wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

อิศรญาณภาษิต

Total questions: 25

Worksheet time: 13mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือจุดมุ่งหมายในการแต่งอิศรญาณภาษิต

a)

เพื่อเสียดสีผู้อื่น

b)

เพื่อความบันเทิง

c)

เพื่อสั่งสอนและเตือนใจ

d)

เพื่อบันทึกเรื่องราวในอดีต

2.

ข้อใดเป็นลักษณะเด่นของคำสอนเรื่อง อิศรญาณภาษิต

a)

สอนโดยการบอกตรงๆ

b)

สอนโดยการบอกเป็นนัย

c)

สอนโดยการประชดประชันเหน็บแนม

d)

สอนโดยการยกตัวอย่างประกอบชัดเจน

3.

คนสามขามีปัญญาหาไว้ทัก” คนสามขา หมายความว่าอย่างไร

a)

คนชรา

b)

คนพิการ

c)

คนแปลกประหลาด

d)

คนที่มีพลังอำนาจในตัว

4.

“ เดินตามรอยผู้ใหญ่หมาไม่กัด” สะท้อนวิถีชีวิตของคนไทยในด้านใด

a)

การเอาตัวรอด

b)

การเคารพผู้ใหญ่

c)

การหาผู้คุ้มครอง

d)

การป้องกันตัวเอง

5.

"อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา ส่องดูหน้าเสียทีหนึ่งแล้วจึงนอน" เป็นคำสอนในเรื่องใด

a)

ให้รักสวยรักงาม

b)

ให้รุ้จักเสียสละ

c)

ให้ขยันอดทน

d)

ให้พิจารณาตนเอง

6.

“พูดพล่อยพล่อยไม่ดีปากขี้ริ้ว” คำว่า "ปากขี้ริ้ว" หมายถึงข้อใด

a)

ปากเหม็น

b)

ปากไม่ดี

c)

ปากแปราะ

d)

ปากมาก

7.

สำนวนใดไม่เกี่ยวกับการพูด

a)

ชักแม่น้ำทั้งห้า

b)

กระต่ายตื่นตูม

c)

น้ำกลิ้งบนใบบอน

d)

ปลาหมอตายเพราะปาก

8.

คำสอนในข้อใดสอนให้รู้จักประมาณตน

a)

ของสิ่งใดสงสัยให้พิสูจน์

b)

บุญหาไม่แล้วอย่าได้ทะนงตน

c)

สูงอย่าให้สูงกว่าฐานนานไปล้ม

d)

ตรองเสียก่อนจึงค่อยทำกรรมทั้งมวล

9.

เรื่องอิศรญาณภาษิตมีคุณค่าด้านเนื้อหาในข้อใด

a)

มีการเล่นเสียงคำ

b)

มีคุณค่าในเชิงคำสอน

c)

ใช้สำนวนภาษาได้คมคาย

d)

มีการใช้โวหารเพื่อการเปรียบเทียบ

10.

"ชายข้าวชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า" คำสอนข้างต้นเป็นการเปรียบเทียบเรื่องใด

a)

ความแข็งแรง

b)

ความมานะ อดทน

c)

การวางตัว

d)

การใช้ชีวิต

11.

"ถ้าทำดีก็จะดีเป็นศรีศักดิ์ ถ้าทำชั่วชั่วจักตามสนอง"ให้ข้อคิดตรงกับข้อใด

a)

สอนให้มีสติ

b)

สอนให้รู้จักตนเอง

c)

สอนให้มีความสามัคคี

d)

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

12.

สำนวนในข้อใดเหมาะสมกับวัยของนักเรียนมากที่สุด

a)

ผีซ้ำด้ำพลอย

b)

ฝนทั้งให้เป็นเข็ม

c)

จับปลาสองมือ

d)

ไปตายเอาดาบหน้า

13.

คำสอนให้รู้จักพิจารณาตนเอง ตรงกับความในข้อใด

a)

ก. ตาก็มัวหัวก็ขาวเป็นคราวคร่ำ

หูก็ซ้ำไม่ได้ยินเอาสิ้นสวย

b)

ข. บุญหาไม่แล้วอย่าได้ทะนงตน

ปุถุชนรักกับชังไม่ยั่งยืน

c)

ค. อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา

ส่องดูหน้าเสียทีหนึ่งแล้วจึงนอน

d)

ง. มิใช่ตายแต่เขาเราก็ตาย

แหงนดูฟ้าอย่าให้อายแก่เทวดา

14.

คนสามขามีปัญญาหาไว้ทัก” คนสามขา หมายความว่าอย่างไร

a)

ก. คนที่มีพลังอำนาจในตัว

b)

ข. คนแปลกประหลาด

c)

ค. คนที่มีกำลัง

d)

ง. คนชรา

15.

ในสังคมที่มีความแตกแยกเช่นในปัจจุบัน นักเรียนคิดว่า

คำสอนในข้อใดนำมาใช้ได้ดีที่สุด

a)

ก. เห็นเต็มตาแล้วอย่าอยากทำปากบอน

ตรองเสียก่อนจึงค่อยทำกรรมทั้งมวล

b)

ข. เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ

รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ

c)

ค. ไม่ควรก้ำเกินหน้าก็อย่าเกิน

อย่าเพลิดเพลินคนชังนักคนรักน้อย

d)

ง. รักสั้นนั้นให้รู้อยู่เพียงสั้น

รักยาวนั้นอย่าให้เยิ่นเกินกฎหมาย

16.

คำสอนในข้อใดเป็นพื้นฐานการสร้างฐานะ

a)

ก. คบนักปราชญ์นั้นแหละดีมีกำไร

ท่านย่อมให้ความสบายหลายประตู

b)

ข. หาเงินติดไถ้ไว้อย่าได้ขาด

ตำลึงบาทหาไม่คล่องเพียงสองสลึง

c)

ค. เอาหลังตากแดดเป็นนิจคิดคำนวณ

รู้ถี่ถ้วนจึงสบายเมื่อปลายมือ

d)

ง. เคหฐานหยาบช้าหาสะอาด

มูลฝอยใบไม้ใช่ญาติอย่ามุ่นหมก

17.

ข้อความต่อไปนี้ข้อใดที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนไทย

ซึ่งมีความเชื่อในกฎแห่งกรรม

a)

ก. หลงโลภลาภบาปก็รู้อยู่ว่าบาป

กิเลศหยาบยังไม่สุขย่อมทุกขัง

b)

ข. อย่าดูถูกบุญกรรมว่าทำน้อย

น้ำตาลย้อยมากเมื่อไรได้หนักหนา

c)

ค. ถ้าทำดีก็จะดีเป็นศรีศักดิ์

ถ้าทำชั่วชั่วจักตามสนอง

d)

ง. เกิดเป็นคนเชิงดูให้รู้เท่า

ใจของเราไม่สอนใจใครจะสอน

18.

ข้อใดสอนให้มีวิจารณญาณในการฟัง

a)

ก. เห็นเต็มตาแล้วอย่าอยากทำปากบอน

ตรองเสียก่อนจึงค่อยทำกรรมทั้งมวล

b)

ข. หญิงเรียกแม่ชายเรียกพ่อยอไว้ใช้

มันชอบใจข้างปลอบไม่ชอบดุ

c)

ค. อันยศศักดิ์มิใช่เหล้าเมาแต่พอ

ถ้าเขายอเหมือนอย่างเกาให้เราคัน

d)

ง. จงฟังหูไว้หูคอยดูไป

เชื่อน้ำใจดีกว่าอย่าเชื่อยุ

19.

คำสอนในข้อใดให้รู้จักดูแลรักษาบ้านเรือน

a)

ก. ของเข้าที่ออกที่ทางพิเศษ

ถ้ารู้เหตุก็คงเห็นเป็นยังค่ำ

b)

ข. ปลาร้าเค็มพริกเทศเผ็ดไฉน

เอออะไรดูเถิดยังเกิดหนอน

c)

ค. อย่าเข้าทำส่ำสมนิยมรก

ไฟจะตกลามไหม้ไม่ได้การ

d)

ง. จะผ่าไม้ให้พินิจพิศดูท่า

ให้เห็นว่าแสกไหนเหมาะจึงเจาะขวาน

20.

คำสอนในข้อใดใช้กับนักเรียนในการศึกษาหาความรู้ได้ดีที่สุด

a)

ก. คบนักปราชญ์นั่นแหละดีมีกำไร

ท่านย่อมให้ความสบายหลายประตู

b)

ข. เรียนวิชาไม่แม่นยำคะน้ำคะเน

ไปเที่ยวเตร่ประกอบชั่วตัวจึงจน

c)

ค. อย่าคบมิตรจิตพาลสันดานชั่ว

จะพาตัวให้เสื่อมที่เลื่อมใส

d)

ง. เดินตามรอยผู้ใหญ่หมาไม่กัด

ไปพูดขัดเขาทำไมขัดใจเขา

21.

“สูงอย่าให้สูงกว่าฐานนานไปล้ม” จากอิศรญาณภาษิตข้างต้น ผู้เขียนเจตนาสื่อถึงเรื่องใด

a)

ก. รากฐานที่มั่นคงเป็นสิ่งสำคัญ

b)

ข. ยิ่งสูงยิ่งหนาว

c)

ค. ไม่ให้ลืมรากเหง้า

d)

ง. อยู่สูงต้องมองตํ่า

22.

ข้อใดอ่านเว้นวรรคตอนไม่ถูกต้อง

a)

ก. สำหรับ / คนเจือจิต / จริตเขลา ด้วยมัวเมา / โมห์มาก / ในซากผี

b)

ข. เอาหลังตาก / แดดเป็นนิจ / คิดคำนวณ รู้ถี่ถ้วน / จึงสบาย / เมื่อปลายมือ

c)

ค. เอาปลาหมอ / เป็นครู / ดูปลาหมอ บนบกหนอ / อุตส่าห์เสือก / กระเดือกกระดิก

d)

ง. ถึงรู้จริง / นิ่งไว้ / อย่าไขรู้ เต็มที่ครู่ / เดียวเท่านั้น / เขาสรรเสริญ

23.

ข้อใดเป็นคำตายทุกคำ

a)

ก. ทำไม นํ้าใจ เอา

b)

ข. ฟัง ภพ เชย

c)

ค. เมฆ ภาพ ยศ

d)

ง. เรา ก็ ระวัง

24.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะบังคับของโคลงสี่สุภาพ

a)

ก. วรรคหน้าของทุกบรรทัดมี ๕​ พยางค์

b)

ข. บังคับรูปวรรณยุกต์เอก ๔ แห่ง โท ๗ แห่ง

c)

ค. ใช้คำตายแทนคำเอกได้

d)

ง. มีการบังคับสัมผัสสระระหว่างวรรค

25.

ข้อใดใช้คำโทโทษ

a)

ก. เรียมรํ่านํ้าเนตรถ้วม ถึงพรหม

b)

ข. ถึงกรรมจักอยู่ได้ ฉันใด พระเอย

c)

ค. ตกนรกแสนศัลย์ หมื่นไหม้

d)

ง. ช้างสารหกศอกไซร้ เสียงา