Font size
Worksheetsสรุป กัณฑ์มัทรี
Total questions: 15
Worksheet time: 8mins
กัณฑ์มัทรี สะท้อนให้เห็นเรื่องใดชัดเจนมากที่สุด
ความยากลำบากในการใช้ชีวิตอยู่ในป่า
ความทุกข์ที่เกิดจากการไม่รู้ความจริง
ความจงรักภักดีของภรรยาที่มีต่อสามี
ความรักของแม่ที่มีให้ลูก
"พระนางมัทรีเฝ้ารำพึงรำพันถึงสองกุมาร พลางเที่ยวเดินตามหาจนสลบไป"
ข้อใดสอดคล้องกับข้อความข้างต้นมากที่สุด
ห่วงใดเล่าจะเท่าพ่อแม่ห่วง
หวงใดเล่าจะเท่าพ่อแม่หวง
หาใดเล่าจะเท่าพ่อแม่หา
ให้ใดเล่าจะเท่าพ่อแม่ให้
ข้อใดไม่ใช่ภาพพจน์
จะเอายูงยางในป่าพระหิมพานต์มาต่างฉัตรเงินและฉัตรทอง
ยกเศียรพระมัทรีขึ้นใส่ตักวักเอาวารีมาโสรจสรงลงที่อุระพระมัทรี
ทั้งจักจั่นพรรณลองไนเรไรร้องอยู่หริ่งๆ ระเรื่อยโรยโหยสำเนียงดั่งเสียงสังคีตขับประโคมไพร
เสด็จด่วนๆ ดะดุ่มเดินเมิลมุ่งละเมาะไม้มองหมอบ แต่ย่างเหยียบเกรียบกรอบก็เหลียวหลัง
"ครั้นคลาดแคล้วเคลื่อนคล้อยเข้าสู่ดงปานประหนึ่งว่าจะหลงลืมลูกสละผัวต่อมืดมัวจึ่งกลับมา ทำเป็นบีบน้ำตาตีอกว่าลูกหาย ใครจะไม่รู้แยบคายความคิดหญิง ถ้าแม้นเจ้าอาลัยอยู่ด้วยลูกจริงๆเหมือนวาจา ก็จะรีบเข้ามาแต่วี่วันไม่ทันรอน
ผู้กล่าวข้อความข้างต้นมีจุดประสงค์ใด
ต้องการให้คลายความเศร้าโศกโดยการทำให้โกรธแทน
ต้องการให้สำนึกผิดและหยุดการตัดพ้อต่อว่าผู้พูด
ต้องการให้ปรับปรุงตัว กลับให้ตรงเวลา
ต้องการให้รู้ว่าผู้พูดรู้ทันความคิด
"เมื่อแรกจากไอศวรรย์มาอยู่ดงก็ปลงจิตมิได้คิดเป็นจิตสอง หวังว่าจะเป็นเกือกทองฉลองบาทยุคลทั้งคู่แห่งพระคุณผัวไปกว่าจะสิ้นบุญตัวตายตามไปเมืองผี"
จากข้อความข้างต้นมีลักษณะเด่นด้านวรรณศิลป์อย่างไร
อุปมา
อุปลักษณ์
ข้อใดใช้คำถามเชิงวาทศิลป์
เออนี่เจ้ามมิหมายว่าใครๆ ไม่รู้ทันกระนั้นกระมัง
แม่ไม่รู้เลยว่าเจ้าจะหนีพระมารดาไปสู่พาราใดไม่รู้ที่
ทำเป็นบีบน้ำตาตีอกว่าลูกหาย ใครจะไม่รู้แยบคายความคิดหญิง
เจ้าเคยเคียงเรียงหมอนแนบข้างทุกราตรี แต่นี้แม่จะกล่อมใครให้นิทรา
ข้อใดสะท้อนเรื่องความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์
ถึงจะยากเย็นเข็ญใจก็ตามกรรม
ไม่รู้จะปลิ้นปลอกพลิกไพล่เอาตัวหนี
ช่างค้นติงบริภาษได้ลงคอไม่ติดเลย
ที่ความโศกก็เสื่อมสร่างสงบจิตเพราะเจ็บใจ
"หรือเจ้าเห็นว่าพี่นี้เป็นชีอดจิตคิดอนิจจังทิ้งพยศ อดอารมณ์เสีย เจ้าเป็นแต่เพียงเมียควรหรือมาหมิ่นได้ ถ้าแม้นพี่อยู่ในกรุงไกรเหมือนแต่ก่อนเก่า หากว่าเจ้าทำเช่นนี้ กายของมัทรีก็จะขาดสะบั้นลงทันตา ด้วยพระกรเบื้องขวาของอาตมานี้แล้วแล
จากข้อความข้างต้นสะท้อนคุณค่าด้านใด
(a)
ข้อใดใช้ภาพพจน์บุคคลวัต
ควรละหรือมาสลัดแม่นี้ไว้ เหมือนจะเตือนให้แม่นี้บรรลัยเสียจริงแล้ว
จึ่งตรัสว่าน้ำเอ๋ยเคยเปี่ยมขอบเป็นไรจึ่งขอดข้นลงขุ่นหมอง
จึ่งตรัสว่า โอ้เจ้าแว่นแก้วส่องสว่างอกของแม่เอ่ย
แต่ย่างเหยียบเกรียบกรอบก็เหลียวหลัง
ข้อใด ไม่มี ความเปรียบ
ว่ามัทรีนี้เป็นข้าเก่าแก่ก่อนมาดั่งเงาตามพระบาทาก็เหมือนกัน
จะเอาพระบรรณศาลานี่หรือมาเป็นบริเวณพระเมรุทอง
ปานประหนึ่งพุ่มฉัตรทองอันต้องสายอัสนีฟาด
จึ่งตรัสว่าเจ้าดวงมณฑาทองทั้งคู่ของแม่เอ๋ย
"เพียงพระสันดานจะขาดจะดับสูญ"
ข้อใดคือความหมายของคำที่ขีดเส้นใต้
ชีวิต
อุปนิสัย
ร่างกาย
นิสัยที่ติดตัวมาแต่เกิด
ข้อความใดมีเจตนาโน้มน้าว
บุญพี่นี้น้อยแล้วนะเจ้าเพื่อนยาก เจ้ามาตายจากพี่ไปในวงวัด
พระน้องแก้วเจ้าอย่าโศกศัลย์ จงตั้งจิตของเจ้านั้นให้โสมนัสศรัทธา
อนิจจาเอ่ย วาสนามัทรีไม่สมคะเนแล้ว พระทูลกระหม่อมแก้วจึ่งชิงชังไม่พูดจา
ถ้าแม้นเจ้าอาลัยอยู่ด้วยลูกจริงๆ เหมือนวาจา ก็จะรีบกลับเข้ามาแต่วี่วันไม่ทันรอน
"นางก็เศร้าสร้อยสลดพระทัยดั่งเอาเหล็กแดงมาแทงใจให้เจ็บจิตนี่เหลือทน อุปมาเหมือนคนไข้หนักแล้วมิหนำยังแพทย์เอายาพิษมาวางซ้ำให้เวทนา
จากข้อความดังกล่าวดีเด่นในด้านใดมากที่สุด
ภาพพจน์อุปลักษณ์
ภาพพจน์บุคคลวัต
ภาพพจน์สัทพจน์
ภาพพจน์อุปมา
ข้อใดสะท้อนให้เห็นว่า พระนางมัทรีทรงเลี้ยงกุมารทั้งสองอย่างใกล้ชิด
ทั้งเวลาก็เย็นลงไรๆ จะค่ำแล้ว ยังไม่เห็นหน้าพระลูกแก้วของแม่เลยทั้งสองคน
ยิ่งคิดก็ยิ่งกริ่งๆ กรอมพระทัยเป็นทุกข์ถึงพระลูกรัก
นางเสด็จไต่เต้าทุกตำบลละเมาะไม้ไพรสณฑ์
นั่นก็รอยเท้าพ่อชาลี นี่ก็บทศรีแม่กัณหา
คำประพันธ์ในข้อใดแสดงถึงความเชื่อต่างจากข้ออื่น
ทั้งแปดทิศก็มืดมิดมัวมนทุกหนแห่ง ทั้งขอบฟ้าก็ดาดแดงเป็นสายเลือด
ทั้งขอน้อยในหัตถาที่เคยถือก็เลื่อนหลุดลงจากมือไม่เคยเป็นเห็นอนาถ
ฝ่ายฝูงอมรเทเวศทุกวิมานมาศมนเทียรทุกหมู่ไม้ก็ยิ้มแย้มพระโอษฐ์ตบพระหัตถ์อยู่ฉาดฉาน
แสรกคานบันดาลพลิกพลัดลงจากพระอังสา
