wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แก้ข้อสอบกลางภาค ชั้นม.๕

Total questions: 30

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

๑. เรื่องมหาเวสสันดรชาดกมีความสัมพันธ์กับพระพุทธศาสนาอย่างไร

a)

ก. มหาเวสสันดรชาดกเป็นเรื่องราวพระชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ก่อนจะมาเป็นพระพุทธเจ้า

b)

ข. มหาเวสสันดรชาดกเป็นเรื่องราวพระชาติแรกของพระโพธิสัตว์ก่อนจะมาเป็นพระพุทธเจ้า

c)

ค. มหาเวสสันดรชาดกเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ มุ่งเพือต้องการให้มนุษย์เข้าถึงโลกทั้ง ๓

d)

ง. มหาเวสสันดรชาดกเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโลกทั้ง ๓ ภพ คือ นรก สวรรค์ มนุษย์

e)

จ. มหาเวสสันดรชาดกเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าหลังจากที่บรรลุเป็นพระอรหัน

2.

๒. ผู้แต่งเรื่องพระเวสสันดรชาดก เดิมมีชื่อว่าอย่างไร

a)

ก. เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

b)

ข. หลวงสรวิชิต

c)

ค. เจ้าพระยาภักดี

d)

ง. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

e)

จ. สมเด็จพระสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

3.

๓. มหาเวสสันดรชาดก แต่งด้วยลักษณะคำประพันธ์ประเภทใด

a)

ก. มหาชาติร่ายยาว

b)

ข. ร่ายยาว สอดแทรกคาถาบาลี

c)

ค. บทละครพูด

d)

ง. ร่ายสุภาพ

e)

จ. โคลงสองสุภาพ

4.

๔. ฝนโบกขรพรรษ ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ก. ฝนที่มีลักษณะพิเศษ มีสีแดงดุจทับทิม

b)

ข. ฝนที่มีลักษณะพิเศษ เม็ดฝนไม่ติดร่างกาย

c)

ค. ภาชนะไม่สามารถรองรับได้ เมื่อตกลงพื้นจะซึมหายไปเอง ไม่ขังนอง

d)

ง. ผู้ที่ไม่ปรารถนาจะให้เปียกจะไม่เปียก ผู้ที่ปรารถนาจะให้เปียกจะเปียก

e)

จ. ผู้ที่ไม่ปรารถนาจะเปียกจะเปียก ผู้ที่ปรารถนาจะให้เปียกจะไม่เปียก

5.

๕. มหาเวสสันดรชาดก มีทั้งหมดกี่กัณฑ์

a)

ก. ๑๐ กัณฑ์

b)

ข. ๑๑ กัณฑ์

c)

ค. ๑๒ กัณฑ์

d)

ง. ๑๓ กัณฑ์

e)

จ. ๑๔ กัณฑ์

6.

๖. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่พร ๑๐ ประการ ของนางผุสดี

a)

ก. ขอเป็นอัครมเหสีของพระเจ้าสีพี

b)

ข. ขออย่าให้มีพระอุทรนูนเมื่อทรงครรภ์

c)

ค. ขอให้มีอายุยืน ไม่แก่ชรา ร่างกายไม่เปลี่ยนแปลงเหมือนคนทั่วไป

d)

ง. ขอให้มีขนคิ้วดำ ไม่มีผมหงอก มีผิวพรรณงามผุดผ่อง

e)

จ. ขอให้มีโอรสที่เปนผู้ให้สิ่งประเสริฐ เป็นที่เคารพบูชาของราชาทุกประเทศ

7.

๗. อนึ่งน้องเป็นเอกองค์อัครบริจากากร แห่งพระเวสสันดร ราชฤาษีอันจำจากพระบุรีมาอยู่ไพร

คำที่ขีดเส้นใต้กล่าวถึงข้อใด

a)

ก. หญิงรับใช้ผู้เป็นภรรยาของพระเวสสันดร ฤาษีที่จากเมืองมาอยู่ในป่า

b)

ข. หญิงรับใช้ ค่อยปรนนิบัติพระฤาษี

c)

ค. ชีพราหมณ์ อาศัยอยู่กับพระเวสสันดร

d)

ง. พระธิดาของพรเวสสันดร ฤาษีที่ถือศีลอยู่ในป่า

e)

จ. มารดาที่อยู่รับใช้พระเวสสันดร ที่ห่างบ้านเมืองมารักษาศีลในป่า

8.

๘. ขณะที่นางมัทรีกลับจากป่านั้น เทวดาได้แปลงกายเป็นสัตว์ชนิดใดลงมาขวางทาง

a)

ก. ราชสีห์ อาชาไนย เสือโคร่ง

b)

ข. ราชสีห์ พญานาค เสือเหลือง

c)

ค. ราชสีห์ เสือเหลือง อาชาไนย

d)

ง. ราชสีห์ เสือเหลือง เสือโคร่ง

e)

จ. ราชสีห์ เสือโคร่ง เสือดาว

9.

๙. พระเวสสันดรและพระนางมัทรี มีพระโอรสและพระธิดา ๒ องค์ พระนามว่า

a)

ก. อมิตดา กัณหา

b)

ข. ชาลี สีพี

c)

ค. กัณหา ชาลี

d)

ง. สญชัย ผุสดี

10.

๑๐. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ดอกไม้ที่นางมัทรีพบเจอกลางป่า

a)

ก. ดอกแก้ว ดอกเกด ดอกพิกุล

b)

ข. ดอกกาหลง ดอกสายหยุด ดอกประยงค์

c)

ค. ดอกยม ดอกแก้ว ดอกพิกุล

d)

ง. ดอกจำปา ดอกมะลิ ดอกพุทธ

11.

๑๑. ข้อใดต่อไปพระนางมัทรีไม่ได้กล่าวเพื่ออ้อนวอนกับพญาพาฬมฤคราช

a)

ก. หากสัตว์ทั้งสามยอมหลีกทาง จะแบ่งสมบัติให้เพื่อเป็นทาน

b)

ข. ตัวนางชื่อมัทรี เป็นธิดากรุงมัททราช

c)

ค. ตอนนี้มาอยู่ป่าเป็นหญิงรับใช้ทำหน้าที่ภรรยาของพระเวสสันดร

d)

ง. ตอนนี้ค่ำแล้วเป็นเวลาที่ลูกน้อยจะต้องกินนม

e)

จ. พระนางจะแบ่งผลไม้ให้ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งขอเอากลับไปฝากลูกของตน

12.

๑๒. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลางร้ายบอกเหตุแก่พระนางมัทรี

a)

ก. ฝันร้ายในคืนก่อนที่จะยกกัณหา ชาลีให้ชูชก

b)

ข. ระหว่างทางหาผลไม้ ต้นไม้ที่เคยออกดอกกลายเป็นผล ต้นที่เคยมีผลกลับกลายเป็นดอก

c)

ค. มีเหล่าสัตว์ร้ายมาขว้างทางระหว่างกลับอาศรม

d)

ง. ระหว่างทางทั่วทั้งแปดทิศมืดมัว ขอบฟ้าตอนเย็นเป็นสีแดง

e)

จ. หาบผลไม้หลุดจากบ่า ทำให้ผลไม้ที่เก็บหล่นกระจัดกระจายทำให้เหล่าพญาสัตว์ร้ายวิ่งตามมาดักขวางทาง

13.

๑๓. อ่านบทประพันธ์แล้วตอบคำถามให้ถูกต้อง

"ครั้นคลาแคล้วเคลื่อนเข้าสู่ดง ปานประหนึ่งว่าจะหลงลืมลูกสละผัว ต่อมืดมัวจึ่งกลับมา ทำเป็นบีบน้ำตาตีอกว่าลูกหาย ใครไม่รู้แยบคายความคิดหญิง ถ้าแม้นเจ้าอาลัยอยู่ด้วยลูกจริง ๆ เหมือนวาจา ก็จะรีบกลับเข้ามาแต่วี่วันไม่ทันรอน"

จากคำประพันธ์ข้างต้น ผู้กล่าวมีจุดประสงค์ใด

a)

ก. ต้องการให้นางมัทรีสำนึกผิดและหยุดการตัดพ้อต่อว่าผู้พูด

b)

ข. ต้องการพูดเพื่อเตือนสตินางมัทรี ไม่คิดหลงผิด ปรับปรุงตนเองเพื่อเป็นแม่ที่ดี

c)

ค. ต้องการเตือนนางมัทรีให้กลับบ้านตรงเวลา

d)

ง. เพื่อต้องการให้นางมัทรีรู้ว่าผู้พูดทราบความจริงที่นางมัทรีมีชู้ และพยายามปกปิดความจริง

e)

จ. ต้องการให้นางมัทรีลืมความเศร้าโศก โดยการใส่ความให้นางมีอารมณ์โกรธเข้ามาแทนเพื่อจะได้ลืมเรื่องลูก

14.

๑๔. อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม

"เจ้ามิเคยได้ความยากย่างเท้าลงเหยียบดิน ริ้นมิได้ไต่ไรมิได้ตอม"

ข้อใดคือลักษณะของข้อความข้างต้น

a)

ก. เล่นเสียงสัมผัสสระ

b)

ข. เล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ

c)

ค. เล่นเสียงคำซ้ำ

d)

ง. เล่นสำนวนเปรียบเทียบ

15.

๑๕. ข้อใดไม่ใช่แนวคิดสำคัญของเรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี

a)

ก. ความรักของแม่ที่หวงแหนลูก

b)

ข. ความจงรักภักดีต่อสามี

c)

ค. ความเสียสละยินดีร่วมทุกข์และสุขกับลูกและผัว

d)

ง. การทำปิยบุตรทานบารมี เป็นการสร้างความเสียใจจนนางตรอมใจตาย

16.

๑๖. " พระทรวงนางสั่นระรัวริกเต้นดั่งตีปลา"

ข้อความข้างต้น ใช้โวหารภาพพจน์ชนิดใด

a)

ก. อุปมา

b)

ข. อุปลักษณ์

c)

ค. สัญลักษณ์

d)

ง. อติพจน์

17.

๑๗. มหาเวสสันดรชาดกสะท้อนคุณค่าด้านสังคม ยกเว้น ข้อใด

a)

ก. ลูก ภรรยา คือสมบัติของสามี

b)

ข. การบริจาคทานเพื่อบรรลุนิพพาน

c)

ค. การเสียสละสมบัติ สิ่งของจะทำให้บรรลุสู่นิพพาน

d)

ง. การทำหน้าที่เป็นและเมียที่ดี

18.

๑๘. ข้อใดกล่าวถึงเทศน์มหาชาติไม่ถูกต้อง

a)

ก. หากผู้ใดฟังเทศน์มหาชาติแล้วจะได้กุศลแรง

b)

ข. เทศน์มหาชาติเป็นการทำบุญสำคัญในสังคมไทย

c)

ค. การทำบุญเทศน์มหาชาติจะต้องจัดอยู่ในบริเวณป่า

d)

ง. ตามความเชื่อหากใครตั้งใจฟังให้จบในวันเดียวจะได้เกิดร่วมกับพระศรีอริยเมตตาศรัยพระโพธิสัตว์

19.

๑๙. ปมปัญหาสำคัญในเรื่องมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี คืออะไร

a)

ก. เทวดาแปลงกายเป็นเสือลงมาขวางนางมัทรีไว้

b)

ข. พระเวสสันดรยกกัณหาชาลีให้ชูชกโดยมิได้บอกนางมัทรี

c)

ค. นางมัทรีตามหาลูกอยู่ทั้งคืนจนสว่างไม่พบ

d)

ง. พระเวสสันดรไม่ยอมตอบคำถามนางมัทรีว่าลูกหายไปไหน

20.

๒๐. ข้อใดเป็นรูปแบบงานเขียนเรื่องโคลนติดล้อ

a)

ก. บทความ

b)

ข. ความเรียง

c)

ค. เรียงความ

d)

ง. สารคดี

21.

๒๑. "โคลนติดล้อ สอดคล้องกับข้อความใดมากที่สุด"

a)

ก. การศึกษาให้ผลที่น่ารำคาญใจ

b)

ข. ปัญหาที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๖

c)

ค. ปัญหาและอุปสรรคที่ขัดขวาง ถ่วงความการพัฒนาประเทศ

d)

ง. ค่านิยม วัฒนธรรมไทยดั้งเดิมที่ถูกมองว่าล้าสมัยไม่เหมาะสม

e)

จ. ค่านิยมของคนหนุ่มสาว ที่นิยมการแต่งงานชั่วคราว ไม่คิดไตร่ตรอง

22.

๒๒. ผู้วิพากย์วิจารณ์งานเขียนของรัชกาลที่๖ ใช้นามปากกาว่าอย่างไร

a)

ก. อัศวพาหุ

b)

ข. โคนันทวิศาล

c)

ค. โออุภราช

d)

ง. โคนันท์

e)

จ. โคนัน

23.

๒๓. โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน เป็นบทพระราชนิพนธ์ของผู้ใด

a)

ก. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

b)

ข. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

c)

ค. พระบาทสมพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

d)

ง. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

e)

จ. พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

24.

๑๔. โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเป็นเสมียน ผู้พระราชนิพนธ์ใช้พระนามแฝงว่าอย่างไร

a)

ก. อัศวพาหุ

b)

ข.อัศวหุพา

c)

ค. อัศวพาหู

d)

ง. อัศวพหุ

25.

๒๕. อ่านข้อความจ่อไปนี้แล้วตอบคำถาม

"การตั้งโรงเรียนขึ้นทั่วราชอาณาจักรให้โอกาสแก่บรรดาชายหญิงทุกชนชั้น ได้ศึกษาให้รู้อ่าน รู้เขียนหนังสือนั้นกลับให้ผลที่ทำให้เป็นที่น่ารำคาญ"

ข้อความที่ขีดเส้นใต้ ไม่ได้หมายถึงข้อใด

a)

ก. ชายหนุ่มซึ่งได้ฝึกตัวให้คุ้มค่าแก่ความสนุกสนานในเมือง ย่อมจะรู้สึกเบื่อหน่ายถิ่นฐานบ้านเดิมของเขาตามบ้านนอก

b)

ข. การเป็นชาวนา ชาวสวน หรือคนที่ทำงานอื่น ๆ ก็มีเกียรติยศเท่ากับที่จะเป็นผู้ที่ทำงานด้วยปากกาเหมือนกัน

c)

ค. เขาเป็นผู้ที่ได้รับการศึกษามาจากโรงเรียนแล้ว ไม่ควรจะไปทำงานชนิดอื่น ซึ่งคนที่ไม่รู้หนังสือทำได้

d)

ง. เขาเห็นว่าไม่สมเกียรติยศที่จะไปหาการงานทำกับชาวนา ซึ่งเขาเห็นว่าเปนคนชั้นต่ำและสามัญ

26.

๒๖. เหตุใดผู้แต่งจึงตั้งชื่อบทความนี้ว่า "โคลนติดล้อ"

a)

ก. เพราะเป็นสิ่งที่ผู้แต่งกล่าวถึงเป็นการให้ความรู้เรื่องลัทธิความเชื่องที่ถ่วงความเจริญของชาติ

b)

ข. เพราะสิ่งที่ผู้แต่งกล่าวถึงเป็นการวิจารณ์ความคิดและพฤติกรรมที่ถ่วงความเจริญของชาติ

c)

ค. เพราะสิ่งที่ผู้แต่งกล่าวถึงเป็นนโยบายการปกครองที่ถ่วงความเจริญของชาติ

d)

ง. เพราะสิ่งที่ผู้แต่งกล่าวถึงเป็นการให้ความรู้เรื่องการศึกษาแบบล้าหลังที่ถ่วงความเจริญของชาติ

27.

๒๗. ข้อใดไม่ได้สะท้อนให้เห็นสภาพสังคมและวัฒนธรรมในสมัยรัชกาลที่ ๖

a)

ก. ในเวลาที่กลับจากออฟฟิตแล้ว ก็ต้องสวมกางเกงแพรจีนด้วย และต้องไปดูหนังอีก อาทิตย์ละ ๒ ครั้งเป็นอย่างน้อย

b)

ข. พ่อเสมียนยังอุส่าห์จำหน่ายทรัพย์ต่าง ๆ เช่น นุ่งผ้าม่วงสี ใส่เสื้อขาว สวมหมวกสักหลาด

c)

ค. ถึงแม้พวกหนุ่ม ๆ นั้นจะมีความคิดเห็นว่าตัวสำคัญปานใด ก็คงต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

d)

ง. ครั้นเมื่อเงินเดือนขึ้นเป็นเดือนละ ๒๐ บาท เขาก็คิดอ่านแต่งงานทีเดียว

28.

๒๘. โคลนทั้ง ๑๒ ก้อนที่ถ่วงความเจริญของชาติ ยกเว้นข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ก. การทำตนให้ต่ำต้อย

b)

ข. ความนิยมไปศึกษาต่างประเทศ

c)

ค. การแต่งงานชั่วคราว

d)

ง. การบูชาหนังสือจนเกินเหตุ

29.

๒๙. ข้อใดไม่ใช่พฤติกรรมของเสมียน ในเรื่อง โคลนติดล้อ

a)

ก. สวมชุดกางเกงผ้าม่วงสี เสือขาว หมวกสักหลาด

b)

ข. ถือว่าตนเองเป็นผู้มีการศึกษา อาชีพเกษตกรเป็นอาชีพไม่เหมาะสม

c)

ค. รับประทานอาหารตามร้านหรู กุ๊กช็อป

d)

ง. ไปดูหนัง อย่างน้อยอาทิตย์ละ ๒ คร้ง

e)

จ. แข่งขันกันไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม

30.

๓๐. จากเรื่องโคลนติดล้อ มีความแตกต่างจากวรรณคดีและวรรณกรรมเรื่องอื่นอย่างไร

a)

ก. เนื้อเรื่องสะท้อนให้เห็นสภาพสังคมในยุคสมัยนั้น

b)

ข. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ มีการใช้ภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย

c)

ค. ไม่มีตัวละคร ไม่มีฉาก การดำเนินเรื่องเป็นการถ่ายทอดจากความคิดผู้แต่ง

d)

ง. ลักษณะคำประพันธ์ต่างจากเรื่องอื่น ๆ เพราะใช้ร่ายยาว แต่วรรณคดีเรื่องอื่น มักจะใช้กลอน หรือ กาพย์เป็นส่วนมาก