wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

สรุป กัณฑ์มัทรี

Total questions: 15

Worksheet time: 8mins

Name
Class
Date
1.

กัณฑ์มัทรี สะท้อนให้เห็นเรื่องใดชัดเจนมากที่สุด

a)

ความยากลำบากในการใช้ชีวิตอยู่ในป่า

b)

ความทุกข์ที่เกิดจากการไม่รู้ความจริง

c)

ความจงรักภักดีของภรรยาที่มีต่อสามี

d)

ความรักของแม่ที่มีให้ลูก

2.

"พระนางมัทรีเฝ้ารำพึงรำพันถึงสองกุมาร พลางเที่ยวเดินตามหาจนสลบไป"

ข้อใดสอดคล้องกับข้อความข้างต้นมากที่สุด

a)

ห่วงใดเล่าจะเท่าพ่อแม่ห่วง

b)

หวงใดเล่าจะเท่าพ่อแม่หวง

c)

หาใดเล่าจะเท่าพ่อแม่หา

d)

ให้ใดเล่าจะเท่าพ่อแม่ให้

3.

ข้อใดไม่ใช่ภาพพจน์

a)

จะเอายูงยางในป่าพระหิมพานต์มาต่างฉัตรเงินและฉัตรทอง

b)

ยกเศียรพระมัทรีขึ้นใส่ตักวักเอาวารีมาโสรจสรงลงที่อุระพระมัทรี

c)

ทั้งจักจั่นพรรณลองไนเรไรร้องอยู่หริ่งๆ ระเรื่อยโรยโหยสำเนียงดั่งเสียงสังคีตขับประโคมไพร

d)

เสด็จด่วนๆ ดะดุ่มเดินเมิลมุ่งละเมาะไม้มองหมอบ แต่ย่างเหยียบเกรียบกรอบก็เหลียวหลัง

4.

"ครั้นคลาดแคล้วเคลื่อนคล้อยเข้าสู่ดงปานประหนึ่งว่าจะหลงลืมลูกสละผัวต่อมืดมัวจึ่งกลับมา ทำเป็นบีบน้ำตาตีอกว่าลูกหาย ใครจะไม่รู้แยบคายความคิดหญิง ถ้าแม้นเจ้าอาลัยอยู่ด้วยลูกจริงๆเหมือนวาจา ก็จะรีบเข้ามาแต่วี่วันไม่ทันรอน

ผู้กล่าวข้อความข้างต้นมีจุดประสงค์ใด

a)

ต้องการให้คลายความเศร้าโศกโดยการทำให้โกรธแทน

b)

ต้องการให้สำนึกผิดและหยุดการตัดพ้อต่อว่าผู้พูด

c)

ต้องการให้ปรับปรุงตัว กลับให้ตรงเวลา

d)

ต้องการให้รู้ว่าผู้พูดรู้ทันความคิด

5.

"เมื่อแรกจากไอศวรรย์มาอยู่ดงก็ปลงจิตมิได้คิดเป็นจิตสอง หวังว่าจะเป็นเกือกทองฉลองบาทยุคลทั้งคู่แห่งพระคุณผัวไปกว่าจะสิ้นบุญตัวตายตามไปเมืองผี"

จากข้อความข้างต้นมีลักษณะเด่นด้านวรรณศิลป์อย่างไร

a)

อุปมา

b)

อุปลักษณ์

6.

ข้อใดใช้คำถามเชิงวาทศิลป์

a)

เออนี่เจ้ามมิหมายว่าใครๆ ไม่รู้ทันกระนั้นกระมัง

b)

แม่ไม่รู้เลยว่าเจ้าจะหนีพระมารดาไปสู่พาราใดไม่รู้ที่

c)

ทำเป็นบีบน้ำตาตีอกว่าลูกหาย ใครจะไม่รู้แยบคายความคิดหญิง

d)

เจ้าเคยเคียงเรียงหมอนแนบข้างทุกราตรี แต่นี้แม่จะกล่อมใครให้นิทรา

7.

ข้อใดสะท้อนเรื่องความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์

a)

ถึงจะยากเย็นเข็ญใจก็ตามกรรม

b)

ไม่รู้จะปลิ้นปลอกพลิกไพล่เอาตัวหนี

c)

ช่างค้นติงบริภาษได้ลงคอไม่ติดเลย

d)

ที่ความโศกก็เสื่อมสร่างสงบจิตเพราะเจ็บใจ

8.

"หรือเจ้าเห็นว่าพี่นี้เป็นชีอดจิตคิดอนิจจังทิ้งพยศ อดอารมณ์เสีย เจ้าเป็นแต่เพียงเมียควรหรือมาหมิ่นได้  ถ้าแม้นพี่อยู่ในกรุงไกรเหมือนแต่ก่อนเก่า หากว่าเจ้าทำเช่นนี้ กายของมัทรีก็จะขาดสะบั้นลงทันตา ด้วยพระกรเบื้องขวาของอาตมานี้แล้วแล

จากข้อความข้างต้นสะท้อนคุณค่าด้านใด

(a)  

9.

ข้อใดใช้ภาพพจน์บุคคลวัต

a)

ควรละหรือมาสลัดแม่นี้ไว้ เหมือนจะเตือนให้แม่นี้บรรลัยเสียจริงแล้ว

b)

จึ่งตรัสว่าน้ำเอ๋ยเคยเปี่ยมขอบเป็นไรจึ่งขอดข้นลงขุ่นหมอง

c)

จึ่งตรัสว่า โอ้เจ้าแว่นแก้วส่องสว่างอกของแม่เอ่ย

d)

แต่ย่างเหยียบเกรียบกรอบก็เหลียวหลัง

10.

ข้อใด ไม่มี ความเปรียบ

a)

ว่ามัทรีนี้เป็นข้าเก่าแก่ก่อนมาดั่งเงาตามพระบาทาก็เหมือนกัน

b)

จะเอาพระบรรณศาลานี่หรือมาเป็นบริเวณพระเมรุทอง

c)

ปานประหนึ่งพุ่มฉัตรทองอันต้องสายอัสนีฟาด

d)

จึ่งตรัสว่าเจ้าดวงมณฑาทองทั้งคู่ของแม่เอ๋ย

11.

"เพียงพระสันดานจะขาดจะดับสูญ"

ข้อใดคือความหมายของคำที่ขีดเส้นใต้

a)

ชีวิต

b)

อุปนิสัย

c)

ร่างกาย

d)

นิสัยที่ติดตัวมาแต่เกิด

12.

ข้อความใดมีเจตนาโน้มน้าว

a)

บุญพี่นี้น้อยแล้วนะเจ้าเพื่อนยาก เจ้ามาตายจากพี่ไปในวงวัด

b)

พระน้องแก้วเจ้าอย่าโศกศัลย์ จงตั้งจิตของเจ้านั้นให้โสมนัสศรัทธา

c)

อนิจจาเอ่ย วาสนามัทรีไม่สมคะเนแล้ว พระทูลกระหม่อมแก้วจึ่งชิงชังไม่พูดจา

d)

ถ้าแม้นเจ้าอาลัยอยู่ด้วยลูกจริงๆ เหมือนวาจา ก็จะรีบกลับเข้ามาแต่วี่วันไม่ทันรอน

13.

"นางก็เศร้าสร้อยสลดพระทัยดั่งเอาเหล็กแดงมาแทงใจให้เจ็บจิตนี่เหลือทน อุปมาเหมือนคนไข้หนักแล้วมิหนำยังแพทย์เอายาพิษมาวางซ้ำให้เวทนา

จากข้อความดังกล่าวดีเด่นในด้านใดมากที่สุด

a)

ภาพพจน์อุปลักษณ์

b)

ภาพพจน์บุคคลวัต

c)

ภาพพจน์สัทพจน์

d)

ภาพพจน์อุปมา

14.

ข้อใดสะท้อนให้เห็นว่า พระนางมัทรีทรงเลี้ยงกุมารทั้งสองอย่างใกล้ชิด

a)

ทั้งเวลาก็เย็นลงไรๆ จะค่ำแล้ว ยังไม่เห็นหน้าพระลูกแก้วของแม่เลยทั้งสองคน

b)

ยิ่งคิดก็ยิ่งกริ่งๆ กรอมพระทัยเป็นทุกข์ถึงพระลูกรัก

c)

นางเสด็จไต่เต้าทุกตำบลละเมาะไม้ไพรสณฑ์

d)

นั่นก็รอยเท้าพ่อชาลี นี่ก็บทศรีแม่กัณหา

15.

คำประพันธ์ในข้อใดแสดงถึงความเชื่อต่างจากข้ออื่น

a)

ทั้งแปดทิศก็มืดมิดมัวมนทุกหนแห่ง ทั้งขอบฟ้าก็ดาดแดงเป็นสายเลือด

b)

ทั้งขอน้อยในหัตถาที่เคยถือก็เลื่อนหลุดลงจากมือไม่เคยเป็นเห็นอนาถ

c)

ฝ่ายฝูงอมรเทเวศทุกวิมานมาศมนเทียรทุกหมู่ไม้ก็ยิ้มแย้มพระโอษฐ์ตบพระหัตถ์อยู่ฉาดฉาน

d)

แสรกคานบันดาลพลิกพลัดลงจากพระอังสา