Worksheetsแบบทดสอบปลายภาค ม.6-2-2564
Total questions: 45
Worksheet time: 1hrs 6mins
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. การทำโครงงานวิทยาศาสตร์เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาและแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง
ข. การทำโครงงานวิทยาศาสตร์จะช่วยพัฒนาให้นักเรียนเป็นคนรับผิดชอบ
ค. จุดมุ่งหมายของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่สำคัญคือการเข้าประกวดแข่งขัน
ง. การเรียนโครงงานวิทยาศาสตร์นักเรียนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ความหมายโครงงานวิทยาศาสตร์คือข้อใด
ก. เป็นการศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่นักเรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติและศึกษาค้นคว้าค้นคว้าด้วยตนเอง
ข. เป็นงานวิจัยเล็กๆ ของนักเรียนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ค. เป็นกิจกรรมที่นำเอาวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ
ข้อใดไม่จัดว่าเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์
ก. แดงซื้อชุดทำยาหม่องน้ำจากร้านค้ามาทำยาหม่องแจกเป็นของชำร่วย
ข. ขาวศึกษา ค้นคว้า และพัฒนาเครื่องอบผ้าโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์
ค. เขียวผลิตยาขจัดกลิ่นกายสูตรธรรมชาติที่ไม่เหมือนใคร
ง. ส้มทำสบู่สมุนไพรสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นเอง
ข้อใดเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญในการให้นักเรียนทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ก. เพื่อให้นักเรียนได้รับคำตอบในปัญหา
ข. เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์
ค. เพื่อให้มีประสบการณ์ตรงในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์
ง. เพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจลักษณะธรรมชาติวิทยาศาสตร์ดีขึ้น
หลักการของการจัดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์คือข้อใด
ก. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ข. การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
ค. การคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้
ง. ความสามัคคีในหมู่คณะ
ข้อใดคือองค์ประกอบของโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ก. เปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนได้พัฒนาและแสดงความสามารถ
ข. กระตุ้นให้นักเรียนสนใจในการเรียนวิทยาศาสตร์
ค. นักเรียนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
ง. นักเรียนเป็นผู้ริเริ่มเรื่องที่จะศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
ข้อใดเป็นคุณค่าของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ก. สร้างความสำนึก และรับผิดชอบในการศึกษาหาความรู้
ข. เป็นกิจกรรมที่ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการค้นคว้า
ค. นักเรียนเป็นผู้วางแผนในการศึกษาค้นคว้า
ง. เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ก. เพื่อให้เห็นถึงนิสัยและพฤติกรรมของผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ข. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความรักและสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์
ค. เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
ง. เพื่อพัฒนาความรับผิดชอบ และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของโครงงานวิทยาศาสตร์
ก. ช่วยส่งเสริมให้มีการเผยแพร่ผลงาน และเป็นหนทางในการสร้างรายได้
ข. รู้จักการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ รู้จักยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
ค. เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถตามศักยภาพของตนเอง
ง. เป็นการหาความรู้ด้วยตนเองที่หลากหลาย
นักเรียนได้รับประโยชน์อะไรจากการทำโครงงานมากที่สุด
ก. ได้ประสบการณ์และพัฒนาคุณลักษณะในหลายๆด้านให้กับผู้เรียน
ข. ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในทางสร้างสรรค์
ค. สร้างความสำนึกและรับผิดชอบในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้
ง. ได้ฝึกการนำเอาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้แก้ปัญหา
การสังเกตของนักวิทยาศาสตร์ทำให้เกิดสิ่งใดเป็นอันดับแรก
ก. การทดลอง
ข. ปัญหา
ค. สมมติฐาน
ง. การแปลความหมายข้อมูล
การที่ผู้เรียนมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์หรือจิตวิทยาศาสตร์จะมีลักษณะตรงกับข้อใด
ก. ตระหนักในคุณและโทษของการใช้เทคโนโลยี
ข. มีเหตุผล ซื่อสัตย์ รับฟังความคิดเห็น
ค. ตั้งใจเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
ง. ศรัทธา ซาบซึ้งในผลงานทางวิทยาศาสตร์
ในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ถ้าหากผลการทดลองที่ได้จากการทดสอบสมมติฐานไม่สอดคล้องกับสมมติฐานจะต้องทำอย่างไร
ก. เปลี่ยนสมมติฐาน
ข. สังเกตใหม่
ค. ตั้งปัญหาใหม่
ง. ออกแบบการทดลองใหม่
ข้อใดเรียงลำดับขั้นตอนของวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง
ก. การตั้งสมมติฐาน การสังเกตและปัญหา การตรวจสอบสมมติฐานและการทดลอง และสรุปผล
ข. การสังเกตและปัญหา การทดลองและตั้งสมมติฐาน การตรวจสอบสมมติฐาน และสรุปผล
ค. การสังเกตและปัญหา การตั้งสมมติฐาน การตรวจสอบสมมติฐานและการทดลอง และสรุปผล
ง. การตั้งสมมติฐาน การรวบรวมข้อมูล การทดลอง และสรุปผล
การตั้งสมมติฐานจะต้องสอดคล้องกับข้อใด
ก. การสรุปและแปลความหมาย
ข. การแก้ปัญหา
ค. การทดลอง
ง. การตั้งสมมติฐาน
ข้อใดคือความชำนาญและความสามารถในการใช้กระบวนการคิดเพื่อแก้ปัญหา
ก. วิธีการทางวิทยาศาสตร์
ข. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ค. จิตวิทยาศาสตร์
ง. ทักษะกระบวนการคิด
ในการตั้งสมมติฐานของการศึกษาค้นคว้ามีประโยชน์อย่างไร
ก. เพื่อเป็นการคาดคะเนคำตอบชั่วคราวของปัญหาที่ตั้งไว้
ข. เพื่อเป็นการพิสูจน์ผลของปัญหาที่ตั้งไว้
ค. เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินโครงการ
ง. เพื่อเป็นการบอกผลสรุปจากการทำโครงงานล่วงหน้า
ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ก. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เปรียบเสมือนเครื่องมือที่จำเป็นในการแสวงหาความรู้ และแก้ปัญหา
ข. เป็นทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ค. ถูกทุกข้อ
ก. เป็นทักษะกระบวนการพื้นฐานที่มีความสำคัญและจำเป็นในการเรียนรู้
ทักษะใดไม่ใช่ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ก. การทดลอง
ข. การตั้งสมมติฐาน
ค. การวางแผน
ง. การสังเกต
ทักษะใดที่ต้องใช้ข้อมูลมาทำการประมวลผล
ก. การทดลอง
ข. การสังเกต
ค. การตั้งสมมติฐาน
ง. การคำนวณ
ทักษะใดที่มีการกำหนดความหมาย หรือนิยามสิ่งต่าง ๆ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน
ก. การคำนวณ
ข. การทดลอง
ค. การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ
ง. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป
การคิดหาค่าคำตอบล่วงหน้าก่อนจะทำการทดลอง เป็นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ใด
ก. การตั้งสมมติฐาน
ข. ทักษะการตั้งนิยามเชิงปฏิบัติการ
ค. ทักษะการตีความและลงข้อสรุป
ง. ทักษะการทดลอง
ทักษะทางวิทยาศาสตร์ใดที่เกี่ยวข้องกับการแยกส่วนจัดกลุ่ม
ก. การจำแนกประเภท
ข. การสังเกต
ค. การคำนวณ
ง. การตั้งสมมติฐาน
การนำผลการทดลองมาจัดทำใหม่ให้เข้าใจง่ายขึ้นเป็นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้อใด
ก. ทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ
ข. ทักษะการตีความและลงข้อสรุป
ค. การตั้งสมมติฐาน
ง. การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล
ทักษะใดหมายถึงการทำนายผล การคาดคะเนสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยใช้ข้อมูลเป็นหลักการ
ก. ทักษะการพยากรณ์
ข. ทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ
ค. ทักษะการตีความและลงข้อสรุป
ง. การตั้งสมมติฐาน
การวัดความยาวของโต๊ะตัวหนึ่ง 3 ครั้งได้ผลดังนี้ 98.1 97.7 98.5 ค่าเฉลี่ยความยาวของโต๊ะตัวนี้เป็นเท่าไร
ก. 98.2
ข. 98.1
ค. 94.3
ง. 99.4
โครงงานวิทยาศาสตร์ มีกี่ประเภท
ก. 4
ข. 6
ค. 3
ง. 5
โครงงานประเภทใดที่ง่ายเหมาะสำหรับการเริ่มต้นในการทำโครงงาน
ก. การทดลอง
ข. ทฤษฎี
ค. สิ่งประดิษฐ์
ง. สำรวจรวบรวมข้อมูล
โครงงานที่นำเอาหลักการ กฎ แนวคิดใหม่ ๆ ซึ่งอาจอยู่ในรูปสูตร สมการ หรือคำอธิบาย คือโครงงานประเภทใด
ก. โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์
ข. โครงงานประเภทสำรวจรวบรวมข้อมูล
ค. โครงงานประเภททดลอง
ง. โครงงานประเภททฤษฎี
โครงงานประเภทใดที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์เครื่องมือ เครื่องใช้และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ การใช้สอย
ก. การทดลอง
ข. ทฤษฎี
ค. สำรวจและรวบรวมข้อมูล
ง. สิ่งประดิษฐ์
การจัดทำโครงงานที่ดี นักเรียนต้องทำอย่างไร
ก. เป็นโครงงานที่เราคิดเอง ทำเอง แก้ปัญหาเอง นำเสนอเองอย่างมีรูปแบบขั้นตอน
ข. เป็นโครงงานที่มีอาจารย์ที่ปรึกษาเก่ง ๆ
ค. เป็นโครงงานที่ไปดูมากจากโครงงานอื่น
ง. เป็นโครงงานที่ ส่งเข้าประกวดได้รางวัล
โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง “การสร้างเครื่องถอนขนไก่” เป็นโครงงานประเภทใด
ก. การทดลอง
ข. สำรวจรวบรวมข้อมูล
ค. ทฤษฎี
ง. สิ่งประดิษฐ์
โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง “การอธิบายอวกาศแนวใหม่” เป็นโครงงานประเภทใด
ก. สิ่งประดิษฐ์
ข. การทดลอง
ค. ทฤษฎี
ง. สำรวจรวบรวมข้อมูล
โครงงานที่ศึกษาผลของตัวแปรหนึ่งที่มีต่อตัวแปรอีกตัวแปรหนึ่งจัดว่าเป็นโครงงานประเภทใด
ก. ทฤษฎี
ข. สำรวจ
ค. สิ่งประดิษฐ์
ง. การทดลอง
การศึกษาชนิดและปริมาณของแพลงก์ตอนในน้ำทิ้งจากฟาร์มเลี้ยงสุกรจัดว่าเป็นโครงงานประเภทใด
ก. สิ่งประดิษฐ์
ข. สำรวจรวบรวมข้อมูล
ค. การทดลอง
ง. ทฤษฎี
โครงงานประเภทใดที่มีการกำหนดตัวแปรที่ค่อนข้างเด่นชัด
ก. ทดลอง สำรวจรวบรวมข้อมูล
ข. สำรวจรวบรวมข้อมูล สิ่งประดิษฐ์
ค. สิ่งประดิษฐ์ ทดลอง
ง. สิ่งประดิษฐ์ ทฤษฎี
สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกในการทำโครงงาน คือทำอย่างไร
ก. สอบถามเรื่องที่จะทำจากอาจารย์ที่ปรึกษา
ข. เตรียมสถานที่ที่จะทำโครงงาน
ค. ศึกษาหาสถานที่ที่จะประกวด
ง. คิดหัวเรื่องที่จะทำ
ในการจัดนิทรรศการแสดงโครงงานนั้นควรคำนึงถึงสิ่งใดมากที่สุด
ก. ความปลอดภัยและความเหมาะสมของเนื้อหาที่จัดแสดง
ข. ใช้ตาราง และรูปภาพประกอบโดยจัดวางเหมาะสม
ค. ดึงดูดความสนใจผู้เข้าชม
ง. สิ่งประดิษฐ์ควรอยู่ในสภาพที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์
ขั้นตอนใดเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ก. การแสดงผลงาน
ข. การเขียนรายงาน
ค. ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ง. ขั้นตอนการคิดหัวข้อของโครงงาน
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์คือขั้นตอนใด
ก. การลงมือทำโครงงาน
ข. การจัดทำเค้าโครงย่อของโครงงาน
ค. การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ง. การคิดหัวข้อเรื่องที่จำทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ข้อใดเป็น การประเมินผลของโครงงานวิทยาศาสตร์
ก. การจัดแสดงโครงงาน
ข. การเขียนรายงาน
ค. ถูกทุกข้อ
ง. การอภิปรายปากเปล่า
ความสำเร็จของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ขึ้นอยู่กับข้อใด
ก. ผลการทดลองที่ได้ตรงกับความคาดหวังเสมอ
ข. มีความปลอดภัย และใช้ต้นทุนสูง
ค. ได้สิ่งประดิษฐ์ที่สวยงาม และมีราคาแพง
ง. ผลการทดลองที่ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามความคาดหวัง
ข้อใดคือความสำคัญของการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ก. ช่วยให้นักเรียนได้แนวความคิดที่จะกำหนดขอบข่ายของเรื่องที่จะศึกษาค้นคว้าให้ เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
ข. ช่วยให้นักเรียนได้รู้งบประมาณ
ค. ช่วยให้นักเรียนได้เอกสารประกอบการทำรายงาน
ง. ช่วยให้นักเรียนได้มีแหล่งความรู้ที่จะค้นคว้า
การเขียนรายงานเกี่ยวกับโครงงานที่ถูกต้องคือข้อใด
ก. การเขียนรายงานควรดึงดูดความสนใจ ใช้สีที่สดใส และครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ
ข. การเขียนรายงานควรรายงานอย่างตรงไปตรงมา
ค. การเขียนรายงานควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย ชัดเจน สั้น ๆ และตรงไปตรงมาครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ
ง. การเขียนรายงานควรใช้ตาราง และรูปภาพประกอบ
ส่วนที่เป็นเนื้อหาโครงงานวิทยาศาสตร์แบ่งออกเป็นกี่บท
ก. 4
ข. 2
ค. 5
ง. 3
