wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

LSM205-บทที่-02

Total questions: 20

Worksheet time: 11mins

Name
Class
Date
1.

ความแตกต่างของโลจิสติกส์กับโซ่อุปทานข้อใดถูกต้อง

a)

การจัดการโลจิสติกส์ขอบเขตกว้างกว่าการจัดการโซ่อุปทาน

b)

การจัดการโลจิสติกส์ขอบเขตเล็กกว่าการจัดการโซ่อุปทาน

c)

ไม่แตกต่างกัน เหมือนกัน

d)

โลจิสติกส์เน้นการวางแผนสั้นๆ โซ่อุปทานวางแผนระยะยาว

2.

ข้อใดคือจุดเริ่มของการบริหารซัพพลายเชน

a)

การวางแผนการขนส่งสินค้าร่วมกัน

b)

ความไว้วางใจระหว่างสมาชิกในซัพพลายเชน

c)

การใช้ระบบเทคโนโลยีร่วมกัน

d)

การพัฒนาระบบการวัดประสิทธิภาพร่วมกัน

3.

การจัดการโซ่อุปทานเกี่ยวข้องกับคนเหล่านี้ ยกเว้น ข้อใด ที่เกี่ยวข้องน้อยที่สุด

a)

ผู้ผลิตสินค้า

b)

ผู้จัดหาวัตถุดิบ

c)

ผู้ให้บริการโจิสติกส์

d)

ผู้กำกับนโยบายรัฐ

4.

สาระสำคัญของคำจำกัดความของการจัดการโซ่อุปทานคืออะไร

a)

แนวคิดในเรื่องการประสานงาน ระหว่างหน่วยงาน

b)

เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน

c)

การปรับปรุงประสิทธิภาพ คุณภาพการบริการลูกค้า

d)

ทุกข้อที่กล่าวมาถูกต้อง

5.

การขยายตัวของแนวคิดโซ่อุปทานที่ธุรกิจนำไปใช้นั้น ขยายตัวตามข้อใด

a)

ความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ

b)

การแข่งขันกับคู่แข่ง

c)

ความก้าวหน้าทางวิชาการ

d)

ตามนโยบายของ CEO

6.

จงเรียงลำดับของการจัดการโซ่อุปทานข้อใดถูกต้อง

a)

supplier

b)

Manufacturer

c)

Distributor

d)

Customer

e)

Wholesaler

1)
2)
3)
4)
5)
7.

การจัดการโซ่อุปทานให้สำเร็จ องค์กรต้องร่วมงานกันโดยยึดข้อใดเป็นสำคัญ

a)

การได้รับผลประโยชน์ร่วมกันเท่ากัน

b)

การรับรู้ข้อมูลร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นการวางแผน

c)

การกำหนดกลยุทธ์การตลาดร่วมกัน

d)

การพยากรณ์ความต้องการสินค้าร่วมกัน

8.

องค์กรภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการจัดการโซ่อุปทานได้แก่ข้อใด

a)

ซัพพลายเออร์

b)

ผู้ให้เช่าคลังสินค้า

c)

ลูกค้า

d)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

9.

ข้อใดเป็นปัญหาอุปสรรคหลักของการจัดการโซ่อุปทานที่มักจะพบในทุกธุรกิจ

a)

ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด

b)

ความขัดแย้งของความต้องการของสมาชิกในโซ่อุปทาน

c)

ความเรียบง่ายของโซ่อุปทาน

d)

การพัฒนาระบบสารสนเทศและการสื่อสารที่มีขั้นตอนเยอะ

10.

จุดเริ่มต้นของการจัดการโซ่อุปทานส่วนใหญ่ของธุรกิจคือเริ่มจากกิจกรรมใด

a)

การปฏิบัติการ การผลิต

b)

การกระจายสินค้า

c)

การจัดการลูกค้าสัมพันธ์หลังจำหน่ายสินค้าแล้ว

d)

การจัดซื้อจัดหาปัจจัยการผลิต

11.

Supplier หมายความว่าอะไร

a)

ผู้ค้าปลีก

b)

ผู้ส่งสินค้า

c)

ลูกค้าคนสุดท้ายปลายทาง

d)

ผู้ส่งมอบวัตถุดิบ ปัจจัยการผลิต

12.

แนวโน้มของการจัดการโซ่อุปทานสมัยใหม่คือข้อใด

a)

ลดต้นทุนแต่ละส่วนของหน่วยงานในโซ่อุปทาน

b)

ลดการใช้หลัก Logistics ใช้แนวคิด Supply Chain Management

c)

เพิ่มต้นทุนการบริหารด้วยการจ้างนักบริหารมืออาชีพ

d)

เพิ่มการตอบสนองกันในโซ่อุปทานให้รวดเร็วขึ้น

13.

ข้อใดไม่ใช้กลยุทธ์ที่ใช้ในการจัดการโซ่อุปทาน

a)

System Concept

b)

Trust and Benefit Sharing

c)

Information Sharing

d)

Coordination

14.

ลักษณะใดเป็น กลยุทธ์โซ่อุปทานด้าน Information Sharing

a)

บริษัท A เชื่อมโยงระบบ ERP กับซัพพลายเออร์

b)

บริษัท A วางแผนลดต้นทุนทั้งโซ่อุปทานกับลูกค้า

c)

บริษัท A วางแผนลดต้นทุนทั้งโซ่อุปทานกับซัพพลายเออร์

d)

ทุกข้อที่กล่าวมาถูกต้อง

15.

การจัดการโซ่อุปทานมีความสำคัญต่อองค์กร ธุรกิจยกเว้นข้อใด

a)

ลดการสื่อสารระหว่างลูกค้าให้ลีนขึ้น

b)

เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

c)

การควบคุมต้นทุนขององค์กร

d)

ลดความไม่แน่นอนในกระบวนการผลิต

16.

แนวทางการแก้ไข บรรเทา Bullwhip Effect ควรทำอย่างไร

a)

การใช้หลัก Logistics มาแก้ไขปัญหา

b)

การใช้ Information Technology ในการสื่อสารทั้ง Supply Chain

c)

การใช้ Information Technology ในการวางแผนเฉพาะส่วนการผลิต

d)

ใช้หลัก ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

17.

ปรากฏการณ์ Bullwhip Effect เกี่ยวกับเรื่องใด

a)

ความผันผวนของข้อมูลในโซ่อุปทาน

b)

ความผันผวนของกระบวนการขนส่ง

c)

ความผันผวนของกระบวนการผลิต

d)

ความผันผวนของอัตราน้ำมันเชื้อเพลิง

18.

ข้อใดเป็นมุมมองของ Supply Chain

a)

ต่างองค์กร ต่างภารกิจ

b)

ต่างองค์กรวางแผนการผลิตร่วมกัน

c)

ต่างคน ต่างองค์กร ร่วมกัน ประสานงานกัน

d)

ต่างองค์กร ต่างภารกิจ ต่างรายได้

19.

อุตสาหกรรมต้นน้ำในโซ่อุปทานเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่าอะไร

a)

Downstream

b)

Upstream

c)

Up Supply Chain

d)

Up water Top

20.

ข้อใดเป็นนิยามที่ใกล้เคียงกับการจัดการโซ่อุปทานมากที่สุด

a)

การเพิ่มคุณค่าของสินค้าหรือบริการ

b)

การประสานงานภายในองค์กรในแต่ละบริษัทที่ขนาดเท่ากัน

c)

การวางแผนการไหลจาก Supplier ไปยังผู้บริโภค

d)

การประสานงานภายในองค์กรในแต่ละส่วนแต่ละแผนก