wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ลำเลียงสารผ่านเซลล์ ชุดที่ 1

Total questions: 45

Worksheet time: 22mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดจัดเป็นการลำเลียงสารแบบ passive transport

a)

phagocytosis

b)

pinocytosis

c)

receptor mediated endocytosis

d)

exocytosis

e)

facilitated diffusion

2.

การแพร่ของสารจากที่ที่มีความเข้มข้นสูงไปสู่ความเข้มข้นต่ำ เข้าตามรูของเยื่อหุ้มเซลล์ (protein pore) ตรงกับข้อใด

a)

Simple Diffusion

b)

Facilitated Diffusion

c)

Osmosis

d)

Turgor pressure

e)

Plasmoplysis

3.

การแพร่รูปแบบใดที่สารสามารถละลายเข้ากับเยื่อหุ้มเซลล์ เช่น พวกไขมัน แก๊สต่างๆ สอดคล้องกับข้อใด

a)

Facilitated Diffusion

b)

Simple Diffusion

c)

Hypotonic solution

d)

Isotonic solution

e)

Hypertonic solution

4.

การเคลื่อนที่ของสารโดยผ่านโปรตีนตัวพา (protein carrier) ที่เกาะอยู่ตามเยื่อหุ้มเซลล์ โดยไม่ใช้พลังงาน ตรงกับข้อใด

a)

Osmosis

b)

Simple Diffusion

c)

Facilitated Diffusion

d)

Active transport

e)

Exocytosis

5.

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลของน้าผ่านเยื่อเลือกผ่าน โดยน้าจะเคลื่อนที่จากที่มีน้ามากไปน้าน้อย ตรงกับข้อใด

a)

Osmosis

b)

Simple Diffusion

c)

Facilitated Diffusion

d)

Active transport

e)

Exocytosis

6.

สภาวะที่ความเข้มข้นภายนอกเซลล์น้อย ทำให้น้ำแพร่เข้าจนเซลล์พืชเต่ง เซลล์สัตว์แตก ตรงกับข้อใด

a)

Isotonic solution

b)

Hypotonic solution

c)

Hypertonic solution

d)

Hipertonic solution

e)

Hipotonic solution

7.

สภาวะที่ความเข้มข้นภายนอกเซลล์เท่ากับความเข้มข้นภายในเซลล์ เกิดสภาวะ Flaccid ในเซลล์พืช สอดคล้องกับข้อใด

a)

Hypotonic solution

b)

Isotonic solution

c)

Hypertonic solution

d)

Hipertonic solution

e)

Hipotonic solution

8.

pinocytosis สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด

a)

cell drinking

b)

cell eating

c)

receptor mediated endocytosis

d)

Exocytosis

e)

Bulk transport

9.

Phagocytosis สอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด

a)

cell eating

b)

cell drinking

c)

receptor

d)

Bulk transport

e)

Exocytosis

10.

ภาพ A เป็นการลำเลียงสารรูปแบบใด

a)

pinocytosis

b)

receptor mediated endocytosis

c)

cell drinking

d)

Phagocytosis

e)

Exocytosis

11.

ภาพ B เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

Phagocytosis

b)

cell eating

c)

receptor mediated endocytosis

d)

Endocytosis

e)

pinocytosis

12.

ภาพ C เป็นการลำเลียงสารแบบใด

a)

cell eating

b)

Phagocytosis

c)

cell drinking

d)

pinocytosis

e)

receptor mediated endocytosis

13.

ภาพในข้อใด ที่เป็นการลำเลียงสารที่เป็นของแข็ง โดยการยื่นส่วนของ cytoplasm ออกไปโอบล้อมสาร แล้วนำสารนั้นเข้าสู่เซลล์

a)

A

b)

B

c)

C

d)

A และ B

e)

B และ C

14.

การทำลายเชื้อโรคของเซลล์เม็ดเลือดขาว ใช้วิธีการที่เรียกว่าอะไร

a)

พิโนไซโทซีส

b)

Receptor-mediated endocytosis

c)

ไอออน ปั๊ม

d)

ฟาโกไซโทซีส

15.

การลำเลียงอาหารจากใบไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช ส่วนใหญ่แล้วใช้วิธีการใด

a)

การออสโมซิส

b)

การแพร่

c)

การพา

d)

แรงดันเต่ง

16.

การแพร่ของสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์บริเวณของที่มีความเข้มข้นของตัวถูกละลายสูงไปสู่บริเวณความเข้มของตัวถูกละลายต่ำกว่า คือข้อใด

a)

การแพร่แบบฟาซิลิเทรต

b)

การแพร่แบบธรรมดา

c)

การออสโมซีส

d)

ถูกทุกข้อ

17.

ข้อใดอธิบายการลำเลียงสารแบบ Active transport ได้ถูกต้อง

a)

ลำเลียงจากความเข้มข้นสูง ไปความเข้มข้นต่ำโดยอาศัยพลังงาน

b)

ลำเลียงจากความเข้มข้นสูง ไปความเข้มข้นต่ำโดยไม่อาศัยพลังงาน

c)

ลำเลียงจากความเข้มข้นต่ำ ไปความเข้มข้นสูงโดยอาศัยพลังงาน

d)

ลำเลียงจากความเข้มข้นต่ำ ไปความเข้มข้นสูงโดยไม่อาศัยพลังงาน

18.

การแลกเปลี่ยนแก๊สบริเวณถุงลมปอด O2 ใช้การลำเลียงสารรูปแบบใด

a)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

b)

การแพร่แบบธรรมดา

c)

แอกทีฟทรานสปอร์ต

d)

ฟาโกไซโทซิส

19.

ข้อใดคือสภาพเซลล์เมื่ออยู่ในสารละลายแบบไฮเปอร์นิก(hypertonic)

a)

เซลล์ปกติ

b)

เซลล์เต่งหรือเซลล์แตก

c)

เซลล์เหี่ยว

20.

เมื่อดูทิศทางการลำเลียงสาร การลำเลียงสารแบบใดแตกต่างจากพวก

a)

Active transport

b)

Facilitated diffusion

c)

Simple diffusion

21.

ข้อใดเกี่ยวข้องกับการกินเชื้อโรคของเซลล์เม็ดเลือดขาว

a)

การนำสารเข้าสู่เซลล์โดยอาศัยตัวรับ

b)

ฟาโกไซโทซิส

c)

เอกโซไซโทซิส

d)

พิโนไซโทซิส

22.

การลำเลียงสารแบบใดที่ต้องอาศัยโปรตีนตัวพา

a)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต

b)

การแพร่แบบธรรมดา

c)

แอกทีฟทรานสปอร์ต

d)

การแพร่แบบฟาซิลิเทตและแอกทีฟทรานสปอร์ต

23.

ข้อใดคือสารที่สามารถลำเลียงผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้ยาก

a)

แก๊สออกซิเจน

b)

น้ำตาลกลูโคส

c)

Na+

d)

ทั้งน้ำตาลกลูโคสและ Na+

24.

การลำเลียงน้ำเข้าสู่รากพืชเกี่ยวข้องกับการลำเลียงสารรูปแบบใด

a)

การแพร่แบบธรรมดา

b)

ออสโมซิส

c)

แพร่แบบฟาซิลิเทต

d)

ออสโมซิสและแพร่แบบฟาซิลิเทต

25.

ข้อใดมีสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน

a)

แวคิวโอล

b)

คลอโรพลาสต์

c)

เยื่อหุ้มเซลล์

d)

ไซโทพลาซึม

26.

การคายน้ำจะกระทำที่ส่วนใดของพืช

a)

ราก

b)

ลำต้น

c)

ใบ

d)

กิ่ง

27.

ส่วนประกอบใดของพืชที่ทำหน้าที่ดูดน้ำและแร่ธาตุ

a)

ราก

b)

ลำต้น

c)

กิ่ง

d)

ใบ

28.

การลำเลียงอาหารของพืชเกิดขึ้นในเวลาใด

a)

กลางวัน

b)

กลางคืน

c)

ตอนเช้าตรู่

d)

ตลอดเวลา

29.

จากรูปสิ่งที่ยื่นออกมาเรียกว่าอะไร

a)

เซลล์เม็ดเลือด

b)

เซลล์ขนราก

c)

เซลล์คุม

d)

เซลล์ประสาท

30.

การลำเลียงอาหารจากใบไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืช ส่วนใหญ่แล้วใช้วิธีการใด

a)

การออสโมซิส

b)

การแพร่

c)

การพา

d)

แรงดันเต่ง

31.

ถ้าควั่นเปลือกของต้นไม้ออก จะกระทบต่อระบบใดของพืชมากที่สุด

a)

การคายน้ำ

b)

การลำเลียงน้ำ

c)

การลำเลียงอาหาร

d)

การสังเคราะห์ด้วยแสง

32.

น้ำเข้าสู่รากโดยวิธีการใดมากที่สุด *

a)

ก การแพร่

b)

ข คาปิลลารี

c)

ค ออสโมซิส

d)

ง แรงดันของราก

33.

การแพร่แตกต่างกับการออสโมซิสอย่างไร

a)

การแพร่เป็นกระบวนการเคลื่อนที่ของน้ำ

b)

การแพร่เป็นกระบวนการเคลื่อนที่ของสาร

c)

การออสโมซิสเป็นการเคลื่อนที่น้ำและสาร

d)

การออสโมซิสเป็นการเคลื่อนที่ของสาร

34.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่การแพร่ของสาร

a)

การพ่นยาฆ่าแมลง

b)

การฉีดน้ำหอมปรับอากาศ

c)

การละลายของน้ำตาลในน้ำ

d)

การแช่ผักในถังน้ำของแม่ค้า

35.

การลำเลียงสารแบบใดไม่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

a)

การแพร่

b)

แอกทีฟทรานสปอร์ต

c)

การลำเลียงสารขนาดใหญ่

d)

การลำเลียงแบบใช้พลังงาน

36.

ข้อความใดต่อไปนี้เป็นความจริง

a)

การแพร่เกิดขึ้นในตัวกลางที่เป็นของเหลวไม่ได้

b)

การออสโมซิสเป็นการแพร่อย่างหนึ่งของน้ำ

c)

สารต่าง ๆ จะผ่านเข้าออกเซลล์โดยวิธีการแพร่ไม่ได้

d)

การแพร่เกิดขึ้นในตัวกลางที่เป็นก๊าซเท่านั้น

37.

ข้อใดอธิบายความหมายของการแพร่พร้อมทั้งยกตัวอย่างได้ถูกต้องที่สุด

a)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลจากด้านบนลงด้านล่าง เช่น การเทน้ำ

b)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลจากบริเวรโมเลกุลน้อยไปยังโมเลกุลหนาแน่น

c)

การเคลื่อนที่ของโมเลกุลจากที่มีโมเลกุลหนาแน่นไปยังที่มีโมเลกุลน้อย เช่น การแพร่ของน้ำหอม

d)

การเคลื่อนที่ของสารจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่ง เช่น การสาดน้ำ

38.

สารไม่สามารถแพร่ในตัวกลางชนิดใด

a)

ก๊าซออกซิเจน

b)

น้ำร้อน

c)

แก้วและเหล็ก

d)

วุ้นที่ต้มแล้วทิ้งไว้ให้เย็น

39.

สารจะแพร่ได้ดีในตัวกลางชนิดใด

a)

ก๊าซ

b)

ของเหลว

c)

ของแข็ง

d)

ของเหลว

ก๊าซ

40.

ในสัตว์ชั้นต่ำพวกไส้เดือนดิน พยาธิตัวแบน ผนังลำตัวเปียกชื้นอยู่เสมอ ทำให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย ได้โดยวิธีใด

a)

การซึมซับ

b)

การละลาย

c)

การออสโมซิส

d)

การแพร่

41.

ในการนำสารเข้าออกเซลล์ของสิ่งมีชีวิตด้วยการ

ออสโมซิส สิ่งใดทำหน้าที่เป็นเยื่อเลือกผ่าน

a)

ผนังเซลล์

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

แวคิวโอล

d)

นิวเคลียส

42.

สถาณการณ์ใดเป็นผลมาจากการแพร่

a)

สวมเสื้อผ้าคลุมร่างกายให้อบอุ่น

b)

ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ในสวน

c)

ใช้พัดโบกไปมา เพื่อให้เหงื่อแห้ง

d)

น้ำค้างระเหยจากบริเวณยอดหญ้า

43.

จากภาพคือโครงสร้างใด

a)

นิวเคลียส

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

ไรโบโซม

d)

ไซโทพลาสซึม

44.

ข้อใด ไม่ใช่ หลักการแพร่

a)

การละลายของสี

b)

การได้กลิ่นน้ำหอม

c)

ลูกเหม็นไล่แมลงสาบ

d)

การไหลของน้ำไปตามท่อ

45.

คำว่า ออสโมซิส ถ้าจะอธิบายจะใช้ข้อใดจึงจะถูกต้อง

a)

เป็นการเคลื่อนที่ของน้ำจากสารละลา่ยเข้มข้นผ่านเยื่อบางไปสู่สารละลายเจือจาง

b)

ป็นการเคลื่อนที่ของน้ำผ่านเยื่อบางไปยังบริเวณน้ำมากกว่า

c)

เป็นการเคลื่อนที่ของสารผ่านเยื่อบางจากบริเวณน้ำมากไปยังบริเวณน้ำน้อย

d)

เป็นการเคลื่อนที่ของสารละลายเข้มขันไปสู่สารละลายเจือจาง