wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบมัธยมศึกษษปีที่ 5

Total questions: 30

Worksheet time: 15mins

Name
Class
Date
1.

๑. ข้อใดไม่ใช่ ภาพพจน์

a)

ก. จะเอาแต่ยูงยางในป่าพระหิมพานต์มาต่างฉัตรเงินและฉัตรทอง

b)

ข. ยกเศียรพระมัทรีขึ้นใส่ตักวักเอาวารีมาโสรจสรงลงที่อุระพระมัทรี

c)

ค. ทั้งจักจั่นพรรณลองไนเรไรร่องอยู่หริ่งๆ ระเรื่อยโรยโหยสําเนียงดั่งเสียงสังคีตขับประโคมไพร

d)

ง. เสด็จด่วนๆ ดะดุ่มเดินเมิลมุ่งละเมาะไม่มองหมอบ แต่ย่างเหยียบเกรียบกรอบก็เหลียวหลัง

2.

๒. คําประพันธ์ในข้อใดมีจุดมุ่งหมายในการแนะนําสั่งสอน

a)

ก. ห้ามเพลิงไว้อย่าให้มีควัน

b)

ข. ห้ามสุริยะแสงจันทร์ ส่องไซร้

c)

ค. ห้ามอายุให้หัน คืนเล่า

d)

ง. ห้ามดั่งนี้ไว้ได้จึ่งห้ามนินทา

3.

ข้อใดสะท้อนแนวคิดจากคำกล่าวที่ว่า “วรรณคดีเป็นกระจกเงาสะท้อนสภาพสังคมและวัฒนธรรม” ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ก. ผู้ประพันธ์สะท้อนเฉพาะความดีงามในสมัยที่แต่งบทประพันธ์

b)

ข. ผู้ประพันธ์จะแทรกแนวคิด คติสอนใจ และปรัชญาชีวิตไว้ในวรรณคดี

c)

ค. ผู้อ่านวรรณคดีต้องเข้าใจว่าเรื่องที่อ่านไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง

d)

ง. ผู้อ่านควรเน้นในการทำความเข้าใจคุณค่าทางวรรณศิลป์จากบทประพันธ์เท่านั้น

4.

4. “...ด้วยข้าพระพุทธเจ้ากลับมาเวลาค่า ทั้งนี้เพราะเป็นกระลีขึ้นในไพรวัน พฤกษาทุกสิ่ง

สารพันก็แปรปรวนทุกประการ ทั้งพื้นป่าพระหิมพานต์ก็ผัดผันหวั่นไหวอยู่วิงเวียนเปลี่ยนเป็น

พยับมืดไม่เห็นหน ข้าพระบาทนี่ร้อนรนไม่หยุดหย่อนแต่สักอย่าง แต่เดินมาก็บังเกิดประหลาด

ลางขึ้นในกลางพนาลี พบพญาราชสีห์สองเสือทั้งสามสัตว์สกัดหน้าไม่มาได้ ต่อสิ้นแสงอโณทัย

จึ่งได้คลาเคลื่อน ใช่จะเป็นเหมือนพระองค์ดารินั้นก็หามิได้ พระพุทธเจ้าข้า...”

(มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี: เจ้าพระยาพระคลัง (หน))

จากบทประพันธ์เป็นโวหารประเภทใด

a)

ก. พรรณนาโวหาร

b)

 ข. เทศนาโวหาร

c)

ค. สาธกโวหาร

d)

ง. อุปมาโวหาร

5.

5. “ความรักเหมือนโรคา  บันดาลตาให้มืดมน”

คําประพันธ์ข้างต้นใช้โวหารประเภทใด

a)

ก. พรรณนาโวหาร

b)

ข. เทศนาโวหาร

c)

ค. สาธกโวหาร

d)

ง. อุปมาโวหาร

6.

“ครืนครืนใช่ ฟ้าร้อง เรียมครวญหึ่งหึ่งใช่ลมหวน พี่ไห้”

คำประพันธ์ข้างต้นมีความโดดเด่นทางวรรณศิลป์ด้านใดมากที่สุด

a)

ก. การเล่นคำ

b)

ข. การเล่นคําซ้ำ

c)

ค. การเล่นเสียงวรรณยุกต์

d)

ง. การใช้คําเลียนเสียงธรรมชาติ

7.

๗.       สัตภัณฑ์บรรพตทั้งหลาย      อ่อนเอียงเพียงปลาย

    ประน้อมประนมชมชัย

(บทพากย์เอราวัณ: พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย)

จากบทประพันธ์ใช้โวหารภาพพจน์ประเภทใด

a)

ก. อุปมา

b)

ข. อุปลักษณ์

c)

ค. ปฏิพากย์

d)

ง. บุคคลวัต

8.

๘. ข้อความใดใช้พรรณนาในโอกาสที่แตกต่างจากข้อความอื่น

a)

ก. จะเอาแต่เสียงจักจั่นและเรไรอันร่ำร้องนั่นหรือมาต่าง แตรสังข์และพิณพาทย์

b)

ข. แสงพระจันทร์ดั้นส่องต้องน้ำค้างที่ขังให้ไหลลงหยดย้อย เหมือนหนึ่งน้ำพลอยพร้อยๆ อยู่พรายๆ

c)

ค. รัศมีพระจันทรก็มัวหมองเหมือนหนึ่งจะโศกเศร้าแสนวิปโยคเมื่อยามปัจจุสมัย ทั้งรัศมีพระสุริโยทัย

ส่องอยู่รางๆ ขึ้นเรืองฟ้า

d)

ง. เสียงเนื้อนกนี่ร่ำร้องสำราญรังเรียกคู่คูขยับขันทั้งจักจั่นพรรณลองไนเรไรร้องอยู่หริ่งๆ ระเรื่อยโรยโหย สำเนียงดั่งเสียงสังคีตขับประโคมไพร

9.

๙. เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี แต่งด้วยคำประพันธ์ชนิดใด

a)

ก. ร่ายยาว          

b)

ข. ร่ายสุภาพ

c)

ค. กลอนเทศน์

d)

ง. กลอนเปล่า

10.

๑๐. มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี มีความดีเด่นในด้านใด

a)

ก. เนื้อหา

b)

ข. รูปแบบคำประพันธ์

c)

ค. การใช้ภาษาภาพพจน์

d)

ง. การใช้ถ้อยคำให้เกิดความรู้สึกสะเทือนอารมณ์

11.

บทอาขยานในบทละครพูดคำฉันท์เรื่อง มัทนะพาธา นำไปใช้อ้างอิงในประเด็นใดได้เหมาะสมที่สุด

a)

ก. ความงามของธรรมชาติ

b)

ข. ความงามของสตรี

c)

ค. ความผิดหวัง

d)

ง. ความรัก

12.

ข้อใดมิใช่ข้อคิดที่ได้รับจากการอ่านเรื่อง มัทนะพาธา ที่นักเรียนสามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต

a)

ก. ควรรักอย่างมีสติ ด้วยใจบริสุทธิ์

b)

ข. การบังคับจิตใจผู้อื่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

c)

ค. ควรมีความซื่อสัตย์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

d)

ง. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ควรประพฤติตนให้มีชื่อเสียง

13.

ข้อคิดใดจากบทละครพูดคำฉันท์เรื่อง มัทนะพาธา ที่นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

a)

ก. การใช้ชีวิตของสตรีด้วยความระมัดระวัง

b)

ข. ให้รู้จักปรนนิบัติเจ้านาย

c)

ค. ความไม่มักใหญ่ใฝ่สูง

d)

ง. ให้รู้จักการให้อภัย

14.

มัทนะพาธามีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ก. ความลุ่มหลง

b)

ข. ความงดงาม  

c)

ค. ตำนานแห่งดอกกุหลาบ  

d)

ง. ความเจ็บปวดหรือความเดือดร้อนจากความรัก

15.

บทละครพูดคำฉันท์เรื่อง มัทนะพาธา มีกลวิธีการแต่งอย่างไร

a)

ก. ให้สุเทษณ์เทพบุตรบรรยายถึงความรักและความเจ็บปวดอันเกิดจากความรักไม่สมหวัง

b)

ข. ให้วิทยาธรชื่อมายาวินเป็นผู้เล่าเรื่องอดีตชาติของสุเทษณ์เทพบุตร

c)

ค. ให้คนธรรพ์ชื่อจิตระรถเป็นผู้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนสวรรค์

d)

ง. ให้นางมัทนาเป็นผู้เล่าความเป็นมาของดอกกุหลาบ

16.

“มีหน้าที่บำรุงบำเรอให้เจ้านายมีความสุข มีความพอใจ จึงทำทุกอย่างเพื่อเอาใจนาย” ข้อความนี้กล่าวถึงใคร

a)

ก. ท้าวสุราษฎร์

b)

ข. นางจัณฑี

c)

ค. มายาวิน

d)

ง. จิตระรถ

17.

เรื่อง มัทนะพาธา มีความดีเด่นอย่างไร

a)

ก. เลือกใช้ถ้อยคำได้ไพเราะและสื่ออารมณ์ความรู้สึกทั้งมีคติสอนใจ

b)

ข. ใช้ถ้อยคำที่สื่ออารมณ์ ความรู้สึกของตัวละคร

c)

ค. ใช้คำไพเราะ มีคติสอนใจในเรื่องความรัก

d)

ง. แนวเรื่องแปลกชวนให้ติดตาม

18.

บทละครพูดคำฉันท์เรื่อง มัทนะพาธา แต่งด้วยคำประพันธ์ชนิดใด

a)

ก. ฉันท์และกลอนสุภาพ

b)

ข. ฉันท์และกาพย์

c)

ค. ฉันท์และโคลง

d)

ง. ฉันท์และร่าย

19.

ข้อความจากบทอาขยานในบทละครพูดคำฉันท์เรื่องมัทนะพาธา ดีเด่นอย่างไร

a)

ก. การใช้คำที่ให้ภาพและเสียงอย่างชัดเจน

b)

ข. การใช้คำในการบรรยายความคิด

c)

ค. การใช้คำที่ให้อารมณ์ความรู้สึก

d)

ง. การใช้คำในการเปรียบเทียบ

20.

ความรักของนางมัทนามีลักษณะอย่างไร

a)

ก. รักคือความกล้าหาญและเสียสละ

b)

ข. รักคือความอดทน

c)

ค. รักคือการเสียสละ

d)

ง. รักคือการให้

21.

พฤติกรรมใดที่สุเทษณ์เทพบุตรไม่แสดงต่อนางมัทนา

a)

ก. การใช้อำนาจบาตรใหญ่ในความรัก

b)

ข. การเอาเปรียบผู้เป็นที่รัก

c)

ค. การเสียสละเพื่อความรัก

d)

ง. ทนทุกข์เพราะรัก

22.

“งามผิวประไพผ่อง             กลทาบสุภาสุพรรณ

      งามแก้มแฉล้มฉัน         พระอรุณแอร่มละลาน

      งามเกศะดำขำ            กลน้ำณท้องละหาน

      เนตร์พินิศปาน            สุมณีมะโนหะรา”

คำประพันธ์ที่ยกมานี้เป็นบทร้อยกรองชนิดใด

a)

ก.  อินทรวงศ์ฉันท์ 12

b)

ข. วิชชุมมาลาฉันท์ 8

c)

ค.  วสันตดิลกฉันท์ 14

d)

ง. อุปชาติฉันท์ 11

23.

ข้อความในบทอาขยานเรื่อง มหาเวสสันดรชาดก นำไปอ้างอิงในการเขียนเรื่องใดได้

a)

ก. ธรรมชาติสัตว์

b)

ข. ความรักของแม่

c)

ค. ความงามของภาษา

d)

ง. การรักษาสิ่งแวดล้อม

24.

เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ให้ข้อคิดใดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสังคมปัจจุบัน

a)

ก. ความรักเพื่อนมนุษย์

b)

ข. การปฏิบัติต่อนักบวช

c)

ค. การปฏิบัติตนเพื่อความหลุดพ้น

d)

ง. ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของคนในครอบครัว

25.

ลักษณะสังคมที่ปรากฏในเรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี เป็นสังคมแบบใด

a)

ก. สังคมชนบท

b)

ข. สถาบันกษัตริย์

c)

ค. ครอบครัวไทย

d)

ง. ครอบครัวนักบวช

26.

“เถลิงการกุศลสืบสร้าง   เบญจางค ศีลเฮย

      เนืองนิวัทธ์ฤาวาง               ว่างเว้น

      บำเทิงหฤทัยทาง               บุญเบื่อ บาปนา

      แสวงสัคมัคโมกข์เร้น           รอดรื้อสงสาร”

บทประพันธ์ข้างต้นมีเนื้อหาสอดคล้องกับคําสอนทางพระพุทธศาสนาในข้อใด

a)

ก. การทำทาน

b)

ข. การรักษาศีล

c)

ค. การใช้ขันติธรรม

d)

ง. การบริจาคทรัพย์ทำบุญ

27.

“เจ้าเป็นแต่เพียงเมียหรือมาหมิ่นได้ ถ้าแม้นพี่อยู่ในกรุงไกรเหมือนแต่ก่อนเก่า หากว่าเจ้าทำเช่นนี้ กายของมัทรีก็ขาดสะบั้นลงทันตา ด้วยพระกรเบื้องขวาของอาตมานี้แล้วแล” ข้อความนี้สะท้อนภาพใดในสังคมไทย

a)

ก. สะท้อนให้เห็นธรรมชาติของมนุษย์

b)

ข. สะท้อนให้เห็นความเชื่อของสังคมไทย

c)

ค. สะท้อนให้เห็นขนบธรรมเนียมประเพณีไทย

d)

ง. สะท้อนให้เห็นค่านิยมเกี่ยวกับสตรีเมื่อแต่งงานแล้วถือว่าเป็นทรัพย์สินของสามี

28.

เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก ที่นำมาเป็นประเพณีท้องถิ่นทั่วไปจะปรากฏในลักษณะใด

a)

ก. เทศน์มหาชาติ

b)

ข. บทร้องสรรเสริญพระเวสสันดร

c)

ค. มหรสพการแสดงเรื่อง พระเวสสันดร

d)

ง. บทสวดในโอกาสที่ชาวบ้านมาร่วมงานบุญ

29.

ข้อความใดแสดงถึงความอดทนของพระนางมัทรี

a)

          ก. ได้แต่มัทรีผู้แสนดื้อผู้เดียวดอก ไม่รู้จักปลิ้นปลอกพลิกไพล่เอาตัวหนี

b)

ข. โอ้แม่อุ้มท้องประคองเคียงเลี้ยงเจ้ามาก็หมายมั่นสำคัญว่าจะได้อยู่เป็นเพื่อนยากจะฝากผีพึ่งลูกทั้ง ๒ คน

c)

ค. ถึงที่ไหนจะรกเรี้ยวก็ซอกซอนอุตส่าห์เที่ยวไม่ถอยหลังจนเนื้อหนังข่วนขาดเป็นริ้วรอย โลหิตไหลย้อย

ทุกหย่อมหนาม

d)

  ง. ดะดุ่มเดินเมิลมุ่งละเมาะไม้มองหมอบ แต่ย่างเหยียบ   เกรียบกรอบก็เหลียวหลัง พระโสตฟังให้หวาดแว่ว

ว่าสำเนียงเสียงพระลูกแก้วเจ้าบ่นอยู่งึมๆ

30.

เรื่อง มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี มีสาระสำคัญอย่างไร

a)

ก. การบริจาคทาน

b)

ข. ความรักระหว่างแม่กับลูก

c)

ค. ความรักระหว่างสามีกับภรรยา

d)

ง. ความทุกข์ยากของพระนางมัทรี