wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบรายวิชาอบชุบโลหะ

Total questions: 45

Worksheet time: 27mins

Name
Class
Date
1.

1.    ในวงการอุตสาหกรรม ได้แบ่งโลหะออกเป็นกี่ชนิด

a)

1 ชนิด

b)

2 ชนิด

c)

3 ชนิด

d)

4 ชนิด

2.

1.    ข้อใด ไม่ใช่ โลหะหนัก

a)

อลูมิเนียม

b)

ทองแดง

c)

เงิน

d)

ตะกั่ว

3.

ข้อใดไม่ใช่โลหะเบา

a)

อลูมิเนียม

b)

ทองแดง

c)

เงิน

d)

ตะกั่ว

4.

ข้อใดไม่ใช่โลหะผสม

a)

ทองเหลือง

b)

ทองแดง

c)

บรอนซ์

d)

โลหะแข็ง

5.

โลหะหมายถึง

a)

-วัสดุที่ได้จากการถลุงจากสินแร่ต่างๆ ที่เกิดโดยธรรมชาติ มีการจัดเรียงอะตอมเป็นระเบียบกว่าโลหะ โลหะยังแบ่งออกเป็นโลหะที่เป็นเหล็กและโลหะนอกจําพวกเหล็ก

b)

-แร่เหล็กที่มีคุณภาพดีมีปริมาณเนื้อแร่สูง และมีปริมาณแร่มากพอที่จะใช้ผลิตเหล็กได้มีอยู่ไม่มากแห่งนักชนิดของแร่เหล็ก

6.

แร่แมกนีไทต์ หมายถึง

a)

-เป็นแร่ที่เหมาะสำหรับใช้ถลุงเหล็ก เหล็กของแร่นี้จะอยู่ในรูปของออกไซด์ เป็นแร่ที่มีสีแดง มีเหล็กประมาณร้อยละ 70

b)

-เป็นแร่สีน้ำตาลมีจำนวนเนื้อแร่ต่ำ และเลขอยู่ในรูปของคาร์บอเนต มีเหล็กประมาณร้อยละ 47-49  ไม่ค่อยนิยมนำไปถลุง

c)

-เป็นแร่ที่เหมาะจะใช้ถลุงเหล็ก เช่นเดียวกับแร่ฮีมาไทต์ มีสีดำ และมีเหล็กประมาณร้อยละ 72-73

d)

-แร่ชนิดนี้มีสีน้ำตาล เหล็กในไร่รวมตัวเป็นสารประกอบในรูปของออกไซด์ มีเหล็กประมาณร้อยละ 60 - 65 

7.

แร่ซิเดอร์ไรต์ หมายถึง

a)

-เป็นแร่ที่เหมาะจะใช้ถลุงเหล็ก เช่นเดียวกับแร่ฮีมาไทต์ มีสีดำ และมีเหล็กประมาณร้อยละ 72-73

b)

-เป็นแร่ที่เหมาะสำหรับใช้ถลุงเหล็ก เหล็กของแร่นี้จะอยู่ในรูปของออกไซด์ เป็นแร่ที่มีสีแดง มีเหล็กประมาณร้อยละ 70

c)

-เป็นแร่สีน้ำตาลมีจำนวนเนื้อแร่ต่ำ และเลขอยู่ในรูปของคาร์บอเนต มีเหล็กประมาณร้อยละ 47-49  ไม่ค่อยนิยมนำไปถลุง

d)

-แร่ชนิดนี้มีสีน้ำตาล เหล็กในไร่รวมตัวเป็นสารประกอบในรูปของออกไซด์ มีเหล็กประมาณร้อยละ 60 - 65 

8.

แร่ไลมอไนต์ หมายถึง

a)

-เป็นแร่ที่เหมาะสำหรับใช้ถลุงเหล็ก เหล็กของแร่นี้จะอยู่ในรูปของออกไซด์ เป็นแร่ที่มีสีแดง มีเหล็กประมาณร้อยละ 70

b)

-เป็นแร่ที่เหมาะจะใช้ถลุงเหล็ก เช่นเดียวกับแร่ฮีมาไทต์ มีสีดำ และมีเหล็กประมาณร้อยละ 72-73

c)

-เป็นแร่สีน้ำตาลมีจำนวนเนื้อแร่ต่ำ และเลขอยู่ในรูปของคาร์บอเนต มีเหล็กประมาณร้อยละ 47-49  ไม่ค่อยนิยมนำไปถลุง

d)

-แร่ชนิดนี้มีสีน้ำตาล เหล็กในไร่รวมตัวเป็นสารประกอบในรูปของออกไซด์ มีเหล็กประมาณร้อยละ 60 - 65 

9.

ข้อใดคือ โลหะเบา

a)

อลูมิเนียม

b)

แมกนิเซียม

c)

เบริลเลียม

d)

ถูกทุกข้อ

10.

กรรมวิธีการถลุงทองแดงมี 2 วิธีใหญ่ ข้อใดถูกต้อง

a)

กรรมวิธีแห้ง

b)

กรรมวิธีร้อน

c)

กรรมวิธีเย็น

d)

ถูกทุกข้อ

11.

ข้อใด คือคุณสมบัติของทองแดง

a)

นำไฟฟ้าได้ดี ราคาแพง

b)

มีความเหนียว นิ่มขึ้นรูปได้ง่าย จุดหลอมเหลวต่ำ

c)

มีสีขาวทนต่อการกัดกร่อนในอากาศปกติ

d)

ดึงเป็นเส้นได้ดี สามารถนำไฟฟ้าและความร้อนได้ดี

12.

ข้อใดคือคุณสมบัติของดีบุก

a)

มีสีขาวทนต่อการกัดกร่อนในอากาศปกติ

b)

นำไฟฟ้าได้ดี ราคาแพง

c)

ดึงเป็นเส้นได้ดี สามารถนำไฟฟ้าและความร้อนได้ดี

d)

มีความเหนียว นิ่มขึ้นรูปได้ง่าย จุดหลอมเหลวต่ำ

13.

ข้อใดคือคุณสมบัติของ ตะกั่ว

a)

-มีสีขาวทนต่อการกัดกร่อนในอากาศปกติ

b)

-นำไฟฟ้าได้ดี ราคาแพง

c)

-ดึงเป็นเส้นได้ดี สามารถนำไฟฟ้าและความร้อนได้ดี

d)

-มีความเหนียว นิ่มขึ้นรูปได้ง่าย จุดหลอมเหลวต่ำ

14.

อะลูมิเนียมหมายถึง

a)

เป็นโลหะที่สำคัญและได้รับการใช้งานมากที่สุดในกลุ่มโลหะที่มีน้ำหนักเบา  มีความหนาแน่นน้อย  น้ำหนักเบามีความยืดหยุ่นสูง สามารถขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีต่างๆได้ง่าย จุดหลอมเหลวต่ำ หล่อหลอมง่าย 

b)

เตรียมได้จากน้ำทะเลและแร่หินปูนโคโลไมท์ ถูกนำมาใช้งานทางด้านการค้ามากเมื่อเปรียบเทียบกับโลหะอื่น สมบัติที่เด่นที่สุดคือโลหะที่มีน้ำหนักเบา และมีความแข็งแรง

c)

โลหะที่มีอัตราการยืดตัวน้อยมาก ถ้าใช้เป็นโลหะผสมจะทำให้โลหะผสมนั้นมีความแข็งแรงมากขึ้น สามารถนำไปใช้เป็นโลหะผสมทองแดง

d)

โลหะที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า 4 กิโลกรัม

15.

ข้อใด คือความหมายของ แมกนีเซียม

a)

เป็นโลหะที่สำคัญและได้รับการใช้งานมากที่สุดในกลุ่มโลหะที่มีน้ำหนักเบา  มีความหนาแน่นน้อย  น้ำหนักเบามีความยืดหยุ่นสูง สามารถขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีต่างๆได้ง่าย จุดหลอมเหลวต่ำ หล่อหลอมง่าย 

b)

โลหะที่มีอัตราการยืดตัวน้อยมาก ถ้าใช้เป็นโลหะผสมจะทำให้โลหะผสมนั้นมีความแข็งแรงมากขึ้น สามารถนำไปใช้เป็นโลหะผสมทองแดง

c)

โลหะที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า 4 กิโลกรัม

d)

เตรียมได้จากน้ำทะเลและแร่หินปูนโคโลไมท์ ถูกนำมาใช้งานทางด้านการค้ามากเมื่อเปรียบเทียบกับโลหะอื่น สมบัติที่เด่นที่สุดคือโลหะที่มีน้ำหนักเบา และมีความแข็งแรง

16.

ข้อใด คือความหมายของ เบริลเลียม 

a)

เป็นโลหะที่สำคัญและได้รับการใช้งานมากที่สุดในกลุ่มโลหะที่มีน้ำหนักเบา  มีความหนาแน่นน้อย  น้ำหนักเบามีความยืดหยุ่นสูง สามารถขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีต่างๆได้ง่าย จุดหลอมเหลวต่ำ หล่อหลอมง่าย 

b)

เตรียมได้จากน้ำทะเลและแร่หินปูนโคโลไมท์ ถูกนำมาใช้งานทางด้านการค้ามากเมื่อเปรียบเทียบกับโลหะอื่น สมบัติที่เด่นที่สุดคือโลหะที่มีน้ำหนักเบา และมีความแข็งแรง

c)

โลหะที่มีอัตราการยืดตัวน้อยมาก ถ้าใช้เป็นโลหะผสมจะทำให้โลหะผสมนั้นมีความแข็งแรงมากขึ้น สามารถนำไปใช้เป็นโลหะผสมทองแดง

d)

โลหะที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า 4 กิโลกรัม

17.

.โลหะเบา หมายถึง

a)

โลหะที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า 4 กิโลกรัม

b)

เป็นโลหะที่สำคัญและได้รับการใช้งานมากที่สุดในกลุ่มโลหะที่มีน้ำหนักเบา  มีความหนาแน่นน้อย  น้ำหนักเบามีความยืดหยุ่นสูง สามารถขึ้นรูปด้วยกรรมวิธีต่างๆได้ง่าย จุดหลอมเหลวต่ำ หล่อหลอมง่าย 

c)

เตรียมได้จากน้ำทะเลและแร่หินปูนโคโลไมท์ ถูกนำมาใช้งานทางด้านการค้ามากเมื่อเปรียบเทียบกับโลหะอื่น สมบัติที่เด่นที่สุดคือโลหะที่มีน้ำหนักเบา และมีความแข็งแรง

d)

โลหะที่มีอัตราการยืดตัวน้อยมาก ถ้าใช้เป็นโลหะผสมจะทำให้โลหะผสมนั้นมีความแข็งแรงมากขึ้น สามารถนำไปใช้เป็นโลหะผสมทองแดง

18.

ข้อใดไม่ใช่ เหล็กหล่อ

a)

เหล็กหล่อสีเขียว

b)

เหล็กหล่อขาว

c)

เหล็กหล่อสีเทา

d)

เหล็กหล่อผสม

19.

ความสำเร็จของวัสดุใช้งานเป็นผลสำเร็จมาจากการทำงานใน 3 ขั้นตอน ข้อใดไม่ใช่

a)

การตรวจสอบ

b)

กระบวนการและกรรมวิธีการผลิต

c)

การนำไปใช้งาน

d)

การวิจัยและพัฒนาวัสดุ

20.

วัสดุโดยตรงจากธรรมชาติ หมายถึง

a)

ชนิดที่เป็นโลหะใช้งานที่ได้มาจากสินแร่ชนิดต่าง ๆ เช่น เหล็ก ทองแดง ดีบุก สังกะสี วุลแฟรม นิกเกิลโครเมียม อะลูมีเนียม และชนิดที่เป็น อโลหะ

b)

ได้จากการนำกลับมาใช้ในรูปของวัสดุแปรรูปใหม่ เช่น เหล็ก พลาสติก กระดาษ             การนำกลับมาแปรรูปใหม่ นอกจากจะมีผลต่อการประหยัดวัตถุดิบตามธรรมชาติแล้วยังมีส่วนช่วยแก้ปัญหาด้านมลภาวะจากวัสดุใช้งานได้อีกส่วนหนึ่ง

c)

สร้างวัสดุขึ้นมาใหม่ให้มีสมบัติและรูปร่างลักษณะที่สามารถตอบสนองต่อการใช้งานกว้างขวางมากขึ้น

21.

วัสดุสังเคราะห์โดยอาศัยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการผลิต หมายถึง

a)

ชนิดที่เป็นโลหะใช้งานที่ได้มาจากสินแร่ชนิดต่าง ๆ เช่น เหล็ก ทองแดง ดีบุก สังกะสี วุลแฟรม นิกเกิลโครเมียม อะลูมีเนียม และชนิดที่เป็น อโลหะ

b)

ได้จากการนำกลับมาใช้ในรูปของวัสดุแปรรูปใหม่ เช่น เหล็ก พลาสติก กระดาษ             การนำกลับมาแปรรูปใหม่ นอกจากจะมีผลต่อการประหยัดวัตถุดิบตามธรรมชาติแล้วยังมีส่วนช่วยแก้ปัญหาด้านมลภาวะจากวัสดุใช้งานได้อีกส่วนหนึ่ง

c)

สร้างวัสดุขึ้นมาใหม่ให้มีสมบัติและรูปร่างลักษณะที่สามารถตอบสนองต่อการใช้งานกว้างขวางมากขึ้น

22.

วัสดุหมุนเวียน หมายถึง

a)

ชนิดที่เป็นโลหะใช้งานที่ได้มาจากสินแร่ชนิดต่าง ๆ เช่น เหล็ก ทองแดง ดีบุก สังกะสี วุลแฟรม นิกเกิลโครเมียม อะลูมีเนียม และชนิดที่เป็น อโลหะ

b)

ได้จากการนำกลับมาใช้ในรูปของวัสดุแปรรูปใหม่ เช่น เหล็ก พลาสติก กระดาษ             การนำกลับมาแปรรูปใหม่ นอกจากจะมีผลต่อการประหยัดวัตถุดิบตามธรรมชาติแล้วยังมีส่วนช่วยแก้ปัญหาด้านมลภาวะจากวัสดุใช้งานได้อีกส่วนหนึ่ง

c)

สร้างวัสดุขึ้นมาใหม่ให้มีสมบัติและรูปร่างลักษณะที่สามารถตอบสนองต่อการใช้งานกว้างขวางมากขึ้น

23.

วัสดุผลิตจากโลหะ สามารถแบ่งออกได้กี่ กลุ่ม

a)

1 กลุ่ม

b)

2 กลุ่ม

c)

3 กลุ่ม

d)

4 กลุ่ม

24.

แร่ฮีมาไทต์ หมายถึง

a)

แร่ชนิดนี้มีสีน้ำตาล เหล็กในไร่รวมตัวเป็นสารประกอบในรูปของออกไซด์ มีเหล็กประมาณร้อยละ 60 - 65 

b)

เป็นแร่สีน้ำตาลมีจำนวนเนื้อแร่ต่ำ และเลขอยู่ในรูปของคาร์บอเนต มีเหล็กประมาณร้อยละ 47-49  ไม่ค่อยนิยมนำไปถลุง

c)

เป็นแร่ที่เหมาะจะใช้ถลุงเหล็ก เช่นเดียวกับแร่ฮีมาไทต์ มีสีดำ และมีเหล็กประมาณร้อยละ 72-73

d)

เป็นแร่ที่เหมาะสำหรับใช้ถลุงเหล็ก เหล็กของแร่นี้จะอยู่ในรูปของออกไซด์ เป็นแร่ที่มีสีแดง มีเหล็กประมาณร้อยละ 70

25.

ข้อใดหมายถึง วิธีการถลุง

a)

การผลิตหรือเรียก โลหะบริสุทธิ์ โดยกระบวนการทางไฟฟ้าเคมี เช่น การผลิตอะลูมิเนียม

b)

กระบวนการเตาสูงสำหรับเหล็ก เป็นการแยกเหล็กบริสุทธิ์ออกจากสารประกอบสินแร่เหล็กโดยกรรมวิธีทางความร้อน นิยมใช้กับการผลิตธาตุโลหะโดยทั่วไป

26.

การแปรรูปร้อน หมายถึง

a)

วิธีใช้แรงทางกลในลักษณะของการทุบตีหรือกด หรือกระแทกชิ้นงานโลหะในสภาพที่ร้อน เพื่อให้โลหะเปลี่ยนรูปไปตามต้องการ และมีสมบัติเหมาะกับการใช้งานมากขึ้น

b)

กรรมวิธีการเปลี่ยนรูปโลหะชนิดถาวรที่อุณหภูมิห้อง โดยไม่มีการผลึกใหม่   การที่โลหะชิ้นงานจะยังมีความแข็งเป็นปกติจึงต้องใช้กำลังงานในกรรมวิธีสูงมากเพื่อให้เกิดความเค้นในเนื้อโลหะสูงเลยจุดยืดหยุน จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและคงรูปถาวร

c)

กระบวนการที่ทำให้วัสดุหรือโลหะได้รับแรงในทางกล ในขณะที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิที่ตกผลึกใหม่

27.

การแปลรูปร้อนสามารถทำได้หลายวิธี ยกเว้นข้อใด

a)

การตีขึ้นรูป

b)

การรัดขึ้นรูป

c)

การอัดขึ้นรูป

d)

การบีบขึ้นรูป

28.

การอัดรีดขึ้นรูป   แบ่งตามลักษณ์การอัดได้กี่วิธี

a)

2 วิธี

b)

3 วิธี

c)

4 วิธี

d)

5 วิธี

29.

การอัดขึ้นชิ้นงานในเบ้าแบบพิมพ์ด้วยแรงอัดให้ชิ้นงานผ่านแบบพิมพ์ออกด้านหน้า       ทิศทางการเดินของชิ้นงานกับแรงอัดหรือตัวอัดจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือความหมายของกรรมวิธีการใด

a)

การดึงขึ้นรูป

b)

การรีดขึ้นรูป

c)

การอัดสวนทาง

d)

การอัดตรง

30.

ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของกรรมวิธีแปรรูปร้อน

a)

สามารถปรับปรุงสมบัติทางกลของชิ้นงานให้สูงขึ้น เช่น ความแข็งแรง ความเหนียวความสามารถในการขึ้นรูป

b)

สารมลทิน ที่ฝังตัวอยู่จะแตกกระจายโดยทั่ว

c)

สามารถกำจัดลักษณะพรุน ได้ดียิ่งขึ้น

d)

จะเกิดการออกไซด์หรือลักษณะสะเก็ดที่ผิวชิ้นงาน

31.

ข้อใดไม่ใช่ข้อด้อยของกรรมวิธีแปรรูปร้อน

a)

มาตรฐานของขนาดชิ้นงานควบคุมได้ยาก เพราะความร้อนระหว่างกรรมวิธีกับการใช้งานแตกต่างกันมาก ซึ่งจะมีผลต่อสภาวะการขยายตัวและการหดตัวของชิ้นงานเมื่อได้รับความร้อน

b)

จะเกิดการออกไซด์หรือลักษณะสะเก็ดที่ผิวชิ้นงาน

c)

ตัวอุปกรณ์ในกรรมวิธีมีราคาสูง เมื่อเปรียบเทียบกับการแปรรูปเย็น

d)

เม็ดเกรนโลหะที่หยาบ และเม็ดเกรนที่ยาว จะมีลักษณะเป็นเม็ดเกรนละเอียดได้มากขึ้น

32.

การแปรรูปเย็น หมายถึง

a)

วิธีใช้แรงทางกลในลักษณะของการทุบตีหรือกด หรือกระแทกชิ้นงานโลหะในสภาพที่ร้อน เพื่อให้โลหะเปลี่ยนรูปไปตามต้องการ และมีสมบัติเหมาะกับการใช้งานมากขึ้น

b)

กรรมวิธีการเปลี่ยนรูปโลหะชนิดถาวรที่อุณหภูมิห้อง โดยไม่มีการผลึกใหม่   การที่โลหะชิ้นงานจะยังมีความแข็งเป็นปกติจึงต้องใช้กำลังงานในกรรมวิธีสูงมากเพื่อให้เกิดความเค้นในเนื้อโลหะสูงเลยจุดยืดหยุน จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและคงรูปถาวร

c)

กระบวนการที่ทำให้วัสดุหรือโลหะได้รับแรงในทางกล ในขณะที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิที่ตกผลึกใหม่

33.

การทำเหรียญตรา เงินเหรียญ เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการแปรรูปเย็นกรรมวิธีใด

a)

การรีดขึ้นรูป

b)

การดึงยึดขึ้นรูป

c)

การตีหรือการกระแทกขึ้นรูป

d)

การพิมพ์ลึกและการอัดนูน

34.

การทำตะปู หรือหมุดย้ำหรือเกลียวสลักเป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการแปรรูปเย็นกรรมวิธีใด

a)

การรีดขึ้นรูป

b)

การดึงยึดขึ้นรูป

c)

การพิมพ์ลึกและการอัดนูน

d)

การตีหรือการกระแทกขึ้นรูป

35.

ข้อใดไม่ใช่ข้อด้อยของกรรมวิธีแปรรูปเย็น

a)

เกิดความเค้นในเนื้อโลหะมากขึ้น

b)

เกิดความเครียดในเนื้อโลหะมากขึ้น

c)

เม็กเกรนของโลหะจะแตกหักได้ง่าย คือ ชิ้นงานจะเปราะมากขึ้น

d)

ใช้อุณหภูมิในกรรมวิธีต่ำเป็นอุณหภูมิห้องประมาณ 20-30 องศาเซลเซียส

36.

ข้อดีของกรรมวิธีแปรรูปเย็น

a)

ขนาดของชิ้นงานจะเที่ยงตรงและแน่นอน

b)

ผิวชิ้นงานจะเรียบเป็นมัน สะอาด สวยงาม

c)

เพิ่มความแข็งแรงและความแข็งให้กับชิ้นงาน

d)

ถูกทุกข้อ

37.

สิ่งที่ได้จากการถลุงเหล็กข้อใดไม่ใช่

a)

น้ำเหล็ก

b)

ตะกรัน

c)

อากาศร้อน

d)

น้ำเหล็กกล้า

38.

ข้อใดหมายถึง การดันยึดขึ้นรูป

a)

เครื่องขึ้นรูปจะประกอบด้วยชุดลูกกลิ้งหลายคู่ ซึ่งจะทำการขึ้นรูปชิ้นงานเป็นขั้น ๆ ต่อเนื่องกันไป ชิ้นงานจะถูกป้อนเข้าลูกกลิ้งตลอดเวลา

b)

ชิ้นงานจะถูกจับที่ปลายทั้งสองข้าง ตัวพิมพ์แม่แบบที่อยู่ตรงกลางจะถูกดันระบบไฮดรอลิก วิธีนี้ใช้ในการผลิตขึ้นรูปชิ้นงานที่มีลักษณะโค้งๆ เหมือนกัน

39.

ข้อใดหมายถึง การรีดขึ้นรูป

a)

ชิ้นงานจะถูกจับที่ปลายทั้งสองข้าง ตัวพิมพ์แม่แบบที่อยู่ตรงกลางจะถูกดันระบบไฮดรอลิก วิธีนี้ใช้ในการผลิตขึ้นรูปชิ้นงานที่มีลักษณะโค้งๆ เหมือนกัน

b)

เครื่องขึ้นรูปจะประกอบด้วยชุดลูกกลิ้งหลายคู่ ซึ่งจะทำการขึ้นรูปชิ้นงานเป็นขั้น ๆ ต่อเนื่องกันไป ชิ้นงานจะถูกป้อนเข้าลูกกลิ้งตลอดเวลา

40.

การรีดขึ้นรูปใช้อุณหภูมความร้อนอยู่ที่กี่ องศาเซลเซียส

a)

ความร้อนระดับประมาน 1,110 องศาเซลเซียส

b)

ความร้อนระดับประมาน 1,100 องศาเซลเซียส

c)

ความร้อนระดับประมาน 1,101 องศาเซลเซียส

d)

ความร้อนระดับประมาน 1,111 องศาเซลเซียส

41.

แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอม สามารถยึดเหนี่ยวได้กี่ลักษณะ

a)

1 ลักษณะ

b)

2 ลักษณะ

c)

3 ลักษณะ

d)

4 ลักษณะ

42.

จากภาพเป็นการแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมลักษณะใด

a)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Ionic Bond

b)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Homopolar Bond

c)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Metallic Bond

d)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Van Der Waal

43.

จากภาพแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมลักษณะใด

a)

1 แรงยึดเหนี่ยวแบบ Ionic Bond

b)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Homopolar Bond

c)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Metallic Bond

d)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Van Der Waal

44.

จากภาพแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมลักษณะใด

a)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Ionic Bond

b)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Homopolar Bond

c)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Metallic Bond

d)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Van Der Waal

45.

จากภาพแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมลักษณะใด

a)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Ionic Bond

b)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Homopolar Bond

c)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Metallic Bond

d)

แรงยึดเหนี่ยวแบบ Van Der Waal