wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบปลายภาคเรียนที่ 2 ชั้น ม 1 ภาษาไทย

Total questions: 51

Worksheet time: 28mins

Name
Class
Date
1.

1.   เรื่องสั้นเป็นบันเทิงคดีที่เข้ามาในวงวรรณกรรมไทยสมัยใด (มฐ. ท 1.1 ม.1/2)

 

a)

     1.  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

    

b)

     1.  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

    

c)

    

      3.  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

    

d)

   

      4. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

2.

2.   ข้อใดประกอบด้วยสระเสียงยาวมากที่สุด (มฐ. ท 4.1 ม.1/1)

   

a)

   1.  นั่งแพชมวิวสดชื่น                                       

b)

                                        2.  ส้มโอมีรสแปลกๆ

     

c)

  

      3.  วิ่งแข่งวันนี้ดีมาก                                              .

d)

                        4. ทะเลมีคลื่นแรงมาก

3.

3.   ข้อใดประกอบด้วยสระเสียงสั้นทั้งหมด (มฐ. ท 4.1 ม.1/1)

   

a)

      1. นมแพะและนมผสมกินสิจ๊ะ                          

b)

              2.  อะไรจะกินข้าวแล้วเหรอ

    

c)

      3.  ตึกพังเป็นความผิดของใคร                         

d)

                              4.  เกี๊ยะคู่นี้น่ารักน่าสวมจังนะ

4.

4.   ข้อใดไม่ควรปฏิบัติในการพูดรายงาน (มฐ. ท 3.1 ม.1/5)

a)

  1.  พูดให้จบตามเวลาที่กำหนดไว้  

b)

      2.  พูดเน้นเสียงในเนื้อหาที่สำคัญ

    

c)

      3.  พูดเสียงดังฟังชัด เว้นจังหวะถูกต้อง

  

d)

    4.  พูดแบบเดียวกับอ่านหนังสือหน้าชั้นเรียนอ่านหนังสือ

5.

5.    อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม

      ก.  พระโหยหวนครวญเพลงวังเวงจิต

      ข.  ให้คนคิดถึงถิ่นถวิลหวัง

      ค.  ว่าจากเรือนเหมือนนกมาจากรัง

      ง.  อยู่ข้างหลังก็จะแลชะแง้คอย

ข้อใดมีเสียงพยัญชนะท้ายน้อยที่สุด (มฐ. ท 4.1 ม.1/1)

 

a)

      1.  ข้อ ก                                                  

b)

                                          2.  ข้อ ข

    

c)

3.  ข้อ ค                                                 

d)

                                     4. ข้อ ง

6.

6.    อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม

      ก.  พระโหยหวนครวญเพลงวังเวงจิต

      ข.  ให้คนคิดถึงถิ่นถวิลหวัง

      ค.  ว่าจากเรือนเหมือนนกมาจากรัง

      ง.  อยู่ข้างหลังก็จะแลชะแง้คอย

ข้อใดมีเสียงพยัญชนะตัวสะกดมาตรา กก (มฐ. ท 4.1 ม.1/1)

a)

      1.  ข้อ ก                                                   

b)

                                                 2.  ข้อ ข

                  

c)

      3.  ข้อ ค                                                   

d)

                                                 4.  ข้อ ง

7.

7.    อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 24-28

          “เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก                        จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา

      แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา                                    จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ”

ใจความสำคัญของคำประพันธ์คืออะไร (มฐ. ท 5.1 ม.1/1)

     

a)

      1.  ต้องพูดดีจึงจะมีคนรัก                                

b)

                         2.  จะพูดแต่ละครั้งต้องคิดให้ดีเสียก่อน

c)

      3. คำพูดเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตมนุษย์                     

d)

          4.  ลิ้นมนุษย์กล่าววาจาได้หลากหลาย

8.

8.    การแต่งคำประพันธ์จะเลือกใช้ถ้อยคำอย่างไรจึงจะถูกต้อง (มฐ. ท 5.1 ม.1/2)

a)

      1. คำง่ายๆ มีสัมผัสไพเราะ ไม่มีคำศัพท์ที่ต้องตีความ

 

b)

      2.  ไพเราะ มีคำศัพท์ยากบางคำที่ต้องทำความเข้าใจ

 

c)

      3.  ไพเราะ เข้าใจง่าย แทรกคำศัพท์ที่ต้องทำความเข้าใจ

   

d)

      4.  มีสัมผัสไพเราะ มีศัพท์เข้าใจยากหลายคำที่ต้องตีความ

9.

9.    การแต่งคำประพันธ์จะเลือกใช้ถ้อยคำอย่างไรจึงจะถูกต้อง (มฐ. ท 5.1 ม.1/2)

      1. คำง่ายๆ มีสัมผัสไพเราะ ไม่มีคำศัพท์ที่ต้องตีความ

      2.  ไพเราะ มีคำศัพท์ยากบางคำที่ต้องทำความเข้าใจ

      3.  ไพเราะ เข้าใจง่าย แทรกคำศัพท์ที่ต้องทำความเข้าใจ

      4.  มีสัมผัสไพเราะ มีศัพท์เข้าใจยากหลายคำที่ต้องตีความ

a)

      1. คำง่ายๆ มีสัมผัสไพเราะ ไม่มีคำศัพท์ที่ต้องตีความ

    

b)

      2.  ไพเราะ มีคำศัพท์ยากบางคำที่ต้องทำความเข้าใจ

  

c)

      3.  ไพเราะ เข้าใจง่าย แทรกคำศัพท์ที่ต้องทำความเข้าใจ

   

d)

      4.  มีสัมผัสไพเราะ มีศัพท์เข้าใจยากหลายคำที่ต้องตีความ

10.

10. เวลาที่กล่าวในบทกลอนข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น (มฐ. ท 5.1 ม.1/1)

   

a)

      1.  พอรอนรอนอ่อนแสงพระสุริยน                        ถึงตำบลกรุงเก่ายิ่งเศร้าใจ

   

b)

   

      2.  เงียบสงัดสัตว์ป่าคณานก                                น้ำค้างตกพร่างพรายพระพายพัด

 

c)

     

      3.  จนดึกดาวพราวพร่างกลางอัมพร                       กาเรียนร่อนร้องก้องเมื่อสองยาม

  

d)

      4.  จนเดือนเด่นเห็นกอกระจับจอก                         ระดะดอกบัวเผื่อนเมื่อเดือนหงาย

11.

11. “ล้วนหนามเหน็บเจ็บแสบคับแคบใจ                             เหมือนนกไร้รังเร่อยู่เอกา”

      สำนวนข้อใดสอดคล้องกับเนื้อความในคำประพันธ์ต่อไปนี้ (มฐ. ท 4.1 ม.1/6 และ มฐ. ท 5.1ม.1/1)

  

a)

      1.  นกไร้ไม้โหด                                           

 

b)

                                     2.  พลัดที่นาคาที่อยู่

     

 

c)

      3.  หัวเดียวกระเทียมลีบ                                  

 

d)

                        4.  บ้านแตกสาแหรกขาด

 

 

12.

12.อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม(มฐ. ท 4.1 ม.1/6)

      ก.  ตรงหน้าโรงโพงพางเขาวางราย                         พวกหญิงชายพร้อมเพรียงมาเมียงมอง

      ข.  โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา                        ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย

      ค.  เพราะรักใคร่ใจจืดไม่ยืดยืน                             จึงต้องขืนใจพรากมาจากเมือง

      ง.  ด้วยหนามดกรกดาษระดะตา                           นึกก็น่ากลัวหนามขามขามใจ

      คำประพันธ์ข้อใดเขียนเมื่อเดินทางถึงโรงเหล้า (มฐ. ท 5.1 ม.1/1)

  

a)

      1.  ข้อ ก                                                   

b)

2. ข้อ ข

     

c)

      3.  ข้อ ค                                           

d)

                  4.  ข้อ ง

13.

13.อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม

      ก.  ตรงหน้าโรงโพงพางเขาวางราย                         พวกหญิงชายพร้อมเพรียงมาเมียงมอง

      ข.  โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา                        ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย

      ค.  เพราะรักใคร่ใจจืดไม่ยืดยืน                             จึงต้องขืนใจพรากมาจากเมือง

      ง.  ด้วยหนามดกรกดาษระดะตา                           นึกก็น่ากลัวหนามขามขามใจ

      คำประพันธ์ในข้อใดเขียนเมื่อเดินทางถึงบ้านงิ้ว (มฐ. ท 5.1 ม.1/1)

    

a)

     

      1.  ข้อ ก                  

b)

2.  ข้อ ข

c)

      3.  ข้อ ค                                      

d)

                                   4. ข้อ ง

14.

14.  คำที่เกิดใหม่โดยนำคำมูลซึ่งมีเสียงและความหมายเหมือนกันมาเรียงกัน และใช้ไม้ยมกแทนคำท้ายที่ซ้ำกับ     คำต้น เรียกว่าคำชนิดใด (มฐ. ท 4.1 ม.1/2)

   

a)

      1.  คำซ้ำ                                                   

b)

                                                  2.  คำประสม

   

c)

      3.  คำซ้อนเพื่อเสียง                                       

d)

                                     4.  คำซ้อนเพื่อความหมาย

15.

15.  ข้อใดไม่มีคำซ้ำ (มฐ. ท 4.1 ม.1/2)

 

a)

      1.  ช้าช้าได้พร้าเล่มงาม                                    

b)

                                    2.  เลขง่ายง่ายทำไมทำไม่ได้

     

c)

      3.  เปิดวิทยุเสียงค่อยค่อยหน่อยได้ไหม                

d)

                    4. ห้องห้องนี้ใครเป็นคนทำความสะอาด

16.

16.  คำซ้ำในข้อใดมีความหมายที่ต้องการเน้นย้ำให้หนักแน่นขึ้น (มฐ. ท 4.1 ม.1/2)

    

a)

      1.  รู้แบบงูๆ ปลาๆ เรียกว่ารู้ไม่จริง

    

b)

      2.  หยิบหนังสือเล่มบนๆ ให้หน่อยซิ

  

c)

      3.  นั่งเขียนไปเรื่อยๆ ก็เพลินดีเหมือนกัน

    

d)

4. ของส่งมาคราวนี้มีแต่สินค้าใหม่ๆ ทั้งนั้น

17.

17  ถ้าจะเขียนเรียงความเรื่อง “การท่องเที่ยวในฤดูร้อน” ควรกำหนดจุดประสงค์อย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด      (มฐ. ท 2.1 ม.1/4)

     

a)

      1.  อธิบายวิธีคลายร้อนด้วยการท่อง

b)

      2.  แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อให้คลายร้อน

     

c)

      3.  บอกถึงประโยชน์ของการท่องเที่ยวในฤดูร้อน

   

d)

      4.  ชี้แจงถึงประเพณีสงกรานต์และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อคลายร้อน

18.

18.  ถ้าจะเขียนเรียงความเรื่อง “โทรศัพท์มือถือเครื่องสื่อสารของยุคปัจจุบัน” ให้ผู้สูงอายุอ่านควรมีหัวข้อสำคัญ   คือข้อใด (มฐ. ท 2.1 ม.1/4)

     

a)

   

      2.  วิธีใช้โทรศัพท์มือถือให้ประหยัดที่สุด

   

b)

      2.  วิธีใช้โทรศัพท์มือถือให้ประหยัดที่สุด

     

c)

      3.  ความจำเป็นที่จะต้องใช้โทรศัพท์มือถือ

     

d)

      4.  ความสะดวกสบายในการใช้โทรศัพท์มือถือ

19.

19.อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม

      ก.  อีก 80 ปีข้างหน้านักวิทยาศาสตร์ลบอกว่าน้ำมันจะหมดไปจากโลกแน่นอน

      ข.  ท่านคิดว่าจะประหยัดน้ำมันเมื่อพลังงานธรรมชาติหมดไปจากโลกนี้แล้วหรือ

      ค.  ทุกคนมีส่วนในการช่วยประหยัดน้ำมันได้เพราะไม่ใช่หน้าที่เฉพาะของใครคนใดคนหนึ่ง

     ง.   น่าตกใจกับรายงานการเพิ่มปริมาณของรถยนต์ในปี พ.ศ. 2546 ว่าเพิ่มมากขึ้นกว่า 10,000 คัน

a)

      1.  ข้อ ก และ ข                                           

b)

                           2. ข้อ ข และ ค

   

c)

      3.  ข้อ ค และ ง                                          

d)

                                  4.  ข้อ ก และ ง

20.

20.  ถ้าจะเขียนเรียงความเกี่ยวกับบุหรี่ ควรกำหนดจุดประสงค์ในการเขียนเพื่อให้เกิดความคิดแก่ผู้อ่านในด้านใด   (มฐ. ท 2.1 ม.1/4)

  

a)

      1.  ให้เลิกสูบบุหรี่                                          

b)

                                         2.  ให้สูบบุหรี่น้อยลง

    

c)

      3.  ให้รู้ถึงพิษภัยของบุหรี่                                

d)

                          4.  ให้เลือกสูบบุหรี่ที่มีโทษน้อยที่สุด

21.

21.  หนังสือที่ควรเลือกอ่านมากที่สุดมีลักษณะอย่างไร (มฐ. ท 1.1 ม.1/8)

   

a)

   1.  ให้ความรู้เหมาะสมกับวัย

 

b)

      2.  มีเนื้อหาตรงกับจุดประสงค์ของผู้อ่าน

 

c)

  

      3.  เป็นเรื่องที่ผู้อ่านทุกเพศทุกวัยสนใจ

  

d)

      4.  ให้ข้อคิดที่ปลูกฝังคุณธรรมและแบบอย่างอันพึงประสงค์

22.

22.  ข้อใดไม่เป็นโวหารเปรียบเทียบ (มฐ. ท 5.1 ม.1/2)

   

a)

      1.  ไป่เห็นชเลไกลกลางสมุทร

          ชมว่าน้ำบ่อน้อยมากล้ำลึกเหลือ

    

b)

      2.  เป็นสุภสิตสารสอนจิต

          กลดั่งสร้อยสอดคล้องเวี่ยไว้ในกรรณ

     

c)

      3.  ไม้ผุดั่งคนทรามสอนยาก

          ตัดก็หักแหลกแล้ห่อนรื้อโดยตาม

     

d)

      4.  คนเกียจเกลียดหน่ายเวียนวนจิต

          กลอุทกในตะกร้าเปี่ยวล้นฤามี

23.

23.  “คือคนเสพเสน่หานักปราชญ์

      ความสุขซาบฤๅม้วยดุจไม้กลิ่นหอม”

      วรรคที่พิมพ์ตัวหนาต่อไปนี้มีความหมายว่าอย่างไร (มฐ. ท 5.1 ม.1/1)

   

a)

    1.  มีความสุขจนถึงวันตาย                               

b)

                           2.  มีความสุขจนลืมตัวลืมตาย

     

c)

      3.  มีความสุขอย่างไม่มีวันหมดสิ้น                       

d)

        4.  มีความสุขซึมซาบไปทั่วร่างกาย

24.

24.  “คนพาลผู้บาปแท้  ทุรจิต”  คำประพันธ์นี้ไม่ครอบคลุมถึงคนประเภทใด (มฐ. ท 5.1 ม.1/1)

      1.  คนชั่ว                                                    2. คนร้าย

      3.  คนไม่ดี                                                   4.  คนบาป

 

a)

      1.  คนชั่ว                                                   

b)

                                                   2. คนร้าย

     

c)

      3.  คนไม่ดี                                            

d)

                                          4.  คนบาป

 

25.

25.  โคลงต่อไปนี้ทำให้ได้แง่คิดว่าหนูเป็นสัตว์ที่มีพฤติกรรมตรงกับสำนวนหลายสำนวน ยกเว้นสำนวนใด

      (มฐ. ท 4.1 ม.1/6 และ มฐ. ท 5.1 ม.1/1)

      “หนูเห็นสีหราชท้า       ชวนรบ

        กูสี่ตีนกูพบ              ท่านไซร้”

                               ทิตย์

a)

         1.  เอามือไปซุกหิน              

b)

         2.  เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง

     

c)

      3.  เอากระพรวนไปผูกคอแมว                            

d)

                          4.  เอาหิ่งห้อยไปแข่งกับแสงอาทิตย์

26.

26.  ข้อใดมีคำซ้อนเพื่อเสียง (มฐ. ท 4.1 ม.1/2)

 

a)

      1.  ต้นไม้ขาดน้ำเหี่ยวแห้งหมดเลย

     

b)

      2.  ห้างร้านในกรุงเทพฯ มากมายจนจำไม่ไหว

   

c)

      3.  ยศศักดิ์ไม่ได้ทำให้คนเรามีความสุขเสมอไป

    

d)

      4.  รีบๆ หน่อยมัวโอ้เอ้อยู่เดี๋ยวก็ไปไม่ทันเวลาหรอก

27.

27.  คำซ้อนในข้อใดความหมายอยู่ที่คำต้นและคำท้ายเท่านั้น (มฐ. ท 4.1 ม.1/2)

 

a)

      1.  ยากเย็นเข็ญใจ  สุมทุมพุ่มไม้                           

b)

                    

      2.  กินข้าวกินปลา  คู่บ้านคู่เมือง                          

c)

     3.  น้ำใสใจจริง  ชอบอกชอบใจ

d)

                    4. เคราะห์หามยามร้าย  ใส่ถ้อยร้อยความ

28.

28.  ข้อใดมีคำซ้อน 2 คำ (มฐ. ท 4.1 ม.1/2)

     

a)

      1.  วันนี้อากาศอบอ้าวมาก                             

b)

                        2.  แกงส้มถ้วยนี้รสจัดจ้านจริงๆ

     

c)

      3.  ตัวละครในวรรณคดีมีอิทธิฤทธิ์มาก                  

d)

                    4. ปีที่แล้วบ้านเรือนไร่นาถูกน้ำท่วมหมดเลย

29.

29.  การแสดงความคิดเห็นในข้อใดสมเหตุสมผล (มฐ. ท 3.1 ม.1/3)

    

a)

      1.  ถ้าฉันเกิดเป็นผู้ชายฉันคงประสบความสำเร็จมากกว่านี้

     

b)

      2.  อย่าไปคบกับเด็กพวกนั้นนะ เขาเป็นเด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่

    

c)

      3.  หนังการ์ตูนไม่มีพิษภัยสำหรับเด็กเพราะวาดได้สวยจริงๆ

   

d)

      4.  ส้มมีวิตามินซีมาก คนที่แพ้อากาศต้องรับประทานบ่อยๆ จะได้ไม่เป็นหวัด

30.

30.  ข้อความต่อไปนี้มีสรรพนามชนิดใดบ้าง (มฐ. ท 4.1 ม.1/3)

      “ฉันเป็นแม่ก็ไม่อยากเห็นลูกๆ ทะเลาะกันเอง อยากให้เขารู้ว่าไม่มีใครรักเราเท่าพี่น้องอีกแล้ว ไม่ใช่คอยแย่ง  สมบัติ คอยเถียงกัน ว่านี่ของฉัน นั้นของเธอ”

     

a)

1.  บุรุษสรรพนาม  วิภาคสรรพนาม  อนิยมสรรพนาม  นิยมสรรพนาม

  

b)

      2.  บุรุษสรรพนาม  ประพันธสรรพนาม  นิยมสรรพนาม  ปฤจฉาสรรพนาม

     

c)

      3   บุรุษสรรพนาม  วิภาคสรรพนาม  ประพันธสรรพนาม  อนิยมสรรพนาม

    

d)

      4.  บุรุษสรรพนาม  ประพันธสรรพนาม  อนิยมสรรพนาม  ปฤจฉาสรรพนาม

31.

31.  คำวิเศษณ์ข้อใดทำหน้าที่ขยายกริยา (มฐ. ท 4.1 ม.1/3)

     

a)

      1.  เขาซื้อจานใหม่มา 3 ใบ

     

b)

      2.  มะม่วงผลนี้เปรี้ยวจี๊ดเลย

     

c)

      3.  ร่มคันใหญ่ช่วยกันแดดได้ดี

    

d)

      4.  สุนัขบ้านเธอกินกับมากกว่าข้าวนะ

32.

31.  คำในข้อใดมีความหมายเปรียบเทียบ (มฐ. ท 1.1 ม.1/4)

    

a)

      1.  ตัวเล็กนิดเดียว แต่ทำไมขาใหญ่จัง

    

b)

      2.  พวกขาใหญ่นั่งกันเต็มร้าน คนอื่นไม่ได้นั่งเลย

     

c)

      3.  คนที่ต้องยืนนานๆ ก็ขาใหญ่กันทุกคน ไม่เห็นแปลกเลย

     

d)

      4.  อยากได้วิธีลดสัดส่วนโดยเฉพาะช่วงขา ฉันขาใหญ่เกินไปรู้ไหม

33.

33 อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม

      ก.  มองไปทางไหนก็ไม่เห็นทางออก

      ข.  จระเข้ชอบนอนกบดานอยู่ในน้ำ

      ค.  เขาเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนจริงๆ

      ง.  ทางลัดที่เธอพูดน่ะ หมายถึงทางที่จะเดินกลับบ้านหรือวิธีทำเลขข้อยากๆ กันแน่

ข้อใดใช้บริบทช่วยให้เข้าใจความหมายของคำได้อย่างชัดเจน (มฐ. ท 1.1 ม.1/4)

   

a)

       1.  ข้อ  ก                             

b)

                   2.  ข้อ  ข

   

c)

     

      3.  ข้อ                                                  

d)

                                            4.  ข้อ  ง

34.

34.  การโฆษณาชวนเชื่อมักจะใช้วิธีใดช่วยในการโฆษณา (มฐ. ท 3.1 ม.1/4)

   

a)

      1.  วิธีล่อใจ                                             

b)

                      2.  วิธีชักจูงใจ

     

c)

    3  วิธีโน้มน้าวใจ                                       

d)

                                           4.  วิธีขอร้องและวิงวอน

35.

35.  เรื่องราชาธิราชเป็นพงศาวดารของชนชาติใด (มฐ. ท 5.1 ม.1/1)

a)

1 พม่า                                                    

b)

                          2. มอญ

     

c)

3 ลาว                                                    

d)

             4.  เขมร

36.

36.  คุณลักษณะข้อใดที่ไม่ใช่จุดเด่นของสมิงพระราม (มฐ. ท 5.1 ม.1/1)

     

a)

      1.  มีวาจาสัตย์                                             

b)

2.  มีความซื่อสัตย์

     

c)

      3.  มีความจงรักภักดี                                       

d)

                                      4. มีสมาธิสูงและความอดทน

37.

37.  ข้อใดใช้คำบุพบทได้ถูกต้อง (มฐ. ท 4.1 ม.1/3)

    

a)

      1.  ฉันอยากไปชมพิพิธภัณฑ์ของชาติ

   

b)

      2.  เขาให้ของขวัญทุกคนโดยความเต็มใจ

     

c)

      3.  สุนัขข้างถนนเป็นสัตว์ที่น่าสงสารจริงๆ

    

d)

      4.  ปากกาด้ามนี้เหมาะแก่คนที่ชอบเขียนหนังสือเท่านั้น

38.

35  คำว่า “เพราะ” ในข้อใดไม่ใช่คำสันธาน (มฐ. ท 4๑1 ม.1/3)

     

a)

      1.  สีดาร้องเพลงเพราะกว่าคนอื่นๆ

     

b)

      2.  ดารามักประสบอุบัติเหตุเพราะขับรถเร็ว

     

c)

      3.  เพราะทำงานไม่เสร็จ โสภาจึงไม่ได้ไปชมภาพยนตร์

    

d)

      4.  นักเรียนบางคนกลับบ้านช้าเพราะช่วยโรงเรียนทำกิจกรรม

39.

36.  คำอุทานในข้อใดแสดงความแปลกใจ (มฐ. ท 4.1 ม.1/3)

   

a)

      1.  ว้า! ไม่อยากไปพัทยาเลย

    

b)

      2.  ว้าย! โผล่มาเงียบๆ หัวใจจะวายนะ

     

c)

      3.  ต๊ายตาย! ยังใส่ได้อีกเหรอเสื้อตัวนี้

    

d)

      4.  ตายจริง! ป่านนี้แล้วยังไม่แต่งตัวอีกหรือ

40.

40.  ข้อใดมีความเป็นเหตุเป็นผลต่อกัน (มฐ. ท 1.1 ม.1/3)

   

a)

      1.  เธอจะทนเดินต่อไปหรือจะหยุดพักก่อน

     

b)

      2.  ถึงเธอจะหิว เธอก็ยังคอยรับประทานพร้อมๆ เพื่อน

    

c)

      3.  พอถึงเวลา 8.00 น. นักเรียนทุกคนก็เคารพธงชาติ

     

d)

      4.  ไข้หวัดใหญ่ระบาดผู้คนจึงพากันไปฉีดวัคซีนป้องกัน

41.

41.  “พระรามยิงทศกัณฐ์ด้วยศรพรหมศาสตร์” ประโยคนี้ไม่มีส่วนประกอบในคำตอบข้อใด (มฐ. ท 4.1 ม.1/3)

     

a)

      1.  บทขยายกริยาและบทกรรม                          

b)

                   2.  บทขยายกรรมและบทขยายกริยา

     

c)

      3.  ประธานและบทขยายกรรม                           

d)

          4.  บทขยายประธานและบทขยายกริยา

42.

42.  คำลงท้ายจดหมายที่ใช้เขียนถึงญาติผู้ใหญ่ที่เป็นพระสงฆ์ (มฐ. ท 2.1 ม.1/7, 9)

     

a)

      1.  นมัสการด้วยความนับถืออย่างสูง                 

 

b)

      2. นมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง

   

c)

      3.  นมัสการด้วยความนับถืออย่างยิ่ง                   

d)

               4.  นมัสการด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

 

43.

43.  จุดประสงค์ในการแต่งกาพย์พระไชยสุริยาคืออะไร (มฐ. ท 5.1 ม.1/1)

    

a)

      1.  บรรยายสภาพสังคม                                   

b)

                                 2.  พรรณนาความในใจ

    

c)

      3.  สอนคุณธรรมแก่ผู้อ่าน                                 

d)

                                 4. ใช้เป็นแบบเรียนสอนอ่าน

44.

44.  “เข้าเฝ้าเหล่าเสนามิได้ว่าหมู่ข้าไท ถือน้ำร่ำเข้าไปแต่น้ำใจไม่นำพา”

      วรรคที่ขีดเส้นใต้หมายความว่าอย่างไร (มฐ. ท 5.1 ม.1/1)

a)

      1.  ดื่มเหล้าอย่างไม่ยับยั้ง

     

b)

      2.  ถือน้ำสาบานตนแต่ไม่ปฏิบัติตาม

    

c)

      3.  ดื่มเหล้าแล้วมักจะทะเลาะวิวาทกันเอง

    

d)

      4.  ถือน้ำสาบานตนแต่ไม่เคยซื่อสัตย์ต่อคำสาบานนั้น

45.

45.  คำประพันธ์ต่อไปนี้มีสาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่องใดเด่นชัดที่สุด (มฐ. ท 5.1 ม.1/1)

          “พระชวนนวลนอน

          เข็ญใจไม้ขอนเหมือนหมอนแม่นา

          ภูธรสอนมนต์ให้บ่นภาวนา

          เย็นค่ำร่ำว่ากันป่าภัยพาล”

   

a)

   1.  ความเป็นผู้นำ                                         

b)

                                       2.  การมีสัมมาคารวะ

     

c)

      3.  การป้องกันอันตราย                                  

d)

                            4.  ความลำบากยากแค้น

46.

46.โทษท่านผู้อื่นเพี้ยง ปองติฉินนินทา โทษตนเท่าภูผา เมล็ดงา ห่อนเว้น หนั กยิ่ง ป้องปิดคิดซ่อนเร้น

บทร้อยกรองข้างต้นให้คุณค่าในด้านใด (ท 5.1 ม 1/2)

 

a)

1 ด้านสังคม

 

b)

2 การให้ข้อคิด

c)

3 การใช้ภาษา

d)

 4ด้านวรรณศิลป์

 

47.

47.  การเขียนข้อความในจดหมายส่วนตัว ข้อใดไม่เหมาะสมกับผู้รับ (มฐ. ท 2.1 ม.1/7)

     

a)

1.  ลูกต้องกราบขอโทษคุณพ่อคุณแม่ที่เขียนจดหมายมาช้าเพราะลูกติดสอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

     

b)

      2.  หนูตั้งใจจะเขียนมาหาครูนานแล้ว แต่ไม่ว่างสักที วันนี้พอมีเวลาบ้างเลย ได้ฤกษ์หยิบกระดาษจับ                     ปากกามาเขียนถึงครู

    

c)

      3.  ยายลูกเหมียวมัวแต่ทำอะไรอยู่ ไม่เห็นตอบจดหมายพี่สาวที่แสนดีคนนี้เลยนะ ถ้าไม่เขียนไปคุยกันบ้าง                    จะไม่ซื้อขนมอร่อยๆ มาฝากนะจ๊ะ

    

d)

      4.  ฉันจะส่งข่าวให้เธอทราบนะจ๊ะว่าโรงเรียนใหม่ของฉันมีนักเรียนมากกว่าโรงเรียนเดิมของเรากว่าเท่าตัว                    แต่ฉันก็ยังคิดถึงเธอและโรงเรียนของเราอยู่ทุกวันเลย

48.

48.  ข้อใดเป็นข้อคิดเห็นที่ปะปนกับข้อเท็จจริง (มฐ. ท 1.1 ม.1/3)

     

a)

      1.  พุทธศาสนากับไสยศาสตร์เป็นเรื่องที่คนไทยนำมาผสมผสานกันและมีแทรกอยู่ในวิถีชีวิตเสมอมา

   

b)

      2.  คนตะวันออกเชื่อเรื่องโชคลางและลักษณะความเชื่อจะแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมของแต่ละชาติ

  

c)

  

      3.  ภูตผีปีศาจเป็นเรื่องที่ทั้งคนตะวันออกและคนตะวันตกเชื่อว่ามีจริง จึงมีหนังสือหลายเล่มที่เขียน                        เกี่ยวกับเรื่องชีวิตหลังความตาย

     

d)

      4.  ภาพยนตร์หลายเรื่องสร้างขึ้นมาเพื่ออธิบายเรื่องของวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นจริงตามนั้นหรือไม่ก็ตาม ผู้ชมก็                ยังนิยมภาพยนตร์ประเภทนี้อยู่เสมอ

49.

49.  คำประพันธ์ในข้อใดมีความหมายว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่ไม่เป็นธรรม (มฐ. ท 5.1 ม.1/1)

     

a)

      1.  ภิกษุสมณะเล่าก็ละพระสธรรม

     

b)

      2.  ที่แพ้แก้ชนะไม่ถือพระประเวณี

     

c)

      3.  ไม่จำคำผู้ใหญ่ศีรษะไม้ใจโยโส

   

d)

      4.  ค่ำเช้าเข้าแต่หอเฝ้าสีซอล่อกามา

50.

50. “ ชีวิตคนวนเวียนเปลี่ยนแปรผัน ความดีชั่วกลั้วคละคอยปะปน แต่ละปีมีหนุ่มสาว แต่มีเพียงเรือนร้อย เหมือนความฝันความจริงสิ่งสับสน ระวังตนไตร่ตรองมองให้ดี

บทร้อยกรองนี้ให้ข้อคิดตรงกับข้อใด (ท 5.1 ม 1/2)

a)

1 รู้เท่าทันชีวิต

b)

2 รู้จักการใช้ชีวิต

c)

 3 ความเป็นจริงของชีวิต

d)

 4 ความเปลี่ยนแปลงของชีวิต

51.

ตอนที่ 2 แบบอัตนัย    10  คะแนน

คำชี้แจง 1.  จงสรุปใจความสำคัญของบทอ่านต่อไปนี้   ความยาวไม่เกิน  5  บรรทัด    

หมู่บ้านหัวปายตั้งอยู่ในหุบเขาในอำเภอปาย  จังหวัดแม่ฮ่องสอน  หมู่บ้านนี้ทุรกันดาร   ไม่มีสาธารณูปโภคใด  ๆ  ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา  แหล่งกำเนิดไฟฟ้าเพียงแหล่งเดียว ของชาวบ้านที่นี่คือแผงพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งจะเก็บไฟฟ้าไว้ใช้เฉพาะตอนกลางคืน ส่วนน้ำนั้นหาได้จากแม่น้ำในหมู่บ้าน  หมู่บ้านนี้มีชาวบ้านอาศัยอยู่ประมาณ  150  คน ในจำนวนนี้ เป็นเด็กรวมทั้งสิ้น 48  คน  ปะกู  จะตีก๋อย  ผู้นำชุมชนเล่าให้ฟังว่า  มีเด็กที่อายุเกิน  7  ปี  ประมาณ 15  คนที่ยังไม่ได้เข้าเรียนในโรงเรียน     การเดินทางจากหมู่บ้านไป

โรงเรียนในหุบเขาโดยใช้รถเครื่องนั้นใช้เวลามากกว่าหนึ่ง ชั่วโมง เพราะถนนหนทางมีความสูงชันและมีโค้งมาก การรับส่งเด็กไปโรงเรียนเป็นเรื่อง   ยากลำบากสำหรับหลายครอบครัวเนื่องจากระยะทางที่ห่างไกลและต้องเสียค่าน้ำมันรถ     ปะกูใช้เงินประมาณ ๒๐๐ บาทต่อสัปดาห์ เป็นค่าน้ำมันในการรับส่งลูกสาวไปโรงเรียน     “เด็กทุกคนที่นี่อยากไปโรงเรียนทั้งนั้นแหละครับ” ปะกูกล่าว “แต่การเดินทาง ลำบาก หลายคนเลยไปโรงเรียนไม่ได้ ถ้ามีโรงเรียนใกล้หมู่บ้านคงดีมาก เด็กจะได้มีโอกาส เรียนหนังสือทุกคน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

4 lines