wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบปลายภาค 30 คะแนน Logistics ธุรกิจอาหาร

Total questions: 30

Worksheet time: 3600secs

Name
Class
Date
1.

ข้อใด เป็น ประเภทบรรจุภัณฑ์ที่ทำหน้าที่ในการเพิ่มคุณค่าในเชิงพาณิชย์ พร้อมทั้งทำหน้าที่ให้ความปกป้องแก่ผลิตภัณฑ์

a)

บรรจุภัณฑ์เฉพาะหน่วย (Individual Package)

b)

บรรจุภัณฑ์ชั้นใน (Inner Package) 

c)

บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสุด (Out Package) 

d)

ถูกทุกข้อ

2.

ข้อใด เป็น ประเภทบรรจุภัณฑ์ที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยรวมขนาดใหญ่ที่ใช้ในการขนส่ง โดยปกติแล้วผู้ซื้อจะไม่ได้เห็นบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้มากนัก เนื่องจากทำหน้าที่ป้องกันผลิตภัณฑ์ในระหว่างการขนส่งเท่านั้น

a)

บรรจุภัณฑ์เฉพาะหน่วย (Individual Package)

b)

บรรจุภัณฑ์ชั้นใน (Inner Package) 

c)

บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสุด (Out Package) 

d)

ถูกทุกข้อ

3.

ข้อใด เป็น ประเภทบรรจุภัณฑ์ที่ทำหน้าที่ป้องกันรักษาผลิตภัณฑ์จากน้ำ ความชื้น ความร้อน แสง แรงกระทบกระเทือน และอำนวยความสะดวกแก่การขายปลีกย่อย

a)

บรรจุภัณฑ์เฉพาะหน่วย (Individual Package)

b)

บรรจุภัณฑ์ชั้นใน (Inner Package) 

c)

บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสุด (Out Package) 

d)

ถูกทุกข้อ

4.

ข้อใด เป็น คุณประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์ที่เสมือนเป็นพนักงานขายที่ไร้เสียง (Silent Salesman)

a)

การรักษาคุณภาพ

b)

การให้ความสะดวกในเรื่องการขนส่ง

c)

การส่งเสริมการตลาด

d)

ถูกทุกข้อ

5.

ข้อใด หมายถึง บรรจุภัณฑ์ขั้นที่หนึ่ง (Primary Packaging)

a)

กล่องยาสีฟัน

b)

ลังยาสีฟัน

c)

หลอดยาสีฟัน

d)

ถูกทุกข้อ

6.

ข้อใด เป็น ประเภทบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกอ่อน กระดาษแข็งและอะลูมิเนียมบาง คุณสมบัติทั้งด้านราคา น้ำหนัก และการป้องกันผลิตภัณฑ์จะอยู่ในระดับปานกลาง

a)

บรรจุภัณฑ์ประเภทรูปทรงแข็งตัว (Rigid Forms) 

b)

บรรจุภัณฑ์ประเภทรูปทรงกึ่งแข็งตัว (Semi Rigid Forms)

c)

บรรจุภัณฑ์ประเภทรูปทรงยืดหยุ่น (Flexible Forms)

d)

ถูกทุกข้อ

7.

ข้อใด เป็นความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตเนื่องจากการทำงานผิดพลาด เกิดงานเสียเกิดขึ้น ต้องมาทำซ้ำใหม่

a)

Non-Utilized Talent

b)

Waiting

c)

Overproduction

d)

Defects

8.

ข้อใด เป็นความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตเนื่องจากใช้คนไม่ตรงกับงาน คือ การที่ไม่สามารถใช้บุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ได้เต็มประสิทธิภาพ

a)

Non-Utilized Talent

b)

Waiting

c)

Overproduction

d)

Defects

9.

ข้อใด เป็นความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตเนื่องจากการรอคอยงาน อันเนื่องมาจากกระบวนการก่อนหน้า หรือขั้นตอนก่อนหน้า ความเร็วในการทำงานไม่สอดคล้องกันในกระบวนการผลิต

a)

Non-Utilized Talent

b)

Waiting

c)

Overproduction

d)

Defects

10.

ข้อใด เป็นความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตเนื่องจากการผลิตที่มากเกินไป เกินกว่าความต้องการของลูกค้า

a)

Non-Utilized Talent

b)

Waiting

c)

Overproduction

d)

Defects

11.

ข้อใด เป็นความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตเนื่องจากการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นในการทำงาน ซึ่งส่งผลทำให้ความสามารถในการทำงานมีค่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

a)

Transportation

b)

Inventory

c)

Motion

d)

Extra-processing

12.

ข้อใด เป็นความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตเนื่องจากงานที่มีขั้นตอนมากเกินความจำเป็น หรือคุณภาพเกินกว่าความต้องการของลูกค้า

a)

Transportation

b)

Inventory

c)

Motion

d)

Extra-processing

13.

ข้อใด เป็นความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตเนื่องจากสต็อกบาน คือ มีการเก็บวัตถุดิบ หรือ สินค้ามากเกินความจำเป็น

a)

Transportation

b)

Inventory

c)

Motion

d)

Extra-processing

14.

ข้อใด เป็นความสูญเปล่าในกระบวนการผลิตเนื่องจากการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ หรือสินค้า โดยไม่จำเป็น

a)

Transportation

b)

Inventory

c)

Motion

d)

Extra-processing

15.

ข้อใด เป็นลักษณะผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่ผู้เป็นเจ้าของกิจการรับดำเนินการด้านกิจกรรมโลจิสติกส์ด้วยตนเองโดยใช้ทรัพยากรภายในองค์การเอง เช่น โรงงานผู้ผลิตมีรถขนส่งสินค้าไปยังผู้แทนจำหน่ายเอง

a)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 1 (1 PL)

b)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 2 (2 PL)

c)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 3 (3 PL)

d)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 4 (4 PL)

16.

ข้อใด เป็นลักษณะผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่ตอบสนองต่อธุรกิจที่ต้องการลดการลงทุนในสินทรัพย์บางส่วนที่เห็นว่าเป็นภาระขององค์การจึงว่าจ้างบริษัทผู้ให้บริการจากภายนอกมาดําเนินงานแทน เช่น การขนส่งสินค้าและการจัดการคลังสินค้าให้คราวเดียวกัน

a)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 1 (1 PL)

b)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 2 (2 PL)

c)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 3 (3 PL)

d)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 4 (4 PL)

17.

ข้อใด เป็นลักษณะผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่มีการให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่มีขอบเขตและความรับผิดชอบกว้างขวางกว่าผู้ให้บริการโดยทั่วไปรวมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือหรือการเป็นพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน

a)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 1 (1 PL)

b)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 2 (2 PL)

c)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 3 (3 PL)

d)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 4 (4 PL)

18.

ข้อใด เป็นลักษณะผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่มีการให้บริการด้านโลจิสติกส์ของธุรกิจผู้ให้บริการโดยมีขอบเขตกว้างขวางกว่า เป็นระบบครบวงจรตลอดห่วงโซ่อุปทาน หรือ เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ คือ ตั้งแต่รับจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การจัดการสินค้าคงคลัง การจัดการ คลังสินค้าและการกระจายสินค้า

a)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 3 (3 PL)

b)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 4 (4 PL)

c)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 5 (5 PL)

d)

ไม่มีข้อใดถูก

19.

ข้อใด เป็นลักษณะผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่มีการให้บริการด้านโลจิสติกส์ในลักษณะที่เป็นตัวแทนผู้ให้บริการโลจิสติกส์ทั้งหมดในระบบโซ่อุปทาน หรือที่เรียกว่าเป็นตัวแทนของนายหน้าทั้งหมด ทั้งนี้ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อใหการบริหารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิดนี้กําลังได้รับการยอมรับ และถูกนำมาใช้ในการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานระดับโลก

a)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 3 (3 PL)

b)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 4 (4 PL)

c)

ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับที่ 5 (5 PL)

d)

ไม่มีข้อใดถูก

20.

ต้นทุนที่เกิดจากกิจกรรมการให้บริการในด้านคลังสินค้า การจัดเก็บสินค้า การเลือกสถานที่ตั้งโรงงาน และคลังสินค้า เป็นลักษณะต้นทุนโลจิสติกส์ในข้อใด

a)

ต้นทุนในการถือครองสินค้า หรือค่าเสียโอกาสที่เงินทุนไปจมอยู่ในสินค้า

b)

ต้นทุนการบริหารคลังสินค้า (warehousing cost)

c)

ต้นทุนการขนส่งสินค้าและบริการ (transportation cost)

d)

ต้นทุนการจัดซื้อจัดหา (supply cost)

21.

ค่าใช้จ่ายของเจ้าของกิจการที่รับดำเนินการขนย้ายสินค้าจากแหล่งผลิตไปยังปลายทางหรือผู้บริโภคขั้นสุดท้าย ทั้งนี้  ในการคำนวณจะพิจารณาเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการขนส่งสินค้าเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการขนส่งผู้โดยสาร เป็นลักษณะต้นทุนโลจิสติกส์ในข้อใด

a)

ต้นทุนในการถือครองสินค้า (inventory planning and management cost)

b)

ต้นทุนการบริหารคลังสินค้า (warehousing cost)

c)

ต้นทุนการขนส่งสินค้าและบริการ (transportation cost)

d)

ต้นทุนการจัดซื้อจัดหา (supply cost)

22.

ต้นทุนการให้บริการลูกค้า ต้นทุนการรับคำสั่งซื้อ และต้นทุนต่อปริมาณการสั่งซื้อ เป็นลักษณะต้นทุนโลจิสติกส์ในข้อใด

a)

ค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการ (customer response cost)

b)

ต้นทุนการบริหารคลังสินค้า (warehousing cost)

c)

ต้นทุนการขนส่งสินค้าและบริการ (transportation cost)

d)

ต้นทุนการจัดซื้อจัดหา (supply cost)

23.

ต้นทุนที่เกิดจากการจัดซื้อจัดหาทรัพยากรเพื่อการผลิตสินค้าหรือการเตรียมทรัพยากร เช่น วัตถุดิบ วัสดุต่างๆ เพื่อความพร้อมสำหรับการผลิตสินค้า เป็นลักษณะต้นทุนโลจิสติกส์ในข้อใด

a)

ต้นทุนในการถือครองสินค้า (inventory planning and management cost)

b)

ต้นทุนการบริหารคลังสินค้า (warehousing cost)

c)

ต้นทุนการขนส่งสินค้าและบริการ (transportation cost)

d)

ต้นทุนการจัดซื้อจัดหา (supply cost)

24.

จากรูปภาพ เป็นกลยุทธ์การขนส่ง ที่ตรงกับข้อใด

a)

Cross Docking

b)

Direct Shipment

c)

Milk Runs

d)

Hub and Spoke

25.

จากรูปภาพ เป็นกลยุทธ์การขนส่ง ที่ตรงกับข้อใด

a)

Cross Docking

b)

Direct Shipment

c)

Milk Runs

d)

Hub and Spoke

26.

จากรูปภาพ เป็นกลยุทธ์การขนส่ง ที่ตรงกับข้อใด

a)

Cross Docking

b)

Direct Shipment

c)

Milk Runs

d)

Hub and Spoke

27.

จากรูปภาพ เป็นกลยุทธ์การขนส่ง ที่ตรงกับข้อใด

a)

Cross Docking

b)

Direct Shipment

c)

Milk Runs

d)

Hub and Spoke

28.

ในโซ่อุปทานเนื้อวัวแปรรูป ธุรกิจใดจัดเป็น ธุรกิจต้นน้ำ (Upstream) ในโซ่อุปทาน

a)

ร้านขายเนื้อวัวในตลาด

b)

ฟาร์มวัว

c)

โรงงานตัดแต่งเนื้อวัว

d)

ไม่มีข้อใดถูก

29.

ในโซ่อุปทานเนื้อวัวแปรรูป ธุรกิจใดจัดเป็น กลางน้ำ (Midstream) ในโซ่อุปทาน

a)

ร้านขายเนื้อวัวในตลาด

b)

ฟาร์มวัว

c)

โรงงานตัดแต่งเนื้อวัว

d)

ไม่มีข้อใดถูก

30.

ในโซ่อุปทานเนื้อวัวแปรรูป ธุรกิจใดจัดเป็น ปลายน้ำ (Downstream) ในโซ่อุปทาน

a)

ร้านขายเนื้อวัวในตลาด

b)

ฟาร์มวัว

c)

โรงงานตัดแต่งเนื้อวัว

d)

ไม่มีข้อใดถูก