wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ม.6 โลกดาราศาสตร์ฯ

Total questions: 47

Worksheet time: 35mins

Name
Class
Date
1.

น้ำในมหาสมุทร ถ้าใช้การเปลี่ยนแปลงของ อุณหภูมิ เป็นเกณฑ์ จะแบ่งได้เป็น 3 ชั้น ข้อใดไม่เกี่ยวข้อง

a)

น้ำชั้นบน

b)

น้ำชั้นเทอร์โมไคลน์

c)

น้ำชั้นล่าง

d)

น้ำชั้นกลาง

2.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับละติจูดของโลกมีผลต่อการรับคายความร้อน

a)

พื้นที่เส้นศูนย์สูตรอุณหภูมิไม่คงที่

b)

พื้นที่ขั้วโลกเหนือแตกต่างจากบริเวณเส้นศูนย์สูตร

c)

พื้นที่ขั้วโลกเหนือสามารถสะท้อนรังสีความร้อนได้

d)

พื้นที่ขั้วโลกใต้สามารถสะท้อนรังสีความร้อนได้

3.

ความแตกต่างระหว่างพื้นดินกับพื้นน้ำในการรับ-คายพลังงานความร้อน ข้อใดกล่าวผิด

a)

พื้นดินรับความร้อนได้เร็ว

b)

พื้นน้ำคายความร้อนได้ค่อนข้างดี

c)

พื้นดินคายความร้อนได้ดี

d)

พื้นน้ำรับความร้อนได้ช้า

4.

ข้อใดที่เป็นปัจจัยสำคัญมากที่สุดที่มีผลต่อการรับและคายพลังงานจากดวงอาทิตย์

a)

ความสูง

b)

ละติจูด

c)

อากาศ

d)

พื้นที่

5.

อัลบีโด หมายถึงอะไร

a)

ความสามารถในการรับพลังงานความร้อน

b)

ความสามารถในการคายพลังงานความร้อน

c)

ความสามารถในการแผ่รังสีความร้อน

d)

ความสามารถในการสะท้อนแสงของวัตถุ

6.

แรงใดมีผลน้อยที่สุดเกี่ยวกับการเกิดลม

a)

แรงความชันอากาศ

b)

แรงคอริออริส

c)

แรงสู่ศูนย์กลางของโลก

d)

แรงเสียดทานอากาศ

7.

แรงเสียดทานอากาศข้อใดเกิดขึ้นน้อยที่สุด

a)

มหาสมุทร

b)

อาคารบ้านเรือน

c)

บริเวณทะเลทราย

d)

ป่าเขา

8.

"เทอร์โมแฮลีน" (Thermohaline) หมายถึงอะไร

a)

ความเค็มของน้ำและความเย็นของน้ำ

b)

ความเค็มของน้ำและความร้อนของน้ำ

c)

ความร้อนของน้ำและความเย็นของน้ำ

d)

ความเย็นของน้ำและความกดอากาศบริเวณนั้น

9.

กระแสน้ำบริเวณพื้นผิว (Surface currents) มีลักษณะเป็นอย่างไร

a)

ความเค็มสูง

b)

มีการพาความร้อนต่ำ

c)

อุณหภูมิของน้ำสูง

d)

กระแสน้ำเย็นเคลื่อนที่

10.

ข้อใด ไม่ใช่ ปัจจัยการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทร

a)

ความเค็ม

b)

การพาความร้อน

c)

อุณหภูมิของน้ำ

d)

สิ่งมีชีวิตบริเวณนั้น

11.

ข้อใดคือปรากฏการณ์สภาวะแอลนีโญของการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิก

a)

พื้นที่บริเวณแปซิฟิกฝั่งตะวันตกจะมีความชุ่มชื้น

b)

พื้นที่บริเวณแปซิฟิกฝั่งตะวันออกมีความแห้งแล้ง

c)

พื้นที่บริเวณแปซิฟิกฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนัก

d)

พื้นที่บริเวณแปซิฟิกฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักมาก

12.

การไหลเวียนของกระแสน้ำตามปกติในมหาสมุทรจะเกิดผลอย่างไรต่อมนุษย์ ข้อใดไม่เป็นจริง

a)

พื้นที่แห้งแล้งก็จะมีความแห้งแล้งตลอดปี

b)

พื้นที่ที่มีความชุ่มชื้นทำให้มีความชุ่มชื้นตลอดปี

c)

พื้นที่ที่มีความหนาวเย็นก็จะหนาวเย็นตลอดปี

d)

พื้นที่ที่เคยหนาวเย็นจะสลับกับอากาศร้อนชื้น

13.

กระแสน้ำใด ที่ไหลโดยไม่ชนกับขอบทวีป

a)

กระแสน้ำรอบทวีปแอนตาร์กติกา

b)

กระแสน้ำรอบทวีปแอฟริกา

c)

กระแสน้ำรอบทวีปอเมริกา

d)

กระแสน้ำของมหาสมุทรอินเดีย

14.

กระแสน้ำอุ่นจะมีรูปแบบการไหลอย่างไร

a)

ไหลจากบริเวณละติจูดต่ำไปยังละติจูดที่สูง

b)

ไหลจากบริเวณละติจูดสูงไปยังละติจูดต่ำ

c)

ไหลสวนทางกันไปมา

d)

หยุดนิ่งไม่มีการไหลใดๆ

15.

กระแสน้ำในช่วงละติจูดที่ 30 - 60 ได้รับอิทธิพลจากอะไร

a)

ลมค้า

b)

ลมตะวันตก

c)

แรงคอริออลิส และ ลมค้า

d)

แรงคอริออลิส และ ลมตะวันตก

16.

กระแสน้ำเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออก เมื่อกระทบกับทวีปจะมีการเปลี่ยนทิศทางอย่างไร

a)

เคลื่อนที่ไปยังละติจูดที่สูงขึ้น

b)

เคลื่อนที่ไปยังละติจูดที่ต่ำลง

c)

เคลื่อนที่ย้อนกลับทางทิศเดิม

d)

ไม่มีการเปลี่ยนทิศทาง

17.

กระแสน้ำที่ผิวมหาสมุทรในซีกโลกเหนือ มีลักษณะอย่างไร

a)

หมุนตามเข็มนาฬิกา

b)

หมุนทวนเข็มนาฬิกา

c)

เคลื่อนที่จากทิศเหนือลงทิศใต้

d)

เคลื่อนที่จากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก

18.

การหมุนเวียนของน้ำผิวหน้าสมุทร นอกจากได้รับแรงจากลมค้าแล้ว ยังได้รับผลจากแรงชนิดใดอีก

a)

แรงเหวี่ยง

b)

แรงคอริออลิส

c)

แรงโน้มถ่วงของโลก

d)

แรงต้ามลม

19.

การเคลื่อนที่ของเศษพลาสติกมีความสัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ของน้ำอย่างไร

a)

ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับการเคลื่อนที่ของน้ำ

b)

พลาสติกเคลื่อนที่ตามการเคลื่อนที่ของน้ำ

c)

พลาสติกเคลื่อนที่ตามทิศทางของลม

d)

พลาสติกเคลื่อนที่สวนทางกับการเคลื่อนที่ของน้ำ

20.

"ลมค้า" หมายถึงลมอะไร

a)

ลมพายุ

b)

ลมฝน

c)

ลมมรสุม

d)

ลมธรรมชาติ

21.

เพราะเหตุใด น้ำที่มีความเค็มแตกต่างกันจึงแยกกันเป็นชั้น

a)

ความเค็มส่งผลต่อน้ำหนักของน้ำ

b)

ความเค็มส่งผลต่อความหนาแน่นของน้ำ

c)

ความเค็มส่งผลต่อปริมาตรของน้ำ

d)

ความเค็มส่งผลต่อตำแหน่งของน้ำ

22.

เพราะเหตุใด น้ำที่มีอุณหภูมิต่างกันจึงแยกชั้นกัน

a)

เพราะอุณหภูมิมีผลต่อความหนาแน่นของน้ำ

b)

เพราะอุณหภูมิที่แตกต่างกันไม่สามารถรวมกันได้

c)

เพราะอุณหภูมิที่แตกต่างกันไม่สามารถรวมกันได้

d)

เพราะอุณหภูมิทำให้อนุภาคของน้ำแตกตัว

23.

การแบ่งชั้นตามอุณหภูมิของน้ำ แบ่งตามข้อใด

a)

น้ำชั้นบน น้ำชั้นเทอร์โมไคลน์ น้ำชั้นล่าง

b)

น้ำจืด น้ำกรอย น้ำเค็ม

c)

น้ำหนาแน่นน้อย น้ำหนาแน่นปานกลาง น้ำหนาแน่นมาก

d)

น้ำชั้นบน น้ำชั้นกลาง น้ำชั้นล่าง

24.

ปัจจัยใดที่ทำให้น้ำบริเวณลึกมีความเค็มมากกว่าบริเวณผิวน้ำ

a)

กระแสลม

b)

พลังงานความร้อน

c)

การหมุนเวียนของน้ำ

d)

ความหนาแน่นของน้ำ

25.

ความเค็มและความหนาแน่นมีความสัมพันธ์อย่างไร

a)

เมื่อความเค็มมาก ความหนาแน่นจะน้อย

b)

เมื่อความเค็มน้อย ความหนาแน่นจะมาก

c)

เมื่อความเค็มมาก ความหนาแน่นจะมาก

d)

ไม่มีข้อสรุปในเรื่องนี้

26.

อุณหภูมิของมหาสมุทรตำแหน่งใดมีค่าต่ำที่สุด

a)

ผิวของน้ำมหาสมุทร

b)

ระดับลึกลงไป 500 เมตร

c)

ระดับลึกลงไป 1 กิโลเมตร

d)

ระดับลึกลงไป 750 เมตร

27.

อุณหภูมิของมหาสมุทรบริเวณใดที่มีค่าที่สุด

a)

เส้นศูนย์สูตร

b)

ละติจูดที่ 30 องศาเหนือ

c)

ละติจูดที่ 60 องศาใต้

d)

ขั้วโลก

28.

พื้นที่ของมหาสมุทรคิดเป็นร้อยละเท่าไรของพื้นที่โลกทั้งหมด

a)

ร้อยละ 25

b)

ร้อยละ 50

c)

ร้อยละ 75

d)

ร้อยละ 90

29.

ปัจจัยใดที่ไม่มีผลต่อการแบ่งชั้นของน้ำในมหาสมุทร

a)

ความเค็ม

b)

อุณหภูมิ

c)

กระแสลม

d)

ความหนาแน่น

30.

จากภาพ เมื่อดึงแผ่นกั้นออก น้ำจะเคลื่อนที่อย่างไร

a)

แยกชั้นกัน น้ำที่อุณหภูมิสูงกว่าจะลอยอยู่ชั้นบน

b)

ผสมกันเป็นเนื้อเดียวแต่มีบางส่วนตกกระกอนอยู่ที่ก้นขวดด้านล่าง

c)

แยกชั้นกันน้ำที่อุณหภูมิต่ำกว่าจะลอยอยู่ชั้นบน

d)

ผสมกันเป็นเนื้อเดียวได้น้ำเป็นสีม่วง

31.

การหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทรแบ่งเป็นกี่รูปแบบ อะไรบ้าง

a)

2 รูปแบบ คือ กระแสน้ำผิวหน้า และกระแสน้ำลึก

b)

3 รูปแบบ คือ กระแสน้ำชั้นบนกระแสน้ำชั้นเทอร์โมไคล์ และกระแสน้ำชั้นล่าง

c)

3 รูปแบบ คือกระแสน้ำผิวหน้า กระแสน้ำชั้นกลาง และกระแสน้ำลึก

d)

2 รูปแบบ คือกระแสน้ำอุ่น และกระแสน้ำเย็น

32.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทร

a)

ทำนาเกลือสินเธาว์

b)

ทำนาเกลือสมุทร

c)

เป็นแหล่งอาหาร

d)

การคมนาคมขนส่ง

33.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เกิดการหมุนเวียนของกระแสน้ำในมหาสมุทร

a)

ลมและความแตกต่างของอุณหภูมิ

b)

แรงคอริออลิส

c)

ตำแหน่งและลักษณะของทวีป

d)

ความลึก

34.

ชั้นของน้ำที่มีความเค็มเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามระดับความลึกเรียกว่าอะไร

a)

pynocline

b)

surface water

c)

halocline

d)

thermocline

35.

ชั้นของน้ำที่มีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามระดับความลึกเรียกว่าอะไร

a)

halocline

b)

pynocline

c)

thermocline

d)

surface water

36.

ข้อใดอธิบายถึงชั้นน้ำในมหาสมุทรชั้น thermoclineได้ถูกต้อง

a)

อุณหภูมิและความเค็มแปรผกผันกับความลึก

b)

ความเค็มแปรผกผันกับความลึก แต่ความหนาแน่นแปรผันตรงกับความลึก

c)

อุณหภูมิแปรผกผันกับความลึก แต่ความหนาแน่นแปรผันตรงกับความลึก

d)

ความหนาแน่นและอุณหภูมิแปรผกผันกับความลึก

37.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการแบ่งประเภทของลม

a)

ลมประจำฤดู เป็นลมที่พัดตามฤดูกาลเช่น ลมมรสุมฤดูร้อน และลมมรสุมฤดูหนาว

b)

ลมประจำเวลา เป็นลมที่ขึ้นในเวลาต่างกัน ได้แก่ ลมบก และลมทะเล

c)

ลมประจำถิ่น จะเกิดขึ้นเฉพาะภูมิภาคนั้นๆ เช่น ลมตะเภา ลมว่าว เป็นต้น

d)

ลมบกจะเกิดขึ้นตอนกลางวัน ส่วนลมทะเลจะเกิดขึ้นตอนกลางคืน

38.

การสร้างแบบจำลองการหมุนเวียนอากาศแบบ singlecell model ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัด ยกเว้นข้อใด

a)

ผิวโลกมีความเรียบสม่ำเสมอ

b)

ดวงอาทิตย์อยู่บริเวณละติจูด60 องศาเหนือ

c)

โลกไม่หมุนรอบตัวเอง

d)

ไม่มีความแตกต่างระหว่างผิวน้ำและแผ่นดินและต้องมีเพียงฤดูกาลเดียว

39.

ข้อใดไม่ใช่วงจรของแบบจำลองการหมุนเวียนอากาศแบบgeneralcirculation

a)

Ferrel cell

b)

Hadley cell

c)

Polar cell

d)

George cell

40.

การหมุนเวียนอากาศแบบใดที่มีข้อจำกัดมากที่สุด

a)

Ferrel cell

b)

singlecell model

c)

general circulation

d)

Hadley cell

41.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการหมุนเวียนของระบบลม

a)

ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า

b)

เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง

c)

ช่วยเจือจางหมอกควัน

d)

ทำให้เกิดเมฆฝน

42.

พายุฝนฟ้าคะนองขั้นใดที่กระแสลมทำให้เมฆคิวมูลัสกลายเป็นเมฆคิวมูโลนิมบัส

a)

ขั้นคิวมูโลนิมบัส

b)

ขั้นสลายตัว

c)

ขั้นเจริญเต็มที่

d)

ขั้นก่อนตัว

43.

พายุชนิดใดเป็นพายุที่มีความรุนแรงและก่อให้เกิดความเสียหายและอันตรายต่อมนุษย์มากที่สุด

a)

พายุทอร์นาโด

b)

พายุไต้ฝุ่น

c)

พายุโซนร้อน

d)

พายุฝนฟ้าคะนอง

44.

แรงคอริออลิสเกิดขึ้นจากสิ่งใด และมีผลต่ออากาศอย่างไร

a)

การหมุนของโลกรอบดวงอาทิตย์ ส่งผลให้อากาศในซีกโลกใต้เบนไปทางซ้าย

b)

การหมุนของโลกรอบดวงอาทิตย์ ส่งผลให้อากาศในซีกโลกเหนือเบนไปทางซ้าย

c)

การหมุนรอบตัวเองของโลก ส่งผลให้อากาศในซีกโลกใต้เบนไปทางขวา

d)

การหมุนรอบตัวเองของโลก ส่งผลให้อากาศในซีกโลกเหนือเบนไปทางขวา

45.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเร็วลมและทิศทางของลม

a)

แรงที่เกิดจากความชันของความกดอากาศ

b)

แรงเสียดทาน

c)

แรงโน้มถ่วงของโลก

d)

แรงคอริออลิส

46.

ประโยชน์ของพลังงานลมในข้อใดที่ให้ประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตมากที่สุด

a)

การแข่งขันเรือใบ

b)

การผลิตกระแสไฟฟ้า

c)

การเล่นว่าว

d)

การแข่งกีฬาวินด์เสิร์ฟ

47.

ลมเกิดขึ้นได้อย่างไร

a)

ความแตกต่างของแรงดันอากาศเคลื่อนที่จะแรงดันอากาศต่ำไปสูง

b)

ความแตกต่างของอุณหภูมิอากาศเคลื่อนที่จะอุณหภูมิอากาศสูงไปต่ำ

c)

ความแตกต่างของความชื้นอากาศเคลื่อนที่จะความชื้นต่ำไปสูง

d)

ความแตกต่างของความกดอากาศเคลื่อนที่จะความกดอากาศสูงไปต่ำ