wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เครื่องกลไฟฟ้า1

Total questions: 50

Worksheet time: 25mins

Name
Class
Date
1.

ฟลักซ์แม่เหล็กหมายถึงข้อใด

a)

จำนวนเส้นแรงแม่เหล็กทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากขั้วแม่เหล็ก

b)

อำนาจแม่เหล็กที่เกิดขึ้นจากขั้วแม่เหล็กเหนือ

c)

อำนาจแม่เหล็กที่เกิดขึ้นจากขั้วแม่เหล็กใต้

d)

สนามแม่เหล็กที่ใช้ในการดึงดูดวัตถุที่เป็นเหล็ก

2.

ความหนาแน่นของฟลักซ์แม่เหล็กจะวัดต่อหน่วยใด

a)

เวลา

b)

ความยาว

c)

พื้นที่

d)

ปริมาตร

3.

ความเข้มของสนามแม่เหล็ก หมายถึงข้อใด

a)

แรงเคลื่อนซึ่งทำให้เกิดฟลักซ์แม่เหล็กต่อพื้นที่หน้าตัด

b)

แรงเคลื่อนซึ่งทำให้เกิดฟลักซ์แม่เหล็กต่อระยะความยาวเฉลี่ย

c)

แรงเคลื่อนซึ่งทำให้เกิดฟลักซ์แม่เหล็กต่อจำนวนรอบที่พัน

d)

แรงเคลื่อนซึ่งทำให้เกิดฟลักซ์แม่เหล็กต่อจำนวนกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน

4.

ตัวนำเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเมื่อวางเข็มทิศใกล้ ๆ จะเกิดผลตามข้อใด

a)

เข็มทิศจะขนานกับตัวนำ

b)

เข็มทิศจะตั้งฉากกับตัวนำ

c)

เข็มทิศจะทำมุม 30° กับตัวนำ

d)

เข็มทิศจะทำมุม 60° กับตัวนำ

5.

ตัวนำเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านจะมีความหนาแน่นของเส้นแรงแม่เหล็กบริเวณใดมากที่สุด

a)

บริเวณรอบผิวของตัวนำ

b)

บริเวณรอบนอกของตัวนำ

c)

ภายในตัวนำ

d)

มีค่าเท่ากันทุกบริเวณ

6.

ในการหาทิศทางของเส้นแรงแม่เหล็กรอบตัวนำ นิ้วหัวแม่มือใช้แทนอะไร

a)

ทิศทางของกระแส

b)

ทิศทางแรงเคลื่อนแม่เหล็กที่ตัวนำ

c)

ค่าความต้านทานของตัวนำ

d)

ทิศทางของเส้นแรงแม่เหล็ก

7.

โครงสร้างของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในส่วนที่อยู่กับที่ทั้งหมด คือข้อใด

a)

แกนขั้วแม่เหล็กกับแปรงถ่าน

b)

ขดลวดสนามแม่เหล็กกับขดลวดอาร์เมเจอร์

c)

ฝาครอบหัวท้ายกับแกนอาร์เมเจอร์

d)

กรอบโครงเครื่องกับคอมมิวเตเตอร์

8.

โครงสร้างของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในส่วนที่เคลื่อนที่ทั้งหมด คือข้อใด

a)

แกนเพลากับแปรงถ่าน

b)

ขดลวดสนามแม่เหล็กกับขดลวดอาร์เมเจอร์

c)

คอมมิวเตเตอร์กับแกนอาร์เมเจอร์

d)

กรอบโครงเครื่องกับคอมมิวเตเตอร์

9.

ส่วนที่ทำหน้าที่เป็นทางเดินของเส้นแรงแม่เหล็ก คือข้อใด

a)

ขดลวดอาร์เมเจอร์กับแปรงถ่าน

b)

กรอบโครงเครื่องกับคอมมิวเตเตอร์

c)

คอมมิวเตเตอร์กับแกนขั้ว

d)

กรอบโครงเครื่องกับแกนขั้ว

10.

ขดลวดอาร์เมเจอร์ 1 ขด มีจำนวนคอยล์ไซด์เท่าไร

a)

1 คอยล์ไซด์

b)

2 คอยล์ไซด์

c)

3 คอยล์ไซด์

d)

4 คอยล์ไซด์

11.

ความกว้างของขั้วแม่เหล็กจะมีค่าเท่าไร

a)

360 องศาทางไฟฟ้า

b)

270 องศาทางไฟฟ้า

c)

180 องศาทางไฟฟ้า

d)

90 องศาทางไฟฟ้า

12.

การแบ่งชนิดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงตามลักษณะการกระตุ้น ได้กี่แบบ

a)

2 แบบ

b)

3 แบบ

c)

4 แบบ

d)

5 แบบ

13.

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบกระตุ้นตัวเองได้แหล่งจ่ายมาจากที่ใด

a)

ขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

b)

ขดลวดอาร์เมเจอร์

c)

ขดลวดสนามแม่เหล็กแบบซีรีส์

d)

ขดลวดชดเชย

14.

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบคอมปาวด์ที่สร้างเส้นแรงแม่เหล็กเสริมกันเกิดจากการสร้างเส้นแรงแม่เหล็กขดลวดใดกับขดลวดใด

a)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดแบบซีรีส์

c)

ขดลวดแบบซีรีส์กับขดลวดอาร์เมเจอร์

d)

ขดลวดอาร์เมเจอร์กับขดลวดกระตุ้นแยก

15.

ข้อใดไม่ส่งผลต่อการเกิดอาร์เมเจอร์รีแอกชัน

a)

เส้นแรงแม่เหล็กที่อาร์เมเจอร์ไปกระทำกับเส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้ว

b)

เมื่อขดลวดอาร์เมเจอร์มีกระแสไฟฟ้าไหล

c)

ขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์มีกระแสไฟฟ้าไหล

d)

เส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้วเกิดการผิดเพี้ยนไป

16.

แกนนิวทรัลเป็นตำแหน่งทำมุมกับเส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้วมีค่าเท่าไร

a)

90°

b)

75°

c)

60°

d)

30°

17.

ผลของการเกิดอาร์เมเจอร์รีแอกชัน ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

แรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำลดลง

b)

เกิดประกายไฟที่แปรงถ่านกับคอมมิวเตเตอร์

c)

เส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้วบิดเบนเฉียงลงสวนทางกับทิศทางการหมุน

d)

เส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้วบิดเบนเฉียงลงตามกับทิศทางการหมุน

18.

แรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำขณะไม่มีโหลดจะมากหรือน้อยไม่ขึ้นกับข้อใด

a)

จำนวนขั้วแม่เหล็ก

b)

จำนวนเส้นแรงแม่เหล็ก

c)

ขนาดของขดลวดอาร์เมเจอร์

d)

ความเร็วรอบในการหมุน

19.

ถ้าหมุนเครื่องกำเนิดให้มีค่าคงที่ ถ้าไม่จ่ายกระแสไฟฟ้าที่ขดลวดสนามแม่เหล็ก ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

มีแรงดันไฟฟ้าตกค้าง

b)

มีกระแสที่อาร์เมเจอร์

c)

มีแรงดันไฟฟ้าที่อาร์เมเจอร์เท่ากับพิกัด

d)

แรงดันไฟฟ้าที่อาร์เมเจอร์จะอิ่มตัว

20.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเมื่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบกระตุ้นแยกจ่ายกระแสไฟฟ้าออกไป

a)

เกิดอาร์เมเจอร์รีแอกชัน

b)

แรงดันไฟฟ้าที่ขั้วลดลง

c)

มีแรงดันไฟฟ้าตกคร่อมจากอาร์เมเจอร์

d)

เส้นแรงแม่เหล็กที่แกนเหล็กลดลง

21.

การสูญเสียในแกนเหล็ก คือข้อใด

a)

จากขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

จากความฝืด

c)

จากกระแสไหลวน

d)

จากแรงลมต้าน

22.

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบชันต์นำแรงดันไฟฟ้าส่วนใดมาจ่ายให้กับขดลวดสนามแม่เหล็ก

a)

จากขดลวดสนามแม่เหล็กตัวมันเอง

b)

จากขดลวดอาร์เมเจอร์

c)

จากขดลวดชดเชย

d)

จากขดลวดขั้วแทรก

23.

จุดตัดระหว่างแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำเมื่อไม่มีโหลดกับเส้นความต้านทานของขดลวดสนามแม่เหล็ก

a)

แรงดันไฟฟ้าที่ตกค้าง

b)

พิกัดกำลังไฟฟ้าเอาต์พุต

c)

พิกัดกระแสไฟฟ้าสูงสุด

d)

แรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่ขั้ว

24.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบชันต์ เมื่อทำงานและยังไม่มีโหลด 

a)

แรงดันไฟฟ้าที่ขั้วเท่ากับแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำ       

b)

แรงดันไฟฟ้าที่ขั้วมีค่าเท่ากับศูนย์

c)

ไม่มีแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่อาร์เมเจอร์

d)

เกิดแรงดันตกคร่อมที่ขดลวดอาร์เมเจอร์เท่ากับแรงดันไฟฟ้าที่ขั้ว

25.

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบซีรีส์นำแรงดันไฟฟ้าส่วนใดมาจ่ายให้กับขดลวดสนามแม่เหล็ก

a)

จากขดลวดสนามแม่เหล็กตัวมันเอง

b)

จากขดลวดขั้วแทรก

c)

จากขดลวดชดเชย

d)

จากขดลวดอาร์เมเจอร์

26.

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบซีรีส์เมื่อไม่มีโหลดจะให้ผลตามข้อใด

a)

แรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำเท่ากับพิกัด

b)

มีเพียงแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำตกค้าง

c)

แรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำมีค่าเท่ากับศูนย์

d)

แรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำเท่ากับครึ่งหนึ่งของพิกัด

27.

ข้อใดกล่าวถูกต้องในวงจรสมมูลของขดลวดสนามแม่เหล็กแบบซีรีส์

a)

ความต้านทาน RS ต่ออนุกรมกับแหล่งจ่าย Eg        

b)

ความต้านทาน Ra ต่อขนานกับแหล่งจ่าย Vt

c)

ความต้านทาน RS ต่อขนานกับแหล่งจ่าย Vt

d)

ความต้านทาน RS ต่อขนานกับแหล่งจ่าย Eg

28.

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบคอมปาวด์ นำแรงดันไฟฟ้าส่วนใดมาจ่ายให้กับขดลวดสนามแม่เหล็ก

a)

จากขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

จากขดลวดขั้วแทรก

c)

จากขดลวดชดเชย

d)

จากขดลวดสนามแม่เหล็กตัวมันเอง

29.

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบคอมปาวด์ ที่สร้างเส้นแรงแม่เหล็กเสริมกันได้จากขดลวดแบบใด

a)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

ขดลวดแบบซีรีส์กับขดลวดอาร์เมเจอร์

c)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดแบบซีรีส์

d)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดที่ขั้วแทรก

30.

ข้อใดเป็นวงจรสมมูลของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบลองชันต์คอมปาวด์

a)
b)
c)
d)
31.

ข้อใดเป็นหลักการทำงานเบื้องต้นของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง

a)

ตัวนำวางอยู่นอกสนามแม่เหล็ก แล้วจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับตัวนำ

b)

ตัวนำวางอยู่ในสนามแม่เหล็ก แล้วจ่ายกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดสนามแม่เหล็ก

c)

ตัวนำวางอยู่ในสนามแม่เหล็ก แล้วจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับตัวนำ

d)

ตัวนำวางอยู่ในสนามแม่เหล็ก แล้วนำพลังงานกลภายนอกมาขับ

32.

ในการหาทิศทางของตัวนำนิ้วทั้งสี่ของมือซ้ายใช้แทนค่าอะไร

a)

ทิศทางของกระแสไฟฟ้า

b)

ทิศทางของตัวนำ

c)

ทิศทางของขั้วแม่เหล็กใต้

d)

ทิศทางของขั้วแม่เหล็กเหนือ

33.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับแรงดันไฟฟ้าต้านกลับ ของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง

a)

ทิศทางของแรงดันไฟฟ้าต้านกลับมีทิศทางต่อต้านกับแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้

b)

ทิศทางของแรงดันไฟฟ้าต้านกลับมีทิศทางเสริมกันกับแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้

c)

ขณะที่ตัวนำหมุนไปจะไปตัดกับเส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้ว

d)

ทิศทางของกระแสจากแรงดันไฟฟ้าต่อต้านสวนทางกับกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้

34.

มอเตอร์ไฟฟ้าแบบกระตุ้นแยก ไม่ค่อยนำมาใช้งาน เพราะเหตุใด

a)

ความเร็วรอบลดลงทันทีเมื่อมีโหลด

b)

มีแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง 2 ชุด

c)

แรงบิดที่อาร์เมเจอร์ต่ำ

d)

รับกระแสเข้าไปมากที่โหลดน้อย ๆ

35.

ข้อใดเป็นไดอะแกรมการต่อของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบชันต์

a)
b)
c)
d)
36.

จำนวนเส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้วของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบชันต์ไม่ขึ้นกับค่าใด

a)

แรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้

b)

กระแสไฟฟ้าที่ขดลวดสนามแม่เหล็ก

c)

ความต้านทานรีโอสแตตที่ต่ออนุกรม

d)

กระแสไฟฟ้าที่อาร์เมเจอร์

37.

วงจรสมมูลในส่วนของขดลวดอาร์เมเจอร์ของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบชันต์ ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

Rf ต่ออนุกรมกับ Eb

b)

Ra ต่อขนานกับ Eb

c)

Ra ต่ออนุกรมกับ Eb

d)

Ra ต่ออนุกรมกับ Vt

38.

ข้อใดกล่าวถูกต้องของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบซีรีส์เมื่อโหลดที่เพลาเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น

a)

เส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้วเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น

b)

กระแสที่อาร์เมเจอร์มีค่าคงที่

c)

เส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้วมีค่าคงที่

d)

กระแสที่อาร์เมเจอร์เปลี่ยนแปลงลดลง

39.

ข้อใดไม่เป็นส่วนหนึ่งของการสูญเสียในการหมุน

a)

ความฝืดของตลับลูกปืนที่ฝาปิดหัวท้าย

b)

แรงลมต้านจากใบพัดที่ติดอยู่กับเพลา

c)

แรงกดของแปรงถ่านที่ซี่คอมมิวเตเตอร์

d)

จากฮีสเตอริซีสที่แกนอาร์เมเจอร์

40.

มอเตอร์ไฟฟ้าแบบคอมปาวด์ที่สร้างเส้นแรงแม่เหล็กหักล้างกันได้จากขดลวดแบบใด

a)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดแบบซีรีส์

c)

ขดลวดแบบซีรีส์กับขดลวดอาร์เมเจอร์

d)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดที่ขั้วแทรก

41.

การที่จะสร้างเส้นแรงแม่เหล็กให้เสริมกันของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบคอมปาวด์ขึ้นอยู่กับข้อใด

a)

ทิศทางของกระแสไฟฟ้าที่ไหลในขดลวดสนามแม่เหล็ก        

b)

ทิศทางของกระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามอเตอร์

c)

ทิศทางของกระแสไฟฟ้าที่ไหลในขดลวดสนามแม่เหล็ก และทิศทางการพันของขดลวดสนามแม่เหล็ก

d)

ทิศทางของกระแสไฟฟ้าที่ไหลออกมอเตอร์

42.

ข้อใดเป็นวงจรสมมูลของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบช๊อตชันต์คอมปาวด์

a)
b)
c)
d)
43.

หลักการเบื้องต้นในการควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถทำได้กี่วิธี

a)

1 วิธี

b)

2 วิธี

c)

3 วิธี

d)

4 วิธี

44.

ข้อดีของการควบคุมความเร็วรอบ โดยการควบคุมขนาดแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้ คือข้อใด

a)

ปรับความเร็วรอบต่ำกว่าพิกัดได้

b)

ให้ความเร็วรอบคงที่

c)

ปรับความเร็วรอบสูงกว่าพิกัดไม่ได้

d)

ปรับความเร็วรอบให้หยุดนิ่งไม่ได้

45.

การควบคุมความเร็วรอบของการควบคุมค่าความต้านทานในวงจรอาร์เมเจอร์ ต้องต่อตัวต้านทานอย่างไร

a)

มาต่อขนานกับขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

มาต่ออนุกรมกับขดลวดอาร์เมเจอร์

c)

มาต่อขนานกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์       

d)

มาต่ออนุกรมกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

46.

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงขณะเริ่มเดินแรงดันไฟฟ้าต้านกลับจะให้ผลอย่างไร

a)

มีค่าแรงดันไฟฟ้าเกินพิกัด

b)

มีค่าแรงดันเท่ากับพิกัด

c)

มีค่าแรงดันเท่ากับครึ่งหนึ่งพิกัด

d)

มีค่าเท่ากับศูนย์

47.

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงขณะเริ่มเดินมีกระแสไฟฟ้าสูงเพราะเหตุใด

a)

ความต้านทานของขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์มีค่าน้อย  

b)

ความต้านทานของขดลวดอาร์เมเจอร์มีค่าน้อย

c)

ไม่ต่อตัวต้านทานอนุกรมกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์  

d)

ถูกทุกข้อ

48.

ตัวต้านทานเริ่มเดินมีหน้าที่อย่างไร

a)

ลดเส้นแรงแม่เหล็กขณะเริ่มเดิน

b)

เพิ่มแรงดันให้กับอาร์เมเจอร์ขณะเริ่มเดิน

c)

ลดกระแสไฟฟ้าขณะเริ่มเดิน

d)

ให้การออกตัวขณะเริ่มเดินดีขึ้น

49.

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงขณะเริ่มเดินมีกระแสไฟฟ้าสูงจะเกิดผลเสียให้กับอะไร

a)

ขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์กับคอมมิวเตเตอร์      

b)

ขดลวดอาร์เมเจอร์กับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

c)

ขดลวดอาร์เมเจอร์กับคอมมิวเตเตอร์

d)

แกนเหล็กที่อาร์เมเจอร์กับแปรงถ่าน

50.

การต่อตัวต้านทานเริ่มเดินของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบชันต์ทำอย่างไร

a)

นำมาต่ออนุกรมกับขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

นำมาต่ออนุกรมกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์  

c)

นำมาต่อขนานกับขดลวดอาร์เมเจอร์

d)

นำมาต่อขนานกับแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้