NEW
Font size
Worksheetsสอบย่อย1-3
Total questions: 20
Worksheet time: 7mins
1. ตามพจนานุกรม ราชบัญฑิตยสถาน (2542:1157) ได้ให้ความหมายของคำว่า “สั่ง” ไว้ว่าอย่างไร
ก. การบอกว่าจะต้องรีบทำหรือปฏิบัติ
ข. บอกไว้เพื่อให้ทำหรือปฏิบัติ
ค. ชี้แจงให้ทำหรือปฏิบัติ
ง. ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
2. ความหมายของคำว่า “คำสั่ง” คืออะไร
ก. บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาบอกให้ทำ
ข. ข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ทำ
ค. บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติภารกิจโดยชอบ
ง. บรรดาข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ปฏิบัติภารกิจโดยชอบตามกฎหมาย
3. ความหมายของคำว่า “แนะนำ” คือข้อใดต่อไปนี้
ก. ชี้แจงให้ทำหรือให้ปฏิบัติ
ข. การปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่าง
ค. การบอกให้เข้าใจ
ง. การชี้แจงให้ทำตามให้ถูกต้องที่สุด
4. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ หลักของการฟังที่ดี
ก. มีจิตใจจดจ่ออยู่กับการฟัง
ข. ไม่ส่งเสียงหรือแสดงกิริยารบกวนผู้อื่น
ค. ตั้งใจฟังเฉพาะเรื่องที่สนใจเท่านั้น
ง. จับใจความเรื่องที่ฟังให้ได้
5. ใครต่อไปนี้เป็นผู้ที่มีหลักในการฟังที่ดี
ก. มานะ จดบันทึกใจความที่สำคัญ
ข. มานี ใช้เครื่องบันทึกเสียงไว้แต่ตนเองนั่งเล่นเกม
ค. อัมพร ไม่กล้าถามเรื่องที่ไม่เข้าใจเพราะกลัวรบกวนผู้อื่น
ง. ชูใจ รอจดบันทึกตาม มานะ
6. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่หลักของผู้ฟังที่ดีควรจะมี
ก. มีสมาธิ
ข. มีคุณธรรม
ค. มีความคิดสร้างสรรค์
ง. มีอคติต่อผู้พูด
7. วิธีการใดเป็นการช่วยเตือนความจำได้ดีที่สุด
ก. จดบันทึกทุกคำพูดของผู้พูด
ข. จดบันทึกโดยย่อ เป็นข้อๆ
ค. การตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อกับเรื่องที่ฟัง
ง. การนึกภาพตามเรื่องที่ฟังและจำเรื่องที่สำคัญที่สุด
8. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ คุณสมบัติของผู้รับคำสั่งหรือผู้รับคำแนะนำ
ก. คุณสมบัติ ด้านความรู้ความคิด
ข. คุณสมบัติ ด้านความสามารถในการปฏิบัติงาน
ค. คุณสมบัติ ด้านการเป็นผู้นำ
ง. คุณสมบัติ ด้านคุณลักษณะทางจิตใจ
9. ความสามารถในการแก้ไขปัญหา และตัดสินใจได้ด้วยตนเองอย่างมั่นใจ เป็นคุณสมบัติของผู้รับคำสั่งหรือรับคำแนะนำในด้านใด
ก. ด้านความรู้ ความคิด
ข. ด้านความสามารถในการปฏิบัติงาน
ค. ด้านการเป็นผู้นำ
ง. ด้านคุณลักษณะทางจิตใจ
10. ข้อใดต่อไปนี้ เป็นคุณสมบัติของผู้รับคำสั่งหรือรับคำแนะนำ ด้านความสามารถในการปฏิบัติงาน
ก. มีความสามารถในการแก้ปัญหา
ข. มีความสามารถในการวางแผนการปฏิบัติงาน
ค. มีความสามารถในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์
ง. รักในการทำงาน แสวงหาความรู้
11.ข้อใดคือ ความหมายของคำว่า สื่อบุคคล
ก. สื่อที่ใช้คนเป็นตัวกลางในการติดต่อสื่อสาร
ข. สื่อที่ใช้คนเป็นผู้ส่งเอกสาร
ค. สื่อที่คนใช้เอกสารเป็นตัวกลางในการสื่อสาร
ง. บุคคลที่เป็นผู้นำข่าวสารไปแจ้ง
12. ข้อใดต่อนี้ ไม่ใช่ การสนทนา
ก. มีการสื่อสารกันสองคน
ข. มีการแลกเปลี่ยนความรู้กัน
ค. มีการแสดงความคิดเห็นต่อกัน
ง. การส่งเอกสารไปให้อีกฝ่ายอ่าน
13. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ คุณสมบัติของผู้ร่วมสนทนา
ก. มีความรู้ในเรื่องต่างๆพอสมควร
ข. ใช้ถ้อยคำที่สุภาพ
ค. พูดแทรกผู้อื่นอยู่เสมอในเรื่องที่ตนรู้
ง. แสดงความเป็นมิตร เอาใจใส่คู่สนทนา
14. ข้อใดต่อไปนี้คือมารยาทในการสนทนาที่ดี
ก. สุขใจ เปิดโอกาสให้คู่สนทนาได้ซักถาม
ข. สมจิต ชอบพูดนอกเรื่อง
ค. สมฤดี ชอบพูดแต่เรื่องดีๆของตนเอง
ง. สมนึก ต่อว่าคู่สนทนาเมื่อเห็นว่าเขาไม่ตั้งใจฟัง
15. ข้อใดต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรใช้ในการสนทนา
ก. เรื่องที่มีความสนใจร่วมกัน
ข. เรื่องที่เหมาะแก่กาลเทศะและเหตุการณ์
ค. เรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน
ง. เรื่องที่สนุกขบขัน
16. ข้อต่อไปนี้ ใครพูดได้ถูกโอกาสและกาลเทศะมากที่สุด
ก. อิน พูดเรื่องข่าวฆ่ากันตายขณะไปร่วมงานแต่ง
ข. ทิน พูดเรื่องตลกขบขัน ขณะทานข้าว
ค. กิ๊ก พูดเรื่องการเมืองในที่ประชุม
ง. พิน พูดเรื่องผีในงานศพ
17. การฟังการดูการบรรยาย มีกี่แบบ
ก. 1 แบบ
ข. 2 แบบ
ค. 3 แบบ
ง. 4 แบบ
18. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ การฟังการดูการบรรยาย
ก. การฟังการดูการบรรยายทางวิชาการ
ข. การฟังการดูการบรรยายเหตุการณ์
ค. การฟังการดูการบรรยายชี้แจงข้อเท็จจริง
ง. การฟังการดูการบรรยายเรื่องทั่วๆไป
19.การฟังการบรรยายแบบใดที่ควรใช้ถ้อยคำอย่างมีแบบแผน มีศัพท์บัญญัติ ศัพท์ทางการศึกษา
ก. การฟังการดูการบรรยายทางวิชาการ
ข. การฟังการดูการบรรยายเหตุการณ์
ค. การฟังการดูการบรรยายชี้แจงข้อเท็จจริง
ง. การฟังการดูการบรรยายเรื่องทั่วๆไป
20. ข้อใดต่อไปนี้คือการฟังการบรรยายเหตุการณ์
ก. บรรยากาศในการฟังไม่สนุกสนานเพลิดเพลิน
ข. เป็นการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ
ค.ผู้บรรยายมีอารมที่เยือกเย็น
ง. บรรยายชี้แจงเป็นข้อเท็จจริง
