wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ความหลากหลายทางชีวภาพ

Total questions: 50

Worksheet time: 29mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ควรเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่ภูเขากำลังจะกลายเป็นภูเขาหัวโล้น

a)

การตัดไม้ทำลายป่า

b)

สิ่งมีชีวิตหลายชนิดอพยพเข้าพักอาศัย

c)

การเผาป้าไม้

d)

การย้ายถิ่นฐานของสัตว์ป่า

2.

ข้อใดเป็นความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตบริเวณป่าเต็งรัง

a)

ชิงชัน

b)

สุนักจิ้งจอก

c)

เต่าร้างยักษ์

d)

ตะเคียนหมู

e)

หมีควาย

3.

ข้อใดเป็นความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตบริเวณเบญจพรรณ

a)

นกเงือกสีน้ำตาล

b)

ผักหวาน

c)

กบภูเขา

d)

อึ่งกรายตาขาว

e)

นกเว่นสีเทา

4.

ข้อใดเป็นความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตบริเวณป่าดิบเขา

a)

หมาใน

b)

บ่าง

c)

ตะกวด

d)

กระรอกหลากสี

e)

นกเงือกคอแดง

5.

ข้อใดเป็นความหลากหลายของระบบนิเวศที่มีดินเป็นดินร่วมปนทรายแป้ง

a)

ระบบนิเวศป่าไม้

b)

ระบบนิเวศทะเลทราย

c)

ระบบนิเวศใต้ทะเล

d)

ระบบนิเวศป่าดิบเขา

6.

ข้อใดเป็นความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตบริเวณทะเลทราย

a)

ยางนา กวางป่า ชะนีมือขาว ปลาตีน

b)

กระบองเพชร อูฐ งูหางกระดิ่ง

c)

ไก่ งู กบ ปลา

d)

หนอน นก ไส้เดือน

7.

สิ่งมีชีวิตในข้อใด ไม่พบ ในประเทศไทย

a)

ปลาตีน

b)

กวางป่า

c)

ยางนา

d)

สุนัขจิ้งจอกแดง

e)

ชะนีมือขาว

8.

ข้อใด ไม่ใช่ ความหลากหลายทางชีวภาพ

a)

ความหลากหลายของระบบนิเวศ

b)

ความหลากหลายของชนิดสิ่งมีชีวิต

c)

ความหลากหลายทางพันธุกรรม

d)

ความหลากหลายทางสายพันธุ์

9.

ข้อใดเป็นกิจกรรมของมนุษย์ที่ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพที่ส่งผลต่อพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า

a)

การตัดไม้

b)

การทิ้งขยะ

c)

การปล่อยน้ำเสีย

d)

การทอดสมอเรือ

10.

ปลาเทศบาลส่งผลอย่างไรต่อสิ่งมีชีวิต

a)

ทำให้ระบบนิเวศเกิดความสมดุล

b)

ใช้ในการเก็บขยะสิ่งปฏิกูล

c)

กินไข่และลูกปลาตัวเล็ก ๆ

d)

ทำให้จำนวนสิ่งมีชีวิตในน้ำเพิ่มขึ้น

11.

จากภาพเป็นความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในระดับใด

a)

ระดับระบบนิเวศ

b)

ระดับสายพันธุ์

c)

ระดับพันธุกรรม

d)

ระดับชนิดของสิ่งมีชีวิต

12.

จากภาพเป็นความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในระดับใด

a)

ระดับพันธุกรรม

b)

ระดับชนิดของสิ่งมีชีวิต

c)

ระดับสายพันธุ์

d)

ระดับระบบนิเวศ

13.

จากสายใยอาหารต่อไปนี้ สัตว์ชนิดใดที่ทำให้ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตลดลง

a)

วัว

b)

ไก่

c)

สิงโต

d)

ผึ้ง

14.

สิ่งมีชีวิตชนิดใดที่ส่งผลต่อความหลากหลายให้มีจำนวนของสิ่งมีชีวิตเพิ่มขึ้น

a)

ไก่

b)

สิงโต

c)

กวาง

d)

แครอท

15.

ข้อใดเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสิ่งมีชีวิต ถ้าแมลงเต่าทองมีจำนวนเพิ่มขึ้น

a)

นกมีจำนวนลดลง

b)

แมลงตัวเล็กมีจำนวนเพิ่มขึ้น

c)

ใบไม้มีจำนวนเพิ่มขึ้น

d)

หนอนมีจำนวนลดลง

16.

ข้อใดให้ความหมายของความหลากหลายทางชีวภาพได้ถูกต้องที่สุด

a)

การมีสิ่งชนิดพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดมาอยู่รวมกัน ณ สถานที่หนึ่งในระบบนิเวศใดระบบนิเวศหนึ่ง

b)

สิ่งมีชีวิตหลายๆ ชนิดอยู่ร่วมกัน

c)

สิ่งมีชีวิตหลายๆชนิดอยู่ร่วมกันในระบบนิเวศน์หนึ่งๆ

d)

สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวอาศัยร่วมกันมีความหลากหลายทางพันธุกรรมทำให้เกิดสายพันธุ์ต่างๆ

17.

ชื่อวิทยาศาสตร์มีความสำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิตในด้านใด

a)

ระบุบริเวณกระจายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ

b)

สามารถบอกลักษณะรูปร่างของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ

c)

ขจัดปัญหาการเรียกชื่อสิ่งมีชีวิตซ้ำๆ กันในแต่ละภาคของประเทศ

d)

เมื่อกล่าวถึงทุกชาติทุกภาษาเข้าใจตรงกันว่าหมายถึงสิ่งมีชีวิตชนิดใด

18.

สิ่งมีชีวิตที่เป็น species เดียวกันจะต้อง

a)

มีลูกหลานที่ไม่เป็นหมัน

b)

มีการผสมพันธ์แล้วให้ลูกได้

c)

มีลักษณะทางสรีรวิทยาเหมือนกัน

d)

มีลักษณะต่างๆ เหมือนกันทุกประการ

19.

ข้อใดคือความแตกต่างของเซลล์โพรคาริโอตเมื่อเปรียบเทียบกับเซลล์ยูคาริโอต

a)

นิวเคลียสของเซลล์ยูคาริโอตมีเยื่อหุ้มแต่เซลล์โพรคาริโอตไม่มี

b)

เซลล์ยูคาริโอตไม่มีผนังเซลล์ แต่เซลล์โพรคาริโอตมี

c)

เซลล์ยูคาริโอตมีขนาดเล็กกว่าเซลล์โพรคาริโอต

d)

เซลล์ยูคาริโอตเคลื่อนที่ไม่ได้ แต่เซลล์โพรคาริโอตเคลื่อนที่ได้

20.

พืชมีวิวัฒนาการจากสาหร่ายพวกใด

a)

สาหร่ายพวก Charophycean

b)

สาหร่ายพวก สีเขียวแกมน้ำเงิน

c)

สาหร่ายพวก สไปรนีน่า

d)

สาหร่ายพวก Charotophy

21.

เห็ดเป็นสิ่งมีชีวิตที่จัดอยู่ในอาณาจักรใด

a)

อาณาจักรโมเนอรา (kingdom Monera)

b)

อาณาจักรโพรทิสตา (kingdom Protista)

c)

อาณาจักรฟังไจ (kingdom Fungi)

d)

อาณาจักรพืช (kingdom Plantae)

22.

บทบาทที่สำคัญที่สุดของอาณาจักรฟังไจในสิ่งแวดล้อมคือ

a)

เป็นปรสิต

b)

เป็นผู้ผลิต

c)

เป็นผู้ย่อยสลาย

d)

เป็นผู้บริโภครายแรก

23.

สิ่งมีชีวิตชนิดใดที่ไม่ได้อยู่ในอาณาจักรฟังไจ

a)

รา

b)

เห็ด

c)

ยีสต์

d)

แบคทีเรีย

24.

ข้อใดเป็นลักษณะเฉพาะตัวของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในอาณาจักรพืช

a)

สืบพันธุ์ด้วยเมล็ด

b)

มีคลอโรฟิลล์

c)

เซลล์มีเยื่อหุ้ม

d)

สืบพันธุ์โดยการสร้างสปอร์

25.

ข้อใดคืด protist กลุ่ม protozoa

a)

ราเมือก

b)

อะมีบา

c)

คลอเรลลา

d)

ไดอะตอม

26.

บริเวณพื้นที่หาดทรายของชายฝั่งทะเลอ่าวไทยพบกุ้ง ปู หอย และดาวทะเลอาศัยอยู่ เกิดเป็นสังคมสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่พบเป็นความหลากหลายทางชีวภาพแบบใด

a)

ความหลากหลายทางพันธุกรรม

b)

ความหลากหลายของสปีชีส์

c)

ความหลากหลายของระบบนิเวศ

d)

ความหลากหลายของประชากร

27.

“นาย ก ทำการขยายพันธุ์ดอกเบญจมาศให้ได้ตรงตามความต้องการของตลาดโลก” การขยายพันธุ์ดอกเบญจมาศ เป็นความหลากหลายทางด้านใด

a)

ความหลากหลายทางพันธุกรรม

b)

ความหลากหลายของสปีชีส์

c)

ความหลากหลายของระบบนิเวศ

d)

ความหลากหลายของประชากร

28.

ข้อใด จัดเป็น ความหลากหลายทางพันธุกรรม

a)

ข้าวหอมมะลิ มีหลายสายพันธุ์    

b)

ป่าเบญจพรรณมีพันธุ์ไม้อยู่ 5 ชนิดที่เป็นพืชเด่น

c)

ภาคใต้มีระบบนิเวศที่หลากหลาย เช่น ระบบนิเวศป่าชายเลน ระบบนิเวศทางทะเล

d)

พื้นที่ภาคอีสานมีป่าหลากหลายชนิด เช่น ป่าดิบแล้ง  ป่าเต็งรัง  ป่าโคก  เป็นต้น

29.

ข้อใดคือลักษณะของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรสัตว์

a)

เป็นสิ่งมีชีวิตพวกยูคาริโอต

b)

โครงสร้างของเซลล์มีผนังเซลล์ 

c)

สร้างอาหารได้เอง   

d)

เคลื่อนที่ไม่ได้

30.

ข้อใด ไม่ใช่ ลักษณะของสัตว์ในคลาสแมมมาเรีย

a)

มีขนเป็นเส้นปกคลุมผิวหนัง    

b)

ตัวอ่อนเจริญในมดลูกของแม่

c)

ตัวเมียผลิตน้ำนมออกมาเลี้ยงลูก

d)

พบในสัตว์พวก  นก  แมว  กบ

31.

ข้อใดคือสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมจากธรรมชาติ

a)

ไฟป่า

b)

น้ำท่วม

c)

แผ่นดินไหว

d)

การเพิ่มของจำนวนประชากร

e)

การขาดจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม

32.

ตัวเลือกใดบ้างเป็นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดย"การฟื้นฟูและปรับปรุงคุณภาพ"

a)

การบำบัดน้ำเสีย

b)

การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก

c)

การนำเสื้อผ้าเก่าไม่ใช่มาทำเป็นผ้าขี้ริ้ว

d)

การใส่ปุ๋ยบำรุงดิน การปลูกพืชหมุนเวียน

e)

การซ่อมพัดลมที่เสียให้ใช้งานได้แทนการซื้อเครื่องใหม่

33.

สัตว์คู่ใดต่อไปนี้ "มีโครงสร้างกำเนิดต่างกัน" เมื่อพิจารณาจากรยางค์คู่หน้า

a)

วาฬ-มนุษย์

b)

จระเข้-ค้างคาว

c)

ผีเสื้อ-นก

d)

เพนกวิน-ลิงรีซัส

34.

จากภาพ A และ B ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ภาพ A ใช้อธิบายกฎของลามาร์ก

b)

ภาพ B ใช้อธิบายทฤษฎีของดาร์วิน

c)

ภาพ A ใช้อธิบายกฎการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

d)

ภาพ B ใช้อธิบายเรื่องการปรับตัวเชิงวิวัฒนาการ

35.

ข้อใดคือสาระสำคัญของทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติของชาร์ล ดาร์วิน(ข้อสอบชีววิทยา O-NET ปี 2560)

a)

สิ่งมีชีวิตแต่ละรุ่นมีลูกจำนวนน้อย

b)

สิ่งมีชีวิตแต่ละรุ่นมีความแตกต่างจากรุ่นเดิม

c)

ลูกที่มีลักษณะไม่เหมาะสมสามารถปรับตัวจนอยู่รอดได้

d)

ลูกที่มีลักษณะไม่เหมาะสมสามารถถ่ายทอดลักษณะไปยังรุ่นลูกต่อไปได้

e)

สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในธรรมชาติมีอยู่อย่างไม่จำกัด

36.

ข้อใดไม่ใช่แนวความคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการ

a)

การเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ แต่ใช้เวลานาน

b)

มิวเทชันทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่

c)

มิวเทชันมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงจำนวนของสิ่งมีชีวิต

d)

การเปลี่ยนแปลงสิ่งมีชีวิตในอดีตมีผลต่อสิ่งมีชีวิตปัจจุบัน

37.

หลักฐานในข้อใดดีที่สุดที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด มีลำดับวิวัฒนาการใกล้เคียงกัน

a)

หลักฐานจากซากดึกดำบรรพ์

b)

หลักฐานจากการเปรียบเทียบโครงสร้าง

c)

หลักฐานจากการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอ

d)

หลักฐานจากการศึกษาในระดับโมเลกุล

38.

ข้อใดเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกันระหว่างทฤษฎีวิวัฒนาการของลามาร์ค กับดาร์วิน

a)

การปรับตัวเป็นผลมาจากความสำเร็จในการสืบพันธุ์ที่แตกต่างกัน

b)

วิวัฒนาการเป็นแรงขับให้สิ่งมีชีวิตมีโครงสร้างที่ซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น

c)

การปรับตัวทางวิวัฒนาการเป็นผลมาจากการมีความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

d)

หลักฐานของซากดึกดำบรรพ์ของสิ่งมีชีวิตสนับสนุนแนวคิดว่าสิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการ

39.

"ในอนาคต มนุษย์อาจมีสัดส่วนศีรษะโตขึ้น แต่แขนขาจะลีบเล็กลงเพราะมนุษย์ใช้ความคิดมากและมี เครื่องทุ่นแรงหลายชนิดทำงานแทน" คำกล่าวนี้สอดคล้องกับ

a)

การต่อสู้เพื่อยังชีวิตของ Wallace

b)

กฎแห่งการใช้และไม่ใช้ของ Lamarck

c)

กฎของการเลือกเฟ้นตามธรรมชาติของ Darwin

d)

การแปรผันเพื่อดำรงพันธุ์ของ De Vries

40.

ทฤษฏี natural selection ของชารล์ ดาร์วิน หมายถึง

a)

ธรรมชาติมีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนในการคัดเลือกเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต

b)

ลักษณะผันแปรของสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมหนึ่งๆ จะถูกคัดเลือกเอาไว้และสะสมเพิ่ม มากขึ้น

c)

สิ่งมีชีวิตมีทิศทางของการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของธรรมชาติ

d)

เป็นการต่อสู้ดิ้นรนของสิ่งมีชีวิตที่จะปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ

41.

มีผู้ให้ข้อสังเกตว่าผีเสื้อชนิดหนึ่งมีสีกลมกลืนกับสิ่งของเปลือกไม้จะมีจำนวนมากกว่าผีเสื้อชนิดอื่น ๆ ข้อสังเกตนี้จะใช้ข้อความใดมาอธิบายสนับสนุน

a)

กฎการถ่ายทอดลักษณะที่เกิดขึ้นใหม่ของลามาร์ค

b)

ทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติของดาร์วิน

c)

มิวเทชันเนื่องจากสภาวะแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป

d)

สัญชาตญาณในการหลบหลีกศัตรูทุกชนิด

42.

หลักฐานทางวิวัฒนาการในข้อใดมีสัดส่วนคล้ายคลึงกับแนวทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติของชาร์ลส์ ดาร์วิน มากที่สุด

a)

หลักฐานจากซากดึกดำบรรพ์

b)

หลักฐานการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอ

c)

หลักฐานจากการปรับปรุงพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์

d)

หลักฐานจากโครงสร้างร่างกาย

43.

ปัจจัยใดที่มีผลกระทบต่อความถี่ของยีน และความถี่ของจีไนไทป์ในประชากรที่อยู่ในสภาวะสมดุลมากที่สุด

a)

การเกิดมิวเทชัน

b)

การคัดเลือกตามธรรมชาติ

c)

การอพยพโยกย้ายของสมาชิก

d)

การผสมพันธุ์แบบเจาะจงของสมาชิก

44.

การเกิดยีนแบบมิวเทชันมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตเพราะทำให้

a)

มีลักษณะดี ๆ เกิดขึ้นมามาก

b)

สิ่งมีชีวิตมีทิศทางทางการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม

c)

เกิดความแปรผันทางกรรมพันธุ์เพื่อการอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

d)

เป็นไปตามความต้องการของการคัดเลือกตามธรรมชาติ

45.

ถ้านกฟินซ์บนหมู่เกาะกาลาปากอสมีหลายสปีชีส์ กลไกใดจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดนกฟินซ์สปีชีส์ต่างๆบนหมู่เกาะเหล่านั้นเป็นสำคัญเริ่มแรก

a)

กลไกการแบ่งแยกโดยสภาพภูมิศาสตร์

b)

กลไกการแบ่งแยกทางการสืบพันธุ์

c)

กลไกการเพิ่มจำนวนชุดโครโมโซม

d)

กลไกการอพยพย้ายถิ่นเข้ามาถิ่นฐานใหม่

46.

สิ่งมีชีวิตที่เป็นสปีชีส์เดียวกันจะต้องมีลักษณะอย่างไร

a)

มีลักษณะต่าง ๆ เหมือนกันทุกประการ

b)

มีการผสมพันธุ์แล้วให้ลูกได้

c)

มีลูกหลานที่ไม่เป็นหมัน

d)

มีลักษณะทางสรีระเหมือนกัน

47.

ปลา 2 สปีชีส์ ที่มีรูปร่างคล้ายกัน จะปล่อยไข่และสเปิร์มออกมาในน้ำเหมือน ๆ กัน พร้อม ๆ กัน แต่ สเปิร์มของสปีชีส์หนึ่งจะไม่สามารถเข้าผสมกับไข่ของอีกสปีชีส์หนึ่งได้ กลไกนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของ การแบ่งแยกก่อนระยะไซโกตรูปแบบใด

a)

พฤติกรรมเกี้ยวพาราสีต่างกัน (behavioral isolation)

b)

โครงสร้างอวัยวะสืบพันธุ์แตกต่างกัน (mechanical isolation)

c)

สภาพนิเวศที่ต่างกัน (ecological isolation)

d)

สรีระวิทยาของเซลล์สืบพันธุ์ที่แตกต่างกัน (ganetic isolation)

48.

สิ่งมีชีวิตในสปีชีส์เดียวกันจะแยกเป็นสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่ก็ต่อเมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้น

a)

การแยกจากกันเนื่องจากมีสภาพภูมิศาสตร์มาขัดขวาง

b)

การเปลี่ยนแปลงจำนวนโครโมโซมไปจากเดิม

c)

การแยกจากกันโดยกลไกทางด้านการสืบพันธุ์

d)

การแยกจากกันโดยมีปัจจัยทางด้านสรีระวิทยาและพฤติกรรม

49.

กล้วยหอมไม่มีเมล็ดอย่างกล้วยป่าและกล้วยตานีเนื่องจาก

a)

สถานที่ปลูกไม่ใช่ป่า จึงปรับตัวตามสภาพแวดล้อมใหม่

b)

เกิดยีนมิวเทชันทำให้เป็นหมัน

c)

เกิดการเปลี่ยนแปลงจำนวนโครโมโซมบางแห่ง

d)

เกิดการเปลี่ยนแปลงจำนวนชุดโครโมโซม

50.

ปัจจัยชนิดใดที่มีผลน้อยที่สุดต่อการเกิดสปีชีส์

a)

จำนวนโครโมโซม

b)

สภาพทางภูมิศาสตร์

c)

พฤติกรรมการผสมพันธุ์

d)

ลักษณะทางสัณฐานวิทยา