wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

พ๓๓๑๐๒ ปลายภาค

Total questions: 37

Worksheet time: 55mins

Name
Class
Date
1.

1.             ข้อใด ไม่ใช่ การฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR)

a)

เป็นการช่วยผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วให้ฟื้นคืนชีพกลับมาใหม่ได้

b)

    เป็นการช่วยให้ผู้ป่วยที่หัวใจหยุดเต้นให้กลับมาเต้นใหม่ได้

c)

   เป็นการช่วยให้ผู้ป่วยที่หยุดหายใจให้กลับมาหายใจใหม่ได้

d)

เป็นการช่วยชีวิตโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์แต่อย่างไร 

2.

                   การช่วยฟื้นคืนชีพ จะต้องทำทันทีหลังจากผู้ป่วยหยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น ภายในเวลาไม่เกิน กี่นาที

a)

4 นาที         

b)

6 นาที 

c)

8 นาที         

d)

10 นาที 

3.

             ข้อใด เป็นขั้นตอนแรกในการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน

a)

จัดให้ผู้ป่วยนอนหงาย 

b)

ตรวจดูชีพจร                 

c)

ตรวจดูระดับความรู้สึกตัว 

d)

ตรวจดูการหายใจ    

4.

            การเป่าลมเข้าปากผู้ป่วยที่หยุดหายใจ ข้อใดเป็นวิธีที่ถูกต้อง

a)

เป่าเบาๆ เร็วๆ

b)

เป่าเบาๆ ช้าๆ           

c)

เป่าแรงๆ เร็วๆ 

d)

เป่าแรงๆ ช้าๆ            

5.

    จังหวะในการเป่าลมเข้าปากผู้ป่วยที่หยุดหายใจ นาทีละกี่ครั้ง

a)

6-8 ครั้ง

b)

8-10 ครั้ง                 

c)

10-12 ครั้ง           

d)

10-12ครั้ง               

6.

             การตรวจชีพจร ควรตรวจที่ตำแหน่งใดของร่างกายผู้ป่วย

a)

ข้อมือข้างซ้าย 

b)

หน้าอกข้างซ้าย

c)

ข้อเท้าข้างขวา          

d)

ถูกทุกข้อ 

7.

        ถ้าคลำชีพจรได้ แต่ผู้ป่วยไม่หายใจ ควรทำอย่างไร

a)

ช่วยกดหน้าอกทันที 

b)

ช่วยหายใจโดยการเป่าปากก่อน  

c)

ช่วยกดหน้าอกและช่วยหายใจพร้อมกัน 

d)

ช่วยกดหน้าอกและช่วยหายใจสลับกัน 

8.

           วิธีกดหน้าอกที่ถูกต้อง ผู้ช่วยเหลือต้องวางมืออย่างไร

a)

แขนงอเล็กน้อย ออกแรงกดที่ฝ่ามือ      

b)

แขนเหยียดตรง ออกแรงกดที่ฝ่ามือ

c)

แขนแขนงอเล็กน้อย ทิ้งน้ำหนักลงบนแขน 

d)

แขนเหยียดตรง ทิ้งน้ำหนักลงบนแขน

9.

           ข้อใดเป็นวิธีช่วยผู้ป่วยที่หยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้นที่ถูกต้อง สำหรับผู้ช่วยคนเดียว

a)

     กดหน้าอก 10 ครั้ง ใน 10 วินาที สลับกับเป่าปาก 2 ครั้ง

b)

   กดหน้าอก 10 ครั้ง ใน 10 วินาที สลับกับเป่าปาก 1 ครั้ง

c)

     กดหน้าอก 15 ครั้ง ใน 10 วินาที สลับกับเป่าปาก 2 ครั้ง 

d)

     กดหน้าอก 15 ครั้ง ใน 10 วินาที สลับกับเป่าปาก 1 ครั้ง

10.

            ข้อใดเป็นวิธีช่วยผู้ป่วยที่หยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้นที่ถูกต้อง สำหรับผู้ช่วย 2 คน

a)

     คนหนึ่งกดหน้าอก 5 ครั้ง สลับกับคนที่ 2 เป่าปาก 2 ครั้ง

b)

    คนหนึ่งกดหน้าอก 5 ครั้ง สลับกับคนที่ 2 เป่าปาก 1 ครั้ง

c)

     คนหนึ่งกดหน้าอก 15 ครั้ง สลับกับคนที่ 2 เป่าปาก 2 ครั้ง 

d)

     คนหนึ่งกดหน้าอก 15 ครั้ง สลับกับคนที่ 2 เป่าปาก 1 ครั้ง

11.

        จังหวะในการกดหน้าอกสำหรับผู้ใหญ่ ควรทำนาทีละกี่ครั้ง

a)

20-40 ครั้ง/นาที 

b)

40-60 ครั้ง/นาที

c)

60-80 ครั้ง/นาที  

d)

80-100 ครั้ง/นาที 

12.

            หลังจากช่วยเหลือผู้ป่วยจนชีพจรเต้นและหายใจได้เองแล้ว ควรจัดให้ผู้ป่วยนอนพักในท่าใด

a)

นอนหงาย

b)

นอนตะแคงกึ่งคว่ำ

c)

นอนตะแคงข้าง

d)

นอนคว่ำตะแคงศีรษะ 

13.

          การตรวจชีพจรและการหายใจ ควรตรวจซ้ำทุกกี่นาที

a)

1-2 นาที

b)

     2-3 นาที

c)

3-4 นาที

d)

4-5 นาที 

14.

          การเป่าปากและจมูกเพื่อช่วยหายใจในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ ข้อใดถูกต้อง

a)

เป่าครั้งละ 1 วินาที  

b)

เป่าครั้งละ 2 วินาที    

c)

เป่าครั้งละ 3 วินาที

d)

เป่าครั้งละ 4 วินาที 

15.

           การนวดหัวใจในเด็กเล็ก ควรใช้อัตราเร็วเท่าไร

a)

60-80 ครั้ง/นาที

b)

80-100 ครั้ง/นาที

c)

100-120 ครั้ง/นาที        

d)

120-140 ครั้ง/นาที 

16.

     การช่วยฟื้นคืนชีพในเด็ก ข้อใด ไม่ถูกต้อง

a)

   จัดนอนหงาย ให้คอแหงนไปข้างหลังมากๆ

b)

      การเป่าปากควรประกบครอบทั้งปากและจมูก

c)

ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางกดลงเบาๆ บนกระดูกหน้าอกเพื่อนวดหัวใจ

d)

นวดหัวใจ 5 ครั้ง สลับกับการเป่าปาก 1 ครั้ง ด้วยความเร็ว 10 รอบ ใน 1 นาที 

17.

          ข้อใด เป็นหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน

a)

191

b)

  1112

c)

1669 

d)

1672

18.

         ข้อมูลที่ผู้ช่วยเหลือควรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเป็นลำดับแรก คือ

a)

บริเวณที่พบผู้ป่วย                    

b)

สิ่งที่เกิดกับผู้ป่วย

c)

อาการของผู้ป่วย

d)

เบอร์โทรศัพท์ที่จะติดต่อกลับ 

19.

           ข้อใดเป็นหน้าที่หลักของหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน

a)

     ให้การรักษาผู้ป่วยเบื้องต้นอย่างทันท่วงที

b)

    นำผู้ป่วยจากอุบัติเหตุส่งโรงพยาบาลอย่างทันท่วงที

c)

    นำผู้ป่วยเฉียบพลันจากโรคภัยไข้เจ็บส่งโรงพยาบาลอย่างทันท่วงที

d)

    ถูกทุกข้อ 

20.

             ผู้ช่วยเหลือจะหยุดทำหน้าที่พลเมืองดีเมื่อไร

a)

เมื่อมีคนมาช่วย

b)

เมื่อหน่วยแพทย์ฉุกเฉินมาถึง

c)

เมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัว

d)

เมื่อผู้ป่วยมีชีพจรและหายใจได้เอง

21.

ข้อใดเรียงขั้นตอนตามหลักการกู้ชีวิตขั้นพื้นฐานได้อย่างถูกต้อง

a)

๑.การเปิดทางเดินหายใจ             

๒.การนวดหัวใจ   

๓ การช่วยในการหายใจ

b)

๑.การนวดหัวใจ   

๒.การช่วยในการหายใจ                

๓.การเปิดทางเดินหายใจ

c)

๑.การช่วยในการหายใจ               

๒.การนวดหัวใจ    

๓.การเปิดทางเดินหายใจ

d)

๑.การเปิดทางเดินหายใจ            

 ๒.การช่วยในการหายใจ               

๓.การนวดหัวใจ

22.

การช่วยคนจมน้ำ เมื่อช่วยขึ้นมาบนฝั่งแล้ว ควรทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก

a)

ทำการนวดหัวใจ

b)

เอาน้ำออกจากปอดผู้ป่วย

c)

ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย

d)

ตรวจสอบการหายใจและชีพจร

23.

การปฏิบัติการช่วยชีวิตหรือซีพีอาร์ แบ่งออกเป็นกี่ระดับ อะไรบ้าง

a)

1 ระดับ คือ ระดับพื้นฐาน

b)

2 ระดับ คือ ระดับพื้นฐาน และขั้นสูง

c)

3 ระดับ คือ ขั้นต้น ขั้นพื้นฐาน และขั้นสูง

d)

4 ระดับ คือ ขั้นต้น ขั้นพื้นฐาน ขั้นสูง และขั้นชำนาญ

24.

การจัดท่าผู้ป่วยที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงให้อยู่ในท่านอนศีรษะสูง 15 – 30 องศา มีจุดประสงค์เพื่ออะไร

a)

ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกขึ้น

b)

เพิ่มเลือดในการหล่อเลี้ยงหัวใจ      

c)

ลดการคั่งของเลือดในสมอง

d)

หัวใจส่งเลือดไปสมองได้มากขึ้น

25.

อาการใดที่แสดงว่าผู้ป่วยต้องได้รับการช่วยฟื้นคืนชีพด้วยการทำซีพีอาร์

a)

ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น

b)

ผู้ป่วยเป็นลมหมดสติ

c)

ผู้ป่วยเกิดอาการชักเกร็ง

d)

ผู้ป่วยหายใจเร็วและแรง

26.

การช่วยผู้ป่วยที่ถูกไฟฟ้าดูด ถ้าไม่ทราบแหล่งที่มาของไฟฟ้า วิธีช่วยผู้ป่วยในข้อใดเหมาะสมที่สุด

a)

ใช้กรรไกรตัดสายไฟฟ้าออก

b)

ใช้น้ำราดตัวผู้ป่วยเพื่อให้มีสติ

c)

แจ้งหน่วยงานให้ตัดกระแสไฟฟ้า

d)

ใช้ท่อนไม้งัดตัวผู้ป่วยออกจากกระแสไฟฟ้า

27.

หากเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยที่หยุดหายใจล่าช้า อวัยวะที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคืออวัยวะใด

a)

ปอด       

b)

หัวใจ

c)

สมอง

d)

ไขสันหลัง

28.

การวิ่งซิกแซ็กเป็นการทดสอบสมรรถภาพทางกายในด้านใด

a)

ความว่องไวหรือความคล่องตัว

b)

ความสมดุลหรือการทรงตัว

c)

พลังหรือกำลังของกล้ามเนื้อ

d)

ความเร็ว

29.

พฤติกรรมใดเป็นการสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายที่ไม่ถูกต้อง

a)

ทำกิจกรรมสันทนาการ เพื่อคลายกล้ามเนื้อและความเครียด

b)

  ให้รางวัลแก่ตนเอง เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

c)

เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับความชอบและความถนัดของตนเอง

d)

ใช้สารกระตุ้นในระหว่างการเสริมสร้างและปรับปรุงสมรรถภาพ

30.

การทดสอบในข้อใด จัดเป็นการทดสอบความเร็วทุกรายการ

a)

วิ่งเร็ว 50 เมตร วิ่งเร็ว 100 เมตร

b)

กระโดดไกล ดึงข้อราวเดี่ยว

c)

ทุ่มน้ำหนัก วิ่งเร็ว 100 เมตร กระโดดสูง

d)

วิ่งเก็บของ ลุก-นั่ง 30 วินาที ดึงข้อราวเดี่ยว

31.

ข้อใดอธิบายความหมายของคำว่า “สมรรถภาพทางกาย” ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ความพร้อมของร่างกายในการทำกิจกรรมต่างๆ ที่ท้าทาย

b)

ความแข็งแรงของร่างกายในการออกกำลังกายอย่างหนัก

c)

 ความสามารถของระบบต่างๆ ของร่างกายในการ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

d)

ความสมบูรณ์ของร่างกายในการทนต่อสภาพอากาศต่างๆ

32.

ใครเป็นผู้มีสุขภาพดี

a)

สมไม่รับประทานอาหารเย็น เพราะเกรงว่าจะทำให้อ้วน

b)

สายนิยมรับประทานขนมขบเคี้ยว และไม่ออกกำลังกาย

c)

สาวรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายเป็นประจำ

d)

สวยชอบรับประทานอาหารรสจัด และออกกำลังกายเมื่อมีเวลา

33.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของสมรรถภาพทางกาย

a)

ความคล่องตัว

b)

ความสมดุลหรือการทรงตัว

c)

ความอดทนในการใช้กำลัง

d)

พลังหรือกำลังของกล้ามเนื้อ

34.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการพัฒนาสมรรถภาพทางกาย

a)

ทำให้รูปร่างดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง     

b)

ทำให้มีบุคลิกภาพดี สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสง่างาม คล่องแคล่ว

c)

ทำให้มีพลังงานสำรองเพื่อใช้ในการทำกิจกรรม นันทนาการ หรือใช้กรณีฉุกเฉิน       

d)

ทำให้ได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง

35.

ถ้าทดสอบด้วยการดันพื้น เป็นการทดสอบสมรรถภาพด้านใด

a)

ทดสอบความอดทน

b)

ทดสอบความว่องไว

c)

ทดสอบความอ่อนตัว         

d)

ทดสอบความสมดุล

36.

ให้นักเรียนอธิบายขั้นตอนการทำ CPR มาตามลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องและปลอดภัย

4 lines
37.

ให้นักเรียนอธิบายหลักการวางแผนการออกกำลังกายแบบ FITT

4 lines