wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

กลอนดอกสร้อย “รำพึงในป่าช้า” มีเนื้อหา

เกี่ยวกับอะไร

a)

การไว้อาลัยให้กับคนตาย

b)

ความกตัญญู

c)

การมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า

d)

สัจธรรมของชีวิต

2.

ข้อใดเป็นลักษณะขึ้นต้นบทของกลอนดอกสร้อย

a)

มาจะกล่าวบทไป

b)

เมื่อนั้น

c)

ความเอ๋ยความสวย

d)

ครานั้น

3.

“เช้าก็ขับโคกระบือถือคันไถ สำราญใจตามเขตประเทศถิ่น”

คำประพันธ์ข้างต้นเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบอาชีพใด

a)

ชาวนา

b)

ชาวดอย

c)

ชาวไร่

d)

ชาวสวน

4.

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าใช้สัญลักษณ์ใด

แทนความตาย

a)

ความมืด

b)

ป่าช้า

c)

นกแสก

d)

ต้นไทร

5.

บทกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าถอดความ

มาจากผลงานของกวีท่านใด

a)

ทอมัส เกรย์

b)

จอห์น มิลตัล

c)

เสรียรโกเศศ

d)

พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่มกาญจนาชีวะ)

6.

กลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้ามีที่มาจากกรีนิพนธ์เรื่องใด

a)

Hamlet

b)

Romeo and Juliet

c)

A Midsummer Night's Dream

d)

Elegy Written in a Country Churchyard

7.

จากกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้า กวีไทยนำวรรณคดีตะวันตกมาสร้างสรรค์วรรณคดีไทยอย่างไร

a)

ใช้วิธีแปลตรงตามเนื้อหาจากตัวบทวรรณคดีตะวันตก

b)

ใช้กลวิธีตัดแปลงเนื้อหาให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมและค่านิยมไทย

c)

เอาตัวบทวรรณคดีตะวันตกเป็นต้นแบบแล้วใส่ตัวละครในวรรณดีไทยดำเนินเรื่อง

d)

ความรุ่งเรืองยึดโครงเรื่องวรรณคดีตะวันตกแต่เพิ่มเติมรายละเอียดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

8.

ข้อใดไม่มีคำเลียนเสียงธรรมชาติ

a)

วังเอ๋ยวังเวง       

หง่างเหง่ง! ย่ำค่ำระฆังขาน

b)

มีก็แต่จังหรีดกระกรีดกริ่ง          

เรไรหริ่ง! ร้องขรมระงมเสียง

c)

ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล          

ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน

d)

คอกควายวัวรัวเกราะเปาะเปาะ!เพียง

รู้ว่าเสียงเกราะแว่วแผ่วแผ่วเอย

9.

กถามุขในกลอนดอกสร้อยรำพึงในป่าช้าใคร

เป็นผู้เรียบเรียง

a)

นาคะประทีป

b)

เสฐียรโกเศศ

c)

ศรีบูรพา

d)

กนกวลี

10.

ม่าน ความหมายตรงกับข้อใด

a)

พม่า

b)

ลาว

c)

เวียดนาม

d)

จีน

11.

เบื้องต้นเนื้อเรื่องของกลอนดอกสร้อยรำพึงว่าป่าช้าเรียกว่าอะไร

a)

คำนำ

b)

กถามุข

c)

ความนำ

d)

เกริ่นนำ

12.

คำประพันธ์ในข้อใดแสดงความเชื่อด้านศาสนา

a)

ถือเป็นที่รโหฐานนมนานมา

ให้เสื่อมผาสุกสันต์ของมันเอย

b)

ไม่เกรงใครนินทาว่าประจาน

ไม่มีการจารึกบันทึกคุณ

c)

เสียงประกาศเกียรติเอิกเกริกลั่น

จะกระเทือนถึงกรรณนั้นอย่าหมาย

d)

พอเตือนใจใด้บ้างในทางบุญ

เป็นเครื่องหนุนนำเหตุสังเวชเอย

13.

คำประพันธ์ในวรรคใดใช้คำแสดงความรู้สึก

ที่วังเวงใจ

a)

ตะวันอับแสงทุกแห่งหน

b)

ทิ้งทุ่งให้มืดมัวทั่วมณฑล

c)

ชาวนาเหนื่อยอ่อนต่างจรกลับ

d)

และทิ้งตนตูเปลี่ยวอยู่เดียวเอย

14.

ข้อใดให้เห็นภาพธรรมชาติยามเช้าใด้ชัดเจนที่สุด

a)

ฝูงวัวควายผ่ายลาทิวากาล

ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน

b)

อยู่ตามโรงมุงฟางข้างข้างนั้น

ทั้งไก่ขันแข่งดุเหว่าระเร้าเสียง

c)

เข้ากอดคอฉอเลาะเสนาะกรรณ

สารพันทอดทิ้งทุกสิ่งเอย

d)

คอกควายวัวรัวเกราะเปาะเปาะ!เพียง

รู้ว่าเสียงเกราะแว่วแผ่วแผ่วเอย

15.

ราชบัณฑิตยสถานเรียกงานประพันธ์

ประเภท elegy ว่าอะไร

a)

บทร้อยกรองกำสรด

b)

บทร้อยกรองกำหนด

c)

บทร้อยกรองกำสรวล

d)

บทร้อยกรองกำหยด

16.

 "ตัวเอ๋ยตัวทะยาน         อย่าบันดาลดลใจให้ใฝ่ฝัน

           ดูถูกกิจชาวนาสารพัน                และความครอบครองกันอันชื่นบาน

เขาเป็นสุขเรียบเรียบเงียบสงัด     มีปวัตน์เป็นไปไม่วิตถาร

ขออย่าให้เย้ยเยาะพูดเราะราน       ดูหมิ่นการเป็นอยู่เพื่อนดูเอย"

ผู้แต่งแสดงทรรศนะอย่างไรต่อชาวนา

a)

เป็นกระบอกเสียงแสดงความทุกข์ชาวนา

b)

ชื่นชมวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวนา

c)

ตำหนิชาวนาที่ไม่มีความทะเยอทะยาน

d)

ดูถูกชาวนาเป็นอาชีพที่มีสถานภาพต่ำต้อย

17.

“สันโดษ มีความหมายตรงกับข้อใด”

a)

ความมักน้อย

b)

ความพยายามพยายาม

c)

ยินดียินร้าย

d)

ความพอใจในสิ่งที่มีอยู่

18.

มีข้อใดใช้คำถามเชิงวาทศิลป์

a)

ข้อกำหนดในการยอมละทิ้งสิ่งที่สุขควรได้รับความทุกข์กังวลเกี่ยวกับสิ่งที่เสียไป

b)

ข้อกำหนดยอมละแดนแสนสบายโดยชายตาขอให้อาลัยเอย

c)

หรือใต้ท้องห้องสมุดก็เสื่อมซาสิ้นชนนิยมชม

d)

เกิดเพราะการใส่ใจด้วยความกังวลของใครเล่าที่ไถคราดพื้นแผ่นดิน

19.

คำประพันธ์ในข้อใดตรงกับคำว่า อนิจจังไม่เที่ยง

a)

หมดวิตกหมดเสียดายหมดความหมายปอง

ไม่ผินหลังเหลียวมองด้วยซ้ำเอย

b)

พอเตือนใจได้บ้างในทางบุญ

เป็นเครื่องหนุนนำเหตุสังเวชเอย

c)

วิถีแห่งเกียรติยศทั้งหมดนั้น

แต่ล้วนผันมาประจบหลุมศพเอย

d)

ไม่มีใครได้เชยเลยสักคน ย่อมบานหล่นเปล่าดายมากมายเอย

20.

“ถือเป็นที่รโหฐานนมนามมาให้เสีอมผาสุกสันต์ของมันเอย” “รโหฐาน” มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

พวกคุณ

b)

มากมาย

c)

ที่เฉพาะ

d)

สถานที่สวยงาม