Worksheets4141702-Final
Total questions: 40
Worksheet time: 57mins
องค์ประกอบใดของคำสั่งเครื่องที่มักจะอ้างอิงโดยนัย
รหัสดำเนินการ
การอ้างอิงคำสั่งต่อไป
ตัวถูกดำเนินการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล
ตัวถูกดำเนินการอ้างอิงแหล่งเก็บข้อมูล
ตัวถูกดำเนินการอ้างอิงแหล่งที่มา และตัวถูกดำเนินการอ้างอิงแหล่งเก็บข้อมูล
จงหาค่า 11010101 XOR 10000110
01101010
01010011
10010101
01000000
10000110
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโปรแกรมย่อย
การเรียกใช้โปรแกรมย่อยสามารถเรียกใช้มากกว่า 1 ตำแหน่งได้
การเรียกใช้โปรแกรมย่อยอาจเกิดขึ้นภายในโปรแกรมย่อยได้
การเรียกใช้โปรแกรมย่อยจะถูกจับคู่กับคำสั่ง RETURN ที่อยู่ในโปรแกรมย่อยที่ถูกเรียกนั้น
ตำแหน่งย้อนกลับสามารถเก็บไว้ในรีจิสเตอร์
โปรแกรมย่อยเรียกตัวเองไม่เหมาะในการเก็บตำแหน่งย้อนกลับลงในสแต็ก
ที่อยู่จริง EA = (R) เป็นการอ้างอิงที่อยู่ในคำสั่งเครื่องรูปแบบใด
การใช้ตัวถูกดำเนินการโดยตรง
การอ้างอิงโดยตรง
การอ้างอิงทางอ้อม
การอ้างอิงผ่านรีจิสเตอร์โดยตรง
การอ้างอิงผ่านรีจิสเตอร์ทางอ้อม
คำสั่งใดโหลดข้อมูลลงรีจิสเตอร์ R1 ด้วยค่าที่เก็บอยู่ในตำแหน่งหน่วยความจำที่มีอยู่เท่ากับผลบวกของค่าที่เก็บอยู่ในรีจิสเตอร์ R2 กับค่า A
LOAD R1, A (R2)
LOAD R2, A (R1)
LOAD A (R1), R2
LOAD A (R2), R1
LOAD A, R1, R2
ข้อใดเติมพาริตี้บิตคี่ถูกต้อง
1010101 เมื่อเติมพาริตี้บิตคือ 01010101
1000011 เมื่อเติมพาริตี้บิตคือ 10000110
0100011 เมื่อเติมพาริตี้บิตคือ 01000110
1100111 เมื่อเติมพาริตี้บิตคือ 11100111
1010110 เมื่อเติมพาริตี้บิตคือ 11010110
คำสั่ง Negate เป็นคำสั่งประเภทใด
การคำนวณคณิตศาสตร์
การคำนวณตรรกะ
การเปลี่ยนรูปข้อมูล
การดำเนินการไอโอ
การควบคุมระบบ
คำสั่งนี้ สามารถเทียบได้กับคำสั่งอ้างอิงที่อยู่ 3 แห่ง ในข้อใด
LOAD A
ADD B
LOAD R1
ADD R1, B1, A
ADD A, R1, B
ADD A, B, R1
ADD R1, A, B
ADD B, A, R1
การอ้างอิงที่อยู่ในคำสั่งเครื่องรูปแบบใดที่ต้องเข้าถึงข้อมูลในรีจิสเตอร์แล้วจึงเข้าถึงข้อมูลในหน่วยความจำ
การใช้ตัวถูกดำเนินการโดยตรง
การอ้างอิงทางอ้อม
การอ้างอิงผ่านรีจิสเตอร์โดยตรง
การอ้างอิงโดยตรง
การอ้างอิงผ่านรีจิสเตอร์ทางอ้อม
การที่โปรแกรมมีความยาวเพิ่มขึ้น เกี่ยวข้องกับปัจจัยการกำหนดใช้บิตสำหรับการอ้างอิงที่อยู่ในเรื่องใด
จำนวนรูปแบบการอ้างอิง
จำนวนตัวถูกดำเนินการ
จำนวนชุดของรีจิสเตอร์
ขอบเขตที่อยู่
ความละเอียดของที่อยู่
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับภาพนี้
โครงสร้างของการประมวลผลแบบโพรเซสเซอร์ทำงานอิสระจากกัน (Loosely-Coupled Multiprocessor)
โครงสร้างของการประมวลผลแบบใช้ทรัพยากรทุกอย่างร่วมกันหรือเอสเอ็มพี (Symmetric Multiprocessor: SMP)
โครงสร้างของการประมวลผลแบบใช้ทรัพยากรทุกอย่างเป็นของตนเองหรือเอ็มพีพี (Massively Parallel Processor: MPP or Shared Nothing Architecture)
โครงสร้างของการประมวลผลแบบมีทรัพยากรทุกอย่างเป็นของตนเองและใช้หน่วยความจำร่วมกันหรือเอ็นยูเอ็มเอ (Non-Uniform Memory Access Processor: NUMA)
โครงสร้างของการประมวลผลแบบคลัสเตอร์ (Clustering)
การกำหนดค่าคลัสเตอร์ (Cluster Configurations) แบบใดที่สามารถเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลได้มากขึ้น มีความรวดเร็วและมีเสถียรภาพ
การกำหนดค่าคลัสเตอร์แบบไม่ใช้หน่วยจัดเก็บข้อมูลร่วมกัน (Standby server with no shared disk)
การกำหนดค่าคลัสเตอร์แบบใช้หน่วยจัดเก็บข้อมูลร่วมกัน (Standby server with shared disk)
การกำหนดค่าคลัสเตอร์แบบไม่ใช้หน่วยความจำร่วมกัน (Standby server with no shared memory)
การกำหนดค่าคลัสเตอร์แบบใช้หน่วยความจำร่วมกัน (Standby server with shared memory)
การกำหนดค่าคลัสเตอร์แบบใช้หน่วยจัดเก็บข้อมูลและหน่วยความจำร่วมกัน (Standby server with shared disk and memory)
ข้อใดเป็นขั้นตอนการรับชุดคำสั่ง (Instruction set Fetch) ในการทำงานของไปป์ไลน์ (Pipeline)
เป็นขั้นตอนการรับคำสั่งจากหน่วยความจำหลัก โดยผ่านไมโครโพรเซสเซอร์หรือชิปควบคุมบัส (Processor Bus) เข้ามาหรือการรับคำสั่งจากหน่วยความจำแคช (Instruction Cache) เพื่อส่งต่อให้ขั้นตอนการแปลคำสั่ง
เป็นขั้นตอนการแยกแยะคำสั่งต่างๆ ในแต่ละคำสั่งที่มาจากหน่วยความจำหลักหรือจากคำสั่งในหน่วยความจำแคชจะมีขนาดที่ไม่แน่นอน ตรงส่วนนี้ก็จะทำการแยกคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งย่อยๆ ให้มีความยาวเท่าๆ กัน เรียกคำสั่งย่อยๆ นั้นว่าไมโครโอเปอร์เรชัน (Micro Operation)
เป็นขั้นตอนการรับข้อมูลที่จะใช้ในการประมวลผลเข้ามาเก็บไว้ เช่นจากขั้นตอนการแปลคำสั่ง หากมีคำสั่งในการบวกก็จะทำให้รู้ว่าจะใช้การ “บวก” ก็ต้องรับค่าที่จะใช้มาเก็บไว้ในตัวแปร 2 ตัวแปร เพื่อใช้ในการบวก
เป็นขั้นตอนที่ทำการประมวลผลตามคำสั่งและดำเนินการตามที่ได้รับมาจากขั้นตอนการแปลคำสั่งและขั้นตอนการรับข้อมูล
เป็นขั้นตอนที่ทำการเขียนข้อมูลผลลัพธ์ เมื่อทำการประมวลผลเสร็จสิ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะนำไปเก็บไว้ในดาต้าแคช (Data Cache)
จากการเปรียบเทียบการประมวลผลแบบขนานที่แต่ละโพรเซสเซอร์มีการทำงานแบบไปป์ไลน์กับการประมวลผลแบบเรียงลำดับดังภาพ ช่วงสัญญาณนาฬิกา (Clock cycle) ใดของการประมวลผลแบบขนานที่เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
ช่วงสัญญาณนาฬิกาที่ 1
ช่วงสัญญาณนาฬิกาที่ 2
ช่วงสัญญาณนาฬิกาที่ 3
ช่วงสัญญาณนาฬิกาที่ 4
ช่วงสัญญาณนาฬิกาที่ 5
หากปัญหาหนึ่งปัญหาใช้เวลา M นาที ในการประมวลผลบนคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว เมื่อแบ่งปัญหาออกเป็นงาน จำนวน N หน่วย และกระจายไปให้คอมพิวเตอร์จำนวน N เครื่องประมวลผลแล้ว ระยะเวลาในการประมวลผลจะใช้เวลากี่นาที
N/M นาที
N*M นาที
M/N นาที
M^N นาที
N^M นาที
ข้อใดเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่ต้องใช้ในการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันในการประมวลผลแบบคลัสเตอร์
ก.เครือข่ายความเร็วสูง
ข.ระบบซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนการทำงานแบบคลัสเตอร์
ค.โปรแกรมประยุกต์ที่ใช้กับการเชื่อมโยงแบบคลัสเตอร์
ข้อ ก. และข้อ ข. ถูก
ข้อ ก. ข. และข้อ ค. ถูก
การประมวลผลแบบโพรเซสเซอร์ทำงานอิสระจากกัน (Loosely-Coupled Multiprocessor) เรียกอีกชื่อว่าอย่างไร
การประมวลผลแบบใช้หน่วยความจำร่วมกัน (Shared memory)
การประมวลผลแบบกระจายหน่วยความจำ (Distributed memory)
การประมวลผลแบบโพรเซสเซอร์ทำงานร่วมกัน (Tightly-coupled multiprocessor)
การประมวลผลแบบใช้ทรัพยากรทุกอย่างร่วมกันหรือเอสเอ็มพี (Symmetric Multiprocessor: SMP)
การประมวลผลแบบใช้ทรัพยากรทุกอย่างเป็นของตนเองหรือเอ็มพีพี (Massively parallel processor: MPP)
ข้อใดเป็นลักษณะการประมวลผลแบบโพรเซสเซอร์ตัวเดียวทำงานแบบไปป์ไลน์ (Pipelined ALU)
เป็นลักษณะการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีโพรเซสเซอร์เพียงตัวเดียวทำงานโดยรับข้อมูลผ่านอินพุตรีจิสเตอร์ต่างๆ (Input register) แล้วทำการประมวลผลด้วยหน่วยคณิตศาสตร์และลอจิก (ALU) โดยสามารถรับข้อมูลหรือโพรเซส (Process) เพียงโพรเซสเดียวเข้ามาทำงาน แล้วส่งผลลัพธ์ไปยังเอาต์พุตรีจิสเตอร์ต่างๆ (Output register)
เป็นลักษณะการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีโพรเซสเซอร์เพียงตัวเดียวแต่มีการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของโพรเซสเซอร์โดยให้หน่วยคณิตศาสตร์และลอจิกทำงานแบบไปป์ไลน์
เป็นลักษณะการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีโพรเซสเซอร์เพียงตัวเดียวแต่เพิ่มหน่วยคณิตศาสตร์และลอจิกให้มีหลายหน่วย ซึ่งเป็นการประมวลผลโดยรับข้อมูลผ่านอินพุตรีจิสเตอร์ต่างๆ (Input register) แล้วทำการประมวลผลด้วยหน่วยคณิตศาสตร์และลอจิกแต่ละหน่วยที่มีการประมวลผลพร้อมกัน (Parallel ALUs) แล้วส่งผลลัพธ์ไปยังเอาต์พุตรีจิสเตอร์ต่างๆ (Output register)
เป็นลักษณะการทำงานของโพรเซสเซอร์ที่แต่ละโพรเซสเซอร์ทำงานอิสระจากกัน ไม่มีการแยกงานที่ได้รับมาออกเป็นงานย่อยๆ โดยถ้าผู้ใช้งานเรียกใช้โปรแกรมทำงานเพียงโปรแกรมเดียวแล้วจะมีโพรเซสเซอร์เพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ทำงาน ส่วนโพรเซสเซอร์อื่นจะรองานใหม่พร้อมทั้งคอยติดต่อประสานกับโพรเซสเซอร์อื่นๆ (Context Switch) เท่านั้น
เป็นลักษณะการทำงานของโพรเซสเซอร์หลายโพรเซสเซอร์ โดยโพรเซสเซอร์ทั้งหมดจะทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพหรือเป็นการใช้หน่วยความจำร่วมกัน (Shared memory) การประมวลผลในลักษณะนี้เรียกอีกอย่างว่าเป็นการประมวลผลแบบใช้หน่วยความจำร่วมกัน (Shared memory)
การจัดคลัสเตอร์แบบทำงานพร้อมๆ กัน (Active Secondary) คืออะไร
เป็นแนวทางการจัดคลัสเตอร์ที่เก่าที่สุดคือการจัดคลัสเตอร์ที่ประกอบด้วยกลุ่มคอมพิวเตอร์ 2 ชุด โดยที่กลุ่มคอมพิวเตอร์ที่เป็นกลุ่มคอมพิวเตอร์หลักนั้นจะทำหน้าที่ประมวลผลในทุกหน้าที่ ในขณะที่กลุ่มคอมพิวเตอร์อีกชุดอยู่ในสถานะรอพร้อมที่จะทำงาน (Standby) เมื่อใดก็ตามที่กลุ่มคอมพิวเตอร์ที่กำลังทำงานอยู่เกิดความผิดพลาดของการทำงาน กลุ่มคอมพิวเตอร์อีกชุดก็พร้อมที่จะรับช่วงการทำหน้าที่แทน
เป็นวิธีการจัดคลัสเตอร์ที่กลุ่มคอมพิวเตอร์ชุดที่ 1 และชุดอื่นๆ ทุกตัวทำงานพร้อมๆ กัน โดยผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลถูกเก็บไว้ในที่เดียวกันหรือในดิสก์เดียวกัน วิธีการจัดคลัสเตอร์แบบนี้จะมีความซับซ้อนของระบบสูงกว่าวิธีการจัดคลัสเตอร์แบบสถานะรอพร้อมทำงาน (Passive Standby)
เป็นวิธีการจัดคลัสเตอร์ที่กลุ่มคอมพิวเตอร์แต่ละชุดมีดิสก์ที่เก็บข้อมูลเป็นอิสระจากกัน โดยที่ข้อมูลในดิสก์ของแต่ละกลุ่มคอมพิวเตอร์จะถูกคัดลอกจากดิสก์ของกลุ่มคอมพิวเตอร์หลักไปยังกลุ่มคอมพิวเตอร์อื่นอย่างต่อเนื่อง
เป็นวิธีการจัดคลัสเตอร์ที่กลุ่มคอมพิวเตอร์แต่ละชุดมีการเชื่อมต่อกับดิสก์ร่วมซึ่งได้รับการจัดแบ่งเนื้อที่ (Partition) ในดิสก์ที่เจาะจงสำหรับกลุ่มคอมพิวเตอร์ใดๆ ในระบบ หากเกิดความผิดพลาดของการทำงานกับกลุ่มคอมพิวเตอร์ใดๆ กลุ่มคอมพิวเตอร์อื่นๆ สามารถทำงานแทนที่ในเนื้อที่ส่วนนั้นๆ ของดิสก์ร่วมได้
เป็นวิธีการจัดคลัสเตอร์ที่กลุ่มคอมพิวเตอร์แต่ละชุดมีการเชื่อมต่อกับดิสก์ร่วมและสามารถใช้เนื้อที่ทั้งหมดได้ในเวลาเดียวกัน
จากชุดคำสั่งที่กำลังดำเนินการ ชุดคำสั่งที่ 1: A = 3 และชุดคำสั่งที่ 2: B = A + 5 กำหนดให้ในแต่ละขั้นตอนการประมวลผลไปป์ไลน์ใช้ช่วงสัญญาณนาฬิกาและขั้นตอนการประมวลผลดังภาพ หากกำหนดให้ช่วงเวลาสัญญาณนาฬิกา (Clock Cycle) 2 ช่วงสัญญาณนาฬิกาการประมวลผลจะเสร็จที่ช่วงสัญญาณนาฬิกาที่เท่าไร
ช่วงสัญญาณนาฬิกาที่ 9
ช่วงสัญญาณนาฬิกาที่ 10
ช่วงสัญญาณนาฬิกาที่ 11
ช่วงสัญญาณนาฬิกาที่ 12
ช่วงสัญญาณนาฬิกาที่ 13
ข้อใดคือโปรแกรมระบบปฏิบัติการ
ลีนุกซ์ (Linux)
ยูนิกซ์ (UNIX)
วินโดว์ส (Windows)
แมคโอเอส (Mac OS)
ถูกทุกข้อ
ข้อใดคือผู้ใช้ในระดับการใช้งานโปรแกรมระบบหรือระบบปฏิบัติการ
ก. ผู้ใช้ (End user)
ข. แอพพลิเคชั่นโปรแกรมเมอร์ (Application programmer)
ค. ซิสเต็มโปรแกรมเมอร์ (System programmer)
ข้อ ข. และข้อ ค. ถูก
ถูกทุกข้อ
ข้อใดคือยุคของคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่มีระบบปฏิบัติการใดๆ ใช้งาน
ยุคที่ 1 ของคอมพิวเตอร์
ยุคที่ 2 ของคอมพิวเตอร์
ยุคที่ 3 ของคอมพิวเตอร์
ยุคที่ 4 ของคอมพิวเตอร์
จ. ยุคที่ 5 ของคอมพิวเตอร์
ข้อใดคือหน้าที่รับผิดชอบของระบบปฏิบัติการในกิจกรรมที่เกี่ยวกับการจัดการแฟ้มข้อมูล
การสร้างและลบแฟ้ม
การสร้างและการลบสารบบหรือไดเร็กทอรี
การแก้ไขและการเรียกใช้งานแฟ้มและสารบบหรือไดเร็กทอรี่
การแปลงแฟ้มไปยังหน่วยจัดเก็บสำรอง
ถูกทุกข้อ
ข้อใดคือหน้าที่ของระบบปฏิบัติการในการตรวจสอบข้อผิดพลาด
ก. ตรวจจับเพื่อหาข้อผิดผลาดที่เกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินการต่างๆ
ข. ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในส่วนของผู้ใช้งานโปรแกรม
ค. ข้อจำกัดทางกายภาพของระบบ รวมถึงผู้ที่ไม่มีสิทธิในการใช้งานหรือเข้าถึงระบบ
ข้อ ข. และข้อ ค. ถูก
ถูกทุกข้อ
ข้อใดเป็นคำนิยามของระบบปฏิบัติการในปี พ.ศ. 2503
ซอฟต์แวร์สำหรับใช้ควบคุมส่วนของฮาร์ดแวร์
โปรแกรมประยุกต์สำหรับประมวลผลข้อมูล
โปรแกรมของชุดคำสั่งที่เป็นลักษณะของไมโครโค้ด (Microcode)
โปรแกรมระบบขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน โปรแกรมระบบขนาดใหญ่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้
ข้อใดคือบริการของระบบปฏิบัติการสำหรับโปรแกรมประยุกต์ใช้เพื่อติดต่อกับฮาร์ดแวร์
ส่วนติดต่อประสานผู้ใช้ (User interface)
การเรียกระบบ (System call)
ส่วนของแอพพลิเคชั่น (Application)
ส่วนจัดการอินพุตและเอาต์พุต (Input/Output Management)
ไม่มีคำตอบที่ถูก
ข้อใดคือความหมายของตารางกระบวนการ (Process Table)
พื้นที่เฉพาะสำหรับการจัดเก็บค่าต่างๆ ในการทำงานของแต่ละกระบวนการ
พื้นที่เฉพาะสำหรับการจัดเก็บกระบวนการของระบบ
พื้นที่เฉพาะสำหรับการจัดเก็บข้อมูลสำหรับประมวลผล
พื้นที่เฉพาะสำหรับจัดเก็บชุดคำสั่ง
ไม่มีคำตอบที่ถูก
ข้อใดไม่ใช่บริการของระบบปฏิบัติการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้
ส่วนติดต่อประสานผู้ใช้
การประมวลผลโปรแกรม
การจัดสรรทรัพยากร
การดำเนินการของอินพุตและเอาต์พุต
ระบบแฟ้มข้อมูล
ข้อใดไม่ใช่ระบบปฏิบัติการที่มีโครงสร้างแบบง่าย
ก. ระบบปฏิบัติการวีเอ็ม (VM)
ข. ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์รุ่นแรก
ค. ระบบปฏิบัติการเอ็มเอสดอส
ข้อ ข. และข้อ ค. ถูก
ถูกทุกข้อ
1101112 มีค่าเท่าไรในระบบเลขฐานสิบ
53
54
55
64
65
1A3D16 มีค่าเท่าไรในระบบเลขฐานสิบ
6717
6718
6719
7717
7718
2610 มีค่าเท่าไรในระบบเลขฐานสอง
100002
110002
110102
110112
111112
0.12510 มีค่าเท่าไรในระบบเลขฐานสอง
0.0012
0.0112
0.1012
0.1102
0.1112
92710 มีค่าเท่าไรในระบบเลขฐานแปด
16368
16378
16388
16478
16578
2710 มีค่าเท่าไรในระบบเลขฐานสิบหก
1A16
1B16
1C16
1D16
1F16
11110111102 มีค่าเท่าไรในระบบเลขฐานสิบหก
2DE16
2DF16
3DD16
3DE16
3DF16
11102 + 10112 มีค่าเท่าใด
2310
2410
2510
2610
2710
678 - 238 มีค่าเท่าใด
438
448
458
468
478
ข้อใดคือ 7’s complement ของ 458
318
328
338
348
358
