wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบกลางภาค รายวิชาวิทยาศาสตร์

Total questions: 40

Worksheet time: 22mins

Name
Class
Date
1.

1.ข้อใดคือ “งาน” ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

a)

ออกแรงดันผนังห้องเรียน

b)

ให้น้องขี่คอแล้วยืนอยู่กับที่

c)

หิ้วตะกร้าใส่ของยืนอยู่ในรถที่กำลังวิ่ง

d)

ใช้มือดันลูกสูบกระบอกฉีดพ่นยาฆ่าแมลง

2.

2.จอย ถือกระเป๋าใส่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหนัก 20 นิวตัน เดินขึ้นบันไดจากชั้น 1 ไปที่ชั้น 2 ข้อใดกล่าวถึงงานในทางวิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง

a)

ไม่เกิดงาน เพราะไม่ได้ออกแรงกระทำ

b)

ไม่เกิดงาน เพราะแรงและระยะทางไม่อยู่ในแนวเดียวกัน

c)

เกิดงาน เพราะมีการออกแรง

d)

เกิดงาน เพราะวัตถุเคลื่อนที่ตามแนวแรงที่กระทำ

3.

3. การกระทำของบุคคลในข้อใด ที่ได้งานในทางวิทยาศาสตร์มากที่สุด

a)

เอ ดึงกล่องด้วยแรง 10 นิวตัน กล่องเคลื่อนที่เป็นระยะ 15 เมตร

b)

เอฟ ออกแรงยกกระเป๋าหนัก 200 นิวตัน เดินขึ้นบันได 10 ขั้น แต่ละขั้นสูง 15 เซนติเมตร

c)

บี แบกกระสอบข้าวสารด้วยแรง 400 นิวตัน เดินบน

ทางราบเป็นระยะ 5 เมตร

d)

โอ ออกแรง 50 นิวตัน ยกโต๊ะไปเก็บไว้ที่ด้านหลังหอประชุมซึ่งห่างจากจุดเดิม 50 เมตร

4.

4. . ปั้นจั่นยกของน้ำหนัก 1,500 นิวตัน ขึ้นสูง 10 เมตร

ในเวลา 20 วินาที จงหากำลังของปั้นจั่นในการยกของนี้

a)

750 วัตต์

b)

1,500 วัตต์

c)

3,000 วัตต์

d)

7,500 วัตต์

5.

5. การใช้เสียมงัดดิน เป็นการใช้หลักการของเครื่องผ่อนแรงชนิดใด

a)

คาน

b)

ลิ่ม

c)

สกรู

d)

พื้นเอียง

6.

6. การดึงสมอเรือเดินทะเลขึ้นจากน้ำ ใช้หลักการของเครื่องผ่อนแรงชนิดใด

a)

คาน

b)

รอก

c)

สกรู

d)

พื้นเอียง

7.

7. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

a)

รอกเดี่ยวตายตัวช่วยผ่อนแรงเป็นครึ่งหนึ่งของน้ำหนักที่ยกขึ้น

b)

รอกเดี่ยวเคลื่อนที่ไม่ช่วยผ่อนแรง แต่ช่วยอำนวยความสะดวก

c)

ถ้าใช้รอกเดี่ยวเคลื่อนที่ยกวัตถุ จะต้องออกแรงเป็น

สองเท่าของน้ำหนักของวัตถุ

d)

รอกเดี่ยวตายตัวไม่ช่วยผ่อนแรง แต่ช่วยอำนวยความสะดวก

8.

8. หากต้องการให้พื้นเอียงช่วยผ่อนแรงมากขึ้นทำอย่างไร

a)

ลดความยาวของพื้นเอียง

b)

เพิ่มความยาวของพื้นเอียง

c)

ลดความกว้างของพื้นเอียง

d)

เพิ่มความกว้างของพื้นเอียง

9.

9. ล้อและเพลาสำหรับเก็บเชือก หากต้องการให้ผ่อนแรงมากขึ้น ควรทำอย่างไร

a)

ลดขนาดเพลาหรือเพิ่มขนาดของล้อ

b)

ลดขนาดเพลาหรือลดขนาดของล้อ

c)

เพิ่มขนาดเพลาหรือลดขนาดของล้อ

d)

เพิ่มขนาดเพลาหรือเพิ่มขนาดของล้อ

10.

10. การกระทำของใคร ใช้ความรู้เรื่องเครื่องกลอย่างง่าย

a)

กอล์ฟ ต้องการปลูกต้นไม้ให้อยู่ในแนวเดียวกัน

จึงเอาคานไม้มาวางเพื่อเป็นแนวในการปลูก

b)

ติ่ง ใช้ไม้เมตรวัดความยาวของผ้าที่จะนำมาใช้ตัดชุดทำงาน

c)

จอย นำอิฐวางใต้ไม้กระดานที่รองอยู่ใต้ก้อนหิน เพื่องัดก้อนหินให้หลุดออกจากพื้นดิน

d)

อาร์ม ติดตะขอเหล็กเพื่อใช้สำหรับม้วนสายยางที่ใช้ในการล้างรถ

11.

11. ภูมิทดลองเรื่องพลังงานจลน์ โดยมีขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 วางถุงทรายมวล 500 กรัม ไว้บนพื้นราบเรียบ

ขั้นตอนที่ 2 ออกแรงดึงถุงทรายให้เคลื่อนที่ด้วย

ความเร็วคงที่ วัดระยะทาง และเวลาที่ถุงทรายเคลื่อนที่

ขั้นตอนที่ 3 ออกแรงดึงถุงทรายด้วยขนาดของแรงเพิ่มขึ้น ทำให้ถุงทรายเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมากขึ้นวัดระยะทาง และระยะเวลาที่ถุงทรายเคลื่อนที่

ขั้นตอนที่ 4 เพิ่มจำนวนถุงทรายเป็น 2 ถุง ออกแรงดึงให้ถุงทรายเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ วัดระยะทางและระยะเวลาที่ถุงทรายเคลื่อนที่

จากการทดลองเรื่องพลังงานจลน์ของภูมิ ขั้นตอนใดที่ไม่เกิดพลังงานจลน์

a)

ขั้นตอนที่ 1

b)

ขั้นตอนที่ 2

c)

ขั้นตอนที่ 3

d)

ขั้นตอนที่ 4

12.

12. การเปลี่ยนแปลงของพลังงานศักย์โน้มถ่วงเกี่ยวข้องกับปัจจัยใดมากที่สุด

a)

ตําแหน่งของวัตถุ

b)

เวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของวัตถุ

c)

ความเร็วในการเคลื่อนที่ของวัตถุ

d)

ความเร่งในแนวตรงของการเคลื่อนที่ของวัตถุ

13.

13. ปัจจัยใดมีผลต่อค่าพลังงานจลน์ของวัตถุ

a)

มวลและอัตราเร็ว    

b)

มวลและระดับอ้างอิง

c)

ระดับอ้างอิงและความเร่ง

d)

ความเร็วและความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก

14.

14. เด็กชายเอ มีมวล 50 กิโลกรัม วิ่งในแนวราบด้วยอัตราเร็ว 4 เมตร/วินาที ขณะที่เด็กชายเอวิ่ง มีพลังงานจลน์เท่าใด

a)

54 จูล   

b)

100 จูล

c)

200 จูล

d)

400 จูล

15.

15. เมื่อโยนก้อนหินจากพื้นขึ้นไปในแนวดิ่งจนถึงจุดสูงสุด จะมีการเปลี่ยนแปลงพลังงานอย่างไร

a)

พลังงานจลน์เพิ่มขึ้น พลังงานศักย์โน้มถ่วงเพิ่มขึ้น

b)

พลังงานจลน์ลดลง พลังงานศักย์โน้มถ่วงลดลง

c)

พลังงานจลน์เพิ่มขึ้น พลังงานศักย์โน้มถ่วงลดลง

d)

พลังงานจลน์ลดลง พลังงานศักย์โน้มถ่วงเพิ่มขึ้น

16.

16. การกระทำใดไม่ใช่การเปลี่ยนรูปพลังงานศักย์โน้มถ่วงเป็นพลังงานจลน์

a)

เล่นสกีนํ้าแข็งจากยอดเขา

b)

กระโดดร่มดิ่งพสุธาจนถึงพื้น

c)

ลูกแอปเปิ้ลหล่นจากต้นลงสู่พื้น

d)

โยนลูกบาสเกตบอลขึ้นไปบนอากาศจนถึงจุดสูงสุด

17.

17. ตองโยนลูกบอลขึ้นไปในแนวดิ่ง จากนั้นรอรับลูกบอลที่ตกกลับลงมา ถ้าพิจารณาการเคลื่อนที่ของลูกบอลตั้งแต่โยนจนรับมีการเปลี่ยนแปลงพลังงานตามข้อใด

a)

พลังงานจลน์ \rightarrow       พลังงานศักย์ \rightarrow       พลังงานจลน์

b)

พลังงานศักย์  \rightarrow      พลังงานจลน์    \rightarrow    พลังงานศักย์

c)

พลังงานจลน์  \rightarrow      พลังงานศักย์

d)

พลังงานศักย์   \rightarrow     พลังงานจลน์

18.

18. พลังงานสามารถเปลี่ยนรูปได้ แต่ไม่สามารถสูญหายได้ คือกฎใด

a)

กฎการอนุรักษ์พลังงาน

b)

กฎการเปลี่ยนแปลงพลังงาน

c)

กฎการเปลี่ยนรูปพลังงาน

d)

ถูกทุกข้อ

19.

19. ข้อใด ไม่ใช่ การเปลี่ยนแปลงพลังงาน

a)

หลอดไฟให้แสงสว่าง

b)

แสงแดดช่วยให้พืชเจริญเติบโต

c)

ต้นไม้ถูกนำมาสร้างบ้าน

d)

รถยนต์วิ่งโดยใช้น้ำมัน

20.

20. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการระเหยแห้ง

a)

ใช้สำหรับแยกสารละลายทุกชนิด

b)

สารที่เหลือจากการระเหยแห้งเป็นของแข็ง

c)

สารที่มีจุดเดือดสูงจะระเหยก่อนสารอื่น

d)

ถูกทุกข้อ

21.

21. การนำของแข็งไปละลายในของเหลวจนได้สารละลายอิ่มตัวที่อุณหภูมิสูง จากนั้นลดอุณหภูมิลง ตัวละลายที่เป็นของแข็งจะแยกตัวออกจากสารละลาย การแยกสารวิธีนี้ตรงกับข้อใด

a)

การตกผลึก

b)

การระเหยแห้ง

c)

การกลั่นอย่างง่าย

d)

การสกัดด้วยตัวทำละลาย

22.

22. ข้อใดเรียงลำดับการเปลี่ยนแปลงของสารละลายเมื่อถูกกลั่นได้ถูกต้อง

a)

การเดือด การระเหย การแข็งตัว

b)

การเดือด การควบแน่น การระเหย

c)

การเดือด การระเหย การควบแน่น

d)

การเดือด การระเหย การควบแน่น

23.

23. การกลั่นแบบไอน้ำเหมาะกับการแยกสารในข้อใด

a)

สารที่ไม่ละลายน้ำ

b)

สารที่ระเหยได้ยาก

c)

สารที่ละลายน้ำได้ดี

d)

สารที่มีจุดเดือดต่ำกว่าน้ำ

24.

24. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการตกผลึก

a)

ผลึกของสารจัดเป็นสารบริสุทธิ์

b)

อาศัยหลักการละลายในตัวทำละลายของสารละลายอิ่มตัว

c)

เมื่ออุณหภูมิของสารละลายอิ่มตัวลดลง

ตัวทำละลายที่เป็นของแข็งจะตกผลึก

d)

เป็นการแยกสารที่เป็นของแข็งออกจากสารละลาย

ที่เป็นของเหลว

25.

25. การแยกสารต่าง ๆ ออกจากน้ำมันดิบเหมาะกับการแยกด้วยวิธีใด

a)

การกลั่นแบบไอน้ำ     

b)

การกลั่นลำดับส่วน

c)

การกลั่นแบบธรรมดา  

d)

การสกัดด้วยตัวทำละลาย

26.

26. สารละลายในข้อใดไม่สามารถใช้วิธีการตกผลึกในการแยกสารได้

a)

น้ำผสมจุนสี

    

b)

น้ำผสมเกลือ

c)

น้ำผสมน้ำตาล  

d)

น้ำผสมแอลกอฮอล์

27.

27. สารในข้อใดไม่สามารถแยกสารด้วยวิธีการระเหยแห้ง                                                      

a)

น้ำทะเล

    

b)

น้ำเชื่อม

c)

น้ำมันดิบ  

d)

น้ำเกลือ

28.

28. การตกผลึกเหมาะสำหรับการแยกสารในข้อใด                                                      

a)

สารละลายอิ่มตัว

    

b)

สารละลายที่มีตัวทำละลายเป็นน้ำ

c)

สารละลายที่มีตัวทำละลายเป็นของแข็ง 

d)

สารละลายที่ประกอบด้วยตัวละลายหลายชนิด

29.

29. การทำน้ำจืดจากน้ำทะเล สามารถทำได้โดยใช้วิธีการใด                                                     

a)

การกรอง

    

b)

การตกผลึก

c)

การกลั่นอย่างง่าย 

d)

การระเหยแห้ง

30.

30. ปัจจุบันมีการใช้น้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดดอกทานตะวันกันอย่างแพร่หลาย กรรมวิธีในการทำน้ำมันจากเมล็ดดอกทานตะวันสามารถใช้น้ำเป็นตัวทำละลายได้หรือไม่ เพราะเหตุใด                                                     

a)

ไม่ได้ เพราะน้ำมันไม่ละลายน้ำ

    

b)

ได้ เพราะน้ำมีจุดเดือดต่ำกว่าน้ำมัน

c)

ไม่ได้ เพราะเมล็ดดอกทานตะวันไม่ละลายน้ำ

d)

ได้ เพราะน้ำและน้ำมันเป็นของเหลวเหมือนกัน

31.

31. การแยกสารละลายชนิดหนึ่งโดยมาโทกราฟีแบบกระดาษพบว่า ประกอบด้วยสาร 3 ชนิด ได้แก่ สาร A B และ C ซึ่งสามารถเคลื่อนที่บนตัวดูดซับได้เป็นระยะ 7 20 และ 12 เซนติเมตรตามลำดับ ข้อความใดกล่าวได้ถูกต้อง                                                    

a)

สาร B ถูกดูดซับได้ดีที่สุด

    

b)

สาร C ละลายได้น้อยที่สุด

c)

สาร A ละลายได้ดีกว่าสาร B

d)

สาร C ถูกดูดซับได้มากกว่าสาร B

32.

32. หญิง ต้องการทราบว่าในหมึกปากกาเคมีที่คุณครูใช้ประกอบไปด้วยสารสีชนิดใดบ้าง หญิง ควรเลือกใช้วิธีการแยกสารในข้อใด                                                   

a)

การระเหยแห้ง

    

b)

โครมาโทกราฟีแบบกระดาษ

c)

การกลั่นอย่างง่าย

d)

การสกัดด้วยตัวทำละลาย

33.

33. ข้อใดเลือกใช้วิธีการแยกสารผสมได้เหมาะสมที่สุด                                                   

a)

แยกสีจากดอกไม้ด้วยวิธีการระเหยแห้ง

    

b)

แยกเกลือออกจากน้ำทะเลด้วยวิธีการตกตะกอน

c)

แยกส่วนประกอบในทองเหลืองด้วยวิธีการกลั่นอย่างง่าย

d)

แยกน้ำมันจากเมล็ดดอกทานตะวันด้วยวิธีการสกัด

ด้วยตัวทำละลาย

34.

34. . ข้อใดไม่ใช่หลักการเลือกตัวทำละลายที่ดีในการสกัดด้วยตัวทำละลาย                                                  

a)

การสกัดสีจากพืช ต้องเลือกใช้ตัวทำละลายที่ไม่มีสี

    

b)

การสกัดกลิ่นโดยใช้วิธีสกัดด้วยตัวทำละลาย

ต้องใช้ตัวทำละลายที่มีกลิ่น

c)

ควรเลือกใช้ตัวทำละลายที่ไม่ทำปฏิกิริยากับสารที่จะสกัด

d)

ตัวทำละลายต้องสามารถแยกออกจากสารที่จะสกัด

ได้ง่าย

35.

35. เมื่อนำสารผสมของสาร A , B และ C ไปแยกโดยวิธีโครมาโทกราฟี ได้ผลดังนี้                                                

a)

สาร A ถูกดูดซับได้ดีที่สุด

    

b)

สาร A ละลายในตัวทาละลายได้ดีกว่าสาร C

c)

สาร B ละลายในตัวทาละลายได้น้อยที่สุด

d)

สาร B ถูกดูดซับได้ดีที่สุดจึงเคลื่อนที่ได้ระยะทางมากที่สุด

36.

36. สารละลายอิ่มตัวที่อุณหภูมิสูง เมื่อเย็นตัวลงเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร                                              

a)

สารละลายขุ่นและข้นขึ้น

    

b)

ตัวละลายผลึกอยู่ในสารละลาย

c)

ตัวละลายตกตะกอนอยู่ในสารละลาย

d)

สารละลายแยกชั้นระหว่างตัวละลายกับตัวทำละลาย

37.

37. วิธีการใดใช้แยกสารเนื้อเดียวได้ทั้งหมด                                              

a)

การกรองและการระเหย

    

b)

โครมาโทกราฟีและการกลั่น

c)

การตกผลึกและการใช้แม่เหล็ก

d)

การระเหิดและการสกัดด้วยตัวทำละลาย

38.

38. การกลั่นลำดับส่วน เมื่อให้ความร้อนแก่สารผสม สารในลักษณะใดกลายเป็นไออันดับแรก                                            

a)

สารที่มีจุดเดือดสูงที่สุด

    

b)

สารที่มีจุดเดือดต่ำที่สุด

c)

สารที่มีความหนาแน่นต่ำ

d)

สารที่มีความหนาแน่นสูง

39.

39. วิธีใดเป็นการแยกของเหลวออกจากสารละลายที่มีจุดเดือดต่างกันไม่เกิด 80 องศาเซลเซียส                                            

a)

การกลั่น

b)

การกลั่นลำดับส่วน

c)

การสกัดด้วยไอน้ำ

d)

โครมาโทกราฟี

40.

40. ข้อใดเลือกใช้วิธีการแยกสารผสมได้เหมาะสมกับความต้องการ

                                       

a)

แยกสารส้มออกจากสารละลายสารส้มอิ่มตัว โดยใช้การระเหยแห้ง

b)

แยกสารในหมึกปากกาเคมี โดยใช้การกลั่นอย่างง่าย

c)

แยกน้ำออกจากน้ำเกลือ โดยใช้การกลั่นอย่างง่าย

d)

สกัดน้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพร โดยใช้การ

ตกผลึก