

b)

มวล

c)

ลักษณะการเกิด

d)

ความหนาแน่น

45.

หินหนืดที่อยู่ภายในเปลือกโลก เรียกว่าอะไร

a)

ลาวา

b)

แมกมา

c)

หินภูเขาไฟเหลว

d)

หินหลอมเหลว

46.

จากข้อความ ข้อใดบ้างที่เป็นสมบัติของหินตะกอน

4 lines
47.

การสึกกร่อน พัดพา ทับถม จะเกิดขึ้นในหินชนิดใดง่ายที่สุด

a)

หินไนส์

b)

หินบะซอลต์

c)

หินทราย

d)

หินชนวน

48.

หินในข้อใดนำไปใช้ประโยชน์ได้ถูกต้องที่สุด

a)

หินชนวน - ทำตุ๊กตา

b)

หินไนส์ - ทำครก

c)

หินทราย - ทำถนน

d)

หินปูน - ทำครก