wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สอบปลายภาคเรียน 2/2564 กดิ เบส และเคมีไฟฟ้า

Total questions: 90

Worksheet time: 3hrs 0mins

Name
Class
Date
1.

ในการทดลองการศึกษาสมบัติบางประการของสารละลาย 6 ชนิด A, B, C, D, E และ F ได้ผลการทดลองดังนี้ จากการทดลองข้อความใดถูกต้องที่สุด

a)

สารละลาย A เป็น กรด หรือมีสมบยัติเป็นกลางก็ได่้

b)

เมื่อใส่ Zn ลงในสารละลาย C ควรเกิดแก๊ส H2

c)

สารละลาย B และ E มีสมบัติเป็นเบส

d)

สารละลาย D และ F มีสมบัติเป็นกลาง

e)

สารละลาย D และ B เป็นเบส

2.

สารละลายในข้อใดที่เป็นสารละลายกรด

a)

A, C

b)

A, E

c)

E, F

d)

E, C

e)

C, F

3.

ข้อใดถูกต้องที่สุด

a)

สารละลายกรด และ เบสทุกชนิดเป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์

b)

กรดจะเปลี่ยนกระดาษลิตมัสจากสีแดง เป็นน้ำเงิน

c)

สารละลายที่ไม่เปลี่ยนสีลิตมัส ไม่จัดเป็นสารละลายอิเล็กดทรไลต์

d)

สารประกอบโคเวเลนต์ที่เป็นโมเลกุลมีขั้วละลายน้ำได้สารละลายอิเล็กโทรไลต์

e)

สารทุกชนิดที่ละลายน้ำได้เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์

4.

กรดซัลฟิวริกทำปฏิกิริยากับกรดไพโรซัลฟิวริกดังสมการ

H2SO4(aq) + H2S2O7(aq) <----> H3SO4(aq) + HS2O7(aq)

โมเลกุลและไอออนคู่ใดในปฏิกิริยาที่ทำหน้าที่เป็นกรด

a)

H2SO4 และ H3SO4+

b)

H2SO4 และ H2S2O7

c)

H2S2O4 และ HS2O7

d)

H2S2O4 และ HS2O5

e)

H2S2O7 และ H3SO4+

5.

จากปฏิกริยาผันกลับได้ต่อไปนี้ HCO3-(aq) + OH- (aq) <----> CO32-(aq) + H2O(l)

สารคู่ใดที่จัดเป็นกรดตามทฤษฏีของเบรินสเตด ทั้ง 2 สาร

a)

OH- และ CO3

b)

OH- และ CO32-

c)

OH- และ H2O

d)

HCO3- และ H2O

e)

HCO3- และ CO32

6.

ข้อใดเป็นคู่เบสของกรดต่อไปนี้ตามลำดับ HSO3- H2PO4- HCO3-

a)

H2SO3 , H2PO4- , H2CO3

b)

SO32- , HPO2-4 , CO32-

c)

HSO-3 , HPO2-4 , CO32-

d)

SO32- , HPO2-4 , H2CO3

e)

SO32- , HPO2-4

7.

ข้อใดที่ไอออนแต่ละชนิดในน้ำ มีสมบัติเป็นกรด

a)

NH4+ CO32- CH3COO

b)

H2PO4- HCO3- NO3-

c)

NH4+ H2PO4- HCO3-

d)

HS H2PO4- CH3COO-

e)

H2PO4- CH3COO-

8.

Sr(OH)2 เป็นเบสแก่เมื่อนำ Sr(OH)2 61 กรัม มาละลายในน้ำ 200 cm3 สารละลายที่ได้จะมีความเข้มข้น OH อิออนกี่โมลต่อลิตร (Sr = 88 , O = 16 , H = 1)

a)

1.52

b)

2.75

c)

3.45

d)

3.95

e)

5.00

9.

สารละลาย H2SO4 เข้มข้น 2 โมลต่อลิตร จำนวน 100 cm3 เมื่อนำไปเติมน้ำจนมีปริมาตรเป็น 500 cm3 สารละลายใหม่ที่ได้จะมีความเข้มข้น H3O+ อิออนกี่โมลต่อลิตร

a)

0.20

b)

0.39

c)

0.59

d)

0.80

e)

1.08

10.

ผสมสารละลาย HCl เข้มข้น 1 โมล/ลิตร 200 cm3 กับ สารละลาย H2SO4 เข้มข้น 0.5 โมล/ลิตร 600 cm3 แล้วเติมน้ำลงไปอีก 200 cm3 สารละลายใหม่ที่ได้จะมีความเข้มข้น H3O+ อิออนกี่โมลต่อลิตร

a)

0.60

b)

0.80

c)

1.20

d)

1.82

e)

2.00

11.

สารละลาย HCl เข้มข้น 0.5 M จำนวน 250 cm3 มี H3O+ และ Cl- อย่างละกี่ mol และมี Cl- ทั้งหมดกี่ ion

a)

0.125 และ 752.5x1020

b)

1.020 และ 7.52X1023

c)

1.245 และ 8.14X1023

d)

1.214 และ 6.325 X 1023

e)

1.405 และ 6.452 X1023

12.

เมื่อผ่านแก๊ส HCl 20 dm3 ที่ STP ลงในน้ำจำนวนหนึ่งปรากฏว่าแก๊ส HCl สามารถละลายน้ำได้เพียง 40% เท่านั้น หลังจากนั้นเติมน้ำลงไปในสารละลายอีกจนปริมาตรเป็น 250 cm3 จะได้สารละลายกี่ mol/l

a)

4.012

b)

3.850

c)

2.756

d)

1.951

e)

1.248

13.

ถ้าสารละลายของกรดอ่อน HA ที่เข้มข้น 0.012 โมล/ลิตร มีปริมาณ H3O+ 2.5 x 10–3 โมล/ลิตร จงคำนวณหาค่า Ka

a)

9.45x10-2

b)

6.42x10-3

c)

5.21x10-4

d)

6.32x10-4

e)

1.02x10-5

14.

กรดอ่อน HX มีค่าคงที่การแตกตัวเท่ากับ 2.5 x 10–6 สารละลายกรด HX จะต้องมีความเข้มข้นกี่โมลต่อลูกบาศก์เดซิเมตร จึงจะทำให้ความเข้มข้นของ H3O+ เท่ากับ 2 x 103 mol/dm–3

a)

0.2

b)

0.4

c)

0.8

d)

1.6

e)

2.0

15.

จงคำนวณหา [OH-] และ % การแตกตัวของเบส XOH ซึ่งเข้มข้น 1.0 mol/dm3 (Ka = 9.00)

a)

3 และ 300

b)

3 และ 200

c)

3 และ 100

d)

3 และ 92

e)

3 และ 85

16.

สารละลาย NH3 เข้มข้น 0.0050 โมล/ลิตร จะมีความเข้มข้นของ H3O+ อิออนเป็นเท่าใด (Kb ของ NH3 เป็น 1.8 x 10–5)

a)

1.32x10-9

b)

1.46x10-10

c)

2.65x10-10

d)

3.33x10-11

e)

4.04x10-11

17.

สารละลาย HCl เข้มข้น 0.1 M ปริมาตร10 cm3 เติมลงในสารละลาย HCl 0.01 M จำนวน 100 cm3 จะมีความเข้มข้นโดยรวมของ H3O+ และ OH- เท่าใด

a)

0.001 และ 2x10-11

b)

0.005 และ 2x10-12

c)

0.008 และ 3x10-13

d)

0.01 และ 3x10-13

e)

0.018 และ 4x10-13

18.

สารละลาย HCl เข้มข้น 2 M 1หยด ไปในน้ำปริมาจร 5 dm3 จะมีความเข้มข้นของ H3O+ และ OH- เท่าใด ( 20 หยด=1cm3)

a)

0.02 และ 5x10-13

b)

0.02 และ 4.45x10-13

c)

0.01 และ 4.45x10-13

d)

0.01 และ 5x10-13

e)

0.01 และ 6.012x10-14

19.

เมื่อละลาย NaOH 0.01 mol ในน้ำ และทำให้สารละลายมีปริมาตร 500 cm3 จงหาความเข้มข้นของ H3O+ ในสารละลาย

a)

6.40x10-12

b)

6.12x10-12

c)

4.00x10-12

d)

3.45x10-12

e)

2.00x10-12

20.

ที่ 25 oC สารละลาย HF เข้มข้น 0.09 โมล/ลิตร แตกตัวได้ 0.8% ดังนั้นสารละลาย HF เข้มข้น 0.04 โมล/ลิตร ที่ 25 oC จะแตกตัวกี่เปอร์เซ็นต์

a)

1.2%

b)

2.0%

c)

2.5%

d)

3.0%

e)

3.4%

21.

Ca(OH)2 หนัก 0.148 กรัม ละลายน้ำได้หมดเป็นสารละลายที่มีปริมาตร 400.0 cm3 pH ของสารละลายนี้เป็นเท่าใด

a)

12.30

b)

12.00

c)

11.70

d)

11.25

e)

10.50

22.

สารละลายกรดแก่ HA มีความเข้มข้น 0.05 mol/dm3 ปริมาตร 100 cm3 ถ้านำมาเติมน้ำให้มีปริมาตรเป็น 5 เท่าของของเดิม จะมีค่า pH เป็นเท่าใด

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

e)

5

23.

M(OH)2 เป็นเบสแก่ เมื่อนำสารละลายของเบสนี้เข้มข้น 0.025 mol/dm3 ปริมาตร 100 cm3 มาเติมน้ำเพิ่มอีก 400 cm3 จงหา pH ของสารละลายที่ได้นี้

a)

8

b)

9

c)

10

d)

11

e)

12

24.

เมื่อผสมสารละลาย HCl 0.01 mol/dm3 150 cm3 กับ HCl 0.06 mol/l 150 cm3 เข้าด้วยกันจะได้สารละลายที่มี pH เท่าใด

a)

0.45

b)

0.81

c)

1.20

d)

1.45

e)

2.01

25.

 

จงคำนวณหา pOH ของสารละลาย H2SO4 เข้มข้น 5x10–4 mol/dm3

a)

9

b)

10

c)

11

d)

12

e)

13

26.

สารในข้อใดเมื่อละลายน้ำแล้วได้สารละลายที่เปลี่ยนสียูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์ได้เช่นเดียวกับน้ำ

a)

 (NH4)2SO4

b)

K2CO3 

c)

NaCl

d)

KCN

e)

CH3COONa

27.

เกลือทุกตัวในข้อใดเมื่อละลายน้ำแล้ว สามารถเปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง

a)

NH4NO3 , NaHSO4

b)

NH4Cl , HCOONa

c)

NaHS , CH3COONa

d)

KNO2 , NaHCO3

e)

NaCl, CH3COONa

28.

กลุ่มเกลือที่ละลายน้ำแล้วให้สารละลายที่มีสมบัติเป็นเบส คือข้อใด

a)

HCOONa, KBr,  NH4NO3

b)

KCN, CH3COONa,

HCOONa

c)

CH3COONa , NH4Cl , CH3COONH4

d)

NH4Cl, NaOH, NaCl

e)

Na2CO3   , NaCl, MgCl

29.

เมื่อนำเกลือ 4 ชนิด ต่อไปนี้มาละลายน้ำ

1. NH4 NO3                     2. CH3COONa                  3. Na2CO3                       4. K2SO4

สารละลายของเกลือชนิดใดบ้างที่สามารถเปลี่ยนสีของกระดาษลิตมัสจากแดงเป็นน้ำเงิน

a)

1 และ 2

b)

1 และ 3

c)

2 และ 3

d)

2 และ 4

e)

3 และ 4

30.

ข้อใดถูกต้องที่สุุด

a)

เลือดเป็นของเหลวในร่างกายที่มีช่วง pH กว้างเช่นเดียวกับปัสสาวะ

b)

การรับประทานเนื้อสัตว์จะมี pH ต่ำ แต่ถ้ารับประทานอาหารประเภทพืชผัก ปัสสาวะจะมี pH สูง แต่

c)

การรับประทานอาหารประเภทพืชผัก ปัสสาวะจะมี pH สูง แต่ถ้ารับประทานเนื้อสัตว์จะมี pH ต่ำ

d)

ของเหลวในร่างกายเป็นสารละลายที่มี pH =7 มีสมบัติเป็นกลาง

e)

สิ่งก่อสร้างที่ทำด้วยปูน หินอ่อน มีความแข็งแรง ทนทานมาก และสามารถต้านแดดร้อนได้ดี

31.

สารละลาย Ba(OH)2 จำนวน 40 cm3 ไตเตรตพอดีกับสารละลาย HCl เข้มข้น 0.001 mol/dm3 จำนวน 10 cm3 สารละลาย Ba(OH)2 มีความเข้มข้นเท่าใด

a)

1.25x10–3 M

b)

1.35x10–3 M

c)

1.95x10–3 M

d)

1.25x10–4 M

e)

1.35x10–4 M

32.

ใช้สารละลาย NaOH 0.050 mol/dm3 หาความเข้มข้นของสารละลาย H2SO4 ความเข้มข้นของกรดเป็นกี่ mol/dm3 ถ้ากรด 20.0 cm3 สะเทินพอดีกับเบส 40.0 cm3

a)

0.500

b)

0.550

c)

0.025

d)

0.050

e)

0.075

33.

ถ้าต้องการสะเทินสารละลาย Ba(OH)2 เข้มข้น 0.005 M ปริมาตร 30 cm3 จะต้องใช้ H3PO4  เข้มข้น 0.25M กี่cm3    

a)

0.125

b)

0.2

c)

0.25

d)

0.3

e)

0.4

34.

เมื่อนำสารละลายที่มี HCl 0.01 mol มาทำปฏิกิริยาสะเทินด้วยสารละลาย Ca(OH)2 เข้มข้น 0.01 mol/dm3 จะต้องใช้ Ca(OH)2 กี่ cm3

a)

365

b)

385

c)

420

d)

450

e)

500

35.

ปิเปตต์สารละลายกรด H2SO4 มา 10.00 cm3 เติมน้ำกลั่นลงไปอีก 30.00 cm3 มาไทเทรตด้วยสารละลาย NaOH เข้มข้น 0.020 mol/dm3 พบว่าเมื่อถึงจุดยุติใช้ NaOH ไป 20.00 cm3 สารละลายกรด H2SO4 ที่ปิเปตต์มามีความเข้มข้นกี่ mol/dm3

a)

0.020

b)

0.200

c)

0.045

d)

0.374

e)

0.421

36.

องค์ประกอบที่สำคัญของยาแก้ปวดคือ แอสไพริน (HC9H7O4) ถ้านำยาแก้ปวดมา 0.5 กรัม ไทเทรตกับ NaOH ที่มีความเข้มข้น 0.01 mol/dm3 จำนวน 20.0 cm3 ยาแก้ปวดนี้มีแอสไพรินอยู่ร้อยละเท่าใด

a)

72%

b)

65%

c)

15%

d)

7.2%

e)

1.2%

37.

นำสารละลาย HCl 10 cm3 ทำให้เจือจางงจนมีปริมาตรเป็น 50 cm3 แล้วแบ่งสารละลายนี้มา 5 cm3 มาไตเตรทกับ NaOH เข้มข้น 0.2 mol/dm3 4 cm3 จงหาความเข้มข้นของ HCl ก่อนเจือจาง

a)

0.20

b)

0.64

c)

0.80

d)

1.20

e)

2.03

38.

ในการไตเทตร HNO3 กับสารละลาย NaOH เข้มข้น 40 % โดยมวย/ปริมาตร ต้องใช้ NaOH 30 cm3 โดยการไตเทตรหาจุดยุติโดยการนำไฟฟ้า จงหาความเข้มข้นของ HNO3

a)

1.20 mol/dm3

b)

3.42 mol/dm3

c)

4.04 mol/dm3

d)

5.97 mol/dm3

e)

7.50 mol/dm3

39.

ในการไตเทตรสารละลายกรด HA กับสารละลายเบส NaOH นั้นควรเลือกใช้อินดิเคเตอรฺมดจึงจะเหมาะสมที่สุดในกสนบอกจุดยุติ

a)

A pH 8-10

b)

B pH 6-7.5

c)

C pH 5-6

d)

D pH 4-6.8

e)

E pH 3-6

40.

ในการไทเทรต ระหว่างกรดซัลฟิวริกกับโซเดียมไฮดรอกไซด์ ควรเลือกใช้อินดิเคเตอร์ใด

อินดิเคเตอร์ Methyl orange Methyl red Litmus Phenolphthalein

ช่วง pH ที่เปลี่ยนสี 3.1 - 4.4 4.2 – 6.2 6.0 – 8.0 8.3 – 10.0

สีในช่วง pH ต่ำ แดง แดง แดง ไม่มีสี

สีในช่วง pH สูง เหลือง เหลือง น้ำเงิน แดง

a)

Methyl orange

b)

Methyl red

c)

Litmus

d)

Phenolphthalein

e)

Litmus และ Methyl red

41.

ในการไทเทรตระหว่างสารละลายกรดคาร์บอนิกกับสารละลายโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ควรเลือกใช้อินดิเคเตอรใด

อินดิเคเตอร์ Methyl orange Methyl red Litmus Phenolphthalein

ช่วง pH ที่เปลี่ยนสี 3.1 - 4.4 4.2 – 6.2 6.0 – 8.0 8.3 – 10.0

สีในช่วง pH ต่ำ แดง แดง แดง ไม่มีสี

สีในช่วง pH สูง เหลือง เหลือง น้ำเงิน แดง

a)

Methyl orange

b)

Methyl red

c)

Litmus

d)

Phenolphthalein

e)

Phenolphthalein และ Methyl orange

42.

อินดิเคเตอร์ในข้อใดที่เหมาะสมที่สุดในการไทเทรต ระหว่างกรดไนตรัส (Ka = 5.0 x10–4 mol/dm3)  กับสารละลาย NH3    (Kb = 4.99 x10–4 mol/dm3

อินดิเคเตอร์ Methyl orange Methyl red Litmus Phenolphthalein

ช่วง pH ที่เปลี่ยนสี 3.1 - 4.4 4.2 – 6.2 6.0 – 8.0 8.3 – 10.0

สีในช่วง pH ต่ำ แดง แดง แดง ไม่มีสี

สีในช่วง pH สูง เหลือง เหลือง น้ำเงิน แดง

a)

Methyl orange

b)

Methyl red

c)

Litmus

d)

Phenolphthalein

e)

Phenolphthalein และ Litmus

43.

ถ้าจะเตรียมสารละลายบัฟเฟอร์ให้มี  pH  ประมาณ  9  ควรใช้สารผสมคู่ใด

a)

NH4NO3 +  NH3

b)

NaOAc  +   HOAc

c)

NaHCO3  +  Na2CO3

d)

NH4OH  +   NaOH

e)

HCl + CH3COOH

44.

สารละลายบัฟเฟอร์ปริมาตร  1  dm3  ได้จากการผสมสารละลาย  0.1 mol / dm3  HCOOH

กับสารละลาย  0.1 mol / dm3  HCOONa  สารควบคุม  pH  ของสารละลายให้ค่อนข้างคงที่ได้เมื่อเติมสารละลาย  0.1 mol / dm3  KOH  ลงไป  1.0 cm3  เพราะเหตุใด

a)

สารละลายมีปริมาณคงที่

b)

KOH  ที่เติมลงไปน้อยมาก

c)

OH- ถูกทำให้เจือจาง

d)

OH-  ไปรวมกับ  Na+ 

e)

OH-  ถูกสะเทินด้วย  H+ ในสารละลายบัฟเฟอร์

45.

สารละลายในข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นสารละลายบัฟเฟอร์

a)

HCl  เข้มข้น  0.10 mol/dm3 กับ  NaCl  5.85  g

b)

HCl  เข้มข้น  0.05 mol/dm3 กับ  NaOH  เข้มข้น  0.10 mol/dm3 ปริมาตรเท่ากัน

c)

HClO4  เข้มข้น  0.05 mol/dm3 กับ  NH3  เข้มข้น  0.10 mol /dm3 ปริมาตรเท่ากัน

d)

CH3COOH  เข้มข้น  0.10 mol /dm3 กับ  NaOH  เข้มข้น  0.10 mol /dm3 ปริมาตรเท่ากัน

e)

CH3COOH 0.1 mol /dm3 กับ CH3COONa 0.09 mol /dm3

46.

เมื่อนำกรดเข้มข้น  0.1 mol / dm3  มาไทเทรตกับ  0.1 mol / dm3  NaOH  โดยใช้ฟีนอล์ฟทาลีนเป็นอินดิเคเตอร์  กรดใดต่อไปนี้ต้องใช้ปริมาณ  NaOH  มากที่สุดในปฏิกิริยาสะเทิน 

a)

H3PO4   จำนวน 25 cm3

b)

C2H3COOH  จำนวน 100 cm3

c)

H2SO4  จำนวน 55 cm3

d)

HNO2  จำนวน 95 cm3  

e)

HNO4  จำนวน 95 cm3 

47.

เมื่อผสมสารละลาย HCl 1.60 mol /dm3 40.00 cm3 กับสารละลาย NaOH  1.00 mol /dm3 60.00 cm3 

พิจารณาข้อความต่อไปนี้

1.  สารละลายผสมที่ได้มีสมบัติเป็นกลาง

2.  ความเข้มข้นของ  Na+  ในสารผสมที่ได้เท่ากับ  1.20 mol / dm3

3.  ความเข้มข้นของ  H+  ในสารผสมที่ได้เท่ากับ  0.04 mol / dm3

4.  ความเข้มข้นของ  Cl+  ในสารผสมที่ได้เท่ากับ  0.64 mol / dm3

ข้อใดสรุปผิด 

a)

1  และ  4

b)

1  และ  2

c)

2  และ  3

d)

3  และ  4

e)

3 เท่านั้น

48.

ข้อใดไม่จัดอยู่ในสารละลายบัฟเฟอร์

a)

น้ำลาย

b)

เลือด

c)

น้ำย่อยในกระเพาะอาหาร

d)

น้ำดี

e)

น้ำเกลือ

49.

 

ข้อใดคือวิธีการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด เบส

a)

การแก้ปัญหาดินเปรี้ยว

b)

การวิเคราะห์ปริมาณกรดในอาหาร

c)

การควบคุม pH ของสารละลายในร่างกาย

d)

กระบวนการกำจัดแก๊ส SO2

e)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

50.

จากกระบวนการการกำจัด SO2 นั้น ในกระบวนการสุดท้ายใด้สารผลิตภัณฑ์คือข้อใด

a)

HCO3 -(aq) + H2O(l)

b)

CO3 2-(aq) + H2(g)

c)

CO2(aq) + H2O(l)

d)

CO2(g) + H2O(l)

e)

CO3 2-(aq) + H2O(l)

51.

จงหาค่าเลขออกซิเดชั่นของธาตุอะโลหะ ในสารต่อไปนี้

H2CO3 , H2SO4 , Na2SO4 , O2 , S8

a)

C = +2 , S = +3 , S = +3 , O = 2 , S = 2

b)

C = +2 , S = +6 , S = +6 , O = 0 , S = 2

c)

C = +4 , S = +4 , S = +4 , O = 0 , S = 0

d)

C = +2 , S = +4 , S = +6 , O = 0 , S = 0

e)

C = +4 , S = +6 , S = +6 , O = 0 ,

S = 0

52.

จงหาค่าเลขออกซิเดชั่นของโลหะทรานสิชั่น ในสารต่อไปนี้

MnO2 , CaO , K2CrO4 , PbO2 , NiO2 , KMnO4 , K2Cr2O7 , Mn2O3 , Cu

a)

Mn = +6 , Ca = +2 , Cr = +6 , Pb = +4 , Ni = +4 , Mn = +3 , Cr = +6 , Mn =+3 , Cu = 0

b)

Mn = +4 , Ca = +2 , Cr = +6 , Pb = +4 , Ni = +4 , Mn = +7 , Cr = +6 , Mn =+3 , Cu = 0

c)

Mn = +4 , Ca = +2 , Cr = +6 , Pb = +2 , Ni = +4 , Mn = +7 , Cr = +6 , Mn =+6 , Cu = 0

d)

Mn = +4 , Ca = +4 , Cr = +6 , Pb = +4 , Ni = +2 , Mn = +7 , Cr = +6 , Mn =+3 , Cu = 0

e)

Mn = +4 , Ca = +2 , Cr = +6 , Pb = +4 , Ni = +2 , Mn = +7 , Cr = +3 , Mn =+3 , Cu = 0

53.

จงหาค่าเลขออกซิเดชั่นของโลหะทรานสิชั่น หรืออะโลหะ ในสารต่อไปนี้

MnO4- , CrO42- , SO32- , SO42-, HCO3 -, CrO2 -

a)

Mn = +7 , Cr = +6 , S = +6 , S = +6 , C = +4 , Cr = +2

b)

Mn = +6 , Cr = +6 , S = +6 , S = +6 , C = +4 , Cr = +3

c)

Mn = +7 , Cr = +6 , S = +4 , S = +6 , C = +4 , Cr = +3

d)

Mn = +7 , Cr = +6 , S = +6 , S = +6 , C = +2 , Cr = +2

e)

Mn = +7 , Cr = +4 , S = +4 , S = +4 , C = +4 , Cr = +2

54.

จงหาค่าเลขออกซิเดชั่นของโลหะทรานสิชั่น ในสารต่อไปนี้

Cu(OH)2 , Fe(OH)2 , Ni(OH)2 , Cd(OH)2 , PbSO4 , Cr2(SO4)3

a)

Cu = +2 , Fe= +2 , Ni= +2 , Cd= +2 , Pb = +2 , Cr = +3

b)

Cu = +4 , Fe= +3 , Ni= +2 , Cd= +2 , Pb = +2 , Cr = +3

c)

Cu = +2 , Fe= +3 , Ni= +2 , Cd= +3 , Pb = +2 , Cr = +3

d)

Cu = +2 , Fe= +2 , Ni= +2 , Cd= +2 , Pb = +2 , Cr = +6

e)

Cu = +2 , Fe= +2 , Ni= +3 , Cd= +2 , Pb = +3 , Cr = +3

55.

จากปฏิกิริยาต่อไปนี้ จงระบุว่า สารใดเป็นตัวรีดิวซ์และ สารใดเป็นตัวออกซิไดซ์

1. 2Al(s) + 3Fe2+(aq) <---> 2Al3+(aq) + 3Fe(s)

2. Fe(s) + Pb2+(aq) <---> Fe2+(aq) + Pb(s)

a)

1) Al3+ เป็นตัวรีดิวซ์ Fe2+ เป็นตัวออกซิไดซ์

2) Fe เป็นตัวรีดิวซ์ Pb2+ เป็นตัวออกซิไดซ์

b)

1) Al เป็นตัวรีดิวซ์ Fe2+ เป็นตัวออกซิไดซ์

2) Fe2+ เป็นตัวรีดิวซ์ Pb2+ เป็นตัวออกซิไดซ์

c)

1) Al เป็นตัวรีดิวซ์ Fe2+ เป็นตัวออกซิไดซ์

2) Fe เป็นตัวออกซิไดซ์ Pb2+ เป็นตัวรีดิวซ์

d)

1) Al เป็นตัวออกซิไดซ์ Fe2+ เป็นตัวรีดิวซ์

2) Fe เป็นตัวรีดิวซ์ Pb2+ เป็นตัวออกซิไดซ์

e)

1) Al เป็นตัวรีดิวซ์ Fe2+ เป็นตัวออกซิไดซ์

2) Fe เป็นตัวรีดิวซ์ Pb2+ เป็นตัวออกซิไดซ์

56.

จากปฏิกิริยาต่อไปนี้ จงระบุว่า สารใดเป็นตัวรีดิวซ์และ สารใดเป็นตัวออกซิไดซ์

1. Ag+(aq) + Fe2+(aq) <---> Ag(s) + Fe3+(aq)

2. Cd(s) + I2(g) <---> Cd2+(aq) + 2 I Λ(aq)

a)

1) Fe2+ เป็นตัวรีดิวซ์ Ag+ เป็นตัวออกซิไดซ์

2) Cd เป็นตัวรีดิวซ์ I2 เป็นตัวออกซิไดซ์

b)

1) Fe2+ เป็นตัวออกซิไดซ์Ag+ เป็นตัวรีดิวซ์

2) Cd เป็นตัวรีดิวซ์ I2 เป็นตัวออกซิไดซ์

c)

1) Fe2+ เป็นตัวรีดิวซ์ Ag+ เป็นตัวออกซิไดซ์

2) Cd เป็นตัวออกซิไดซ์ I2 เป็นตัวรีดิวซ์

d)

1) Fe เป็นตัวรีดิวซ์ Ag+ เป็นตัวออกซิไดซ์

2) Cd เป็นตัวรีดิวซ์ I2 เป็นตัวออกซิไดซ์

e)

1) Fe2+ เป็นตัวรีดิวซ์ Ag+ เป็นตัวออกซิไดซ์

2) Cd2+ เป็นตัวรีดิวซ์ I2 เป็นตัวออกซิไดซ์

57.

ปฏิกิริยาใดต่อไปนี้ เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์

1. MnO2 + 4HCl <---> MnCl2 + H2O + Cl2

2. Na2S + Cl2 <---> 2NaCl + S

3. Cu2+ + 2H2O <---> Cu(s) + H2 +2OH

a)

1) ไม่เป็น

2) เป็น

3) เป็น

b)

1) เป็น

2) เป็น

3) ไม่เป็น

c)

1) เป็น

2) เป็น

3) เป็น

d)

1) เป็น

2) ไม่เป็น

3) เป็น

e)

1) ไม่เป็น

2) ไม่เป็น

3) เป็น

58.

ปฏิกิริยาใดต่อไปนี้ เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์

1. 2CrO2 - + 3ClO + 2OH <---> 2CrO4 2- + 3Cl + H2O

2. 2K2CrO4 + 2HCl <---> K2Cr2O7 + 2KCl + H2O

3. 2MnO4 - + 5NO2 - + 6H+ <---> 2Mn2+ + 5NO3 - + 3H2O

a)

1) ไม่เป็น

2) เป็น

3)เป็น

b)

1) ไม่เป็น

2) ไม่เป็น

3)ไม่เป็น

c)

1) เป็น

2) ไม่เป็น

3)ไม่เป็น

d)

1) เป็น

2) ไม่เป็น

3)เป็น

e)

1) เป็น

2) เป็น

3)เป็น

59.

สมการต่อไปนี้ที่ไม่ใช่ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นและรีดักชั่น

a)

NaNO3 + 4Zn + 7NaOH <---> NH3 + 4Na2ZnO2 + 2H2O

b)

Zn + H2SO4 <---> ZnSO4 + H2

c)

K2Cr2O4 + 4H2SO4 + H2S <---> K2SO4 + Cr2(SO4)3 + 3S + 7H2O

d)

2K2CrO4 + 2HCl <---> K2Cr2O7 + 2KCl +H2O

e)

PCl5 <---> PCl3 + Cl2

60.

พิจารณาปฏิกิริยาต่อไปนี้

(ก) 4 NH3(g) + 5O2(g) <---> 4NO(g) + 6H2O(g)

(ข) N2(g) + 3H2(g) <---> 2NH3(g)

(ค) Cd(s) + NiO2(s) + 2H2O(l) <---> Cd(OH)2(s) + Ni(OH)2(s)

(ง) FeS(s) + HCl(aq) <---> FeCl2(aq) + H2S(g)

ปฏิกิริยาใดจัดเป็นปฏิกิริยารีดอกซ์

a)

(ก) และ (ข) เท่านั้น

b)

(ก) และ (ค) เท่านั้น

c)

(ก) , (ข) และ (ค)

d)

(ก) , (ค) และ (ง)

e)

(ก) และ (ง) เท่านั้น

61.

เมื่อต้องการดุลสมการของปฏิกิริยาระหว่าง Cu กับ HNO3

Cu(s) + H+(aq) + NO3 - (aq) <---> Cu2+(aq) + NO(g) + H2O( l )

ถ้าสัมประสิทธิ์ของ Cu เป็น 1 สัมประสิทธิ์ของ H2O เป็นเท่าใด

a)

4/3

b)

8/3

c)

5/2

d)

3

e)

2

62.

ในปฏิกิริยา aH2S + bH+ + cCr2O7 2– <---> dS + eCr3+ + fH2O

เมื่อดุลสมการนี้แล้ว เลขสัมประสิทธิ์ a และ b มีค่าเท่าใด

a)

a = 2 , b = 8/3

b)

a = 3 , b = 7

c)

a = 2 , b = 5

d)

a = 4 , b = 7

e)

a = 3 , b = 8

63.

จงดุลสมการต่อไปนี้ด้วยเลขออกซิเดชัน

aKMnO4 + bFeSO4 + cH2SO4 <---> dK2SO4 + eMnSO4 + fFe2(SO4)3 + gH2O

เมื่อดุลสมการนี้แล้ว เลขสัมประสิทธิ์ (a + b) x (e + f + g) มีค่าเท่าใด

a)

150

b)

200

c)

300

d)

350

e)

450

64.

จงดุลสมการต่อไปนี้ด้วยเลขออกซิเดชัน

aCl2 + bNaOH <---> cNaCl + dNaClO3 + eH2O

เมื่อดุลสมการนี้แล้ว เลขสัมประสิทธิ์ (a + b + c) x ( d + e) มีค่าเท่าใด

a)

56

b)

59

c)

64

d)

68

e)

74

65.

จงดุลสมการต่อไปนี้ด้วยเลขออกซิเดชัน

aI2 + bKOH <---> cKI + dKIO3 + eH2O

เมื่อดุลสมการนี้แล้ว เลขสัมประสิทธิ์ (a + b ) x ( c + d) มีค่าเท่าใด

a)

54

b)

62

c)

74

d)

84

e)

88

66.

จงดุลปฏิกิริยารีดอกซ์ต่อไปนี้ โดยใช้ครึ่งปฏิกิริยา

a Cr2O7 2–(aq) + b I(aq) + c H+(aq) <----> d Cr3+(aq) + e I2(s) + f H2O(l)

เมื่อดุลสมการนี้แล้ว เลขสัมประสิทธิ์ (a + c - b ) x ( f + d - e) มีค่าเท่าใด

a)

54

b)

58

c)

65

d)

79

e)

81

67.

งดุลปฏิกิริยารีดอกซ์ต่อไปนี้ โดยใช้ครึ่งปฏิกิริยา

a MnO4 (aq) + b H2S(aq) + c H+(aq) <----> d Mn2+(aq) + e H2O(l) + f S(s)

เมื่อดุลสมการนี้แล้ว เลขสัมประสิทธิ์ (a + b - c ) x ( d + e - f) มีค่าเท่าใด

a)

45

b)

32

c)

25

d)

16

e)

5

68.

งดุลปฏิกิริยารีดอกซ์ต่อไปนี้ โดยใช้ครึ่งปฏิกิริยา (ดุลในเบส)

a MnO4 (aq) + b C2O4 2–(aq) <---> c MnO2 (s) + d CO3 2–(aq)

เมื่อดุลสมการนี้แล้ว เลขสัมประสิทธิ์ (a + b ) x ( c + d ) มีค่าเท่าใด

a)

35

b)

40

c)

45

d)

50

e)

65

69.

งดุลปฏิกิริยารีดอกซ์ต่อไปนี้ โดยใช้ครึ่งปฏิกิริยา

a MnO4 (aq) + b I(aq) <---> c MnO2 (s) + d I2(aq) + e OH(aq)

เมื่อดุลสมการนี้แล้ว เลขสัมประสิทธิ์ (a + b ) x ( d + e - c ) มีค่าเท่าใด

a)

56

b)

68

c)

72

d)

78

e)

85

70.

หากต่อเซลล์กัลวานิกโดยให้ Zn(s) เป็นขั้วแอดโนด และ Fe(s) เป็นขั้วแคโทด การเปลี่ยนแปลงในข้อใดของเซลล์กัลวานิกนี้ไม่ถูกต้อง โดยใช้ KCl(aq) เป็นสารละลายที่ใช้ทำสะพานเกลือ (เมื่อความสามารถในการให้อิเล็กตรอนของ Zn(s) มากกว่า Fe(s))

a)

แท่งสังกะสีจะสึกกร่อนลงไปเรื่อยๆ ในขณะที่แท่งเหล็กจะมีตะกอนมาจับทำให้แท่งเหล็กหนาตัวขึ้น

b)

ปริมาณ Zn2+(aq) ที่อยู่กับขั้วแอโนด มีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ปริมาณ Fe2+(aq) ที่อยู่กับขั้วแคโทด มีปริมาณลดลงเรื่อยๆ

c)

Cl- จะเคลื่อนลงไปยังครึ่งเซลล์ที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ส่วน K+ จะเคลื่อนที่ลงไปยังครึ่งเซลล์ที่เกิดปฏิกิริยารีดักชัน

d)

KCl เป็นตัวเชื่อมระหว่าง 2 ปฏิกิริยาทำให้ปฏิกิริยาดำเนินไปอย่างสมบูรณ์

e)

ไม่มีข้อใดผิด

71.

ข้อความต่อไปนี้ใช้ประกอบการตอบคําถาม

(1) โซเดียมทําปฏิกิริยารุนแรงกับน้ําในขณะที่ Zn ไม่ทําปฏิกิริยากับน้ํา

(2) แผ่น Zn ทําปฏิกิริยากับสารละลาย HCI เจือจางเร็วกว่าแผ่น Fe

(3) แท่ง Cu จุ่มในสารละลายซิลเวอร์ไนเตรตเกิดสีเงินติดแท่งทองแดงและสารละลาย เป็นสีฟ้าอ่อน

(4) ใส่ผงเหล็กในสารละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟตเกิดสีส้มหุ่มผลเหล็ก

การเรียงลําดับธาตุตามความสามารถเป็นตัวรีดิวซ์จากมากไปน้อยเป็นไปตามข้อใด

a)

Zn , Na , Fe , Cu , Ag

b)

Ag , Cu , Fe , Zn , Na

c)

Na , Fe , Zn , Ag , Cu

d)

Na , Zn , Fe , Cu , Ag

e)

Ag , Cu , Na , Zn , Fe

72.

ข้อความต่อไปนี้ใช้ประกอบการตอบคําถาม

(1) โซเดียมทําปฏิกิริยารุนแรงกับน้ําในขณะที่ Zn ไม่ทําปฏิกิริยากับน้ํา

(2) แผ่น Zn ทําปฏิกิริยากับสารละลาย HCI เจือจางเร็วกว่าแผ่น Fe

(3) แท่ง Cu จุ่มในสารละลายซิลเวอร์ไนเตรตเกิดสีเงินติดแท่งทองแดงและสารละลาย เป็นสีฟ้าอ่อน

(4) ใส่ผงเหล็กในสารละลายคอปเปอร์ (II) ซัลเฟตเกิดสีส้มหุ่มผลเหล็ก

ถ้าสร้างเซลล์ไฟฟ้าเคมีเหล็ก–ทองแดง จะเป็นอย่างไร

a)

อิเล็กตรอนไหลจากเหล็กไปยังทองแดง

b)

เหล็กเป็นแคโทด

c)

ตัวรีดิวซ์คือทองแดง

d)

ค่าศักย์ไฟฟ้าครึ่งเซลล์มาตรฐานของ Cu/Cu2+ น้อยกว่าของ Fe/Fe2+

e)

ค่าศักย์ไฟฟ้าครึ่งเซลล์มาตรฐานของ Fe/Fe2+ น้อยกว่าของ Cu/Cu2+

73.

จากค่า Eo( v ) การเรียงลําดับไอออนที่มีความสามารถในการรับอิเล็กตรอน จากมากไปน้อยข้อใดถูกต้อง

a)

Al3+ > Fe2+ > Cr3+

b)

Fe2+ > Al3+ > Ni2+

c)

Ni2+ > Fe2+ > Cr3+

d)

Cr3+ > Al3+ > Ni2+

e)

Cr3+ > Ni2+ > Al3+

74.

กําหนดให้ศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์

Al3+ + 3e <---> Al ; E0 = –1.66 V

Ag+ + e <---> Ag ; E0 = 0.80 V

Li+ + e <---> Li ; E0 = –3.04 V

Fe2+ + 2e <---> Fe ; E0 = –0.44 V

จงคํานวณค่า E0 ของเซลล์เป็นโวลต์ของเซลล์ต่อไปนี้ตามลําดับ

Al / Al3+ // Ag+ / Ag และ Li / Li+ // Fe2+ / Fe

a)

4.06 และ 3.92

b)

2.46 และ 2.60

c)

4.06 และ 2.60

d)

2.46 และ 5.64

e)

2.46 และ 4.64

75.

กําหนดค่า Eo ของครึ่งเซลต่อไปนี้

A(s) / A+(aq) ; Eo = –0.14 V

B(s) / B+(aq) ; Eo = –0.40 V

C(s) / C+(aq) ; Eo = –0.74 V

D(s) / D+(aq) ; Eo = –1.18 V

เซลในข้อใดมีความต่างศักย์สูงที่สุด

a)

D(s) / D+(aq) / / C+(aq) / C(s)

b)

B(s) / B+(aq) / / A+(aq) / A(s)

c)

C(s) / C+(aq) / / B+(aq) / B(s)

d)

D(s) / D+(aq) / / A+(aq) / A(s)

e)

D(s) / D+(aq) / / D+(aq) / D(s)

76.

จากรูปและค่า Eo ของครึ่งปฏิกิริยาที่กําหนดให้ ชนิดของสารละลาย B และโลหะ A ควรเป็นไปตามข้อใด จึงจะทําให้โลหะ A มีน้ําหนักลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

Mg2+(aq) + 2e <---> Mg(s) ; Eo = –2.38 V

Fe2+(aq) + 2e <---> Fe(s) ; Eo = –0.44 V

Pb2+(aq) + 2e <---> Pb(s) ; Eo = –0.13 V

Cu2+(aq) + 2e <---> Cu(s) ; Eo = +0.34 V

a)

Mg(NO3)2(aq), Cu

b)

FeSO4(aq), Pb

c)

Pb(NO3)2(aq), Mg

d)

Pb(NO3)2(aq), Cu

e)

FeSO4(aq), Mg

77.

ข้อใดเป็นการป้องกันการผุกร่อนด้วยวิธีอะโนไดซ์

a)

ผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในแผ่นอะลูมิเนียมในสารละลายเบส

b)

ผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในแผ่นอะลูมิเนียมในสารละลายกรด

c)

ผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในแผ่นอะลูมิเนียมในสารละลายเกลือ

d)

ผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในแผ่นอะลูมิเนียมในน้ํา

e)

ผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในแผ่นอะลูมิเนียมในสารละลายกรดและสารละลายเบส

78.

ข้อใดเกิดการผุกร่อนของตะปูเหล็กน้อยที่สุด

a)

ตะปูที่วางไว้ในอากาศ

b)

ตะปูที่ต่อกับขั้วลบของถ่านไฟฉาย

c)

ตะปูที่ต่อกับขั้วดีบุก

d)

ตะปูที่นําไปผ่านการอะโนไดซ์

e)

ตะปูที่วางไว้ในอากาศและความชื้น

79.

การป้องกันการผุกร่อนของตะปูเหล็กวิธีใดไม่ถูกต้อง

a)

นําตะปูต่อเข้ากับขั้วบวกของถ่านไฟฉาย

b)

นําตะปูไปทําอะโนไดซ์

c)

นําตะปูไปทําแคโทดิก

d)

นําตะปูไปทํารมดํา

e)

นำตะปูไปเคลียบ

80.

กำหนดค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐาน Eo(V)

A2+ + 2 e <---> A Eo –2.38

B3+ + 3 e <---> B Eo –1.66

C3+ + 3 e <---> C Eo –0.74

D2+ + 2 e <---> D Eo –0.44

E2+ + 2 e <---> E Eo –0.14

ข้อใดแสดงขั้วที่ผิดสําหรับภาวะป้องกันการผุกร่อนของโลหะ D เมื่อถูกฉาบด้วยโลหะอื่น

a)

โลหะป้องกัน C

ขั้วแอโนด C

ขั้วแคโทด D

b)

โลหะป้องกัน E

ขั้วแอโนด D

ขั้วแคโทด E

c)

โลหะป้องกัน A

ขั้วแอโนด A

ขั้วแคโทด D

d)

โลหะป้องกัน B

ขั้วแอโนด B

ขั้วแคโทด D

e)

โลหะป้องกัน C

ขั้วแอโนด D

ขั้วแคโทด D

81.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวผิด

a)

ขั้วแอโนดในเซลล์กัลวานิกเป็นขั้วที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ส่วนขั้วแคโทดเป็นขั้วที่เกิดปฏิกิริยารีดักชัน

b)

สะพานเกลือในเซลล์กัลวานิกมีหน้าที่รักษาสมดุลของไอออนของทั้งสองครึ่งปฏิกิริยา

c)

เมื่อใช้โวลต์มิเตอร์ต่อเข้าที่เซลล์กัลวานิก เข็มของโวลต์มิเตอร์จะเบนไปทางครึ่งเซลล์ที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันเสมอ

d)

กระแสอิเล็กตรอนที่เกิดขึ้นในเซลล์กัลวานิก จะมีทิศทางการไหลจากขั้วที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ไปยังขั้วที่เกิดปฏิกิริยารีดักชัน

e)

กระแสอิเล็กตรอนที่เกิดขึ้นในเซลล์กัลวานิก จะมีทิศทางการไหลจากขั้วที่เกิดปฏิกิริยารีดักชัน ไปยังขั้วที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน

82.

หากนักเรียนทดลองต่อเซลล์กัลวานิก ด้วยตนเองโดยให้ Mg(s) เป็นขั้วแอโนด และให้ Fe(s) เป็นขั้วแคโทด ปฏิกิริยาออกซิเดชัน และรีดักชัน ที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร

( Fe ให้อิเล็กตรอน น้อยกว่าของ Mg )

a)

ออกซิเดชัน : Fe(s) → Fe2+(aq) + 2e-

รีดักชัน : Mg2+(aq) + 2e- → Mg(s)

b)

ออกซิเดชัน : Mg(s) → Mg2+(aq) + 2e-

รีดักชัน : Fe2+(aq) + 2e- → Fe(s)

c)

ออกซิเดชัน : Fe(s) → Fe2+(aq) + 2e-

รีดักชัน : Mg(s) → Mg2+(aq) + 2e-

d)

ออกซิเดชัน : Fe(s) → Fe2+(aq) + e-

รีดักชัน : Mg2+(aq) + e- → Mg(s)

e)

ถูกทุกข้อ

83.

พิจารณาปฏิกิริยาต่อไปนี้

(ก) 4 NH3(g) + 5O2(g) <--->  4NO(g) + 6H2O(g)

(ข) N2(g) + 3H2(g) <--->  2NH3(g)

(ค) Cd(s) + NiO2(s) + 2H2O(l) <--->  Cd(OH)2(s) + Ni(OH)2(s)

(ง) FeS(s) + HCl(aq)  <---> FeCl2(aq) + H2S(g)

ปฏิกิริยาใดจัดเป็นปฏิกิริยารีดอกซ์

a)

(ก) และ (ข) เท่านั้น

b)

(ก) และ (ค) เท่านั้น

c)

(ก) , (ข) และ (ค)

d)

(ก) , (ค) และ (ง)

e)

ง เท่านั้น

84.

สมการต่อไปนี้ที่ ไม่ใช่ ปฏิกิริยาออกซิเดชั่นและรีดักชั่น

a)

Zn + H2SO4 <--->  ZnSO4 + H2

b)

K2Cr2O4 + 4H2SO4 + H2S <--->  K2SO4 + Cr2(SO4)3 + 3S + 7H2O

c)

2K2CrO4 + 2HCl <--->  K2Cr2O7 + 2KCl +H2O

d)

PCl5  <---> PCl3 + Cl2

e)

Cd(s) + NiO2(s) + 2H2O(l)  <---> Cd(OH)2(s) + Ni(OH)2(s)

85.

ค่าศักย์ไฟฟ้ าครึ่งเซลล์มาตรฐานมีดังนี้

     Zn2+(aq) + 2e-  Zn(s)   E0 = - 0.76 V             Cu2+(aq) + 2e-  Cu(s)        E0 = +0.34 V

     Ag+ (aq) + e-  Ag(s)      E0 = +0.80 V             2H+ (aq) + 2e-  H2(g)        E0 = 0.00 V

    พิจารณาข้อความต่อไปนี้

1. ถ้าใส่แผ่นสังกะสีลงในสารลาย 1 molar HCl จะมีฟองแก๊สไฮโดรเจนเกิดขึ้น

2. ถ้าใส่แผ่นทองแดงลงในสารละลาย 1 molar HCl จะมีฟองแก๊สไฮโดรเจนเกิดขึ้น

3. ถ้าใส่แผ่นสังกะสีลงในสารละลาย 1 molar CuSO4 สารละลายจะเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นไม่มีสี และเกิด 

   ตะกอนของโลหะทองแดง

4. ถ้าใส่แผ่นทองแดงและสังกะสีลงในสารละลาย 1 molar AgNO3 จะเกิดตะกอนของโลหะทองแดงและ

    สังกะสี

ข้อใดถูกต้อง

a)

1, 2 และ 3

b)

1 และ 3

c)

2 และ 3

d)

3 และ 4

e)

4 เท่านั้น

86.

ค่าศักย์ไฟฟ้าครึ่งเซลล์มาตรฐานมีดังนี้

Ni2+(aq) + 2e-  Ni(s)                             E0 = - 0.25 V

O2(g) + 2H+(aq) + 2e-  H2O2(aq)         E0 = + 0.68 V

Ag+ (aq) + e-  Ag(s)                              E0 = + 0.80 V

การสลายตัวของ H2O2 ไปเป็น O2(g) จะเกิดขึ้นเองได้เมื่อใด

a)

เมื่อสัมผัสกับโลหะ Ag

b)

เมื่อสัมผัสกับโลหะ Ni

c)

เมื่อสัมผัสกับสารละลาย Ag+

d)

เมื่อสัมผัสกับสารละลาย Ni2+

e)

ถูกทุกข้อ

87.

ค่าศักย์ไฟฟ้าครึ่งเซลล์มาตรฐานมีดังนี้

      Fe3+(aq) + 3e-  Fe(s)   E0 = - 0.44 V             Sn2+(aq) + 2e-  Sn(s)        E0 = - 0.14 V

      Fe2+(aq) + 2e-  Fe(s)   E0 = - 0.04 V             Sn4+(aq) + 2e-  Sn2+         E0 = 0.00 V

     การกระทำ ในข้อใดไม่ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยารีดอกซ์

a)

จุ่มโลหะ Fe ลงในสารละลาย Sn2+

b)

จุ่มโลหะ Fe ลงในสารละลาย Sn4+

c)

จุ่มโลหะ Sn ลงในสารละลาย Fe2+

d)

จุ่มโลหะ Sn ลงในสารละลาย Fe3+

e)

จุ่มโลหะ Sn ลงในสารละลาย Sn2+

88.

การอุดฟันด้วยโลหะผสม Ag - Hg และใช้อะลูมิเนียมเป็นสารครอบฟัน อาจเกิดอาการเสียวฟันเนื่องจากมี  กระแสไฟฟ้าเกิดขึ้น ทั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงของอะลูมิเนียมเป็น Al3+ โดยใช้ O2 จากน้ำลาย ปฏิกิริยาที่ เกิดขึ้นเป็นไปตามข้อใด

a)

Al + O2 + 4H+ <---> Al3+ + 2H2O

b)

2Al + 3O2 + 12H+  <---> 2Al3+ + 6H2O

c)

3Al + O2 + 4H+  <---> 3Al3+ + 2H2O

d)

4Al + 3O2 + 12H+   <---> 4Al3+ + 6H2O

e)

Al+ + O2 + 5H+ <---> Al3+ + 2H2O

89.

ในปฏิกิริยาต่อไปนี้

I2(s) + 2S2O32-(aq)  <----> 2I-(aq) + S4O62-(aq)

1. I2(s) ถูกรีดิวซ์เป็น I-(aq)

2. I2(s) เป็นตัวรีดิวซ์

3. 2S2O32-(aq) เป็นตัวออกซิไดส์

4. เลขออกซิเดชันของกา มะถันไม่เปลี่ยนแปลง

5. เลขออกซิเดชันของออกซิเจนเปลี่ยนไป

ข้อใดถูกต้อง

a)

ข้อ 1 เท่านั้น

b)

ข้อ 2 และ 3

c)

ข้อ 1 และ 5

d)

ข้อ 1,4 และ 5

e)

ข้อ 5 เท่านั้น

90.

ในครึ่งปฏิกิริยาต่อไปนี้

     1. NO3- + 2H+ + e-   <---> NO2 + H2O

     2. MnO4- + 2H2O + 3e-   <---> MnO2 + 4OH-

     3. Cr2O72- + 14H+ + 6e-  <---> 2Cr3+ + 7H2O

     คำอธิบายในข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ครึ่งปฏิกิริยาทั้งหมดเป็นรีดักชัน

b)

เลขออกซิเดชันของ Mn ในข้อ 2 ลดลงเท่ากับ 3

c)

เลขออกซิเดชันของ Cr ในข้อ 3 ลดลงเท่ากับ 6

d)

มีครึ่งปฏิกิริยาจำนวน 2 ปฏิกิริยาเกิดในสารละลายกรดและอีกครึ่งปฏิกิริยาเกิดในสารละลายเบส

e)

ครึ่งปฏิกิริยาทั้งหมดเป็นออกซิเดชันและรีดักชัน แต่เกิดเป็น ออโต้รีดอกซ์