wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

นิตยา คลังข้อสอบวิชากฎหมายแรงงาน

Total questions: 60

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

กฎหมายเกี่ยวข้องกับแรงงานที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน คือข้อใด         

a)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยจ้าง

    แรงงาน

b)

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

c)

พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533

d)

ถูกทุกข้อ

2.

หลักกฎหมายคุ้มครองแรงงานมีไว้เพื่อ

a)

จัดระเบียบของสังคม ในการจ้างงานและใช้   แรงงาน

b)

จัดระเบียบของสังคม ในการควบคุมนายจ้าง

c)

จัดระเบียบของสังคม ในการควบคุมลูกจ้าง

d)

ถูกทุกข้อ

3.

การที่รัฐตรากฎหมายแรงงานใช้บังคับ มีวัตถุประสงค์เพื่อบังคับฝ่ายใดเป็นหลัก *

a)

ใช้บังคับให้ลูกจ้างปฏิบัติตามกฎหมายเป็นหลัก

b)

ใช้บังคับให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายเป็นหลัก

c)

ใช้บังคับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายเป็นหลัก

d)

ไม่มีข้อใดถูก

4.

กฎหมายคุ้มครองแรงงานที่สำคัญคือข้อใด

a)

พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533

b)

พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537

c)

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

d)

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518

5.

รัฐออกกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กำหนดเงื่อนไขในการจ้าง กำหนดวันเวลาการทำงาน กำหนดค่าจ้าง กำหนดวันหยุดและวันลาของลูกจ้าง วัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองลูกจ้างในข้อใด

a)

ให้ลูกจ้างความปลอดภัยในขณะทำงาน

b)

ให้ลูกจ้างได้รับถูกต้องที่กฎหมายกำหนด

c)

ให้เกิดความสงบสุขและเป็นธรรมในสังคม

d)

ถูกทุกข้อ

6.

การจ้างแรงงานต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ จึงจะเป็นสัญญาจ้างแรงงานที่สมบูรณ์ 

a)

ก. องทำเป็นหนังสือสัญญาต่อกัน

b)

ต้องข้อตกลงกันด้วยวาจา

c)

ต้องทำเป็นหนังสือสัญญา และมีรับรองท้าย

    สัญญา

d)

จะตกลงกันด้วยวาจาหรือทำเป็นหนังสือสัญญาก็

   ใช้ได้

7.

สิ่งที่คู่สัญญาระหว่างลูกจ้างกับนายจ้างต้องตอบแทนซึ่งกันและกัน คือข้อใด 

a)

ลูกจ้างตอบแทนด้วยการทำงาน นายจ้างตอบแทน

    ด้วยการให้ค่าจ้าง

b)

ตอบแทนซึ่งกันและกันด้วยเงินตรา

c)

ตอบแทนซึ่งกันและกันด้วยทรัพย์สิน

d)

ตอบแทนซึ่งกันและกันด้วยสินจ้าง

8.

ค่าจ้างหรือสินจ้างที่นายจ้างให้เป็นการตอบแทนลูกจ้าง ได้แก่ข้อใด 

a)

เงินตรา

b)

ทรัพย์สิน

c)

สิ่งของอย่างอื่น

d)

ถูกทุกข้อ

9.

ลักษณะสำคัญประการหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงาน คือข้อใด 

a)

งานที่ทำต้องสำเร็จออกมาเป็นผลงาน

b)

ลูกจ้างมีอิสระในการทำงาน

c)

ลูกจ้างต้องฟังคำสั่ง คำแนะนำจากนายจ้าง

d)

วัตถุแห่งสัญญา คือ การส่งมอบงานที่ทำให้

   นายจ้าง

10.

เมื่อลูกจ้างตกลงรับงานจ้างแล้ว ลูกจ้างมีสิทธิและหน้าที่อย่างไร 

a)

ต้องทำงานด้วยตนเอง

b)

ให้ผู้อื่นทำงานแทนก็ได้ ถ้านายจ้างยินยอม

c)

หากสัญญาไม่ได้กำหนดเวลา มีสิทธิบอกเลิก

   สัญญาได้ แต่ต้องบอกล่วงหน้า

d)

ถูกทุกข้อ

11.

ขอบเขตของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่ครอบคลุมหรือใช้บังคับไปถึงในข้อใด

a)

ไม่ครอบคลุมถึงลูกจ้างทำงานบ้าน

b)

ไม่ครอบคลุมถึงลูกจ้างในห้างสรรพสินค้า

c)

ไม่ครอบคลุมถึงลูกจ้างในโรงพยาบาลเอกชน

d)

ถูกทุกข้อ

12.

งานทั่วไป กฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างทำงานดังนี้

a)

วันหนึ่งทำงานไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง

b)

วันหนึ่งทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมง

c)

วันหนึ่งทำงานไม่น้อยกว่า 9 ชั่วโมง

d)

วันหนึ่งทำงานไม่เกินกว่า 9 ชั่วโมง

13.

งานใดต่อไปนี้ถือว่าเป็นงานอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และความปลอดภัยของลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด

a)

งานประกอบอะไหล่วิทยุ

b)

งานเย็บปกเข้าเล่มหนังสือ

c)

งานเชื่อมม้าหมุนสนามเด็กเล่น

d)

งานขุดดินวางท่อระบายน้ำ

14.

การที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาหลังเลิกงานปกติ โดยหลักทั่วไปแล้วนายจ้างควรปฏิบัติให้ถูกต้องในข้อใด

a)

วางระเบียบล่วงหน้า ประกาศกำหนดให้ลูกจ้าง

    ทราบ

b)

นายจ้างสามารถกำหนดให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา

    ได้เสมอ

c)

สอบถามลูกจ้างก่อนว่ามีงานปกติค้างอยู่หรือไม่

d)

สอบถามลูกจ้างก่อนว่าตกลงทำงานล่วงเวลาในครั้ง

   นั้น

15.

ในเวลาทำงานปกติ วันหนึ่งลูกจ้างมีสิทธิพักระหว่างการทำงานดังนี้

a)

ทำงานหนึ่งชั่วโมงพักได้ 10 นาที

b)

ทำงานมาแล้วจำนวน 4 ชั่วโมง ต้องได้พัก 1

    ชั่วโมง

c)

มีเวลาพักระหว่างทำงานวันหนึ่งไม่น้อยกว่า       

    1 ชั่วโมง หลังจากทำงานมาแล้วไม่เกิน 5 ชั่วโมง

d)

ถูกทุกข้อ

16.

งานที่ลูกจ้างทำอันถือได้ว่าเป็นการจ้างแรงงานนั้นมีลักษณะในข้อใด 

a)

ต้องใช้แรงงานมองเห็นเป็นวัตถุหรือรูปร่าง เช่นสร้างบ้าน

b)

ต้องใช้แรงงานมองเห็นเป็นผลงานออกมา เช่นการขับรถ

c)

ต้องใช้สมองให้เห็นผลงานออกมา เช่น สืบหาของหาย

d)

การใช้แรงงานหรือใช้สมองเป็นผลงานออกมา ก็เป็นการจ้างแรงงานได้

17.

นายจ้างมีสิทธิไล่ลูกจ้างออกจากงานได้ หากลูกจ้างมีความผิดในข้อใด 

a)

จงใจขัดคำสั่งนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมาย

b)

ละทิ้งงานในหน้าที่

c)

ไม่สุจริตต่องานที่มอบหมาย อันเป็นความผิด ร้ายแรง

d)

ถูกทุกข้อ

18.

เมื่อกำหนดระยะเวลาการจ้างสิ้นสุดลง ลูกจ้างมีสิทธิขอใบสำคัญการทำงานของลูกจ้างจากนายจ้างเพื่อประโยชน์ในข้อใด 

a)

เพื่อให้รู้ว่าได้ทำงานมานานเท่าไร

b)

เพื่อให้รู้ว่างานที่ทำเป็นงานประเภทใด

c)

เป็นหลักฐานแก่ลูกจ้างเพื่อไปสมัครงานอื่น

d)

ถูกทุกข้อ

19.

การจ้างแรงงาน มีหลักว่าลูกจ้างต้องทำงานให้นายจ้างด้วยตนเองนั้น ก็เพื่อเหตุผลในข้อใด 

a)

เพื่อให้นายจ้างเห็นว่าลูกจ้างมีคุณสมบัติตามต้องการ

b)

เพื่อให้นายจ้างเห็นว่าลูกจ้างมีความเหมาะสมกับงานที่จ้างให้ทำ

c)

เพื่อให้นายจ้างเห็นว่าลูกจ้างมีความรู้

   ความสามารถทำงานที่รับจ้างได้

d)

ถูกทุกข้อ

20.

นายรวยจ้างนายจนมาขับรถยนต์ประจำครอบครัว เพื่อรับส่งภริยาของตนไปยังบริษัทที่ทำงานเป็นประจำทุกวัน ขณะทำหน้าที่ขับรถยนต์ไปส่งภริยาของนายรวย รถยนต์ได้ไปเฉี่ยวชนนายสมพงษ์ ซึ่งยืนอยู่ข้างถนนได้รับบาดเจ็บ มีทรัพย์สินเสียหาย ผลจะเป็นในข้อใด 

a)

นายจนลูกจ้างต้องรับผิดชอบ

b)

นายรวยผู้เป็นนายจ้าง ต้องรับผิดแทนลูกจ้าง

    ทั้งหมด

c)

นายรวยผู้เป็นนายจ้างไม่ต้องรับผิดชอบ แต่ผู้รับผิดคือภริยาของนายรวยที่นั่งไปด้วย

d)

ทั้งนายจนและนายรวยต้องรับผิดชอบร่วมกัน ในความบาดเจ็บและทรัพย์สิน ของนายสมพงษ์

21.

ลักษณะของงานที่ถือว่าหากใช้แรงงานหญิงทำงานแล้วน่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ คือข้อใด

a)

งานผลิตอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์

b)

งานผลิตอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้า

c)

งานผลิตอุปกรณ์เครื่องเงิน

d)

งานผลิตดอกไม้ไฟ

22.

งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูง สำหรับแรงงานหญิงกฎหมายวางหลักไว้ในข้อใด

a)

จะสูงกว่าพื้นดินเกิน 10 เมตร มิได้

b)

จะสูงกว่าพื้นดินเกิน 15 เมตร มิได้

c)

จะสูงกว่าพื้นดินเกิน 20 เมตร มิได้

d)

แรงงานหญิงจะทำงานบนนั่งร้านที่สูงมิได้เลย

23.

กฎหมายห้ามมิให้หญิงมีครรภ์ ยก แบก หาม ทูน ลาก ของหนักเกินกว่าดังนี้

a)

มิให้มีน้ำหนักเกิน 10 กิโลกรัม

b)

มิให้มีน้ำหนักเกิน 15 กิโลกรัม

c)

มิให้มีน้ำหนักเกิน 20 กิโลกรัม

d)

มิให้มีน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม

24.

กรณีหญิงมีครรภ์ กฎหมายห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทำงานระหว่างเวลาใด

a)

ระหว่างเวลา 18.00 นาฬิกา ถึง 22.00 นาฬิกา

b)

ระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกา ถึง 24.00 นาฬิกา

c)

ระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกา ถึง 06.00 นาฬิกา

d)

ถูกทุกข้อ

25.

นางสมศรีแต่งงานและกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด นางสมศรีมีสิทธิในข้อใด

a)

มีสิทธิลาคลอดบุตรได้ไม่เกิน 90 วัน

b)

ระหว่างลาคลอดมีสิทธิได้รับค่าจ้างไม่เกิน 45 วัน

c)

ระหว่างลาคลอดมีสิทธิได้รับค่าจ้างไม่เกิน 90 วัน

d)

ข้อ ก และข้อ ข ถูกต้อง

26.

ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ได้รับใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแสดงว่าไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมต่อไปเพราะอาจมีผลกระทบต่อบุตรในครรภ์ตามใบความเห็นแพทย์ หญิงมีครรภ์มีสิทธิตามกฎหมายดังนี้

a)

ขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานที่ทำอยู่เป็นการชั่วคราว

    ก่อนคลอดได้

b)

ขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานที่ทำอยู่เป็นการชั่วคราว

    หลังคลอดทำงานเป็นปกติได้

c)

ให้นายจ้างพิจารณาเปลี่ยนงานที่เหมาะสมลูกจ้าง

    หญิงมี่ครรภ์นั้น

d)

ถูกทุกข้อ

27.

คำว่าแรงงานเด็ก ตามพระราชบัญญัติกฎหมายคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมายถึงบุคคลที่อายุระหว่างในข้อใด

a)

อายุระหว่าง 7 ปี แต่ไม่ถึง 15 ปี

b)

อายุระหว่าง 7 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี

c)

อายุระหว่าง 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี

d)

อายุระหว่าง 15 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี

28.

กฎหมายห้ามมิให้ทำการจ้างเด็กอายุต่ำกว่ากี่ปีเป็นลูกจ้าง

a)

ต่ำกว่า 13 ปี

b)

ต่ำกว่า 15 ปี

c)

ต่ำกว่า 17 ปี

d)

ต่ำกว่า 18 ปี

29.

การจ้างแรงงานเด็ก กฎหมายบังคับให้นายจ้างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติในข้อใด

a)

แจ้งให้ผู้ปกครองเด็กมาทำสัญญาการจ้างงาน

b)

แจ้งให้พ่อแม่ของเด็กมาทำสัญญาค้ำประกันการทำงาน

c)

แจ้งการจ้างลูกจ้างแรงงานเด็กต่อพนักงานตรวจ

    แรงงานภายใน 15 วัน

d)

แจ้งการจ้างลูกจ้างแรงงานเด็กต่อพนักงาน

   ประกันสังคมภายใน 15 วัน

30.

หลักทั่วไปแล้วห้ามมิให้ใช้แรงงานเด็กทำงานระหว่างเวลาใด

a)

ระหว่างเวลา 18.00 นาฬิกา ถึง 22.00 นาฬิกา

b)

ระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกา ถึง 24.00 นาฬิกา

c)

ระหว่างเวลา 22.00 นาฬิกา ถึง 06.00 นาฬิกา

d)

ระหว่างเวลา 24.00 นาฬิกา ถึง 06.00 นาฬิกา

31.

วันหยุดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมายถึงข้อใด

a)

วันหยุดประจำสัปดาห์

b)

วันหยุดตามประเพณี

c)

วันหยุดพักผ่อนประจำปี

d)

ถูกทุกข้อ

32.

วันหยุดพักผ่อนประจำปี ลูกจ้างมีสิทธิลาหยุดพักผ่อนได้คือ

a)

ลูกจ้างทำงานมาแล้วครบ 6 เดือน

b)

ลูกจ้างทำงานมาแล้วครบ 8 เดือน

c)

ลูกจ้างทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 10 เดือน

d)

ลูกจ้างทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี

33.

สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีของลูกจ้าง มีจำนวน

ในข้อใด

a)

จำนวน 6 วันทำงาน

b)

จำนวนไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน

c)

จำนวน 10 วันทำงาน

d)

จำนวนไม่น้อยกว่า 10 วันทำงาน

34.

วันหยุดประจำสัปดาห์ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดให้หยุดกี่วัน

a)

สัปดาห์หนึ่ง จำนวน 1 วัน

b)

สัปดาห์หนึ่งจำนวนไม่น้อยกว่า 1 วัน

c)

สัปดาห์หนึ่งจำนวน 1 วันครึ่ง

d)

สัปดาห์จำนวนไม่น้อยกว่า 1 วันครึ่ง

35.

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2551 กำหนดให้วันหยุดประจำสัปดาห์ต้องมีระยะห่างกันกี่วัน

a)

ห่างกันไม่เกิน 6 วัน

b)

ห่างกันไม่น้อยกว่า 6 วัน

c)

ห่างกันไม่เกินกว่า 6 วัน

d)

ห่างกันไม่น้อยกว่า 7 วัน

36.

วันหยุดตามประเพณี หมายความถึงวันหยุดในข้อใด

a)

วันหยุดเสาร์-อาทิตย์

b)

วันหยุดประจำ คือ วันอาทิตย์

c)

วันหยุดของทางราชการประจำปี ที่คณะรัฐมนตรี

d)

ถูกทุกข้อ

37.

ในปีหนึ่งของการทำงาน ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้กี่วัน

a)

ลาได้ปีหนึ่งไม่เกิน 15 วัน

b)

ลาได้ปีหนึ่งไม่เกิน 30 วัน

c)

ลาได้ปีหนึ่งไม่เกิน 60 วัน

d)

ลาได้เท่าที่ป่วยจริง

38.

ลูกจ้างต้องแนบใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งพร้อมหนังสือลาป่วยด้วย หากลูกจ้างป่วยตั้งแต่กี่วัน

a)

ตั้งแต่ 2 วันทำงานขึ้นไป

b)

ตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป

c)

ตั้งแต่ 5 วันทำงานขึ้นไป

d)

ตั้งแต่ 7 วันทำงานขึ้นไป

39.

 ระหว่างลูกจ้างลาป่วย นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างด้วย แต่มีหลักเกณฑ์อย่างไร

a)

ปีหนึ่งจะได้รับไม่เกิน 60 วัน

b)

ปีหนึ่งจะได้รับไม่เกิน 30 วัน

c)

ปีหนึ่งจะได้รับไม่เกิน 60 วัน เฉพาะที่มีใบรับรอง

    แพทย์

d)

ปีหนึ่งจะได้รับไม่เกิน 45 วัน เฉพาะที่มีใบรับรอง

   แพทย์

40.

ลูกจ้างย่อมมีกิจธุระจำเป็นส่วนตัว ดังนั้น ปีหนึ่งกฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลากิจธุระจำเป็นได้กี่วัน

a)

ลาได้ไม่น้องกว่า 6 วันต่อปี

b)

ลาได้ไม่น้อยกว่า 7 วันต่อปี

c)

ลาได้ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้าง

d)

ไม่มีข้อใดถูก

41.

เงินที่นายจ้างจ่ายให้นายจ้างในข้อใด เรียกว่าค่าจ้าง

a)

จ่ายให้ลูกจ้างทำงานในวันและเวลาปกติ

b)

จ่ายให้ลูกจ้างในวันหยุด ที่มีสิทธิได้ตามกฎหมายนี้

c)

จ่ายให้ลูกจ้างในวันลา ที่มีสิทธิได้ตามกฎหมายนี้

d)

ถูกทุกข้อ

42.

คำว่า “ค่าทำงานในวันหยุด” คือ เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างในข้อใด

a)

เพื่อตอบแทนการทำงานในวันหยุด

b)

เพื่อตอบแทนการทำงานนอกเวลาในวันปกติ

c)

เพื่อตอบแทนการทำงานลูกเวลาหลังเลิกงาน

d)

ไม่มีข้อใดถูก

43.

คำว่า “ค่าล่วงเวลา” เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างตอบแทนการทำงานในข้อใด

a)

การทำงานนอกเวลาขณะพัก

b)

การทำงานนอกเวลาจากการทำงานปกติ

c)

การทำงานในวันหยุด

d)

ไม่มีข้อใดถูก

44.

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นอัตราค่าจ้างต่ำสุดจ่ายให้แก่ลูกจ้างในข้อใด

a)

สำหรับลูกจ้างทำงานใน 1 เดือน

b)

สำหรับลูกจ้างทำงานใน 1 วัน

c)

สำหรับลูกจ้างทำงานในเกณฑ์ต่ำ ต่อ 1 เดือน

d)

สำหรับลูกจ้างทำงานในเกณฑ์ต่ำ ต่อ 1 วัน

45.

คณะกรรมการค่าจ้าง เพื่อกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ลูกจ้างควรจะได้รับ จะมีผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างร่วมเป็นคณะกรรมการฝ่ายละกี่คน

a)

ฝ่ายละ 2 คน

b)

ฝ่ายละ 3 คน

c)

ฝ่ายละ 4 คน

d)

ฝ่ายละ 5 คน

46.

การพิจารณาของคณะกรรมการค่าจ้างว่าควรกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอัตราเท่าใด จะยึดเอาสิ่งใดเป็นพื้นฐานในการพิจารณา

a)

สภาพเศรษฐกิจในพื้นที่นั้นๆ เป็นหลัก

b)

สภาพสังคมในพื้นที่นั้นๆ เป็นหลัก

c)

สภาพเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่นั้นๆ เป็นหลัก

d)

ถูกทุกข้อ

47.

การทำงานในวันหยุด หมายถึงในข้อใด

a)

เลิกงานจากการทำงานปกติแล้วให้ทำต่ออีก

b)

หยุดงานวันอาทิตย์ แต่นายจ้างให้มาทำงานในวันอาทิตย์

c)

หยุดงานวันอาทิตย์ แต่ให้มาทำงาน เมื่อถึงเวลาเลิก

    งานแล้วให้ทำต่ออีก 4 ชั่วโมง

d)

ถูกทุกข้อ

48.

การทำงานล่วงเวลา หมายถึงในข้อใด

a)

เลิกงานจากการทำงานปกติ แล้วให้ทำต่ออีก

b)

หยุดงานวันอาทิตย์ แต่นายจ้างให้มาทำงานในวันอาทิตย์

c)

หยุดงานวันอาทิตย์ แต่ให้มาทำงาน เมื่อถึงเวลาเลิกงาน แล้วให้ทำต่ออีก 4 ชั่วโมง

d)

ถูกทุกข้อ

49.

การทำงานล่วงเวลาในวันหยุด หมายถึงข้อใด

a)

เลิกงานจากการทำงานปกติ แล้วให้ทำต่ออีก 4 ชั่วโมง

b)

หยุดงานวันอาทิตย์ แต่นายจ้างให้มาทำงานในวันอาทิตย์

c)

หยุดงานวันอาทิตย์ แต่มาทำงานถึงเวลาเลิกงานแล้วทำต่ออีก 1 ชั่วโมง

d)

ถูกทุกข้อ

50.

ค่าชดเชยหมายความว่าอย่างไร

a)

เงินหรือสิ่งของที่นายจ้างชดเชยเป็นค่าสินไหมให้ลูกจ้าง

b)

เงินหรือสิ่งของที่นายจ้างชดเชยเป็นการทดแทน ค่าจ้าง

c)

เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในการแก้ปัญหา

d)

เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง

51.

กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ เป็นกฎหมายที่กำหนดแนวทางปฏิบัติในข้อใด

a)

กำหนดแนวทางปฏิบัติของแนวจ้าง

b)

กำหนดแนวทางปฏิบัติของแนวจ้าง

c)

กำหนดแนวทางปฏิบัติระหว่างฝ่ายนายจ้างกับฝ่าย ลูกจ้าง

d)

ไม่มีข้อใดถูก

52.

ในภาพรวมของกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้เพื่อวัตถุประสงค์ใด

a)

เพื่อสิทธิ หน้าที่และผลประโยชน์การทำงานของลูกจ้าง

b)

เพื่อสิทธิ หน้าที่และผลประโยชน์การทำงานของนายจ้าง

c)

เพื่อสิทธิ หน้าที่และผลประโยชน์การทำงานตามสภาพที่เป็นจริง

d)

เพื่อสิทธิ หน้าที่และผลประโยชน์การทำงานของนายจ้างและลูกจ้าง

53.

เมื่อมีการจ้างแรงงาน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ มีส่วนเข้ามาบังคับใช้กับการจ้างแรงงานในข้อใด

a)

การจ้างแรงงานในการประกอบกิจการทั่วๆไป

b)

การจ้างแรงงานในราชการส่วนกลาง

c)

การจ้างแรงงานราชการส่วนภูมิภาค

d)

การจ้างแรงงานในราชการส่วนท้องถิ่น

54.

สภาพการจ้าง คือ เงื่อนไขหรือการทำงาน โดยจะกำหนดในเรื่องดังต่อไปนี้ไว้ คือข้อใด

a)

วันเวลาในการทำงาน

b)

ค่าจ้าง สวัสดิการ การเลิกจ้าง

c)

ประโยชน์ของนายจ้าง ลูกจ้าง อันเกี่ยวกับการจ้าง

d)

ถูกทุกข้อ

55.

กฎหมายกำหนดให้สถานประกอบกิจการทั่วไปจะต้องจัดให้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้เมื่อนายจ้างมีลูกจ้างกี่คน

a)

มีจำนวนตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป

b)

มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

c)

มีจำนวนตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป

d)

มีจำนวนตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป

56.

มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกฎหมายกำหนดให้มีระยะเวลาบังคับไว้อย่างไร

a)

มีกำหนดระยะเวลาตามที่ตกลงกัน แต่ไม่เกิน 3 ปี

b)

ถ้าไม่มีกำหนดระยะเวลาไว้ให้มีระยะเวลาเพียง 1 ปี

c)

เมื่อครบระยะเวลาที่ตกลงกันไว้แล้ว มิได้กำหนดเวลาต่อไปอีก ให้ข้อตกลงนั้นมีระยะเวลาต่อไปอีก คราวละ 1 ปี

d)

ถูกทุกข้อ

57.

การรวมตัวของบุคคลหรือองค์การใดๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตน โดยองค์การแรงงานระหว่างประและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดหลักเสรีภาพไว้อย่างไร

a)

ลูกจ้างและนายจ้างมีเสรีภาพในการก่อตัวและดำเนินการภายในองค์การของตน

b)

บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมตัวกันเป็นสมาคมสหภาพหรือสหพันธ์

c)

เสรีภาพในการรวมตัวเป็นองค์การเพื่อรักษาผลประโยชน์ขององค์การเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก

d)

ถูกทุกข้อ

58.

องค์การฝ่ายนายจ้าง ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518  กำหนดตามลำดับนี้

a)

สมาคมนายจ้าง สหพันธ์นายจ้าง สภาองค์การนายจ้าง

b)

สมาคมนายจ้าง สหพันธ์นายจ้าง สภาองค์การลูกจ้าง

c)

สมาคมนายจ้าง สหพันธ์แรงงาน สภาองค์การนายจ้าง

d)

สมาคมนายจ้าง สหพันธ์แรงงาน สภาองค์การลูกจ้าง

59.

องค์การฝ่ายลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 กำหนดตามลำดับดังนี้

a)

สหภาพแรงงาน สหพันธ์แรงงาน สภาองค์การลูกจ้าง

b)

สหภาพแรงงาน สหพันธ์แรงงาน สภาองค์การนายจ้าง

c)

สหภาพแรงงาน สหพันธ์แรงงาน สมาคมลูกจ้าง

d)

สหภาพแรงงาน สหพันธ์แรงงาน สหพันธ์นายจ้าง

60.

ผู้มีสิทธิจัดตั้ง สหภาพแรงงาน กฎหมายวางหลักเกณฑ์ไว้ในข้อใด

a)

ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกันมีจำนวนไม่ น้อยกว่า 10 คน

b)

ต้องเป็นลูกจ้างทำงานประเภทเดียวกันมีจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน

c)

ต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างคนเดียวกันมีจำนวนไม่ น้อยกว่า 20 คน

d)

ข้อ ก และ ข ถูกต้อง