NEW
Font size
Worksheetsแบบทดสอบ เรื่องกลุ่มยูคาริโอต
Total questions: 31
Worksheet time: 16mins
1.ข้อใดคือลักษณะที่เด่นชัดของเซลล์ยูคาริโอต
มีโมเลกุลที่มีความสามารถในการสร้างและเพิ่มจำนวนตัวเองได้
มีสารพันธุกรรมอยู่ในนิวเคลียสนอกจากนี้ในเซลล์ยูคาริโอยังพบออร์แกเนลล์ที่มีเยื่อหุ้ม
มีกระบวนการเมแทบอลิซึมและสร้างเยื่อหุ้มเซลล์จนเกิดเป็นเซลล์ขึ้นได้ในที่สุด
สารพันธุกรรมแล้วพัฒนาไปเป็นเยื่อหุ้มนิวเคลียสและบางส่วนเปลี่ยนไปเป็นเอ็นโดพลาสมิกเรติคูลัม
2.ปัจจุบันมีหลักฐานสนับสนุนว่าเซลล์ยูคาริโอตเกิดขึ้นได้อย่าง
เกิดจากโมเลกุลที่มีความสามารถในการสร้างและเพิ่มจำนวนตัวเองได้
เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมและสร้างเยื่อหุ้มเซลล์จนเกิดเป็นเซลล์ขึ้นได้ในที่สุด
เกิดขึ้นจากเซลล์ยูคาริโอตเข้าไปอาศัยอยู่ในเซลล์ยูแคริโอตอีกเซลล์หนึ่ง
เกิดขึ้นจากเซลล์โพรคาริโอตเข้าไปอาศัยอยู่ในเซลล์โพรแคริโอตอีกเซลล์หนึ่ง
3.การเกิดไมโทคอนเดรียมาจากเซลล์ที่ปรากฏเยื่อหุ้มนิวเคลียสกินโพแคริโอที่สามารถใช้ออกซิเจนในการดำรงชีวิตเข้าไปแต่ไม่ถูกย่อยและเกิดภาวะอยู่ร่วมภายในแล้วจึงเปลี่ยนสภาพขึ้นมาเป็นอะไร
นิวเคลียส
ไมโทคอนเดรีย
คลอโรพลาสต์
ไรโบโซม
4.ไมโทคนเดียวและพลาสทิดเพิ่มจำนวนได้จากอะไร
การสลายตัว
การแบ่งตัว
การแยกตัว
การเพิ่มจำนวน
5.ไมโทคอนเดรียและพลาสทิดมีไรโบโซมที่คล้ายกับอะไร
คล้ายกับไรโบโซมของแบคทีเรีย
คล้ายกับไรโบโซมของรา
คล้ายกับไรโบโซมของพารามีเซียม
คล้ายกับไรโบโซมของอะมีบา
6.เยื่อหุ้มชั้นในของไมโทคอนเดรียและพลาสทิดมีเอนไซม์ที่เกี่ยวกับอะไร
การเกิดสิ่งเริ่มแรกได้เป็นเซลล์โพรคาริโอและเซลล์ยูคาริโอเซลล์เดียว
การลำเลียงสารผ่านเซลล์ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับเยื่อหุ้มเซลล์ของแบคทีเรียที่พบในปัจจุบัน
การแบ่งตัวและยังมี DNA ที่มีโครงสร้างคล้าย DNA ของแบคทีเรีย
ไมโทคอนเดรียและพลาสทิดมีไรโบโซมที่คล้ายกับไรโบโซมของแบคทีเรียมากกว่าไรโบโซมในไซโทพลาซึม
7.ข้อใดคือลักษณะสำคัญบางประการที่ทำให้โพรคาริโอตไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มพืช ฟังใจ และสัตว์
ไม่มีระยะฟักไข่
ไม่มีระยะฟักตัว
ไม่มีระยะตัวอ่อน
ไม่มีระยะเอ็มบริโอ
8.ข้อใด คือ โพรทิสต์สร้างอาหารเองได้
เฟิร์น
สาหร่าย
รา
เห็ด
9.ข้อใด คือ โพรทิสต์กลุ่มที่สร้างอาหารเองไม่ได้
อะมีบา
ไฮดรา
ยูกลีนา
รา
10.พารามีเซียมอามีบาต้องได้รับอาหารในรูปแบบใด
กรดอะมิโนและน้ำตาลเชิงเดี่ยว
สร้างอาหารเองได้ยังสามารถรับอาหารจากภายนอกได้อีกด้วย
รูปสารอินทรีย์จากภายนอกอาจจะช่วยวิธีการกินในรูปแบบต่างๆหรือใช้วิธีการดูดซึมโมเลกุลของสารอินทรีย์เข้าไป
รูปโมเลกุลที่มีความสามารถในการสร้างและเพิ่มจำนวนตัวเองได้
11.โพรทิสต์ส่วนใหญ่มีการสืบพันธุ์แบบใด
การแบ่งแยกตัว
การสลายตัว
แบบภาวะปรสิต
แบบอิสระ
12.โพรทิตส์อาจจำแนกได้ กี่กลุ่มใหญ่อะไรบ้าง
2 กลุ่ม กลุ่มสาหร่ายและกลุ่มโพรทิสต์คล้ายรา
3 กลุ่มคือกลุ่มโปโทซัวกลุ่มสาหร่ายและกลุ่มโพรทิสต์คล้ายรา
4 กลุ่ม กลุ่มอาร์เคีย
แบคทีเรีย กลุ่มสาหร่ายและกลุ่มโพรทิสต์คล้ายรา
5 สาหร่าย เหิด รา กลุ่มอาร์เคีย
แบคทีเรีย กลุ่ม
13.โพรโทซัว (protozoa) เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดใด
ขนาดใหญ่
ขนาดกลาง
ขนาดต่ำ
ขนาดเล็ก
14.ข้อใดไม่ใช่แหล่งที่อยู่อาศัยของโปโทรซัว
น้ำจืด
น้ำเค็ม
ที่ชื้นแฉะ
น้ำพุร้อน
15.การเพิ่มขึ้นของโพรโทซัวอย่างรวดเร็วหรือเรียกอีกอย่างว่าอะไร
การสลายตัว
การลดลง
การเพิ่มขึ้น
การบลูมขึ้นมา
16.ไฟลัมซาร์โคแมสติโกฟอรา (Sarcomastigophora) หรือซูโอแฟลกเจลเลต (Zooflagellate) เป็นโปรโตซัวที่ใช้อะไรในการว่ายน้ำ
ซิเลีย
แฟลกเจลลา
เท้าเทียม
การไหลของไซโทรพลาซึม
17.ไฟลัมซาร์โคแมสติโกฟอรามีชนิดที่เป็นปรสิตบางชนิดอาศัยอยู่ที่ใด
น้ำ
ลำไส้ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำ
ดิน
ทางเดินอาหารของปลวก
17.Trypanosoma เป็นปรสิตก่อโรคอะไร
มาเลเลีย
ไข้จับสั่น
เหงาหลับ
ไข้เลือดออก
18.ซาร์โคดิเนส เป็นกลุ่มที่ใช้อะไรในการเคลื่อนที่
เท้าเทียม
แฟลกเจลลา
ซิเลีย
หนวด
19.บริเวณใดที่ไม่สามารถพบอะมีบาได้
น้ำจืด
น้ำเค็ม
น้ำทะเล
ดิน
20.ฟอรามินิเฟอรัน (Foraminiferans) ส่วนใหญ่อยู่ที่ใด
คลอง
ทะเล
บึงน้ำ
ดิน
21.เรดิโอลาเรียน (radiolarians) ส่วนใหญ่เป็นแพลงก์ตอนในทะเลโครงสร้างส่วนใหญ่คล้ายกับอะไร
พารามีเซียม
เฮลิโอโซน
ฟอรามินิเฟอรัน
อะมีบา
22.สปอโรโซน (Sporozoans) เป็นปรสิตทั้งหมด เคลื่อนที่เป็นอย่างไร
เคลื่อนที่ไม่ได้
เคลื่อนโดยใช้หนวด
เคลื่อนที่โดยใช้เท้าเทียม
เคลื่อนที่โดยการคืบคลาน
23.พลาสโมเดียมทำให้เกิดโรคอะไร
โรคไข้จับสั่น
โรคฉี่หนู
โรคมาลาเรีย
โรคไข้เลือดออก
24.ข้อใดไม่ใช่ลักษณะสำคัญของโพรโตซัว
บางชนิดมีคลอโรฟิลล์
มีลักษณะคล้ายสัตว์ เคลื่อนที่ได้
เป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์
เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว
25.โพรทิสต์ที่คล้ายรา เป็นโพรทิสต์ที่สร้างอาหารเองไม่ได้มีลักษณะภายนอกและการดำรงชีวิตคล้ายราแบ่งเป็นกี่กลุ่มย่อยอะไรบ้าง
2 กลุ่มย่อย ราน้ำ และราเมือก
3. กลุ่มย่อย เห็ด รา และเฟิร์น
4 กลุ่มย่อย ราน้ำ ราดิน ราในขนม ราในอาหาร
5 กลุ่มย่อย สาหร่าย ตะไคร่ ราน้ำ ราเมือก เห็ด
26.ราน้ำมักพบเจริญที่ใด
บนซากของสัตว์น้ำหรือแมลงที่พบในแหล่งน้ำจืด
บนขนมปังที่คนรับประทาน
บนอาหารที่เน่าเสีย
บนซากไม้ และโคนต้นไม้
27.ราน้ำมีลักษณะเป็นอย่างไร
ไม่มีรูปร่างที่แน่นอน
เป็นเส้นใยคล้ายเส้นใยรา
เป็นวงกลมดำๆ
เป็นเส้นบาง และกลม
28.ราเมือกมักพบในบริเวณใด
หินในป่าใหญ่
โคนต้นไม้ใหญ่
ที่ชื้นแฉะบนใบไม้เน่าหรือขอนไม้ผุ
บนซากของสัตว์น้ำหรือแมลงที่พบในแหล่งน้ำจืด
29.สาหร่ายเป็นโพรทิสต์ที่สารอาหารเองได้ด้วยกระบวนการใด
กระบวนการเมทาบอริซึม
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
กระบวนการสังเคราะห์โปรตีน
กระบวนการสร้างน้ำตาล
30.สาหร่ายมีคลอโรพลาสต์ใดที่เป็นสารสีที่ใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเช่นเดียวกับพวกไซยาโนแบคทีเรีย
คลอโรพลาสต์เอ
คลอโรพลาสต์บี
คลอโรพลาสต์ซี
คลอโรพลาสต์ดี
