wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ดารามิดเทอม🍎⭐️👀 **chichi

Total questions: 50

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

ใครเป็นผู้ริเริ่มแนวความคิดทฤษฏีการกำเนิดเอกภพ ที่เรียกว่า บิกแบง

a)

อาร์โน เพนเซียส

b)

เอ็ดวิน ฮับเบิล

c)

เลอแมทร์

d)

เฟรด ฮอยล์

2.

ขณะเกิดบิกแบงมีเนื้อสารเกิดขึ้นในรูปของอนุภาคพื้นฐาน อนุภาคพื้นฐาน ได้แก่ ข้อใด

a)

ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวเคลียส และโปรตอน

b)

ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวทริโน

c)

ควาร์ก อิเล็กตรอน นิวตรอน และโปรตอน

d)

ควอซาร์ อิเล็กตรอน นิวทริโน และโปรตอน

3.

การเกิดกาแล็กซีต่างๆ และดาวฤกษ์ เกิดขึ้นเมื่อใดหลังจากบิกแบง

a)

100,000 ปี

b)

300,000 ปี

c)

3,000 ล้านปี

d)

1,000 ล้านปี

4.

แก๊สไฮโดรเจนและฮีเลียมของเนบิวลาดั้งเดิมเกิดขึ้นจากข้อใด

a)

ดาวนิวตรอน

b)

ซูเปอร์โนวา

c)

การระเบิดของเนบิวลา

d)

บิกแบง

5.

คำ ว่า 1 ปี แสง หมายถึงอะไร

a)

ระยะทางที่แสงใช้เวลาเดินทาง 1 ปี

b)

หน่วยของเวลาแบบหนึ่ง

c)

ระยะทางจากดวงอาทิตย์ถึงโลก

d)

เวลาที่แสงเดินทางจากดวงอาทิตย์ถึงโลก

6.

อุณหภูมิพื้นหลังของเอกภพ คือ อุณหภูมิใด

a)

อุณหภูมิของเอกภพในอดีต

b)

อุณหภูมิ ของเอกภพในปัจจุบัน

c)

อุณหภูมิที่อยู่ใจกลางของเอกภพ

d)

อุณหภูมิที่อยู่ไกลถึงอนันต์ของเอกภพ

7.

กาแล็กซีทางช้างเผือกมีรูปร่างเป็นกาแล็กซีแบบใด

a)

กังหัน

b)

รูปไข่

c)

กังหันมีแกน

d)

ไร้รูปทรง

8.

เอ็ดวิน ฮับเบิล ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องในข้อใดที่ทำให้พบว่าเอกภพมีการขยายตัว

a)

การสร้างสมการเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของทฤษฏีสัมพัทธภาพ

b)

การวัดการเลื่อนตำแหน่งของสเปคตรัมจากกาแล็กซีเทียบกับระยะห่างจากโลก

c)

การสังเกตการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์ โดยใช้การวัดสเปคตรัม

d)

ศึกษาโครงสร้างของกาแล็กซี ว่าประกอบด้วยดาวฤกษ์จำนวนมาก

9.

การเกิดระบบสุริยะมวลสารส่วนใหญ่จะกลายไปเป็นสิ่งใด

a)

ดาวเคราะห์

b)

ดวงอาทิตย์

c)

ดาวเคราะห์น้อย

d)

โลก

10.

ข้อใด ไม่จัด เป็นดาวเคราะห์แบบโลก

a)

ดาวพุธ

b)

ดาวศุกร์

c)

ดาวอังคาร

d)

ดาวพฤหัสบดี

11.

ดาวเคราะห์ชั้นนอกประกอบด้วยแก๊สหลักคืออะไร

a)

ฮีเลียม และออกซิเจน

b)

ฮีเลียม และไฮโดรเจน

c)

ฮีเลียม และไนโตรเจน

d)

ฮีเลียม และคาร์บอนไดออกไซด์

12.

วัตถุที่มีขนาดใหญ่ในอวกาศเผาไหม้ไม่หมด จะเหลือชิ้นส่วนตกลงสู่ผิวโลก เรียกว่าอะไร

a)

ดาวตก

b)

ดาวประหลาด

c)

ผีพุ่งไต้

d)

อุกกาบาต

13.

ดาวเคราะห์น้อยโคจรอยู่ระหว่างดาวเคราะห์ดวงใด

a)

ดาวอังคารกับโลก

b)

ดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี

c)

ดาวศุกร์กับโลก

d)

ดาวพุธกับดาวศุกร์

14.

อนุภาคโปรตอน และอิเล็กตรอน ที่หลุดออกจากดวงอาทิตย์มาสู่โลก ทำให้เกิดสิ่งใด

a)

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

b)

คลื่นแม่เหล็ก

c)

ลมสุริยะ

d)

แสงเหนือ-แสงใต้

15.

การเกิดจุดบนดวงอาทิตย์มากที่สุด ระยะห่างประมาณกี่ปี

a)

11ปี

b)

12ปี

c)

10ปี

d)

แสนปี

16.

ปัจจุบันทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับในการอธิบายการกำเนิดของเอกภพคือ ทฤษฏีข้อใด

a)

กาลเวลา

b)

สภาวะคงที่

c)

การระเบิดครั้งใหญ่

d)

การออสซิลเวลของเอกภพ

17.

ผู้ที่ค้นพบอุณหภูมิพื้นหลังของเอกภพคือข้อใด

a)

เฟรด ฮอยล์ และฮานส์ อัลเฟน

b)

เอ็ดวิน พี ฮับเบิล และโธมัส โกลด์

c)

อาร์โน เพนเซียส และโรเบิร์ต วิลสัน

d)

เลอแมทร์ และอาร์โน เพนเซียส

18.

ดาวฤกษ์รุ่นแรกๆ มีธาตุใดเป็นสารเบื้องต้น

a)

ออกซิเจนและฮีเลียม

b)

ไฮโดรเจนและฮีเลียม

c)

ไฮโดรเจนและไนโตรเจน

d)

ออกซิเจนและไฮโดรเจน

19.

ระบบสุริยะอยู่ในกาแล็กซีใด

a)

แอนโดรเมดา

b)

ทางไปนา

c)

ทางช้างเผือก

d)

แมกเจลแลนเล็ก

20.

องค์ประกอบที่สำคัญของกาแล็กซีคือข้อใด

a)

ดาวเคราะห์ กาแล็กซี

b)

ดาวเคราะห์ เนบิวลา

c)

ดาวฤกษ์ เนบิวลา

d)

ดาวฤกษ์ กาแล็กซี

21.

ข้อความใดอธิบายความหมายของกาแล็กซีได้ถูกต้องที่สุด

a)

ง. ระบบของกลุ่มดาวต่างๆ รวมทั้งโลก ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ และอุกกาบาต

b)

กลุ่มเมฆหมอกก้อนกลมมีลักษณะคล้ายจาน

c)

เป็นแถบเรืองๆ สว่างขาวพาดไปบนท้องฟ้า

d)

เป็นกระจุกดาวคล้ายดาวแมงป่อง

22.

กาแลกซีแมกเจลแลนใหญ่ และกาแล็กซีแมกเจลแลนเล็กมีลักษณะรูปร่างเป็นอย่างไร

a)

เป็นแบบรูปวงรีหรือก้นหอยะ

b)

มีรูปร่างไม่แน่นอนหรือไร้รูปทรง

c)

มีรูปร่างคล้ายจาน 2 ใบคว่ำประกบกัน

d)

มีรูปร่างกลมคล้ายผลส้มตรงกลางป่องออก

23.

ข้อใดต่อไปนี้มีขนาดใหญ่ที่สุด

a)

เอกภพ

b)

เนบิวลา

c)

ระบบสุริยะ

d)

กาแล็กซีทางช้างเผือก

24.

ธาตุที่เป็นองค์ประกอบมากที่สุดของดาวฤกษ์คือธาตุใด

a)

ธาตุคาร์บอน

b)

ธาตุออกซิเจน

c)

ธาตุไฮโดรเจน

d)

ธาตุไนโตรเจน

25.

ดาวเคราะห์ยักษ์ ได้แก่ข้อใด

a)

โลก

b)

ดาวเสาร์

c)

ดาวยูเรนัส

d)

ดาวพฤหัสบดี

26.

ข้อใดไม่จัดเป็นดาวเคราะห์แก๊ส

a)

ดาวพฤหัสบดี

b)

ดาวยูเรนัส

c)

ดาวพลูโต

d)

ดาวเสาร์

27.

เศษที่เหลือจากดาวเคราะห์ยักษ์จะเป็นสิ่งใด

a)

ดาวตก

b)

ดาวหาง

c)

อุกกาบาต

d)

ดาวประหลาด

28.

ดาวเคราะห์น้อยเกิดจากเศษที่เหลือจากการสร้างเทหวัตถุใด

a)

ดาวเคราะห์หิน


b)

ดาวอังคาร

c)

ดวงอาทิตย์

d)

ดาวพฤหัสบดี

29.

ดาวฤกษ์สว่างที่สุดบนทางช้างเผือก คือ

a)

ดาวลูกไก่

b)

ดาวฤกษ์ที่อยู่ในกลุ่มดาววัว

c)

ดาวหางหงส์ในกลุ่มดาวหงส์

d)

ดาวฤกษ์ที่อยู่ในกลุ่มดาวนายพราน

30.

ปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ในดวงอาทิตย์ เกิดขึ้นที่โครงสร้างชั้นใดของดวงอาทิตย์

a)

ชั้นพาความร้อน

b)

ชั้นแก๊สหมุนวน

c)

ชั้นแก่นกลาง

d)

ชั้นแผ่รังสี

31.

ข้อใดเป็นสมบัติของ “ดาวเคราะห์ยักษ์” ของดวงอาทิตย์

a)

มีความหนาแน่นสูงมาก

b)

ประกอบด้วยหินเป็นส่วนใหญ่

c)

มีแสงสว่างในตัวเอง

d)

ประกอบด้วยไฮโดรเจนและฮีเลียมเป็นส่วนใหญ่

32.

ข้อใดจัดเป็นดาวเคราะห์ชั้นนอกทั้งหมด

a)

ดาวเสาร์ ดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์

b)

ดาวพฤหัสบดี ดาวอังคารดาวยูเรนัส         

c)

ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส      ดาวศุกร์

d)

ดาวเนปจูน ดาวเสาร์      ดาวยูเรนัส

33.

ข้อใดที่เกิดจากลมสุริยะ

a)

การเกิดแสงออโรราแถบขั้วโลกเหนือและใต้     

b)

วงจรอิเล็กทรอนิกส์ของดาวเทียมไหม้

c)

การติดต่อสื่อสารโดยเส้นใยนำแสงขัดข้อง         

d)

เข็มทิศเบนไปมา

34.

ดาว A มีค่าอันดับความสว่าง 2 ในขณะที่ดาว B มีค่าอันดับความสว่าง 4 ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

ดาว A มีความสว่างมากกว่าดาว B   2 เท่า          

b)

ดาว B มีความสว่างมากกว่าดาว A   2 เท่า

c)

ดาว A มีความสว่างมากกว่าดาว B   6.3 เท่า      

d)

ดาว B มีความสว่างมากกว่าดาว A 6.3 เท่า

35.

ดวงอาทิตย์ได้พลังงานจากปฏิกิริยาหรือปรากฏการณ์ข้อใด

a)

การรวมตัวของนิวเคลีย H เป็นHe                       

b)

การแตกตัวของนิวเคลียสใหญ่

c)

การเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง                                        

d)

การระเบิดอย่างต่อเนื่อง

36.

ข้อใดคือจุดจบของดาวฤกษ์ที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์มากๆ

 

a)

เนบิวลา

b)

หลุมดำ

c)

ดาวแคระดำ  

d)

ดาวยักษ์แดง

37.

ดาวฤกษ์ที่มีอันดับความสว่างต่างกัน 4 จะมีความสว่างต่างกันประมาณกี่เท่า

a)

100   เท่า                                                             

b)

80เท่า

c)

60เท่า

d)

40เท่า

38.

ปฏิกิริยาในข้อใดเกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์

a)

ฟิวชัน

b)

ฟิชชัน

c)

ซูเปอร์โนวา

d)

ออโรร่า

39.

ในระบบสุริยะ แถบดาวเคราะห์น้อยอยู่ในบริเวณใด

a)

อยู่ระหว่างแถบดาวเคราะห์ชั้นในกับดาวเคราะห์ชั้นนอก

b)

อยู่ระหว่างดาวเคราะห์ชั้นในกับเขตของดาวหาง

      

c)

อยู่ระหว่างดาวเคราะห์ชั้นนอกกับเขตของดาวหาง

d)

อยู่แถบนอกสุดของระบบสุริยะ

40.

ชนิดของสเปกตรัมในข้อใดที่แสดงว่าเป็นดาวฤกษ์สีขาว และอุณหภูมิของดาวที่ 10,000 – 8,000 เคลวิน

a)

M

b)

G

c)

A

d)

O

41.

ดาวเคราะห์ใดต่อไปนี้อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าดวงอื่น

a)

ดาวพฤหัสบดี 

b)

ดาวศุกร์

c)

ดาวเสาร์

d)

ดาวมยุรี

42.

ดาวพฤหัสบดีมีองค์ประกอบหลักเป็นอะไร

a)

เหล็ก

b)

ไฮโดรเจนและฮีเลียม

c)

หิน

d)

แอมโนเมีย🤫🤫

43.

ตามวิวัฒนาการของดวงอาทิตย์ในช่วงท้ายที่สุดจะเป็นอะไร

a)

ดาวแคระดำ

b)

ดาวแคระขาว

c)

หลุมดำ

d)

ดาวนิวตรอน

44.

ตามหลักการจัดอันดับความสว่างของดาว ดาวในข้อใดมีความสว่างมากที่สุด

a)

ดาว A มีอันดับความสว่าง 6  

b)

ดาว B มีอันดับความสว่าง 1

c)

ดาว C มีอันดับความสว่าง 0                                  

d)

ดาว D มีอันดับความสว่าง -2

45.

คำว่า 1 ปีแสง หมายถึงอะไร

a)

ระยะทางที่แสงใช้เวลาเดินทาง 1 ปี           

b)

ระยะทางจากดวงอาทิตย์ถึงโลก

c)

เวลาที่แสงเดินทางจากดวงอาทิตย์ถึงโลก               

d)

หน่วยของเวลาแบบหนึ่ง

46.

สิ่งที่เกิดขึ้นกับดาวฤกษ์ทุกดวงเมื่อเข้าสู่ระยะสุดท้ายเป็นตามข้อใด

a)

ความหนาแน่นเพิ่มขึ้น                                      

b)

การระเบิดซูเปอร์โนวา

c)

การกลายสภาพเป็นดาวนิวตรอน 

d)

มวลสลายไปหมด

47.

ดาวศุกร์เมื่อสว่างน้อยที่สุดมีความสว่าง -3.5 ดาวซีรีอุสมีอันดับความสว่าง -1.5 ดาวศุกร์มีความสว่างมากกว่าดาวซีรีอุสกี่เท่า

a)

2.5

b)

3.0

c)

25

d)

15.6

48.

ในคืนที่ท้องฟ้าแจ่มใส เราสามารถมองเห็นแกแลกซีทางช้างเผือกซึ่งพาดผ่านเป็นแถบยาวขนาดความกว้าง 15 องศา ถ้าต้องการประมาณเวลาที่แสงจากดาวที่ขอบข้างหนึ่งของทางช้างเผือกไปถึงอีกข้างหนึ่ง ต้องใช้ข้อมูลจากข้อใดต่อไปนี้

a)

ระยะทางจากดวงอาทิตย์ถึงดาวที่ขอบนั้น        

b)

ความสว่างของดาวที่ขอบ

c)

อัตราการหมุนของแกแลกซี        

d)

ดัชนีหักเหของแสงในอวกาศ

49.

ปรากฏการณ์ใดที่สนับสนุน “ทฤษฎีบิกแบง”

a)

การชนกันของดาวหางกับดาวเคราะห์

b)

การขยายตัวของเอกภพ

c)

การเกิดลมสุริยะ       

d)

การยุบตัวของดาวฤกษ์

50.

หลังเกิดบิกแบงปริมาณอนุภาคกับปริมาณปฏิอนุภาคควรเป็นตามข้อใด จึงเกิดกาแล็กซีและดาวต่าง ๆ  

        ขึ้นดังที่เป็นอยู่

a)

มีปริมาณเท่ากัน          

b)

อนุภาคมีปริมาณมากกว่า

c)

ปฏิอนุภาคมีปริมาณมากกว่า                

d)

เป็นไปได้ทุกข้อ