wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เศรษฐศาสตร์ {ส 3.1 ม.3/1} {ส 3.2 ม.3/1,2,4,5}

Total questions: 40

Worksheet time: 10hrs 46mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดให้ความหมายของคำว่า "ตลาดในเชิงเศรษฐศาสตร์" ได้ครอบคลุมที่สุด

a)

สถานที่สมมติสำหรับการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ

b)

การแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการที่ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่

c)

สถานที่ที่ต้องมีการซื้อขายสินค้าแลกเปลี่ยนกันเท่านั้นจึงจะเรียกว่าตลาด

d)

สภาวการณ์ที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อแลกเปลี่ยนสินค้ากันได้โดยสะดวก

e)

สถาบันทางสังคมที่ผู้คนหลายฝ่ายสามารถค้าขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ

2.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวตลาดประเภทต่าง ๆ

a)

ธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นตลาดแข่งขันสมบูรณ์

b)

การเข้าสู่ตลาดผูกขาดของผู้ผลิตรายใหม่มีความเป็นไปได้น้อยที่สุด

c)

การเปลี่ยนราคาของผู้ผลิตในตลาดผู้ขายน้อยรายจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

d)

ในตลาดแข่งขันกึ่งผูกขาด ผู้ผลิตสามารถแข่งขันและกำหนดราคาได้ตามกลไกราคา

e)

ผู้บริโภคในตลาดแข่งขันกึ่งผูกขาดสามารถใช้สินค้าทดแทนได้ หากสินค้าเดิมขาดตลาดหรือขึ้นราคา

3.

ข้อใดคือสิ่งที่ตลาดแข่งขันสมบูรณ์และตลาดแข่งขันกึ่งผูกขาดมีคล้ายคลึงกันมากที่สุด

a)

กลยุทธิ์การแข่งขัน

b)

ราคาสินค้าและบริการ

c)

จำนวนสินค้าและบริการ

d)

การโฆษณาสินค้าและบริการ

e)

การเข้าสู่ตลาดของผู้ผลิตรายใหม่

4.

ผู้ผลิตมีอำนาจเหนือราคา และผู้ซื้อไม่สามารถต่อรองราคาสินค้าและบริการได้ จากโจทย์ตรงตามตลาดประเภทใดมากที่สุด

a)

ตลาดผูกขาด

b)

ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์

c)

ตลาดผู้ขายน้อยราย

d)

ตลาดแข่งขันสมบูรณ์

e)

ตลาดแข่งขันกึ่งผูกขาด

5.

ปัจจัยในข้อใดไม่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดตลาดผูกขาด

a)

ข้อจำกัดด้านเงินทุน

b)

ข้อจำกัดด้านผู้บริหาร

c)

ข้อจำกัดด้านกฎหมาย

d)

ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี

e)

ข้อจำกัดด้านการจัดหาปัจจัยการผลิต

6.

ข้อใดกล่าวถึงกฎของอุปสงค์ (Law of demand) ได้ถูกต้องที่สุด

a)

ถ้าราคาสินค้าและบริการลดลง ความต้องการการซื้อสินค้าและบริการจะลดลง

b)

ถ้าราคาสินค้าและบริการลดลง ความต้องการการซื้อสินค้าและบริการ จะไม่เปลี่ยนแปลง

c)

ถ้าราคาสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้น ความต้องการการซื้อสินค้าและบริการจะลดลง

d)

ถ้าราคาสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้น ความต้องการการซื้อสินค้าและบริการจะเพิ่มขึ้น

e)

ถ้าราคาสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้น ความต้องการการซื้อสินค้าและบริการจะไม่เปลี่ยนแปลง

7.

ปัจจัยใดส่งผลให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจเพิ่มปริมาณการผลิต

a)

อัตราค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้น

b)

ราคาของสินค้าที่ทดแทนได้ลดลง

c)

อัตราการบริโภคของผู้ซื้อลดต่ำลง

d)

ราคาของวัตถุดิบที่ใช้ผลิตสินค้าและบริการลดลง

e)

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น

8.

ในอดีต บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีราคาห่อละ 6 บาท แต่ในปัจจุบันมีราคาห่อละ 7 บาท ภาวะเช่นนี้สามารถบ่งบอกถึงสาเหตุได้อย่างไร

a)

การลดภาษีมูลค่าเพิ่ม

b)

ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น

c)

ปริมาณสินค้ามีมาก จนล้นตลาด

d)

ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปล้มเลิกกิจการ

e)

ผู้บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลดลงกว่าเดิม

9.

หากนักเรียนเป็นผู้ผลิต ภาวการณ์ใดจะเอื้ออำนวยให้กับนักเรียนมากที่สุด

a)

การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม

b)

สินค้ามีมากจนล้นตลาด

c)

ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น

d)

มีผู้ผลิตรายอื่นเข้าสู่ตลาด

e)

ความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้น

10.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าอาจส่งผลให้มีการกักตุนสิค้า

b)

เมื่อต้นทุนการผลิตลดลง ผู้ผลิตจะนำสินค้ามาขายมากขึ้น

c)

ราคาของสินคาไม่มีผลต่อการเสนอขายสินค้าของผู้ผลิต

d)

หากสินค้ามีราคาแพงเกินไป ผู้บริโภคอาจใช้สินค้าทดแทนได้

e)

ราคาเสนอขายและราคาเสนอซื้อเป็นความสัมพันธ์ในทิศตรงกันข้าม

11.

จากกราฟ สภาวการณ์ที่เส้น B คือสภาวการณ์ใด

a)

สินค้าขาดตลาด

b)

สินค้าล้นตลาด

c)

ตลาดผูกขาด

d)

ตลาดผู้ขายน้อยราย

e)

จุดดุลภาพ

12.

จากกราฟ สภาวการณ์ที่เส้น A คือสภาวการณ์ใด

a)

สินค้าขาดตลาด

b)

สินค้าล้นตลาด

c)

ตลาดผูกขาด

d)

ตลาดผู้ขายน้อยราย

e)

จุดดุลภาพ

13.

จากกราฟ สภาวการณ์ที่เส้น C คือสภาวการณ์ใด

a)

สินค้าขาดตลาด

b)

สินค้าล้นตลาด

c)

ตลาดผูกขาด

d)

ตลาดผู้ขายน้อยราย

e)

จุดดุลภาพ

14.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของธนาคารกลางแห่งประเทศไทย

a)

จัดพิมพ์ธนบัตร

b)

กำหนดอัตราดอกเบี้ย

c)

กำหนดอัตราเงินสดสำรอง

d)

ควบคุมและบริหารนโยบายการคลัง

e)

กำหนดการซื้อขายหลักทรัพย์ของรัฐบาลในตลาด

15.

มาตรการการกำหนดราคาขั้นต่ำของรัฐบาล มักเป็นการช่วยเหลือกลุ่มใด

a)

ผู้บริโภค

b)

เกษตรกร

c)

พ่อค้าคนกลาง

d)

ห้างสรรพสินค้า

e)

นักลงทุนต่างชาติ

16.

ปัจจัยใดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รัฐบาลจะเข้ากำหนดราคาขั้นต่ำของสินค้า

a)

ผู้ผลิตมีมากเกินไป

b)

สินค้าขาดตลาด

c)

สินค้ามีล้นตลาด

d)

พ่อค้าคนกลางกดราคารับซื้อ

e)

ผู้ผลิตมีภาระหนี้สินเป็นจำนวนมาก

17.

ข้อใดไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักในการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล

a)

สนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจ

b)

ป้องกันปัญหาเศรษฐกิจในอนาคต

c)

สนับสนุนความมั่นคงของค่าเงินบาท

d)

แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

e)

รองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม

18.

เมื่อมีการตั้งงบประมาณแบบขาดดุล รัฐบาลจะใช้วิธีการใดในการชดเชยเงินที่ขาดดุล

a)

ขายพันธบัตร

b)

ขึ้นอัตราภาษี

c)

ขยายการส่งออก

d)

เพิ่มอัตราเงินสดสำรอง

e)

กำหนดโควตาการนำเข้า

19.

ข้อใดเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการดำเนินนโยบายการค้าแบบคุ้มกัน

a)

ยกเลิกมาตรการนำเข้าจากข้อตกลงทวิภาคี

b)

ลดกำแพงภาษีนำเข้าจากประเทศพัฒนาแล้ว

c)

จัดสรรงบประมาณสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ

d)

ให้สิทธิพิเศษการนำเข้าสินค้าบางชนิดกับประเทศด้อยพัฒนา

e)

สนับสนุนให้เอกชนนำเข้าสินค้าบางชนิดจากประเทศกำลังพัฒนา

20.

หากรัฐบาลต้องการแก้ปัญหาการว่างงาน มาตรการใดที่รัฐบาลสามารถทำได้รวดเร็วที่สุด

a)

ลดอัตราภาษี

b)

เพิ่มหนี้สาธารณะ

c)

เพิ่มการลงทุนโดยภาครัฐ

d)

ยกเลิกมาตรการการนำเข้าบางข้อ

e)

สนับสนุนการจัดการศึกษาให้ตรงต่อความต้องการของตลาด

21.

ข้อใดเป็นบทบาทของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

a)

เพิ่มรายได้ให้กับประชาชน

b)

ปรับกลยุทธ์ในการพัฒนาประเทศ

c)

รักษาสเถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

d)

ส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

e)

ถูกทุกข้อ

22.

ข้อใดคือแหล่งรายได้ที่สำคัญที่สุดของรัฐบาล

a)

หนี้สาธารณะ

b)

ภาษีอากร

c)

การขายพันธบัตร

d)

ขายสินค้าและบริการ

e)

ผลประกอบการรัฐวิสาหกิจ

23.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับผลเสียของการใช้งานนโยบายประกันราคาผลผลิตทางการเกษตรของรัฐบาล

a)

สินค้าล้นตลาด

b)

สิ้นเปลืองงบประมาณ

c)

ขาดแรงจูงใจในการผลิต

d)

เป็นการแทรกแซงกลไกการตลาด

e)

พ่อค้าคนกลางมีอำนาจในการกำหนดราคา

24.

ข้อใดเป็นผลดีจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางแห่งประเทศไทย

a)

มีการฝากเงินมากขึ้น

b)

การกู้เงินลดลง

c)

การลงทุนไม่ขยายตัว

d)

ประชาชนจับจ่ายใช้สอยน้อยลง

e)

เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจน้อยลง

25.

การที่รัฐบาลใช้นโยบายกำหนดเพดานราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ก่อให้เกิดผลดีหรือผลเสียอย่างไร

a)

ผลเสีย เพราะจะทำให้ผู้ผลิตผลิตสินค้าน้อยลง

b)

ผลเสีย เพราะเป็นการแทรกกลไกราคาตลาดเกินเหตุ

c)

ผลดี เพราะร้านค้าจะทำสินค้ามาขายมากขึ้น

d)

ผลดี เพราะทำให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น

e)

ผลดี เพราะไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนจากราคาสินค้าที่แพงเกินไป

26.

เมื่อรัฐบาลลดภาษีและเพิ่มโควตาการนำเข้าสินค้าและบริการจากต่างประเทศ จะส่งผลเสียต่อผู้ประกอบการในประเทศอย่างไร

a)

มีทางเลือกมากขึ้น

b)

สินค้ามีคุณภาพที่เพิ่มขึ้น

c)

สินค้าและบริการมีราคาที่ลดลง

d)

สินค้าและบริการท้องถิ่นถูกกีดกัน

e)

มีการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น

27.

สภาวะทางเศรษฐกิจในข้อใดแสดงให้เห็นถึงภาวะเงินเฟ้อ

a)

ลูกจ้างได้รับค่าจ้างลดลง

b)

ต้นทุนการผลิตมีราคาลดลง

c)

การผลิตเพิ่มมากขึ้น และสินค้าล้นตลาด

d)

ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปลดลงอย่างต่อเนื่อง

e)

ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

28.

เมื่อประสบกับปัญหาเงินเฟ้อ รัฐบาลต้องดำเนินการแก้ปัญหาอย่างไร

a)

ส่งเสริมการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่

b)

รับซื้อพันธบัตรและตั๋วเงินคลังคืนจากเอกชน

c)

เพิ่มปริมาณเงินสำรองของสถาบันทางการเงิน

d)

ส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง

e)

กระตุ้นให้สถาบันทางการเงินปล่อยเงินกู้เพิ่มมากขึ้น

29.

สภาวการณ์ใดอธิบายถึงภาวะเงินฝืด

a)

อุปทานเท่ากับอุปสงค์

b)

อุปสงค์มากกว่าอุปทาน

c)

อุปทานมากกว่าอุปสงค์

d)

อุปทานลดลงมากกว่าอุปสงค์

e)

อุปสงค์และอุปทานไม่เกี่ยวกับภาวะเงินฝืด

30.

นโยบายการคลังใด เป็นนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเงินฝืด

a)

ลดอัตราดอกเบี้ย

b)

ลดอัตราภาษี

c)

รับซื้อพันธบัตร

d)

ลดปริมาณการลงทุนโดยภาครัฐ

e)

ลดปริมาณเงินสำรองของสถาบันทางการเงิน

31.

ข้อใดเป็นผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ

a)

มูลค่าของเงินเพิ่มขึ้น

b)

ผู้ผลิตสินค้าและบริการลดราคา

c)

การผลิตหยุดชะงัก โรงงานปิดตัว

d)

เกิดปัญหากักตุนสินค้าเพราะสินค้าราคาแพง

e)

เศรษฐกิจซบเซา เกิดปัญหาการว่างงาน

32.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่นโยบายทางการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ

a)

จัดทำนโยบายเกินดุล

b)

ขายพันธบัตรรัฐบาล

c)

เพิ่มอัตราดอกเบี้ย

d)

เพิ่มปริมาณเงินสำรองของสถาบันทางการเงิน

e)

ลดการให้เครดิต สินเชื่อ หรือการให้กู้เพื่อการลงทุน

33.

เพราะเหตุใดการขยายตัวทางเศรษฐกิจจึงเป็นสาเหตุของภาวะเงินเฟ้อ

a)

การลงทุนลดลง

b)

ผู้คนมีรายได้ลดลง

c)

อัตราภาษีเพิ่มสูงขึ้น

d)

อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น

e)

ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มมากขึ้น

34.

ข้อใดเป็นสาเหตุที่อาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อมากที่สุด

a)

การจำหน่ายตั๋วเงินคลังและพันธบัตรที่มากเกินไป

b)

ปริมาณเงินสำรองของสถาบันทางการเงินลดลง

c)

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการลงทุนเพิ่มสูงขึ้น

d)

รัฐบาลลดปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ

e)

มาตรการภาษีอากรมีความเข้มงวด

35.

หากนักเรียนทราบว่าอนาคตไม่นานประเทศจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด นักเรียนจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์ในอนาคตมากที่สุด

a)

กักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค

b)

ซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร

c)

กู้เงินเพื่อนำมาลงทุน

d)

นำเงินไปฝากธนาคาร

e)

ประกอบกิจการส่วนตัว

36.

ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ธนาคารกลางรับซื้อพันธบัตรคืนจากท้องตลาด

a)

เป็นการแก้ปัญหาเงินฝืด

b)

ทำให้เกิดการลงทุนเพิ่มมากขึ้น

c)

ทำให้เงินไหลไปอยู่ในมือของประชาชน

d)

เพื่อให้รัฐบาลชะลอการลงทุน

e)

ทำให้ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มมากขึ้น

37.

ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการว่างงาน

a)

ภาวะเงินฝืด

b)

การลงทุนขยายตัว

c)

เกิดการเปลี่ยนฤดูกาล

d)

โครงสร้างทางเศรษฐกิจเกิดการเปลี่ยนแปลง

e)

การทำงานในระดับที่ต่ำกว่าความรู้และความสามารถ

38.

ข้อใดไม่ใช่ผลกระทบจากการว่างงาน

a)

ความเหลื่อมล้ำเพิ่มมากขึ้น

b)

อำนาจการซื้อของประชาชนลดลง

c)

รัฐบาลสามารถเก็บภาษีได้น้อยลง

d)

กำลังในการออมของประชาชนเพิ่มขึ้น

e)

ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการศึกษาได้เต็มที่

39.

ข้อใดเป็นวิธีการแก้ปัญหาการว่างงาน

a)

เพิ่มอัตราภาษีอากร

b)

ลดการลงทุนโดยภาครัฐ

c)

เพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

d)

เพิ่มปริมาณเงินสำรองของสถาบันทางการเงิน

e)

ก่อหนี้สาธารณะ

40.

ในปัจจุบันเศรษฐกิจของหลายประเทศประสบภาวะเงินเฟ้อเนื่องจากต้นทุนในด้านต่าง ๆ เช่น พลังงานและวัตถุดิบมีราคาแพง หนึ่งวิธีการแก้ปัญหาเงินเฟ้อตามทฤษฎีที่เรียนมาคือการขึ้นดอกเบี้ย และรัฐบาลในหลากหลายประเทศก็พยายามจะใช้นโยบายดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามได้มีนักวิชาการแย้งว่า การขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งทำให้ภาคธุรกิจย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม และราคาสินค้าและบริการจะมีราคาที่สูงขึ้นเพราะการขึ้นดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อต้นทุน

.

ดังนั้น หากนักเรียนได้มีโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ นักเรียนจะยังใช้นโยบายขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ พร้อมเหตุผลสำหรับสนับสนุนหรือเห็นแย้งต่อนักวิชาการดังกล่าว

4 lines