NEW
Font size
Worksheetsแบบทดสอบ ก่อน
Total questions: 20
Worksheet time: 10mins
1. ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อการสอนการเขียน
ก.สอนไปก็ไม่จำ หรือทำไม่ได้
ข.เหมือนสอนจระเข้ว่ายน้ำ
ค.สอนกันไม่ได้ แต่เรียนรู้ได้
ง.เรียนรู้ได้ผ่านระบบการศึกษา
2. หัวใจของเรื่องเล่ามีเพียง 4 อย่าง คืออะไรบ้าง
ก.หัวใจของเรื่อง โครงเรื่อง การเดินเรื่อง การคลี่คลายเรื่อง
ข.ตัวละครของเรื่อง แก่นของเรื่อง บทสนทนา และตอนจบ
ค.หัวใจของเรื่อง บทสนทนา ตัวละคร และตอนจบ
ง.โครงเรื่อง ฉาก องค์ประกอบ และความขัดแย้ง
3. หัวใจของเรื่องเหมือนหรือต่างกับแก่นเรื่อง
ก.เหมือน
ข.ต่าง
ค.เหมือนหรือต่าง ขึ้นอยู่กับบริบท
ง.ถูกทุกข้อ
4. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับหัวใจของเรื่องเล่า
ก.หัวใจของเรื่องเป็นสิ่งที่ผู้เล่าเรื่องต้องตั้งขึ้นก่อน
ข.หัวใจของเรื่องเกิดขึ้นเองจากเรื่องที่เล่าโดยอัตโนมัติ
ค.หัวใจของเรื่องขึ้นอยู่กับการตีความของผู้อ่าน
ง.ถูกทุกข้อ
5. โครงเรื่องคืออะไร
ก.คือลำดับของแก่นเรื่อง
ข.คือเรื่องย่อที่สั้นที่สุด
ค.คือโครงสร้างเรื่องตามลำดับเวลา
ง.คือลำดับเหตุการณ์ที่มีเหตุผล
6. ข้อใดถูกที่สุดสำหรับประเด็น “การเดินเรื่อง”
ก.การเดินเรื่องขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้แต่ง
ข.การเดินเรื่องไม่ต้องเรียงตามลำดับเวลาก็ได้
ค.การเดินเรื่องขึ้นอยู่กับลักษณะของตัวละคร
ง.การเดินเรื่องกับหัวใจของเรื่องเป็นคนละเรื่องกัน
7. ข้อใดถูกต้องที่สุด เมื่อกล่าวถึงบทจบของเรื่องเล่า/เรื่องสั้น
ก.ควรจบด้วยคำคมหรือคำกลอน
ข.ทำให้ผู้อ่านมองเห็นความคลี่คลายของปัญหาของเรื่อง
ค.ควรลงท้ายด้วย “เรื่องเล่าเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...”
ง.จบอย่างไรก็ดี ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้แต่ง
8. ถ้าเปรียบเรื่องเล่า 1 เรื่องเป็นสายสร้อยคอ แต่ละ “ข้อ” ของสร้อยอาจเทียบกับอะไร
ก.การเว้นวรรค
ข.บทสรุป
ค.ย่อหน้า
ง.ประโยค
9. การตั้งชื่อเรื่องข้อใดมีความดึงดูดสะดุดใจ
ก.รักเธอจัง
ข.อาซีซะห์เดินทาง
ค.ปากซอยรัก
ง.บุปผาและสายชล
10. ข้อควรคำนึงในการตั้งชื่อเรื่อง
ก.ให้สอดคล้องกับลักษณะเด่นของตัวละคร
ข.ให้สอดคล้องกับหัวใจของเรื่อง
ค.ให้ผู้อ่านเข้าใจได้ทันที
ง.ถูกทุกข้อ
11. องค์ประกอบที่ดึงดูที่สุดของวรรณกรรมประเภทเรื่องสั้นคืออะไร
ก.ตัวละคร
ข.ความขัดแย้ง
ค.ฉาก
ง.บทจบ
12. ข่าวกับวรรณกรรมเรื่องสั้นต่างกันอย่างไร
ก.ข่าวมีแต่เหตุการณ์ เรื่องสั้นมีความเศร้าด้วย
ข.ข่าวมีแต่ความสะเทือนใจ เรื่องสั้นสะเทือนอารมณ์
ค.ข่าวเป็นปรากฏการณ์ เรื่องสั้นลึกกว่าปรากฏการณ์
ง.ถูกทุกข้อ
13. ข้อใดคือความสำคัญของ “เรื่องย่อ”
ก.ทำให้เห็นภาพรวมของเรื่องทั้งหมด
ข.เป็นสิ่งที่ชี้ทิศทางของเรื่อง
ค.ช่วยให้เข้าใจเรื่องได้ไว
ง.ถูกทุกข้อ
14. ข้อดีของการเรียนรู้องค์ประกอบของวรรณกรรมประเภทเรื่องสั้น
ก.ใช้เป็นแนวในการเขียนเรื่องสั้นด้วยตัวเอง
ข.ใช้เป็นแนวทางในการวิจารณ์หรือประเมินค่า
ค.ใช้เป็นแนวในการสอนการเขียนและการวิจารณ์
ง.ถูกทุกข้อ
15. วรรณกรรมกับชีวิต สัมพันธ์กันอย่างไร
ก.ชีวิตเป็นเหมือนวรรณกรรม
ข.ชีวิตเป็นแหล่งวัตถุดิบของวรรณกรรม
ค.วรรณกรรมสะท้อนให้เห็นชีวิตที่แท้จริง
ง.วรรณกรรมเป็นเพียงความบันเทิงเท่านั้น
16. ทำไมการเรียนวรรณกรรมจึงเหมือนกับการเรียนรู้ชีวิต
ก.วรรณกรรมเป็นภาพจำลองของชีวิตผู้คน
ข.วรรณกรรมสะท้อนชีวิตที่หลากหลายผ่านตัวละครหลากหลาย
ค.วรรณกรรมทำให้ชีวิตเป็นสุข
ง. ข้อ ก.และ ข.ถูก
17. วรรณกรรมกับสังคมสัมพันธ์กันอย่างไร
ก.วรรณกรรมเป็นผลผลิตของสังคม
ข.วรรณกรรมมีอิทธิพลต่อสังคม
ค.สังคมมีอิทธิพลต่อนักเขียน
ง.ถูกทุกข้อ
18. สิ่งที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงให้เกิดความสัมพันธ์ระดับลึก (เนื้อหา) ระหว่างวรรณกรรมกับสังคมคืออะไร
ก.ผู้อ่าน
ข.ผู้เขียน
ค.ผู้จัดจำหน่าย
ง.ถูกทุกข้อ
19. ข้อใดถูกต้องที่สุด เมื่อพูดถึงการเรียนการสอนวรรณกรรม
ก.สอนให้นักเรียนได้ข้อคิดจากการอ่าน
ข.สอนเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการวิเคราะห์เชื่อมโยง
ค.สอนเพื่อฝึกทักษะการตีความ
ง.ถูกทุกข้อ
20. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการอ่านวรรณกรรม
ก.ทำให้รอบรู้ศาสตร์ต่างๆ
ข.นำข้อมูลไปอ้างอิงทางวิชาการได้
ค.เสริมทักษะด้านการใช้ภาษา
ง..ทำให้ผู้อ่านมีคลังคำมากขึ้น
