wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

วิทยาศาสตร์ม.2

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงเครื่องกลอย่างง่ายไม่ถูกต้อง

a)

ทำให้งานที่ทำลดลง

b)

ช่วยลดแรงในการทำงาน

c)

เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการผ่อนแรง

d)

ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน

2.

อุปกรณ์ใดต่อไปนี้ใช้หลักการทำงานของคาน

a)

ขวาน

b)

ชะแลง

c)

รถเครน

d)

เครื่องทำน้ำแข็งไส

3.

ถ้าต้องการงัดวัตถุขึ้นโดยใช้ชะแลง ต้องทำอย่างไรจึงออกแรงน้อยที่สุด

a)

วางชะแลงระนาบกับพื้น

b)

เพิ่มระยะทางที่ออกแรง

c)

เพิ่มระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่

d)

เปลี่ยนจุดหมุนให้อยู่ห่างจากวัตถุ

4.

รอกมีกี่ชนิด อะไรบ้าง

a)

1 ชนิด คือ รอกเดี่ยว

b)

2 ชนิด คือ รอกเดี่ยว รอกพวง

c)

2 ชนิด คือ รอกเดี่ยวตายตัว รอกเดี่ยวเคลื่อนที่

d)

3 ชนิด คือ รอกเดี่ยวตายตัว รอกเดี่ยวเคลื่อนที่ รอกพวง

5.

ข้อใดกล่าวถึงสกรูได้ถูกต้อง

a)

งานที่ได้จากสกรูคืองานที่คานเคลื่อนที่

b)

ต้องออกแรงกระทำต่อเกลียว สกรูจึงจะเคลื่อนที่

c)

เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ทำงานสะดวก แต่ไม่ผ่อนแรง

d)

เมื่อคานหมุนครบ 1 รอบ จะทำให้เกลียวหมุนได้ 1 รอบ

6.

เพราะเหตุใดในทางปฏิบัติ งานที่ให้เครื่องกลจึงไม่เท่ากับงานที่ได้จากเครื่องกล

a)

มีการออกแรงที่ไม่เท่ากัน

b)

เพราะเครื่องกลมีการผ่อนแรง

c)

มีการสูญเสียพลังงาน เนื่องจากแรงเสียดทาน

d)

เนื่องจากระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่และระยะทางที่ออกแรงไม่เท่ากัน

7.

จากภาพ เป็นการนำหลักการทำงานของเครื่องกลใดมาใช้

a)

คาน

b)

รอก

c)

สกรู

d)

ล้อและเพลา

8.

ข้อใดถูกต้อง เมื่อต้องการให้ลิ่มช่วยผ่อนแรงมากขึ้น

a)

ลดความสูงของลิ่ม

b)

เพิ่มความสูงของลิ่ม

c)

เพิ่มความแหลมของลิ่ม

d)

เพิ่มขนาดพื้นที่ของหัวลิ่ม

9.

ข้อใดเป็นหลักในการพิจารณาการผ่อนแรงของเครื่องกล

a)

งานที่ให้เครื่องกลเท่ากับงานที่ได้จากเครื่องกล

b)

ระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่เท่ากับระยะทางที่ออกแรง

c)

ระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่มากกว่าระยะทางที่ออกแรง

d)

ระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่น้อยกว่าระยะทางที่ออกแรง

10.

ข้อใดมีรอกเป็นองค์ประกอบ

a)

มีดและใบขวาน

b)

หลอดไฟและสกรู

c)

ตัวร้อยสายธงหัวเสาและตัวร้อยเชือกผ้าม่าน

d)

หนังสติ๊กและขาหยั่งโยกเยก

11.

งานที่เกิดจากแรงเสียดทานในข้อใดอธิบายได้ถูกต้องที่สุด

a)

มีค่าเป็น ลบ เพราะมีทิศตรงข้ามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ

b)

มีค่าเป็นลบเพราะมีค่าน้อยกว่าแรงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่

c)

มีค่าเป็นบวกเพราะมีค่ามากกว่าแรงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่

d)

มีค่าบวก หรือลบ ก็ได้

12.

กำลัง (P) มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

อัตราการทำงานต่อความเร็ว

b)

อัตราส่วนของแรงต่อเวลา

c)

ผลคูณของแรงกับความเร็ว

d)

ผลคูณของแรงกับเวลา

13.

ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับพลังงานจลน์ได้ถูกต้องที่สุด

a)

พลังงานจลน์เกิดขึ้นกับวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่เท่านั้น

b)

ในการหาค่าของพลังงานจลน์ มวล ของวัตถุไม่เกี่ยวข้อง

c)

พลังงานจลน์เกิดขึ้นกับวัตถุที่มีการเคลื่อนที่

d)

ถ้าจะหาพลังงานจลน์ต้องทราบความเร่งก่อน

14.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง งานและพลังงานจลน์

a)

ค่าของงานที่ได้ต่อเวลามีค่าเท่ากับพลังงานจลน์

b)

ผลต่างของพลังงานจลน์ เท่ากับงาน

c)

ผลต่างของงาน เท่ากับพลังงานจลน์

d)

งานมีค่าเป็นสองเท่าของพลังงานจลน์

15.

1. พลังงานจลน์ของเรือที่กำลังแล่นอยู่ในน้ำจะเพิ่มขึ้นเมื่อใด

a)

1. เมื่อทำให้เรือมีมวลน้อยลง

b)

2. เมื่อลดความเร็วของเรือ

c)

3. เมื่อเพิ่มความเร็วของเรือ

d)

4. เมื่อเรือมีการเปลี่ยนทิศทาง

16.

2. พลังงานกลเป็นพลังงานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานใด

a)

1. พลังงานเคมีและพลังงานแสง

b)

2. พลังงานจลน์และพลังงานศักย์

c)

3. พลังงานศักย์และพลังงานเคมี

d)

4. พลังงานศักย์โน้มถ่วงและพลังงานศักย์ยืดหยุ่น

17.

3. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานจลน์

a)

1. พลังงานที่มีอยู่ในวัตถุ

b)

2. พลังงานเนื่องจากประจุไฟฟ้า

c)

3. พลังงานที่สะสมในวัตถุที่อยู่ระดับสูง

d)

4. พลังงานเนื่องจากการเคลื่อนที่ของวัตถุ

18.

4. พลังงานจลน์จะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยในข้อใด

1. มวลของวัตถุ 2. ความเร็วของวัตถุ 3. ความสูงจากระดับอ้างอิง 4. ระยะยืดหรือหดของวัตถุ

a)

1. ข้อ 1 และ 2

b)

2. ข้อ 1 และ 3

c)

3. ข้อ 2 และ 3

d)

4. ข้อ 3 และ 4

19.

5. วัตถุในข้อใดมีพลังงานจลน์

a)

1. รถยนต์กำลังแล่น

b)

2. หนังสติ๊กที่ถูกยืดออก

c)

3. ฟองน้ำที่ถูกกดให้ยุบลง

d)

4. ก้อนหินบนหน้าผาสูง

20.

6. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับพลังงาน

a)

1. สิ่งที่ทำให้เกิดความร้อนได้

b)

2. ความสามารถในการทำงานได้

c)

3. ความสามารถที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ได้

d)

4. สิ่งที่มีน้ำหนัก มีตัวตน และต้องการที่อยู่

21.

7. ขณะที่ผลไม้สุกกำลังหล่นจากต้นจนตกลงสู่พื้น พลังงานในผลไม้จะเป็นอย่างไร

a)

1. พลังงานจลน์คงที่

b)

2. พลังงานศักย์ยืดหยุ่นลดลง

c)

3. พลังงานศักย์โน้มถ่วงจะเพิ่มขึ้น

d)

4. พลังงานจลน์จะเพิ่มขึ้นและพลังงานศักย์โน้มถ่วงจะลดลง

22.

9. การกระทำใดไม่แสดงถึงพลังงานจลน์

a)

1. ก้อนหินที่ตกจากหน้าผา

b)

2. เครื่องบินกำลังจะลงจอด

c)

3. คนกำลังจะกระโดดน้ำ

d)

4. เรือใบแล่นอยู่ในท้องทะเล

23.

การเปลี่ยนแปลงของพลังงานศักย์เกี่ยวข้องกับสิ่งใดมากที่สุด

a)

ตำแหน่งของวัตถุ

b)

เวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของวตัถุ

c)

ความเร็วในการเคลื่อนที่ของวัตถุ

d)

ความเร่งในแนวตรงของการเคลื่อนที่ของวตัถุ

24.

พลังงานศักย์โน้มถ่วงมีสมการว่าอย่างไร

a)

Ek=1/2 mv2

b)

w = Fs

c)

w = mg

d)

Ep = mgh

25.

พลังงานศักย์โน้มถ่วงคืออะไร

a)

พลังงานที่มีอยู่ในตัววัตถุ

b)

พลังงานที่มีวัตถุอยู่ภายใต้สนามโน้มถ่วงโลก

c)

พลังงานสิ้นเปลือง

d)

พลังงานที่วิ่งได้

26.

ตัวแปรใดมีผลต่อค่าพลังงานศักย์โน้มถ่วงของวัตถุ

a)

มวลและความเร็ว

b)

มวลและระดับอ้างอิง

c)

ระดับอ้างอิงและความเร่ง

d)

ความเร็วและความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก

27.

พลังงานศักย์โน้มถ่วงของวัตถุในข้อใดมีค่ามากที่สุด

a)

ลูกฟุตบอลตกกระทบพื้น

b)

ลูกแอปเปิ้ลที่อยู่บนต้น

c)

เก้าอี้ถูกดันให้เคลื่อนที่ไปติดผนังห้อง

d)

ลูกขนไก่ถูกตีให้ลอยขึ้นไปในอากาศ

28.

ผลไม้อยู่บนต้น เป็นพลังงานชนิดใด

a)

พลังงานกล

b)

พลังงานจลน์

c)

พลังงานศักย์

d)

พลังงานเคมี

29.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานศักย์โน้มถ่วง

a)

พลังงานศักย์โน้มถ่วงเป็นปริมาณสเกลาร์

b)

พลังงานศักย์โน้มถ่วงมีหน่วยเป็นจูล

c)

วัตถุที่มวลมากจะมีพลังงานศักย์โน้มถ่วงมาก

d)

วัตถุอยู่ระดับสูงมากจากจุดอ้างอิงจะมีพลังงานศักย์โน้มถ่วงน้อย

30.

ข้อใดเป็นสารผสมทั้งหมด

a)

น้ำปูนใส ลวดทองแดง ไอน้ำ

b)

น้ำแข็งแห้ง ข้าวสาร น้ำโคลน

c)

น้ำมันพืช น้ำตาลทราย น้ำประปา

d)

พริกกับเกลือ ก๋วยเตี๋ยวน้ำ น้ำจิ้มไก่

31.

สารในข้อใดเป็นของแข็งที่ระเหิดได้

a)

การบูร

b)

แป้งฝุ่น

c)

ผงชอล์ก

d)

น้ำตาลทราย

32.

เหตุการณ์ในข้อใดต่อไปนี้ เมื่อเวลาผ่านไป 20 นาที จะเกิดการระเหิด

a)

ใส่น้ำตาลลงในน้ำร้อน

b)

แช่น้ำอัดลมในช่องแช่แข็ง

c)

วางลูกเหม็นในจานแล้วนำไปตากแดด

d)

ใส่ขี้ผึ้งในบีกเกอร์แล้วนำไปให้ความร้อนในภาชนะบรรจุน้ำ

33.

สารผสมในข้อใดที่แยกออกจากกันได้ด้วยวิธีการระเหยแห้ง

a)

เกลือกับน้ำ

b)

น้ำมันหมูกับน้ำ

c)

ข้าวเปลือกกับแกลบ

d)

ผงตะไบเหล็กกับทราย

34.

การแยกสารในข้อใดไม่สามารถใช้วิธีการกรองในการแยกสารได้

a)

แยกใบชาออกจากน้ำชา

b)

แยกกากมะพร้าวออกจากน้ำกะทิ

c)

แยกน้ำตาลทรายออกจากน้ำเชื่อม

d)

แยกเมล็ดมะนาวออกจากน้ำมะนาว

35.

ข้อใดใช้วิธีการแยกสารได้เหมาะสมที่สุด

a)

แยกเมล็ดถั่วออกจากน้ำโดยการร่อน

b)

แยกน้ำออกจากน้ำมันโดยการตกตะกอน

c)

แยกเกลือออกจากน้ำเกลือโดยการรินออก

d)

แยกกากกาแฟออกจากน้ำกาแฟโดยการกรอง

36.

ถ้าทำการแยกสาร A B C D ที่ผสมกันอยู่ โดยการร่อนด้วยตะแกรงที่มีรู 0.4 ซม. และนำสารที่ติดอยู่บนตะแกรงมาดูดด้วยแม่เหล็ก สารที่ดูดด้วยแม่เหล็กดูดไว้คือสารชนิดใด

a)

สาร A

b)

สาร B

c)

สาร C

d)

สาร D

37.

โอ๋คั้นน้ำส้มโดยใช้อุปกรณ์ น้ำส้มจะไหลผ่านรูของอุปกรณ์ลงสู่ภาชนะด้านล่าง ส่วนกากสัม และเมล็ดจะติดอยู่ที่ด้านบนของอุปกรณ์ ดังภาพ การค้นน้ำส้มของโอ๋ใช้หลักการเหมือนการแยกสารวิธีใด

a)

การกลั่น

b)

การกรอง

c)

การรินออก

d)

การตกตะกอน

38.

อั้นเตรียมดินเพื่อทำสวนโดยบดก้อนดินบนลวดตาข่ายทำให้ดินที่มีขนาดเล็กลอดผ่านรูของ ลวดตาข่ายลงสู่พื้น ดังภาพ การเตรียมดินของอั้นใช้หลักการคล้ายกับ การแยกสารวิธีใด

a)

การร่อน

b)

การรินออก

c)

การหยิบออก

d)

การตกตะกอน

39.

สารผสมหนึ่ง ประกอบด้วยของแข็ง 3 ชนิด โดยมีลำดับขั้นตอนการแยกสาร ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ใช้วิธีการระเหิด ขั้นตอนที่ 2 ใช้วิธีการละลายน้ำแล้วกรอง ขั้นตอนที่ 3 ใช้วิธีการระเหยแห้ง สารผสมนี้จะแยกออกมาเป็นสารชนิดใดบ้าง ตามลำดับ

a)

น้ำมันพืช น้ำตาลทราย น้ำแข็งแห้ง

b)

พิมเสน ผงตะไบเหล็ก ทราย

c)

การบูร ผงถ่าน เกลือ

d)

ผงถ่าน ทราย เหล็ก

40.

สารผสมหนึ่ง ประกอบด้วยผงถ่านและน้ำเกลือ ถ้าต้องการแยกสารผสมนี้ออกจากกัน จะต้องใช้วิธีการแยกสารด้วยวิธีใดบ้าง ตามลำดับ

a)

การหยิบออก การรินออก การร่อน และการระเหยแห้ง

b)

การตกตะกอน การรินออก การกรอง และการระเหยแห้ง

c)

การร่อน การตกตะกอน การใช้แม่เหล็กดึงดูด และการระเหยแห้ง

d)

การใช้แม่เหล็กดึงดูด การตกตะกอน การกรอง และการระเหยแห้ง