wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวนกลางภาค วิชา พระพุทธ ม.4

Total questions: 30

Worksheet time: 9mins

Name
Class
Date
1.

จัณฑาล หมายถึงชนชั้นประเภทใด

a)

ชนชั้นที่อาศัยอยู่ตามป่า

b)

ชนชั้นขอทานเลี้ยงชีพ

c)

ชนชั้นที่รับใช้พระราชา

d)

ชนชั้นนอกชั้นวรรณะ

2.

การทำพิธีบูชายัญ บวงสรวงเทพเจ้า เกิดจากสาเหตุปัจจัยใดของคติความเชื่อของสังคมชมพูทวีปก่อนพุทธกาล

a)

ความกลัวต่อเทพเจ้า

b)

ความภักดีต่อเทพเจ้า

c)

การแสวงหาความสุขและหาทางพ้นทุกข์

d)

ความต้องการประสบผลสำเร็จในชีวิต

3.

พระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าใช้ดูแลปกครองพระสงฆ์ เปรียบเสมือนกับกฎหมายฉบับใด ในการใช้ปกครองประเทศ

a)

กฎหมายพระราชบัญญัติ

b)

กฎหมายพระราชกฤษฎีกา

c)

กฎหมายรัฐธรรมนูญ     

d)

กฎหมายพระราชกำหนด

4.

การเกิดหรือการก่อตั้งพระพุทธศาสนา

มีความสัมพันธ์ตรงกับวันสำคัญในข้อใด

a)

มาฆบูชา

b)

วิสาขบูชา

c)

อาสาฬหบูชา 

d)

ธรรมสวนะ

5.

แคว้นต่างๆ ในชมพูทวีปสมัยก่อนพระพุทธเจ้ามีการปกครองแบบใดเป็นส่วนใหญ่

a)

ราชาธิปไตยและเผด็จการ

b)

เผด็จการและสามัคคีธรรม

c)

ราชาธิปไตยและสามัคคีธรรม

d)

ราชาธิปไตยและธรรมาธิปไตย

6.

 การทำกิจของสงฆ์อย่างใดอย่างหนึ่งให้สำเร็จ เรียกว่าอะไร

a)

สังฆกรรม

b)

อิสิปตนมฤคทายวัน

c)

ธัมมจักกัปปวัตนสูตร

d)

ปริหกรรม

7.

หนทางแห่งการดับทุกข์ขั้นในที่ทำให้ตรัสรู้เป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

a)

ทรงปฏิบัติโยคะ 

b)

ทรงบำเพ็ญตบะ

c)

ทรงบำเพ็ญเพียรทางจิต

d)

ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา

8.

อุคฆฏิตัญญู คือ บัวประเภทใด

a)

บัวพ้นน้ำ

b)

บัวเสมอน้ำ

c)

บัวใต้น้ำ

d)

บัวใต้โคลนตม

9.

ขั้นใดไม่ได้อยู่ใน พุทธลีลาการสอน ๔

a)

แจ่มแจ้ง

b)

ปล่อยวาง

c)

เร้าให้กล้า

d)

ปลุกให้ร่าเริง

10.

การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้ามีผลต่อมนุษย์อย่างไร

a)

มนุษย์หูตาสว่างขึ้น

b)

มนุษย์มีพลังอำนาจมากขึ้น

c)

มนุษย์มีอิสรภาพทางจิตวิญญาณ

d)

มนุษย์มีความสุขมากขึ้น

11.

เหตุผลใดที่สนับสนุนว่า "มนุษย์มีศักยภาพ

ที่เอื้อต่อการศึกษา"

a)

มนุษย์มีคุณสมบัติที่ควรแก่การฝึกและเป็นสัตว์ที่พึงฝึกฝนได้

b)

มนุษย์มีขนาดมันสมองมากกว่าสัตว์

c)

มนุษย์สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าสัตว์

d)

มนุษย์มีชีวิตและจิตใจที่แตกต่างจากสัตว์อื่น

12.

เหตุผลใดที่ทำให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งสันติภาพ

a)

ใช้ความรักในการแก้ปัญหา

b)

ใช้ความอดทนในการแก้ปัญหา

c)

ใช้ความสงบสยบการเคลื่อนไหวใช้ปัญญาแก้ปัญหาด้วยหลักสันติวิธี

d)

ใช้ความคิดเห็นของตนเองเป็นหลักในการแก้ปัญหา

13.

ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของการศึกษาศาสนาที่เกี่ยวข้องกับสังคมไทย

a)

เพื่อหาข้อเด่นแต่ละศาสนา

b)

เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

c)

เพื่อนำหลักคำสอนมาใช้ดำเนินชีวิต

d)

เพื่อแสวงหาประโยชน์จากเพื่อนต่างศาสนา

14.

บุคคลใดเป็นผู้ฝึกตนและมีอิสรภาพจากการถูกครอบงำ

a)

ทิว : สวดมนต์ขอพรให้เทพคุ้มครองทุกวัน

b)

เท็น : นึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกครั้งก่อนลงมือทำข้อสอบ

c)

ไทด์ : ฝึกจิตตนจนเกิดสมาธิ ทำให้ผลการเรียนพัฒนาดีขึ้น

d)

ทัช : บนบานว่าถ้าชนะการแข่งขันกีฬาจะวิ่งแก้บน ๑๐ กิโลเมตร

15.

การเสด็จอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้าเกิดประโยชน์และสันติภาพแก่บุคคล สังคม และโลกอย่างไร

a)

การประกาศหลักธรรม ทำให้ผู้ปฏิบัติตามมีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น

b)

หลักธรรมของพระพุทธองค์ ทำให้มนุษย์พัฒนาเทคโนโลยีเร็วขึ้น

c)

การประกาศหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ทำให้เกิดประโยชน์เกื้อกูลแก่บุคคลหมู่มาก

d)

การประกาศหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ทำให้มีผู้นับถือพระพุทธศาสนามากที่สุดในโลก

16.

ข้อใดเป็นความหมายของจิตตสิกขา

a)

การอบรมระเบียบวินัยทางกาย วาจาให้สงบเรียบร้อย

b)

การอบรมพัฒนาความรู้สึกนึกคิดของตนจนสงบเกิดสมาธิ

c)

การอบรมตนจนรู้ความจริงอย่างแจ่มแจ้งตามความจริง

d)

การปฏิบัติวิปัสสนาจนเกิดปัญญาญาณ รู้ เข้าใจสภาวธรรม

17.

ข้อใดเป็นการฝึกความไม่ประมาทตามหลักสติปัฏ-ฐาน ๔ ในข้อธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน

a)

การปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ ๘

b)

การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงของร่างกาย

c)

การรู้เท่าทันความทุกข์ ความสุขที่เกิดขึ้นขณะปัจจุบัน

d)

การรู้เท่าทันความรู้สึกนึกคิดของตนเองชัดเจน

18.

เหตุผลใดสนับสนุนว่ามนุษย์สามารถมีอิสรภาพจากการถูกครอบงำจากอำนาจใด ๆ ทั้งปวงได้

a)

มนุษย์สามารถฝึกตนให้เป็นพุทธะได้

b)

มนุษย์สามารถฝึกตนให้เท่าเทียมเทพเจ้าได้

c)

มนุษย์มีความสามารถไม่ต่างจากเทพ

d)

มนุษย์และเทพเจ้าต่างก็พึ่งพาอาศัยกัน

19.

ข้อใดจัดเป็น “เหตุ” ของน้ำแข็งตามหลัก

ปฏิจจสมุปบาท

a)

น้ำ

b)

ตู้เย็น   

c)

ไฟฟ้า

d)

ช่องแช่แข็งในตู้เย็น

20.

ข้อใดจัดเป็น “เหตุ” ของต้นไม้ตามหลัก

ปฏิจจสมุปบาท

a)

อุณหภูมิ

b)

แสงแดด

c)

เมล็ด

d)

ปุ๋ย

21.

หลักคำสอนที่เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาหรือการหลุดพ้นจากความทุกข์

a)

มรรคมีองค์ ๘

b)

อริยสัจ ๔

c)

ปฏิจจสมุปบาท 

d)

มัชฌิมาปฏิปทา

22.

หลักคำสอนใดที่อธิบายว่า “ ถ้าสิ่งนี้มี สิ่งนั้นก็มี ถ้าสิ่งนี้ดับ สิ่งนั้นก็ดับ ”

a)

มรรคมีองค์ ๘   

b)

อริยสัจ ๔

c)

ปฏิจจสมุปบาท 

d)

มัชฌิมาปฏิปทา

23.

“ กำหนดแนวทางหรือวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดจาก

สาเหตุต่าง ๆ เหล่านั้น ” จากข้อความข้างต้นหมายถึงข้อใด

a)

สมุทัย

b)

ทุกข์

c)

นิโรธ

d)

มรรค

24.

คุณธรรมในข้อใดไม่สัมพันธ์กับเศรษฐกิจพอเพียง

a)

วัฒนธรรม : ปรับวัฒนธรรมให้ทันสมัยกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

b)

ปัญญา : เพียงพอบนความรอบรู้และเหตุผล ฉลาดคิด ใช้และทํา

c)

คุณธรรม : ไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น และทรัพยากรธรรมชาติ

d)

สันโดษ : การพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่

25.

พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน ทุกการกระทำในการดำเนินชีวิต มีความสัมพันธ์กับหลักธรรมใดในพระพุทธศาสนา

a)

มัชฌิมาปฏิปทา

b)

ธัมมัญญุตา

c)

อัตถัญญุตา

d)

สันตุฏฐี ปะระมัง ธะนัง

26.

การพัฒนาในลักษณะใดที่เป็นการพัฒนาแบบไม่ยั่งยืน

a)

คนสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมอย่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน

b)

การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มาพัฒนาความเจริญทางเศรษฐกิจให้มากที่สุด

c)

การพัฒนาที่มุ่งให้เกิดความสมดุลในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

d)

ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์

27.

การพัฒนาแบบยั่งยืน มีความหมายตามข้อใด

a)

การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

b)

การเจริญทางเทคโนโลยี  

c)

การพัฒนาความเจริญทางด้านอุตสาหกรรม

d)

การพัฒนาที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกในอนาคต

28.

การพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน เหมาะกับการนำระบบเศรษฐกิจใดมาใช้

a)

ระบบทุนนิยม

b)

ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม

c)

ระบบเศรษฐกิจแบบผสม

d)

ระบบเศรษฐกิจพอเพียง

29.

ข้อใดเป็นความหมายของหลักธรรม “สันตุฏฐี

ปะระมัง ธะนัง” ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

a)

พยายามไม่ก่อความชั่วให้เป็นเครื่องทำลายตัว ทำลายผู้อื่น

b)

ความเป็นอยู่ที่ไม่ต้องฟุ่มเฟือย ต้องประหยัดในทางที่ถูกต้อง

c)

ความเจริญที่แท้จริงย่อมเกิดจากการประพฤติชอบ เลี้ยงชีพในทางที่ชอบเป็นสำคัญ

d)

เกิดมาเป็นคนต้องรู้จักพึ่งพาตนเองเป็นหลัก

30.

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตรงกับความหมายของการปฏิบัติตนตามหลักธรรมใดในทางพระพุทธศาสนา

a)

พุทธโอวาท ๓   

b)

บุญกิริยาวัตถุ ๓

c)

มัชฌิมาปฏิปทา

d)

หิริ-โอตตัปปะ